เบน แอฟเฟล็ค เปิดเผยว่า เขา”อาจ”กำกับหนัง Batman ฉบับใหม่

batman v superman new image 04มีรายงานตั้งแต่กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าเบน แอฟเฟล็ค อาจมากำกับหนัง Batman ฉบับใหม่ให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส แต่ทั้งแอฟเฟล็คกับวอร์เนอร์ฯ ก็ปิดปากเงียบเรื่องนี้ ไม่ทั้งยืนยันหรือปฏิเสธ จนกระทั่งล่าสุดที่แอฟเฟล็คให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Total Film ฉบับล่าสุดว่าเขา”อาจจะ“กำกับครับ

ถ้าผมหาโอกาสได้ ผมก็จะกำกับ นั่นคงเป็นเหมือนความฝันเลยล่ะ แต่ปัญหาก็คือ เช่นเดียวกับหนังเรื่องไหนๆ เราต้องมั่นใจว่าถ้าเราจะกำกับมันแล้ว เราต้องทำมันออกมาดีได้ เราต้องมีแนวคิดที่ใช่ ทิศทางที่ใช่…พูดอย่างกว้างๆ ก็คือเป็นสิ่งที่ผมเปิดใจแน่ๆ เป็นแนวคิดที่น่าตื่นเต้นมาก

โดยสรุปก็คือ แอฟเฟล็คยังไม่ยืนยันว่าเขาจะกำกับครับ เพียงแต่บอกว่าสนใจจะกำกับ ขาดอยู่ก็แต่ว่าจะได้แนวความคิดที่ใช่ที่จะดึงให้เขามากำกับได้ไหม

แต่ก่อนที่แอฟเฟล็คจะกำกับ เขายังมี Live By Night หนังชีวิตที่เขามีแผนจะนำแสดงและกำกับเอง ซึ่งก็ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนที่จะไปเปิดกล้องหนัง Justice League: Part One และหนังบู๊ The Accountant ต่อจากนั้นอีก ทำให้คิวของเขายุ่งมากแบบที่ชาร์ลส์ โรเวน ผู้อำนวยการสร้างของ Batman v Superman เองก็ยอมรับว่าคิวงานเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการกำกับหนัง Batman ของแอฟเฟล็ค

เขากำลังจะเปิดกล้องแล้ว และเขายังมีภาระหน้าที่ที่จะต้องเล่นหนัง Justice League ด้วย ปฏิทินงานตอนนี้ยุ่งยากนิดหน่อย แน่นอนว่าบทหนังต้องคุ้มค่าพอให้เขาอยากกำกับด้วย และเมื่อเกิดขึ้นได้แล้วก็ยังต้องลงกับปฏิทินให้ได้อีก เราหวังว่าจะทำมันให้เกิดขึ้นได้ เราแค่อยู่ที่จุดเริ่มของปัญหา

Read more of this post

แซ็ค สไนเดอร์ บอกว่า Ant-Man ของมาร์เวล เป็นแค่ความนิยมชั่วคราว

zack antmanดูเหมือนว่าผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ จะเพิ่มเชื้อให้การทะเลาะกันของแฟนเดนตายระหว่างดีซีกับมาร์เวลให้ปะทุมากขึ้น จากการออกความเห็นล่าสุดเกี่ยวกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ และพาดพิงไปถึง Ant-Man ของมาร์เวลครับ

สไนเดอร์เพิ่งไปให้สัมภาษณ์ยาวแก่ The Daily Beast เกี่ยวกับหนัง Batman v Superman: Dawn of Justice และโดนถามถึงความเห็นของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก เมื่อเร็วๆ นี้ที่บอกว่า สักวันหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็คงตายจากไปเหมือนหนังคาวบอย ซึ่งสไนเดอร์ตอบแบบกึ่งเห็นด้วย แต่เห็นว่าหนังอย่าง Batman และ Superman หลุดกรอบจากคำว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว “ผมรู้สึกว่าเขาพูดถูก แต่ผมคิดว่า Batman และ Superman อยู่ในขั้นเหนือกว่าคำว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว เพราะพวกเขาคือ Batman และ Superman พวกเขาไม่ใช่ Ant-Man ที่เป็นความนิยมชั่วคราว ไม่ได้ตั้งใจจะใจร้าย แต่มันเป็นตัวอะไรกัน อะไรที่อยู่ถัดจาก Blank Man ใช่ไหม

