เบน แอฟเฟล็ค จะร่วมเขียนบทและกำกับหนังภาคเดี่ยว Batman หลังจาก Live By Night

benafflect batman full lookหลังจากมีข่าวลือ ตอนนี้มีรายงานที่ยิ่งน่าเชื่อถือได้แล้วครับว่าเบน แอฟเฟล็ค จะกำกับหนังภาคเดี่ยวของ Batman ให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส

รายงานจากเดดไลน์บอกว่าแอฟเฟล็คได้ร่วมเขียนบทกับ จีออฟ จอห์น หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ DC Comics และจะกำกับหนังภาคแยก Batman หลังจากกำกับหนังจากนิยายของเดนนิส เลอเฮน เรื่อง Live By Night ที่จะเปิดกล้องพฤศจิกายนนี้ ซึ่งแอฟเฟล็คกับจอห์นเข้าขากันดีมากในการร่วมกันเขียนบท ซึ่งคาดว่าบทหนังจะเสร็จก่อนสิ้นฤดูร้อนปีนี้ครับ

คาดว่าเรื่องราวในหนังมนุษย์ค้างคาวภาคเดี่ยวฉบับใหม่นี้จะสะท้อนถึงตัวละครหลังจากเหตุการณ์ใน Batman v Superman: Dawn of Justice และ Justice League ซึ่งเรื่องหลังจะออกฉายในสหรัฐ 17 พฤศจิกายน 2017 แปลได้ว่าหนัง Batman น่าจะออกฉายอย่างเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นปี 2018 ครับ แม้ว่าวอร์เนอร์ฯ จะยังไม่มีการกำหนดวันฉายอย่างเป็นทางการออกมา

สำหรับ Live By Night เป็นโครงการหนังที่เขาร่วมอำนวยการสร้างกับลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดัดแปลงจากนิยายเล่มแรกจากไตรภาค เป็นเรื่องราวขบถของชายหนุ่มในครอบครัวนายตำรวจ ที่ตัดสินใจไปเข้าแก๊งมาเฟีย และขยายอิทธิพลไปในหลายรัฐครับ

Read more of this post

ข่าวลือ: เบน แอฟเฟล็คจะกำกับหนัง Batman ภาคใหม่ จากบทของผู้ดัดแปลง Argo

batman v superman cap06หลังจาก Batman v Superman: Dawn of Justice และ Suicide Squad ที่ออกฉายปีหน้าแล้ว เบน แอฟเฟล็คจะกลับมารับบทเป็นแบทแมน หรือบรูซ เวย์น อีกครั้งในหนังมนุษย์ค้างคาวฉบับฉายเดี่ยวที่จะมาช่วยเติมเต็มจักรวาลภาพยนตร์ของดีซีครับ แล้วใครกันล่ะจะมาเป็นผู้กำกับ เว็บไซต์ข่าวหนัง Latino Review รายงานจะเป็นตัวของแอฟเฟล็คเองครับ

ในรายงานบอกด้วยว่านอกจากแอฟเฟล็คกำกับแล้ว เขาจะนำคริส เทอริโอ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Argo และผู้เขียนบท Batman v Superman: Dawn of Justice มาทำหน้าที่เขียนบทหนังมนุษย์ค้างคาวฉบับภาคเดี่ยวของตัวเองฉบับใหม่นี้ด้วย และหนังจะใช้ชื่อว่า The Batman เป็นชื่อทางการครับ

ข่าวนี้ยังถือว่าเป็น “ข่าวลือ” อยู่ แต่เว็บไซต์ข่าวหนังนี้ขึ้นชื่อว่ารายงานได้ใกล้เคียงความจริง โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซี หรือที่สร้างโดยวอร์เนอร์ บราเธอร์สครับ เมื่อรวมกับการที่ในระยะหลัง แอฟเฟล็คมีแนวโน้มที่จะนำแสดงในหนังที่เขากำกับเองมากกว่า ยิ่งทำให้ข่าวลือมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

