กีเยร์โม เดล โทโร จะไม่กำกับ แต่อำนวยการสร้าง Beauty and the Beast ที่เอ็มมา วัตสัน นำแสดง

pacific rim guillermo del toroกีเยร์โม เดล โทโร ถือเป็นเจ้าพ่อโปรเจ็คต์คนหนึ่งของฮอลลีวู้ดในช่วงหลังมานี้ มีงานภาพยนตร์และซีรี่ส์ต้องดูแลมากมาย ทำให้ต้องมีการถอนตัวออกจากตำแหน่งผู้กำกับของบางโครงการครับ และ Beauty and the Beast ที่จะกำกับให้วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ก็คือโครงการที่เขาต้องตัดใจทิ้งหน้าที่นี้ไป

เดดไลน์รายงานว่าเดล โทโร ตัดสินใจทิ้งหน้าที่กำกับ Beauty and the Beast ฉบับคนแสดง ที่ แต่ยังคงตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่จะร่วมกันทำกับเดนิส ดีโนวี ครับ

วอร์เนอร์ฯ ประกาศสร้างหนังเรื่องนี้ไว้นานแล้ว และมีชื่อเอ็มมา วัตสัน มารับบทเป็นโฉมงามตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งเดล โทโร ได้ร่วมเขียนบทหนังด้วย และวางแผนจะกำกับ แต่เพราะติดคิวการทำงานกับหนังเรื่องนี้อื่นจึงต้องถอนตัวจากหน้าที่กำกับในที่สุด

Beauty and the Beast เป็นหนึ่งในโครงการคู่แข่งระหว่างวอร์เนอร์ฯ กับดิสนี่ย์ ซึ่งฉบับดิสนี่ย์เพิ่งประกาศให้บิล ดอนดอน จาก Dreamgirls มารับหน้าที่กำกับ สองค่ายหนังนี้ยังมี The Jungle Book หรือ “เมาคลีลูกหมาป่า” ที่สร้างแข่งกันด้วย โดยดิสนี่ย์มีจอน เฟฟโร จาก Iron Man รับหน้าที่กำกับ ส่วนวอร์เนอร์ฯ มีแอนดี้ เซอร์กีส กำกับ

เดล โทโร เพิ่งถ่ายทำหนังสยองขวัญย้อนยุค Crimson Peak เสร็จได้ไม่นาน และอยู่ระหว่างขั้นตอนหลังการถ่ายทำตอนนี้ นอกจากนี้ยังมีซีรี่ส์สยองขวัญ The Strain ออกฉายทางทีวีด้วย

Read more of this post

About these ads

บิล คอนดอน จาก Dreamgirls กำกับ Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงให้ดิสนี่ย์

beauty and the beast 1991ดิสนี่ย์ยังคงสร้างหนังเทพนิยายซึ่งส่วนใหญ่เคยเป็นหนังอนิเมชั่นของตัวเองมาก่อน มาจินตนาการใหม่เป็นหนังคนแสดง ตามรอยความสำเร็จของ Alice in Wonderland, Oz: The Great and Powerful และ Maleficent ครับ โดยที่ยังมี Cinderella ของเคนเนธ บรานาห์ รอออกฉายในปีหน้า และ The Jungle Book ของจอน เฟฟโร ที่เตรียมงานสร้างอยู่ ล่าสุดก็มีความคืบหน้าเรื่องงานสร้าง Beauty and the Beast ที่บัดนี้ประกาศออกมาแล้วว่าบิล คอนดอน จาก Dreamgirls และ The Twilight Saga: Breaking Dawn ทั้งสองภาค จะมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับให้ ตามรายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

ยังไม่มีรายงานว่าแนวทางในการจินตนาการใหม่ให้แก่ Beauty and the Beast จะออกมาเป็นอย่างไร แต่ไม่น่าจะห่างไกลจากงานหนังเทพนิยายในช่วงนี้ของดิสนี่ย์มากครับ ที่จะเต็มไปด้วยเทคนิคพิเศษอันตระการตา และงานสร้างฉากที่จะพาผู้ชมหลุดเข้าสู่โลกของจินตนาการ

คอนดอนมีชื่ออยู่ในรายงานมาก่อนหน้านี้สักระยะแล้วว่าจะเป็นผู้มากำกับ Beauty and the Beast แต่เพิ่งมีการยืนยันจริงๆ ก็ในตอนนี้ครับ และเขาคงเริ่มการเตรียมงานรวมถึงคัดเลือกนักแสดงได้ในไม่ช้า เพราะเสร็จการถ่ายทำผลงานล่าสุดเรื่อง A Slight Trick of the Mind แล้ว ที่เป็นการกลับมาร่วมงานกับเอียน แม็คเคลเลน อีกครั้งหลังจาก Gods and Monsters ซึ่งแม็คเคลเลนจะรับบทเป็นนักสืบเชอร์ล็อค โฮล์ม วัยชรา ที่พยายามไขปริศนาคดีสำคัญชิ้นสุดท้ายก่อนที่ความชราจะทำให้สูญเสียสมองอันปราดเปรื่องไป