สไนเดอร์ใช้คำว่า “flavor of the week” ในการเปรียบเทียบ Ant-Man ของมาร์เวลว่าเป็นของที่ได้รับความนิยมชั่วระยะเวลาหนึ่ง น่าจะเพื่อเปรียบเทียบกับ Batman และ Superman ที่มีความนิยมยาวนานกว่า และกลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมกระแสนิยม เป็นตัวละครที่โลกรู้จักมายาวนานกว่า และยังเทียบ Ant-Man ว่าอาจดีกว่า Blank Man หนังซูเปอร์ฮีโร่ปี 1994 อยู่หน่อย

Read more of this post

เบน แอฟเฟล็ค จะร่วมเขียนบทและกำกับหนังภาคเดี่ยว Batman หลังจาก Live By Night

benafflect batman full lookหลังจากมีข่าวลือ ตอนนี้มีรายงานที่ยิ่งน่าเชื่อถือได้แล้วครับว่าเบน แอฟเฟล็ค จะกำกับหนังภาคเดี่ยวของ Batman ให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส

รายงานจากเดดไลน์บอกว่าแอฟเฟล็คได้ร่วมเขียนบทกับ จีออฟ จอห์น หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ DC Comics และจะกำกับหนังภาคแยก Batman หลังจากกำกับหนังจากนิยายของเดนนิส เลอเฮน เรื่อง Live By Night ที่จะเปิดกล้องพฤศจิกายนนี้ ซึ่งแอฟเฟล็คกับจอห์นเข้าขากันดีมากในการร่วมกันเขียนบท ซึ่งคาดว่าบทหนังจะเสร็จก่อนสิ้นฤดูร้อนปีนี้ครับ

คาดว่าเรื่องราวในหนังมนุษย์ค้างคาวภาคเดี่ยวฉบับใหม่นี้จะสะท้อนถึงตัวละครหลังจากเหตุการณ์ใน Batman v Superman: Dawn of Justice และ Justice League ซึ่งเรื่องหลังจะออกฉายในสหรัฐ 17 พฤศจิกายน 2017 แปลได้ว่าหนัง Batman น่าจะออกฉายอย่างเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นปี 2018 ครับ แม้ว่าวอร์เนอร์ฯ จะยังไม่มีการกำหนดวันฉายอย่างเป็นทางการออกมา

สำหรับ Live By Night เป็นโครงการหนังที่เขาร่วมอำนวยการสร้างกับลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดัดแปลงจากนิยายเล่มแรกจากไตรภาค เป็นเรื่องราวขบถของชายหนุ่มในครอบครัวนายตำรวจ ที่ตัดสินใจไปเข้าแก๊งมาเฟีย และขยายอิทธิพลไปในหลายรัฐครับ

Read more of this post

ข่าวลือ: เบน แอฟเฟล็คจะกำกับหนัง Batman ภาคใหม่ จากบทของผู้ดัดแปลง Argo

batman v superman cap06หลังจาก Batman v Superman: Dawn of Justice และ Suicide Squad ที่ออกฉายปีหน้าแล้ว เบน แอฟเฟล็คจะกลับมารับบทเป็นแบทแมน หรือบรูซ เวย์น อีกครั้งในหนังมนุษย์ค้างคาวฉบับฉายเดี่ยวที่จะมาช่วยเติมเต็มจักรวาลภาพยนตร์ของดีซีครับ แล้วใครกันล่ะจะมาเป็นผู้กำกับ เว็บไซต์ข่าวหนัง Latino Review รายงานจะเป็นตัวของแอฟเฟล็คเองครับ