วอร์เนอร์ฯ ได้วางกำหนดฉายหนังมนุษย์ค้างคาวฉบับใหม่นี้ไว้วันที่ 26 พฤศจิกายน 2018 ในเดือนเดียวกับ Captain Marvel หนังซูเปอร์ฮีโร่หญิงเรื่องแรกของมาร์เวล

เราคงจะรู้ว่าข่าวลือนี้จะจริงหรือไม่ในไม่ช้าจากงานคอมมิคคอนที่ซานดิอาโกเดือนหน้า ซึ่งวอร์เนอร์ฯ จะไปร่วมงานเพื่อนำเสนอหนัง

คิดยังไงกันบ้างครับ หากแอฟเฟล็คจะมากำกับ The Batman

Read more of this post

โฉมแรกชัดๆ ของเบน แอฟเฟล็ค ในบทมนุษย์ค้างคาว จาก Batman v Superman

full batman suit headerอย่างหนึ่งที่คนบ่นกันเกี่ยวกับตัวอย่างหนัง Batman v Superman: Dawn of Justice League ก็คือมันมืดเกินไปจนเห็นรายละเอียดขององค์ประกอบอื่นไม่ชัด รวมถึงชุดมนุษย์ค้างคาวที่เบน แอฟเฟล็ค สวมใส่ด้วย ใบปิดที่ออกมาก็มีตราของซูเปอร์แมนคาดที่หน้าอีก และครั้งนี้เราจะได้เห็นกันชัดๆ แล้วครับ

เว็บไซต์ CBM ได้ภาพหน้าตรงของเบน แอฟเฟล็ค ที่ใช้เป็นภาพทำใบปิด IMAX ของหนัง  Batman v Superman: Dawn of Justice Jeague มา ซึ่งตัดเอาพวกกราฟฟิกและตัวหนังสือต่างๆ ออกไป ให้เราเห็นหน้าตรงแบบชัดๆ ครับว่าดูแล้วดุดันแค่ไหน ขณะเดียวกัน JPosters ก็ได้ภาพครึ่งตัวแบบสว่างๆ ชัดๆ มา เผยรายละเอียดของชุดอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยพื้นของชุดที่มีสีเทาเข้ม กับผ้าคลุมสีดำ ที่น่าจะเป็นการอิงกับชุดสีเทาดำดั้งเดิมจากฉบับคอมมิคเลยครับ

Batman v Superman: Dawn of Justice มีชื่อไทยว่า “แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน: แสงอรุณแห่งยุติธรรม” สร้างจากบทของคริส เทอริโอ (Argo) ซึ่งพัฒนาบทจากเรื่องของสไนเดอร์ และ เดวิด เอส. โกเยอร์ หนังมีเฮนรี่ คาวิลล์, เบน แอฟเฟล็ค, แกล กาโดท์, เอมี่ อดัมส์, เจสซี ไอเซนเบิร์ก, เจเรมี ไอร์ออน, ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น และไดแอน เลน นำแสดง จะออกฉายในสหรัฐ 25 มีนาคม 2016 คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

ย้อนเส้นทาง 75 ปี ของ Batman

Batman75_logo_NEWในปีนี้ที่ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่อันโด่งดังทั่วโลกที่สุดอย่าง Batman หรือ “มนุษย์ค้างคาว” มีอายุครบ 75 ปี Z Pay TV กับ WarnerTV จะฉลองโอกาสสำคัญนี้ด้วยการจัดฉายหนังมนุษย์ค้างคาวมาราธอน ควบกับซีรี่ส์ Gotham ที่จะลงจอแก้วให้ชมกันในบ้านเรา เราอยากอุ่นเครื่องก่อนด้วยการพาไปย้อนดูจุดกำเนิดของตัวละครนี้กัน รวมถึงประวัติศาสตร์สำคัญของตัวละครตลอด 75 ปีครับ