Beauty and the Beast ฉบับอนิเมชั่นของดิสนี่ย์ ถือเป็นผลงานเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งของค่าย นอกจากทำรายได้ทั่วโลกในปี 1991 ที่ออกฉายถึง 425 ล้านเหรียญแล้ว หนังยังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย ซึ่งเป็นอนิเมชั่นเรื่องแรกที่ได้รับเกียรตินี้

พร้อมๆ กับข่าวนี้ ผมได้แนบคลิปเบื้องหลังหนังฉบับอนิเมชั่นมาให้ชม ซึ่งบอกเราว่าดิสนี่ย์วางแผนที่จะสร้างเป็นหนังการ์ตูนตั้งแต่สมัยที่วอลท์ ดิสนี่ย์ ยังมีชีวิตอยู่ และผ่านการพัฒนามานานมากเพื่อสร้างตัวละครที่เหมาะสมที่สุดสำหรับฉบับภาพยนตร์ครับ

Read more of this post

ดิสนี่ย์สร้าง Beauty and the Beast เป็นหนังคนแสดงฉบับ 3D

Beauty And The Beast movie imageหลังจาก Oz: The Great and Powerful เปิดตัวอย่างสวยงาม และน่าจะเป็นหนังแฟนตาซีที่ทำรายได้ให้ดิสนี่ย์อีกเรื่องนับจาก Alice in Wonderland ดิสนี่ย์ก็เล็งหนังแฟนตาซีเรื่องใหม่เพื่อเอามาตีความใหม่เป็นหนังสามมิติเพื่อเรียกเงินจากคนดูอีกแล้วครับ

ตามรายงานของเดดไลน์บอกว่า ดิสนี่ย์กำลังทาบทามโจ เอเฮิร์น ผู้เขียนบทหนังเขย่าขวัญ Trance ของแดนนี่ บอยล์ ให้มาตีความใหม่แก่เทพนิยายชุด “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” โดยจะใช้ชื่อสั้นๆว่า The Beast ครับ

ในรายงานบอกว่าดิสนี่ย์อยากให้เป็นหนังคนแสดงที่มีโทนด้านมืด แต่เราก็คงเดากันได้ว่าคงมืดเท่าที่หนังดิสนี่ย์จะเป็นได้ และยังไม่มีการทาบทามนักแสดงคนไหนให้มารับบทนำในตอนนี้

Oz: The Great and Powerful เปิดตัวในสหรัฐสัปดาห์แรก 79.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำรายได้ในตลาดต่างประเทศไปอีก 69.9 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมรายได้ทั่วโลกทั้งหมดสัปดาห์แรก 150 ล้านเหรียญครับ แม้ว่าจะน้อยกว่า Alice in Wonderland เกือบครึ่ง แต่ก็มากพอที่จะทำให้ดิสนี่ย์อยากสร้างหนังแฟนตาซีเรื่องใหม่ๆ มา

เอ็มมา วัตสัน รับบทนำใน Beauty and the Beast ของเกียลเลอโม เดล ทอโร

เอ็มมา วัตสัน สาวน้อยเฮอไมโอนี จากหนังชุด Harry Potter จะกลับสู่หนังแฟนตาซีเป็นครั้งแรกหลังจากออกจากโลกเวทมนตร์มา ใน Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของผู้กำกับเกียลเลอโม เดล ทอโร ที่สร้างให้วอร์เนอร์ บราเธอร์สครับ

รายงานของฮีทวิชั่นบอกว่าวัตสันกำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาครับ หนังจะสร้างจากบทของแอนดรูว์ เดวีส แห่ง Bridget Jones’ Diary ที่เป็นการดัดแปลงจากนิยาย Beauty: A Retelling of the Story of Beauty and the Beast ของ โรบิน แม็คคินลี่ย์ และเราคาดหวังได้ว่าโลกในเทพนิยายจากจินตนการของเดล ทอโร เรื่องนี้ คงพิศดารปนมืดหมุ่นเหมือนกับผลงานอย่าง Hellboy กับ Pan of Labyrinth แต่อาจไม่สยองนองเลือดจนเกินไป เพราะตั้งใจให้เป็นหนังเรต PG-13 ครับ