ในรายงานบอกด้วยว่านอกจากแอฟเฟล็คกำกับแล้ว เขาจะนำคริส เทอริโอ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Argo และผู้เขียนบท Batman v Superman: Dawn of Justice มาทำหน้าที่เขียนบทหนังมนุษย์ค้างคาวฉบับภาคเดี่ยวของตัวเองฉบับใหม่นี้ด้วย และหนังจะใช้ชื่อว่า The Batman เป็นชื่อทางการครับ

ข่าวนี้ยังถือว่าเป็น “ข่าวลือ” อยู่ แต่เว็บไซต์ข่าวหนังนี้ขึ้นชื่อว่ารายงานได้ใกล้เคียงความจริง โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซี หรือที่สร้างโดยวอร์เนอร์ บราเธอร์สครับ เมื่อรวมกับการที่ในระยะหลัง แอฟเฟล็คมีแนวโน้มที่จะนำแสดงในหนังที่เขากำกับเองมากกว่า ยิ่งทำให้ข่าวลือมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

วอร์เนอร์ฯ ได้วางกำหนดฉายหนังมนุษย์ค้างคาวฉบับใหม่นี้ไว้วันที่ 26 พฤศจิกายน 2018 ในเดือนเดียวกับ Captain Marvel หนังซูเปอร์ฮีโร่หญิงเรื่องแรกของมาร์เวล

เราคงจะรู้ว่าข่าวลือนี้จะจริงหรือไม่ในไม่ช้าจากงานคอมมิคคอนที่ซานดิอาโกเดือนหน้า ซึ่งวอร์เนอร์ฯ จะไปร่วมงานเพื่อนำเสนอหนัง

คิดยังไงกันบ้างครับ หากแอฟเฟล็คจะมากำกับ The Batman

Read more of this post

โฉมแรกชัดๆ ของเบน แอฟเฟล็ค ในบทมนุษย์ค้างคาว จาก Batman v Superman

full batman suit headerอย่างหนึ่งที่คนบ่นกันเกี่ยวกับตัวอย่างหนัง Batman v Superman: Dawn of Justice League ก็คือมันมืดเกินไปจนเห็นรายละเอียดขององค์ประกอบอื่นไม่ชัด รวมถึงชุดมนุษย์ค้างคาวที่เบน แอฟเฟล็ค สวมใส่ด้วย ใบปิดที่ออกมาก็มีตราของซูเปอร์แมนคาดที่หน้าอีก และครั้งนี้เราจะได้เห็นกันชัดๆ แล้วครับ

เว็บไซต์ CBM ได้ภาพหน้าตรงของเบน แอฟเฟล็ค ที่ใช้เป็นภาพทำใบปิด IMAX ของหนัง  Batman v Superman: Dawn of Justice Jeague มา ซึ่งตัดเอาพวกกราฟฟิกและตัวหนังสือต่างๆ ออกไป ให้เราเห็นหน้าตรงแบบชัดๆ ครับว่าดูแล้วดุดันแค่ไหน ขณะเดียวกัน JPosters ก็ได้ภาพครึ่งตัวแบบสว่างๆ ชัดๆ มา เผยรายละเอียดของชุดอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยพื้นของชุดที่มีสีเทาเข้ม กับผ้าคลุมสีดำ ที่น่าจะเป็นการอิงกับชุดสีเทาดำดั้งเดิมจากฉบับคอมมิคเลยครับ

Batman v Superman: Dawn of Justice มีชื่อไทยว่า “แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน: แสงอรุณแห่งยุติธรรม” สร้างจากบทของคริส เทอริโอ (Argo) ซึ่งพัฒนาบทจากเรื่องของสไนเดอร์ และ เดวิด เอส. โกเยอร์ หนังมีเฮนรี่ คาวิลล์, เบน แอฟเฟล็ค, แกล กาโดท์, เอมี่ อดัมส์, เจสซี ไอเซนเบิร์ก, เจเรมี ไอร์ออน, ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น และไดแอน เลน นำแสดง จะออกฉายในสหรัฐ 25 มีนาคม 2016 คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