Batman หรือ มนุษย์ค้างคาวถือกำเนิดครั้งแรกในหนังสือรวมการ์ตูนชุด “Detictive Comics” เล่มที่ 27 ในปี 1939 ซึ่งเป็นหนังสือรวมเรื่องแนวนักสืบและปราบอาชญากรรม บ็อบ เคน (Bob Kane) ผู้ให้กำเนิดตัวละครนี้ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครซูเปอร์ฮีโร่และนักปราบอาชญากรในยุคเดียวกันสามตัวก็คือ Doc Savage, Phantom และ The Shadow แต่ถึงจะได้รับแรงบันดาลใจมา มนุษย์ค้างคาวก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นก็คือเป็นตัวละครที่ดิบโหด ชอบใช้ความรุนแรงปราบเหล่าร้าย เป็นคนที่ก้ำกึ่งระหว่างคนดีกับคนบ้า (borderline) ไม่ใช่คนที่มีลักษณะเป็นสุภาพชนเหมือนฮีโร่อื่นๆ ที่สำคัญมนุษย์ค้างคาวไม่ใช่คนที่มีพลังพิเศษ เขาเป็นเพียงมหาเศรษฐีที่วัยเด็กสูญเสียพ่อแม่ไปจากการฆาตกรรม และเป็นปมทำให้อยากออกมากำจัดเหล่าร้าย เขาจึงศึกษาทั้งวิชาการสืบสวน ศิลปะป้องกันตัว และฝึกฝนกำลังกายเอามาใช้ในการปราบอธรรม

ส่วนชุดผ้าคลุมค้างคาวก็มีแรงบันดาลใจที่คลาสสิคเช่นกัน นั่นก็คือเคนนำมาจากภาพวาดของลีโอนาร์โด ดาวินชี ที่วาดภาพเครื่องจักรพลังงานมนุษย์ที่ใช้ในการบิน ขณะที่หน้ากากของมนุษย์ค้างคาวเริ่มแรกจะกลม หูชี้ออกด้านข้าง ปีกดูแข็ง มีเข็มขัดกลม และไม่มีถุงมือพิเศษ ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาขึ้นต่อมาให้หน้ากากแบบสี่เหลี่ยม หูแนบขึ้นไป และมีผ้าคลุมที่พริ้วไหวขึ้น

แล้วในปี 1940 Detective Comics เล่ม 38 ได้แนะนำตัวละครใหม่ที่จะเป็นตัวละครสำคัญคู่กับมนุษย์ค้างคาวในภายหลัง นั่นก็คือ ดิ๊ก เกรสัน หรือ “โรบิน ไอ้หนูมหัศจรรย์

เกรสันเป็นสมาชิกละครสัตว์ที่พ่อแม่ถูกบอส ซัคโคฆ่าตาย บรูซ เวย์นนำเกรสันมาดูแลและฝึกฝนการต่อสู้ให้เขาจนมากลายเป็นผู้ช่วยกัน ภายหลัง ทั้งคู่ได้ร่วมมือกันจับกุมซัคโค

การเพิ่มคู่หูให้กับมนุษย์ค้างคาวนี้ก็เพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนขึ้น และเป็นที่ถูกใจของผู้อ่านวัยรุ่น และยังเป็นการสร้างกระแสใหม่ให้ซูเปอร์ฮีโร่ด้วย ซึ่งภายหลัง ซูเปอร์ฮีโร่เกือบทุกคนก็จะมีผู้ช่วยที่เป็นวัยรุ่น

ในปีเดียวกันนี้ ยังเป็นการกำเนิดหนังสือการ์ตูน “Batman” เล่ม 1 ซึ่งตัวร้ายในเรื่องยังเป็นหัวขโมยสาวแสนสวยที่ชื่อว่าแคท ภายหลังกายเป็น Catwoman หรือ “นางแมวป่า”

ต่อมาในปี 1943 ใน Batman เล่ม 16 ก็เพิ่มตัวละครสำคัญอีกตัวในชีวิตของมนุษย์ค้างคาวก็คือ อัลเฟร็ด พันนีเวิร์ธ พ่อบ้านของตระกูลเวย์น

ปี 1949 มนุษย์ค้างได้กลายเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก และออกฉายสองภาคในปีเดียวกัน ภาคแรกชื่อ”The Batman” และภาคสองชื่อ “Batman and Robin