คงอีกสักพักกว่าที่หนังจะเปิดกล้อง เพราะเดล ทอโร ยังยุ่งอยู่กับหนังอสุรกายยักษ์ปะทะหุ่นยนต์ เรื่อง Pacific Rim ที่มีแผนออกฉายปีหน้า ระหว่างนี้ แฟนหนังของวัตสันก็รอชมผลงานของเธอได้ก่อนใน The Perks of Being a Wallflower และ Your Voice in My Head ครับ

ทัศนาตัวอย่างแรกของ Beauty and the Beast ฉบับ 3 มิติ ของวอลท์ ดิสนี่ย์

Beauty and the Beast ของวอลท์ ดิสนี่ย์ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่คุณต้องดูในโรงหนังถึงจะได้อรรถรสครบถ้วน แล้วเมื่อดิสนี่ย์มีแผนที่จะเอาหนังเรื่องนี้กลับมาฉายอีก โดยแปลงฟิล์มเป็นระบบสามมิติ ยิ่งทำให้ผู้ชมที่ต้องมนตร์หนังเรื่องนี้อยากกลับเข้าไปชมในประสบการณ์ที่แปลกใหม่จากเมื่อครั้งที่ฉายครั้งแรก แถมอาจพาคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยได้ชมการ์ตูนอมตะเรื่องนี้เข้าไปดูในโรงด้วยครับ และตัวอย่างของหนังก็ออนไลน์แล้วที่ Yahoo Movies

ตัวอย่างหนังเป็นการขายตรงเลยว่าหนังการ์ตูนหนึ่งเดียวที่เคยได้เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์เรื่องนี้ จะกลับมาฉายใหม่ในระบบสามมิติ ให้เราได้ฟังเพลงเอกจากหนังนิดหน่อย รวมถึงฉากขายสำคัญนั่นก็คือฉากเต้นรำระหว่างเบลล์กับเจ้าชายอสูรที่การเคลื่อนไหวของกล้องที่ติดตามตัวการ์ตูนคู่นี้เหมือนของภาพยนตร์คนแสดงมาก ปิดท้ายด้วยเหตุผลอีกข้อที่อาจทำให้คุณอยากเข้าไปดูหนังเพิ่มอีก นั่นก็คือการ์ตูนสั้น Tangled Ever After ที่จะฉายแปะหน้าหนังครับ

Beauty and the Beast จะฉายโรงในสหรัฐกลางมกราคมนี้ บ้านเรายังไม่ยืนยันวันฉายครับ แต่คาดว่าคงฉายแน่ วัดจากความสำเร็จของ The Lion King คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

ดิสนี่ย์นำ Beauty and the Beast, Finding Nemo, Monsters, Inc., Little Mermaid กลับมาในแบบ 3D

หลังจากประสบความสำเร็จจาก The Lion King 3D วอลท์ ดิสนี่ย์ พิคเจอร์สมีแผนจะนำหนังอนิเมชั่นเก่าเรื่องอื่นที่น่าสนใจมาแปลงเป็นสามมิติ แล้วเอากลับมาฉายใหม่อีกครั้งถึง 4 เรื่องครับ ซึ่งจากการประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก็คือ Beauty and the Beast, Finding Nemo, Monsters, Inc., และ The Little Mermaid

อลัน เบอร์กแมน ประธานของวอลท์ ดิสนี่ย์ สตูดิโอ พูดถึงแผนการในการนำหนังกลับมาฉายใหม่ว่า “เรื่องราวที่ยอดและตัวละครที่เยี่ยมนั้นเป็นอมตะ และดิสนี่ย์โชคดีที่คลังอันล้ำค่าของทั้งคู่”

ในแถลงการบอกมาด้วยครับว่า หนังฉบับ 3 มิติ ของ Beauty and the Beast จะออกฉายในสหรัฐ 13 มกราคม 2012 ซึ่งหนังเคยออกฉายครั้งแรกปี 1991 ทำรายได้ทั่วโลกไป 380.4 ล้านเหรียญ หนังประสบจนมีการสร้างเป็นละครบรอดเวย์ตามมาเช่นเดียวกับ The Lion King ด้วย

และในปี 2012 เหมือนกัน ดิสนี่ย์จะส่ง Finding Nemo ของพิกซาร์ ออกมาฉายในระบบ 3 มิติ วันที่ 14 กันยายน ซึ่งตอนที่ออกฉายครั้งแรกในปี 2003 หนังทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 867.6 ล้านเหรียญ (และเป็นหนังอนิเมชั่นที่เปิดตัวสูงสุดในบ้านเราจนกระทั่งถูกลบสถิติโดย Kung Fu Panda 2 ในปีนี้)

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 542 other followers