ย้อนเส้นทาง 75 ปี ของ Batman

Batman75_logo_NEWในปีนี้ที่ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่อันโด่งดังทั่วโลกที่สุดอย่าง Batman หรือ “มนุษย์ค้างคาว” มีอายุครบ 75 ปี Z Pay TV กับ WarnerTV จะฉลองโอกาสสำคัญนี้ด้วยการจัดฉายหนังมนุษย์ค้างคาวมาราธอน ควบกับซีรี่ส์ Gotham ที่จะลงจอแก้วให้ชมกันในบ้านเรา เราอยากอุ่นเครื่องก่อนด้วยการพาไปย้อนดูจุดกำเนิดของตัวละครนี้กัน รวมถึงประวัติศาสตร์สำคัญของตัวละครตลอด 75 ปีครับ

Batman หรือ มนุษย์ค้างคาวถือกำเนิดครั้งแรกในหนังสือรวมการ์ตูนชุด “Detictive Comics” เล่มที่ 27 ในปี 1939 ซึ่งเป็นหนังสือรวมเรื่องแนวนักสืบและปราบอาชญากรรม บ็อบ เคน (Bob Kane) ผู้ให้กำเนิดตัวละครนี้ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครซูเปอร์ฮีโร่และนักปราบอาชญากรในยุคเดียวกันสามตัวก็คือ Doc Savage, Phantom และ The Shadow แต่ถึงจะได้รับแรงบันดาลใจมา มนุษย์ค้างคาวก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นก็คือเป็นตัวละครที่ดิบโหด ชอบใช้ความรุนแรงปราบเหล่าร้าย เป็นคนที่ก้ำกึ่งระหว่างคนดีกับคนบ้า (borderline) ไม่ใช่คนที่มีลักษณะเป็นสุภาพชนเหมือนฮีโร่อื่นๆ ที่สำคัญมนุษย์ค้างคาวไม่ใช่คนที่มีพลังพิเศษ เขาเป็นเพียงมหาเศรษฐีที่วัยเด็กสูญเสียพ่อแม่ไปจากการฆาตกรรม และเป็นปมทำให้อยากออกมากำจัดเหล่าร้าย เขาจึงศึกษาทั้งวิชาการสืบสวน ศิลปะป้องกันตัว และฝึกฝนกำลังกายเอามาใช้ในการปราบอธรรม

ส่วนชุดผ้าคลุมค้างคาวก็มีแรงบันดาลใจที่คลาสสิคเช่นกัน นั่นก็คือเคนนำมาจากภาพวาดของลีโอนาร์โด ดาวินชี ที่วาดภาพเครื่องจักรพลังงานมนุษย์ที่ใช้ในการบิน ขณะที่หน้ากากของมนุษย์ค้างคาวเริ่มแรกจะกลม หูชี้ออกด้านข้าง ปีกดูแข็ง มีเข็มขัดกลม และไม่มีถุงมือพิเศษ ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาขึ้นต่อมาให้หน้ากากแบบสี่เหลี่ยม หูแนบขึ้นไป และมีผ้าคลุมที่พริ้วไหวขึ้น

แล้วในปี 1940 Detective Comics เล่ม 38 ได้แนะนำตัวละครใหม่ที่จะเป็นตัวละครสำคัญคู่กับมนุษย์ค้างคาวในภายหลัง นั่นก็คือ ดิ๊ก เกรสัน หรือ “โรบิน ไอ้หนูมหัศจรรย์

เกรสันเป็นสมาชิกละครสัตว์ที่พ่อแม่ถูกบอส ซัคโคฆ่าตาย บรูซ เวย์นนำเกรสันมาดูแลและฝึกฝนการต่อสู้ให้เขาจนมากลายเป็นผู้ช่วยกัน ภายหลัง ทั้งคู่ได้ร่วมมือกันจับกุมซัคโค