แล้วมนุษย์ค้างคาวก็เกิดวิกฤติใหญ่ในปี 1953 เมื่อนักจิตวิทยา เฟรเดอริก เวิร์ธแธม (Frederic Wertham) ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ “Seduction of the Innocent” โจมตีหนังสือการ์ตูนโดยใช้มนุษย์ค้างคาวกับโรบินเป็นหนึ่งในตัวอย่าง เขาบอกเป็นนัยๆ ว่ามนุษย์ค้างคาวกับโรบินมีความสัมพันธ์เชิงรักร่วมเพศ โดยอ้างอิงจากชุดของโรบินที่เป็นขาสั้น เผยเรียวขา นอกจากนี้ยังโจมตีความรุนแรงในหนังสือการ์ตูนว่าเป็นต้นเหตุความก้าวร้าวของเยาวชน

งานเขียนของเวิร์ธแธมประสบความสำเร็จ ทำให้ผู้ปกครองออกมาประท้วง จนทำให้เกิดหน่วยงานเซ็นเซอร์หรือ กบว. สำหรับหนังสือการ์ตูนขึ้นมา และเพื่อลดการตีความเชิงรักร่วมเพศระหว่างมนุษย์ค้างคาวและโรบิน จึงมีการใส่ตัวละครหญิงที่เป็นคู่รักของทั้งคู่เข้ามาในภายหลังนั่นก็คือ แบทวูแมน ในปี 1956 และ แบทเกิร์ล ในปี 1961 ขณะที่เนื้อเรื่องก็ลดความรุนแรงลง และมีเนื้อหาเบาขึ้น

ปี 1966 กำเนิดหนังทีวีชุด “Batman” โดยมีอดัม เวสต์รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว และ เบิร์ท วอร์ด รับบทเป็นโรบิน เป็นหนังชุดที่ทำออกมาเป็นหนังเบาสมอง ขณะที่มนุษย์ค้างคาวก็มีภาพลักษณ์เป็นคนสำอางค์ ซึ่งแฟนดั้งเดิมของมนุษย์ค้างคาวไม่ชอบ แต่เป็นที่ถูกใจของคนดูทั่วไป

ปี 1971 ยุคเงินของหนังสือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่เริ่มต้นตั้งแต่ยุค 50 เหล่าซูเปอร์ฮีโร่จากยุคทองต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ หลังจากเป็นซูเปอร์ฮีโร่สำอางค์มาเกือบสิบปี มนุษย์ค้างคาวย้อนกลับสู่ต้นกำเนิดดั้งเดิม เป็นนักปราบอาชญากรที่ดุดัน จุดสูงสุดของมนุษย์ค้างคาวในยุคเงินนี้อยู่ที่ “Batman” เล่ม 232 วาดโดยนีล อดัมส์ ซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนที่เน้นความสมจริง

ปี 1986 นักเขียนและนักวาดการ์ตูน แฟรงก์ มิลเลอร์ (Sin City) ได้วางรากฐานใหม่ให้กับมนุษย์ค้างคาวที่เป็นตัวละครดิบโหด มีด้านมืด ในหนังสือการ์ตูนชุด “The Dark Knight Returns” และ “Batman: Year One” การดัดแปลงของมิลเลอร์ไม่เพียงปลุกชีพใหม่ให้มนุษย์ค้างคาว แต่ยังเป็นการปลุกชีพให้ธุรกิจหนังสือการ์ตูนกระแสหลักทั้งหมด หนังสือซูเปอร์ฮีโร่หลายเรื่องเจริญรอยตามมิลเลอร์

ปี 1989 ผู้กำกับทิม เบอร์ตัน นำ “Batman” มาสู่จอใหญ่ มีไมเคิล คีตัน รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว มีแจ็ค นิโคลสัน รับบทเป็นโจ๊กเกอร์ ตัวร้ายของเรื่อง เบอร์ตันใช้การวิเคราะห์ทางจิตเป็นแนวทางการนำเสนอมนุษย์ค้างคาวของเขา ให้เมืองกอทแธมที่ดูบิดเบี้ยว เหนือจริง สะท้อนสภาพจิตใจของตัวเอกและผู้ร้าย และหนังได้กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดแห่งปี