การเพิ่มคู่หูให้กับมนุษย์ค้างคาวนี้ก็เพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนขึ้น และเป็นที่ถูกใจของผู้อ่านวัยรุ่น และยังเป็นการสร้างกระแสใหม่ให้ซูเปอร์ฮีโร่ด้วย ซึ่งภายหลัง ซูเปอร์ฮีโร่เกือบทุกคนก็จะมีผู้ช่วยที่เป็นวัยรุ่น

ในปีเดียวกันนี้ ยังเป็นการกำเนิดหนังสือการ์ตูน “Batman” เล่ม 1 ซึ่งตัวร้ายในเรื่องยังเป็นหัวขโมยสาวแสนสวยที่ชื่อว่าแคท ภายหลังกายเป็น Catwoman หรือ “นางแมวป่า”

ต่อมาในปี 1943 ใน Batman เล่ม 16 ก็เพิ่มตัวละครสำคัญอีกตัวในชีวิตของมนุษย์ค้างคาวก็คือ อัลเฟร็ด พันนีเวิร์ธ พ่อบ้านของตระกูลเวย์น

ปี 1949 มนุษย์ค้างได้กลายเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก และออกฉายสองภาคในปีเดียวกัน ภาคแรกชื่อ”The Batman” และภาคสองชื่อ “Batman and Robin

แล้วมนุษย์ค้างคาวก็เกิดวิกฤติใหญ่ในปี 1953 เมื่อนักจิตวิทยา เฟรเดอริก เวิร์ธแธม (Frederic Wertham) ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ “Seduction of the Innocent” โจมตีหนังสือการ์ตูนโดยใช้มนุษย์ค้างคาวกับโรบินเป็นหนึ่งในตัวอย่าง เขาบอกเป็นนัยๆ ว่ามนุษย์ค้างคาวกับโรบินมีความสัมพันธ์เชิงรักร่วมเพศ โดยอ้างอิงจากชุดของโรบินที่เป็นขาสั้น เผยเรียวขา นอกจากนี้ยังโจมตีความรุนแรงในหนังสือการ์ตูนว่าเป็นต้นเหตุความก้าวร้าวของเยาวชน

งานเขียนของเวิร์ธแธมประสบความสำเร็จ ทำให้ผู้ปกครองออกมาประท้วง จนทำให้เกิดหน่วยงานเซ็นเซอร์หรือ กบว. สำหรับหนังสือการ์ตูนขึ้นมา และเพื่อลดการตีความเชิงรักร่วมเพศระหว่างมนุษย์ค้างคาวและโรบิน จึงมีการใส่ตัวละครหญิงที่เป็นคู่รักของทั้งคู่เข้ามาในภายหลังนั่นก็คือ แบทวูแมน ในปี 1956 และ แบทเกิร์ล ในปี 1961 ขณะที่เนื้อเรื่องก็ลดความรุนแรงลง และมีเนื้อหาเบาขึ้น

ปี 1966 กำเนิดหนังทีวีชุด “Batman” โดยมีอดัม เวสต์รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว และ เบิร์ท วอร์ด รับบทเป็นโรบิน เป็นหนังชุดที่ทำออกมาเป็นหนังเบาสมอง ขณะที่มนุษย์ค้างคาวก็มีภาพลักษณ์เป็นคนสำอางค์ ซึ่งแฟนดั้งเดิมของมนุษย์ค้างคาวไม่ชอบ แต่เป็นที่ถูกใจของคนดูทั่วไป

ปี 1971 ยุคเงินของหนังสือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่เริ่มต้นตั้งแต่ยุค 50 เหล่าซูเปอร์ฮีโร่จากยุคทองต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ หลังจากเป็นซูเปอร์ฮีโร่สำอางค์มาเกือบสิบปี มนุษย์ค้างคาวย้อนกลับสู่ต้นกำเนิดดั้งเดิม เป็นนักปราบอาชญากรที่ดุดัน จุดสูงสุดของมนุษย์ค้างคาวในยุคเงินนี้อยู่ที่ “Batman” เล่ม 232 วาดโดยนีล อดัมส์ ซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนที่เน้นความสมจริง

ปี 1986 นักเขียนและนักวาดการ์ตูน แฟรงก์ มิลเลอร์ (Sin City) ได้วางรากฐานใหม่ให้กับมนุษย์ค้างคาวที่เป็นตัวละครดิบโหด มีด้านมืด ในหนังสือการ์ตูนชุด “The Dark Knight Returns” และ “Batman: Year One” การดัดแปลงของมิลเลอร์ไม่เพียงปลุกชีพใหม่ให้มนุษย์ค้างคาว แต่ยังเป็นการปลุกชีพให้ธุรกิจหนังสือการ์ตูนกระแสหลักทั้งหมด หนังสือซูเปอร์ฮีโร่หลายเรื่องเจริญรอยตามมิลเลอร์

ปี 1989 ผู้กำกับทิม เบอร์ตัน นำ “Batman” มาสู่จอใหญ่ มีไมเคิล คีตัน รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว มีแจ็ค นิโคลสัน รับบทเป็นโจ๊กเกอร์ ตัวร้ายของเรื่อง เบอร์ตันใช้การวิเคราะห์ทางจิตเป็นแนวทางการนำเสนอมนุษย์ค้างคาวของเขา ให้เมืองกอทแธมที่ดูบิดเบี้ยว เหนือจริง สะท้อนสภาพจิตใจของตัวเอกและผู้ร้าย และหนังได้กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดแห่งปี

ปี 1992 Batman Returns ภาคต่อของมนุษย์ค้างคาวในฉบับ ทิม เบอร์ตัน มีไมเคิล คีตัน กลับมาเป็นมนุษย์ค้างคาวอีกครั้งแ ละเผชิญสองตัวร้าย นั่นก็คือแคทวูแมน (มิเชล ไฟเฟอร์) และ เพนกวิน (แดนนี เดอ วีโต) หนังไม่ประสบความสำเร็จเท่าภาคแรกในแง่รายได้เพราะมีความรุนแรงและเป็นหนังผู้ใหญ่กว่าภาคแรก

ปี 1995 โจเอล ชูมัคเกอร์ รับช่วงต่อจากทิม เบอร์ตัน กำกับ “Batman Forever” ซึ่งให้ภาพลักษณ์ที่พิศดาร เหนือจริงมากขึ้นแก่มนุษย์ค้างคาว โดยการเติมหัวนม และเป้าตุงๆ ให้แก่ชุด ในภาคนี้มนุษย์ค้างคาวได้คู่หู โรบิน (คริส โอโดเนล) มาร่วมผจญภัย มีสองตัวร้ายคือเจ้ามนุษย์ปริศนา (จิม แครี่) และ มนุษย์สองหน้า (ทอมมี่ ลี โจนส์)

ปี 1997 โจล ชูมัคเกอร์ กลับมากำกับมนุษย์ค้างคาวเป็นครั้งที่สองใน “Batman and Robin” มีจอร์จ คลูย์นี่ รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว คริส โอโดเนล กลับมารับบทโรบิน หนังยังเพิ่มคู่หูปราบอาชญากรคนใหม่นั่นก็คือแบทเกิร์ล รับบทโดยอลิเซีย ซิลเวอร์สโตน โดยมีสองตัวร้ายเป็นพอยซั่น ไอวี่ (อูม่า เธอร์แมน) และ มิสเตอร์ ฟรีซ (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) หนังไม่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งด้านเงินและกล่อง กลายเป็นหนังเจ๊งประจำปี ทำให้สิ้นสุดการสร้างภาคต่อไป