ปี 1992 Batman Returns ภาคต่อของมนุษย์ค้างคาวในฉบับ ทิม เบอร์ตัน มีไมเคิล คีตัน กลับมาเป็นมนุษย์ค้างคาวอีกครั้งแ ละเผชิญสองตัวร้าย นั่นก็คือแคทวูแมน (มิเชล ไฟเฟอร์) และ เพนกวิน (แดนนี เดอ วีโต) หนังไม่ประสบความสำเร็จเท่าภาคแรกในแง่รายได้เพราะมีความรุนแรงและเป็นหนังผู้ใหญ่กว่าภาคแรก

ปี 1995 โจเอล ชูมัคเกอร์ รับช่วงต่อจากทิม เบอร์ตัน กำกับ “Batman Forever” ซึ่งให้ภาพลักษณ์ที่พิศดาร เหนือจริงมากขึ้นแก่มนุษย์ค้างคาว โดยการเติมหัวนม และเป้าตุงๆ ให้แก่ชุด ในภาคนี้มนุษย์ค้างคาวได้คู่หู โรบิน (คริส โอโดเนล) มาร่วมผจญภัย มีสองตัวร้ายคือเจ้ามนุษย์ปริศนา (จิม แครี่) และ มนุษย์สองหน้า (ทอมมี่ ลี โจนส์)

ปี 1997 โจล ชูมัคเกอร์ กลับมากำกับมนุษย์ค้างคาวเป็นครั้งที่สองใน “Batman and Robin” มีจอร์จ คลูย์นี่ รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว คริส โอโดเนล กลับมารับบทโรบิน หนังยังเพิ่มคู่หูปราบอาชญากรคนใหม่นั่นก็คือแบทเกิร์ล รับบทโดยอลิเซีย ซิลเวอร์สโตน โดยมีสองตัวร้ายเป็นพอยซั่น ไอวี่ (อูม่า เธอร์แมน) และ มิสเตอร์ ฟรีซ (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) หนังไม่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งด้านเงินและกล่อง กลายเป็นหนังเจ๊งประจำปี ทำให้สิ้นสุดการสร้างภาคต่อไป

ปี 2001 กำเนิดหนังการ์ตูนทีวีชุด “Justice League” นำเสนอทีมซูเปอร์ฮีโร่ ในการต่อสู้กับเหล่าร้าย ประกอบด้วยซูเปอร์แมน มนุษย์ค้างคาว สาวน้อยมหัศจรรย์ กรีนแลนเทิร์น มนุษย์สายฟ้า ฮอว์คเกิร์ล และเดอะมาร์เทียน แมนฮันเตอร์

ปี 2005 “Batman Begins” ออกฉาย เป็นภาคใหม่ของมนุษย์ค้างคาวที่ถูกสร้างออกมาใกล้เคียงหนังสือการ์ตูนฉบับดั้งเดิมมากที่สุด คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นผู้กำกับ มีคริสเตียน เบล รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว

ปี 2008 The Dark Knight ภาคต่อของ Batman Begins ออกฉาย กลายเป็นหนังทำเงินทั่วโลกและในสหรัฐสูงที่สุดประจำปี ราวพันล้านเหรียญสหรัฐ ฮีธ เลดเจอร์ ซึ่งรับบทเป็นโจ๊กเกอร์เสียชีวิตก่อนหนังฉาย และเขาก็ได้รับรางวัลออสการ์จากบทนี้ในต้นปี 2009

ปี 2012 ปิดฉากไตรภาคอัศวินราตรีของคริสโตเฟอร์ โนแลน ด้วย The Dark Knight Rises หนังมีทอม ฮาร์ดี้รับบทเป็นเบน และแอน แฮทธาเวย์ รับบทเป็นแคทวูแมน

ปี 2014 ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ ขึ้นประกาศในงานคอมมิคคอนที่ซานดิเอโกว่าภาคต่อของ Man of Steel จะเป็นการปะทะกันระหว่างมนุษย์ค้างคาวกับซูเปอร์แมน และประกาศว่าเบน แอฟเฟล็ค คือมนุษย์ค้างคาวคนใหม่