ปี 2001 กำเนิดหนังการ์ตูนทีวีชุด “Justice League” นำเสนอทีมซูเปอร์ฮีโร่ ในการต่อสู้กับเหล่าร้าย ประกอบด้วยซูเปอร์แมน มนุษย์ค้างคาว สาวน้อยมหัศจรรย์ กรีนแลนเทิร์น มนุษย์สายฟ้า ฮอว์คเกิร์ล และเดอะมาร์เทียน แมนฮันเตอร์

ปี 2005 “Batman Begins” ออกฉาย เป็นภาคใหม่ของมนุษย์ค้างคาวที่ถูกสร้างออกมาใกล้เคียงหนังสือการ์ตูนฉบับดั้งเดิมมากที่สุด คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นผู้กำกับ มีคริสเตียน เบล รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว

ปี 2008 The Dark Knight ภาคต่อของ Batman Begins ออกฉาย กลายเป็นหนังทำเงินทั่วโลกและในสหรัฐสูงที่สุดประจำปี ราวพันล้านเหรียญสหรัฐ ฮีธ เลดเจอร์ ซึ่งรับบทเป็นโจ๊กเกอร์เสียชีวิตก่อนหนังฉาย และเขาก็ได้รับรางวัลออสการ์จากบทนี้ในต้นปี 2009

ปี 2012 ปิดฉากไตรภาคอัศวินราตรีของคริสโตเฟอร์ โนแลน ด้วย The Dark Knight Rises หนังมีทอม ฮาร์ดี้รับบทเป็นเบน และแอน แฮทธาเวย์ รับบทเป็นแคทวูแมน

ปี 2014 ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ ขึ้นประกาศในงานคอมมิคคอนที่ซานดิเอโกว่าภาคต่อของ Man of Steel จะเป็นการปะทะกันระหว่างมนุษย์ค้างคาวกับซูเปอร์แมน และประกาศว่าเบน แอฟเฟล็ค คือมนุษย์ค้างคาวคนใหม่

ทั้งหมดนี้เป็นการสรุปที่สำคัญๆ ครับ ใครอยากอ่านแบบละเอียดยิบ ไปอ่านได้ที่กระทู้ “ฉลอง 75 ปี Batman ด้วยข้อมูลวิวัฒนาการ Batman ต้นฉบับก่อนถึงซีรีส์ Gotham” ในพันทิปเลยครับ

แก้ข่าว: “ผมคงไม่มีวันพูดว่าหนังของคนอื่นไม่ใช่หนังจริงๆ” โนแลนปฏิเสธตำหนิฉากท้ายเครดิต

nolan snyderแก้ข่าว

หลังจากบทความของ The Gurdian ตีพิมพ์ออกไป เรื่องคำสัมภาษณ์ของแซ็ค สไนเดอร์ ที่บอกว่าคริสโตเฟอร์ โนแลน บอกผู้บริหารของวอร์เนอร์ฯ ที่อยากให้ใส่ฉากท้ายเครดิตว่า “หนังจริงๆ จะไม่ทำแบบนั้น” และทำให้เกิดคำพูดไม่พอใจตามมาในเว็บข่าวที่อื่นไปทั่ว โนแลนได้ยื่นจดหมายแถลงถึง Buzzfeed ปฏิเสธคำกล่าวดังกล่าวครับ

ผมคงไม่มีวันพูดว่าหนังของคนอื่นไม่ใช่หนังจริงๆ การยกคำอ้างนั้นมาไม่ถูกต้อง” โนแลนบอก และบอกเป็นนัยว่าบทความให้ข้อมูลที่ผิด

The Guardian ยังไม่มีความเห็นอะไรต่อการแถลงของโนแลนเป็นการขัดแย้ง และยังไม่ได้ลบคำกล่าวดังกล่าวออกจากบทความ แต่มีการใส่เชิงอรรถเข้าไปเพิ่มเติมว่า “เพิ่มเติมหลังจากการตีพิมพ์: โนแลนโต้เถียงว่าไม่ได้พูดตามที่สไนเดอร์อ้างว่าเขากล่าว ตามคำพูดของโนแลนแล้ว เขาบอกสไนเดอร์ว่า “เราไม่ควรไล่ทำตามหนังเรื่องอื่น แต่ให้ซื่อตรงต่อโทนของ Man of Steel