ทั้งหมดนี้เป็นการสรุปที่สำคัญๆ ครับ ใครอยากอ่านแบบละเอียดยิบ ไปอ่านได้ที่กระทู้ “ฉลอง 75 ปี Batman ด้วยข้อมูลวิวัฒนาการ Batman ต้นฉบับก่อนถึงซีรีส์ Gotham” ในพันทิปเลยครับ

แก้ข่าว: “ผมคงไม่มีวันพูดว่าหนังของคนอื่นไม่ใช่หนังจริงๆ” โนแลนปฏิเสธตำหนิฉากท้ายเครดิต

nolan snyderแก้ข่าว

หลังจากบทความของ The Gurdian ตีพิมพ์ออกไป เรื่องคำสัมภาษณ์ของแซ็ค สไนเดอร์ ที่บอกว่าคริสโตเฟอร์ โนแลน บอกผู้บริหารของวอร์เนอร์ฯ ที่อยากให้ใส่ฉากท้ายเครดิตว่า “หนังจริงๆ จะไม่ทำแบบนั้น” และทำให้เกิดคำพูดไม่พอใจตามมาในเว็บข่าวที่อื่นไปทั่ว โนแลนได้ยื่นจดหมายแถลงถึง Buzzfeed ปฏิเสธคำกล่าวดังกล่าวครับ

ผมคงไม่มีวันพูดว่าหนังของคนอื่นไม่ใช่หนังจริงๆ การยกคำอ้างนั้นมาไม่ถูกต้อง” โนแลนบอก และบอกเป็นนัยว่าบทความให้ข้อมูลที่ผิด

The Guardian ยังไม่มีความเห็นอะไรต่อการแถลงของโนแลนเป็นการขัดแย้ง และยังไม่ได้ลบคำกล่าวดังกล่าวออกจากบทความ แต่มีการใส่เชิงอรรถเข้าไปเพิ่มเติมว่า “เพิ่มเติมหลังจากการตีพิมพ์: โนแลนโต้เถียงว่าไม่ได้พูดตามที่สไนเดอร์อ้างว่าเขากล่าว ตามคำพูดของโนแลนแล้ว เขาบอกสไนเดอร์ว่า “เราไม่ควรไล่ทำตามหนังเรื่องอื่น แต่ให้ซื่อตรงต่อโทนของ Man of Steel

****************************************************************

นี่อาจเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดดราม่าตามมา แต่เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และอยากรู้เหมือนกันว่าผู้อ่านจะคิดยังไงกันบ้าง จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแค่ไหน เพียงแต่ขอให้แสดงความเห็นกันอย่างสุภาพและใช้อารมณ์ให้น้อยลงหน่อยแล้วกันนะครับ

เรื่องของเรื่องก็มาจากบทความบทความ Christopher Nolan: The Man Who Rebooted the Blockbuster หรือ “คริสโตเฟอร์ โนแลน: ชายผู้ยกเครื่องใหม่ให้หนังฮิตระเบิด” ของ The Guardian ที่เป็นบทความเชิงประวัติผลงานของโนแลนครับ มีการสัมภาษณ์ผู้ที่เคยร่วมงานกับโนแลนเพื่อให้เล่าถึงวิธีการทำงานของเขาในผลงานที่ผ่านมา

ในย่อหน้าหนึ่งของบทความ (เข้าใจว่าเป็นการบอกเล่าจากผู้บริหารของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส สักคน) ที่เล่าถึงช่วงการทำงานในฐานะผู้อำนวยการสร้างหนัง Man of Steel ซึ่งอนุมัติให้แซ็ค สไนเดอร์ มารับหน้าที่กำกับ

เขา(โนแลน)สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสนใจในการตอบรับของค่ายหนังต่อ Batman Begins ที่เขาตั้งใจให้ขนาดของหนังออกมาดูใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยสถานที่ถ่ายทำที่ไกลสุดกู่ถึงหิมาลัยและฉากไคลแม็กซ์ที่เกี่ยวข้องกับการระเบิดก็อทแธม แม้ว่าจะใหญ่ขนาดนี้ เขาก็ยังได้ยินคำพูดว่า “มันใหญ่พอไหม” เขาก็ได้ตระหนักว่าขนาดในภาพยนตร์เป็นมายา ดังนั้นในภาคต่อ The Dark Knight เขาจึงย่อขนาดของภาพยนตร์ลงจากภาคแรก ให้หนังมีฉากทั้งหมดเกิดขึ้นในก็อทแธมอย่างเดียว ซึ่งเขาเปิดฉากเรื่องด้วยการเล่าเรื่องและการกำกับภาพที่มีต้นแบบจาก Heat ของไมเคิล มานน์ ซึ่งมีฉากอยู่ในลอสแอนเจลีส แต่ถ่ายออกมาให้ดูเหมือนเต็มไปด้วยภูเขามากแบบตะวันตกแดนเถื่อน หนังของโนแลนเรื่องนี้ทำรายได้เกินพันล้านเหรียญ “หนัง Batman การใช้ทิศทางแบบนั้น ใช้โทนแบบนั้น ออกมาแบบไม่ให้ตั้งตัว” ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ บอก ซึ่งพบโนแลนครั้งแรกบนเครื่องบินตอนที่มุ่งไปงานประชุมทางภาพยนตร์ในลาสเวกัส และได้มีโอกาสสร้าง ภาพยนตร์ที่มีโทนที่คล้ายกันในการยกเครื่องใหม่ให้ Superman นั่นก็คือ Man of Steel ซึ่งเขาได้ศึกษาตามที่โนแลนขอก็คือ ฟุตเตจทดลองจากทะเลทรายขาวในรัฐนิวเม็กซิโก (ฐานทดลองจรวด) เพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกของวัตถุที่กระทำในความเร็วสูง เมื่อสตูดิโอขอให้สไนเดอร์ใส่ฉากท้ายเครดิตที่เป็นอารมณ์ขันในตอนจบเข้าไป ในรูปแบบของมาร์เวล โนแลนตอบกลับว่า “ภาพยนตร์จริงๆ จะไม่ทำแบบนั้น

Read more of this post

แซ็ค สไนเดอร์ กำกับหนัง Justice League สองภาค ฉาย 2017 และ 2019

zack snyder justice leagueสัปดาก่อนที่เควิน สึจิฮาระ ประธานและประธานกรรมการผู้บริหารของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ประกาศว่าเอซรา มิลเลอร์ จะมาสวมบทเป็น The Flash ในหนังซูเปอร์ฮีโร่ของดีซีคอมมิค สึจิฮาระยังได้ประกาศโครงการหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ตามมาด้วยครับ ที่จะออกฉายยาวไปจนถึงปี 2020

หนังที่น่าจะเป็นโครงการใหญ่สุดคงไม่พ้น Justice League หนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของเครือดีซีซึ่งในการแถลงครั้งนั้น ประกาศออกมาเป็นชื่อหนังเรียบร้อยว่า Justice League: Part One และ Justice League Part Two และยืนยันว่าผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ จะมากำกับต่อเนื่องกันเลยทั้ง 2 ภาค โดยภาคแรกมีกำหนดฉายปี 2017 ตามด้วยภาคสองออกฉายปี 2019

ในแง่นักแสดง สึจิฮาระประกาศแค่ภาคแรกก่อนว่าจะมีเบน แอฟเฟล็ค, เฮนรี่ คาวิลล์ และ เอมี่ อดัมส์ ที่จะกลับมารับบทเดิม ส่วนภาคสองยังไม่ได้ให้ข้อมูลในตอนนี้

สึจิฮาระยืนยันด้วยว่าเจสัน โมมัว จะมารับบทเป็นจ้าวสมุทร Aquaman ตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ ทำให้ได้รับคำชมจากนักข่าวฮอลลีวู้ดในแง่ความหลากหลายของการคัดเลือกนักแสดงของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ในการให้มารับบทซูเปอร์ฮีโร่ เพราะทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ชายผิวสี และเพศคลุมเครืออีกหนึ่ง