****************************************************************

นี่อาจเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดดราม่าตามมา แต่เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และอยากรู้เหมือนกันว่าผู้อ่านจะคิดยังไงกันบ้าง จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแค่ไหน เพียงแต่ขอให้แสดงความเห็นกันอย่างสุภาพและใช้อารมณ์ให้น้อยลงหน่อยแล้วกันนะครับ

เรื่องของเรื่องก็มาจากบทความบทความ Christopher Nolan: The Man Who Rebooted the Blockbuster หรือ “คริสโตเฟอร์ โนแลน: ชายผู้ยกเครื่องใหม่ให้หนังฮิตระเบิด” ของ The Guardian ที่เป็นบทความเชิงประวัติผลงานของโนแลนครับ มีการสัมภาษณ์ผู้ที่เคยร่วมงานกับโนแลนเพื่อให้เล่าถึงวิธีการทำงานของเขาในผลงานที่ผ่านมา

ในย่อหน้าหนึ่งของบทความ (เข้าใจว่าเป็นการบอกเล่าจากผู้บริหารของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส สักคน) ที่เล่าถึงช่วงการทำงานในฐานะผู้อำนวยการสร้างหนัง Man of Steel ซึ่งอนุมัติให้แซ็ค สไนเดอร์ มารับหน้าที่กำกับ

เขา(โนแลน)สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสนใจในการตอบรับของค่ายหนังต่อ Batman Begins ที่เขาตั้งใจให้ขนาดของหนังออกมาดูใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยสถานที่ถ่ายทำที่ไกลสุดกู่ถึงหิมาลัยและฉากไคลแม็กซ์ที่เกี่ยวข้องกับการระเบิดก็อทแธม แม้ว่าจะใหญ่ขนาดนี้ เขาก็ยังได้ยินคำพูดว่า “มันใหญ่พอไหม” เขาก็ได้ตระหนักว่าขนาดในภาพยนตร์เป็นมายา ดังนั้นในภาคต่อ The Dark Knight เขาจึงย่อขนาดของภาพยนตร์ลงจากภาคแรก ให้หนังมีฉากทั้งหมดเกิดขึ้นในก็อทแธมอย่างเดียว ซึ่งเขาเปิดฉากเรื่องด้วยการเล่าเรื่องและการกำกับภาพที่มีต้นแบบจาก Heat ของไมเคิล มานน์ ซึ่งมีฉากอยู่ในลอสแอนเจลีส แต่ถ่ายออกมาให้ดูเหมือนเต็มไปด้วยภูเขามากแบบตะวันตกแดนเถื่อน หนังของโนแลนเรื่องนี้ทำรายได้เกินพันล้านเหรียญ “หนัง Batman การใช้ทิศทางแบบนั้น ใช้โทนแบบนั้น ออกมาแบบไม่ให้ตั้งตัว” ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ บอก ซึ่งพบโนแลนครั้งแรกบนเครื่องบินตอนที่มุ่งไปงานประชุมทางภาพยนตร์ในลาสเวกัส และได้มีโอกาสสร้าง ภาพยนตร์ที่มีโทนที่คล้ายกันในการยกเครื่องใหม่ให้ Superman นั่นก็คือ Man of Steel ซึ่งเขาได้ศึกษาตามที่โนแลนขอก็คือ ฟุตเตจทดลองจากทะเลทรายขาวในรัฐนิวเม็กซิโก (ฐานทดลองจรวด) เพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกของวัตถุที่กระทำในความเร็วสูง เมื่อสตูดิโอขอให้สไนเดอร์ใส่ฉากท้ายเครดิตที่เป็นอารมณ์ขันในตอนจบเข้าไป ในรูปแบบของมาร์เวล โนแลนตอบกลับว่า “ภาพยนตร์จริงๆ จะไม่ทำแบบนั้น

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 760 other followers