ในวันฉายที่ประกาศออกมา ไม่ว่า Sandman ที่โจเซฟ กอร์ดอน เลวิทท์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง และ Dark Justice League ที่กีเยร์โม เดล ทอโร วางแผนสร้างอยู่ แต่มี Green Lantern ฉบับใหม่ที่วางกำหนดฉายไว้ในปี 2020 (ที่ลูกของไรอัน เรย์โนลด์ กับ เบลค ไลฟ์ลี่ จะมีอายุ 5 ขวบ พอดี) และหนังภาคเดี่ยวของ Shazam, Wonder Woman, Cyborg และ Aquaman

สึจิฮาระยังประกาศด้วยว่าจะมีหนังภาคเดี่ยวของ Batman กับ Superman ภาคใหม่ แต่ทั้งสองเรื่องไม่อยู่ในกำหนดฉายหนังที่ประกาศออกมา

ดูกำหนดฉายหนังซูเปอร์ฮีโร่ของดีซีที่วางไว้จนถึงปี 2020 ด้านในครับ

Read more of this post

วอร์เนอร์ฯ เล็ง เดวิด เอเยอร์ กำกับหนังรวมเหล่าตัวร้ายซูเปอร์ฮีโร่ Suicide Squad

suicide squad filmวอร์เนอร์ บราเธอร์ส และ ดีซี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ไม่เพียงมีแผนหนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่แค่ Justice League และซูเปอร์ฮีโร่โลกเวทมนตร์ Dark Justice League เท่านั้น พวกเขายังเตรียมสร้างหนังรวมเหล่าตัวร้ายจากโลกซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง Suicide Squad ด้วยครับ ซึ่งตามรายงานล่าสุดจากวาไรตี้บอกว่า เดวิด เอเยอร์ จาก Sabotage, End of Watch และล่าสุด Fury ที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเรา เป็นผู้กำกับที่ถูกหมายตัวให้มากำกับเรื่องนี้

หนังเป็นเรื่องราวของเหล่าตัวร้ายจากทั้ง Superman, Batman และอื่นๆ ที่ได้รับโอกาสแก้ตัวจากองค์กรของรัฐบาล ให้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายเพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ เป็นภารกิจที่อาจทำให้ตัวละครเหล่านี้อาจไม่รอดชีวิตกลับมากันเลย

ตัวละครของ Suicide Squad ไม่ได้เป็นตัวร้ายใหญ่ๆ อย่างเล็ก ลูธอร์ หรือ โจ๊กเกอร์ แต่ด้วยงานสร้าง Justice League และ Batman v Superman: Dawn of Justice ที่กำลังมาดำเนินอยู่ตอนนี้ มีความเป็นไปได้ที่อาจมีตัวร้ายจากหนังเรื่องไหนข้ามเรื่องมาเล่นให้หนังเรื่องนี้ครับ ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในโครงการหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่วอร์เนอร์วางกำหนดฉายไว้จนถึงปี 2020

ในฉบับคอมมิคนั้น Suicide Squad ปรากฏตัวครั้งแรกใน The Brave and the Bold เล่มที่ 1 ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1959 มีตัวละครหลากหลายมาสลับเปลี่ยนกันไปมาในแต่ละฉบับ แต่ตัวละครหลักๆ ประกอบด้วย Deadshot มือสังการพลังตาทิพย์, อแมนดา วอลเลอร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เชี่ยวชาญด้านยุทธวิธีและจารกรรม, มนุษย์ฉลาม King Shark และ ฮาร์ลี่ ควินน์ สาวคนรักของโจ๊กเกอร์

ในรายงานบอกว่าเอเยอร์เป็นตัวเลือกที่ผู้สร้างสนใจเพราะต้องการให้หนังเรื่องนี้ออกมามีโทนด้านมืดและโหดดิบ คล้ายกับสไตล์งานของเอเยอร์ หนังได้จัสติน มาร์ค มาเขียนบทให้ อำนวยการสร้างโดยแดน ลิน จาก The Lego Movie ครับ

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 718 other followers