เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

แซ็ค สไนเดอร์ กำกับหนัง Justice League สองภาค ฉาย 2017 และ 2019

zack snyder justice leagueสัปดาก่อนที่เควิน สึจิฮาระ ประธานและประธานกรรมการผู้บริหารของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ประกาศว่าเอซรา มิลเลอร์ จะมาสวมบทเป็น The Flash ในหนังซูเปอร์ฮีโร่ของดีซีคอมมิค สึจิฮาระยังได้ประกาศโครงการหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ตามมาด้วยครับ ที่จะออกฉายยาวไปจนถึงปี 2020

หนังที่น่าจะเป็นโครงการใหญ่สุดคงไม่พ้น Justice League หนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของเครือดีซีซึ่งในการแถลงครั้งนั้น ประกาศออกมาเป็นชื่อหนังเรียบร้อยว่า Justice League: Part One และ Justice League Part Two และยืนยันว่าผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ จะมากำกับต่อเนื่องกันเลยทั้ง 2 ภาค โดยภาคแรกมีกำหนดฉายปี 2017 ตามด้วยภาคสองออกฉายปี 2019

ในแง่นักแสดง สึจิฮาระประกาศแค่ภาคแรกก่อนว่าจะมีเบน แอฟเฟล็ค, เฮนรี่ คาวิลล์ และ เอมี่ อดัมส์ ที่จะกลับมารับบทเดิม ส่วนภาคสองยังไม่ได้ให้ข้อมูลในตอนนี้

สึจิฮาระยืนยันด้วยว่าเจสัน โมมัว จะมารับบทเป็นจ้าวสมุทร Aquaman ตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ ทำให้ได้รับคำชมจากนักข่าวฮอลลีวู้ดในแง่ความหลากหลายของการคัดเลือกนักแสดงของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ในการให้มารับบทซูเปอร์ฮีโร่ เพราะทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ชายผิวสี และเพศคลุมเครืออีกหนึ่ง

ในวันฉายที่ประกาศออกมา ไม่ว่า Sandman ที่โจเซฟ กอร์ดอน เลวิทท์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง และ Dark Justice League ที่กีเยร์โม เดล ทอโร วางแผนสร้างอยู่ แต่มี Green Lantern ฉบับใหม่ที่วางกำหนดฉายไว้ในปี 2020 (ที่ลูกของไรอัน เรย์โนลด์ กับ เบลค ไลฟ์ลี่ จะมีอายุ 5 ขวบ พอดี) และหนังภาคเดี่ยวของ Shazam, Wonder Woman, Cyborg และ Aquaman

สึจิฮาระยังประกาศด้วยว่าจะมีหนังภาคเดี่ยวของ Batman กับ Superman ภาคใหม่ แต่ทั้งสองเรื่องไม่อยู่ในกำหนดฉายหนังที่ประกาศออกมา

ดูกำหนดฉายหนังซูเปอร์ฮีโร่ของดีซีที่วางไว้จนถึงปี 2020 ด้านในครับ

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

ใบปิดและตัวอย่างหนังชีวประวัติ Big Eyes ผลงานล่าสุดของทิม เบอร์ตัน

big eyes cap 02Big Eyes จะเป็นการกลับมาอย่างน่าภาคภูมิของผู้กำกับทิม เบอร์ตัน หรือไม่ ตัวอย่างหนังแรกให้ความหวังเช่นนี้ครับ และให้ความหวังด้วยว่าเอมี่ อดัมส์ อาจได้เข้าชิงออสการ์อีกครั้งจากหนังเรื่องนี้ด้วย

ในหนังเรื่องนี้ที่ขาดจอห์นนี่ เดปป์ ขาประจำของเบอร์ตันไป มีอดัมส์มารับบทนำแทนในบทของจิตรกรสาว มาร์กาเร็ต คีน เจ้าของภาพวาดสีน้ำมันรูปเด็กที่มีตาโตแสนเศร้าและชวนหลอน ซึ่งกลายเป็นกระแสนิยมอย่างมากในยุค 50-60 เธอได้มีอาณาจักรส่วนตัวและร่ำรวยเพราะรูปที่เธอวาด แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นผู้วาด เพราะวอลเตอร์ สามีของเธอเป็นผู้ฉวยความดีความชอบของผลงานไป โดยอ้างกับเธอว่า “ไม่มีใครซื้อภาพที่ผู้หญิงวาดกันหรอก

ทั้งคู่อยู่ร่วมกันโดยมาร์กาเรตทำหน้าที่วาด วอลเตอร์ทำหน้าที่ขายและได้หน้า จนวันหนึ่งที่มาร์กาเร็ตทนปกปิดความจริงต่อโลกไม่ได้ และนำพามาสู่เรื่องฟ้องร้องและหย่าจากกัน

บทวอลเตอร์ได้คริสตอฟ วอลทซ์ นักแสดงสองรางวัลออสการ์มารับบท และหนังยังมีนักแสดงคุณภาพอย่างคริสเทน ริตเตอร์, เจสัน ชวาร์ทซ์แมน, แดนนี่ ฮุสตัน และเทอเรนซ์ สแตมป์ มาร่วมรับบทครับ

นี่น่าจะเป็นหนังที่ไม่ได้มีตัวละครเพี้ยนๆ เหนือจริง ตามฉบับหนังส่วนใหญ่ของเบอร์ตัน เรื่องแรกนับจาก Big Fish ได้ครับ แม้ว่าจะมีบรรยากาศติสต์ๆ อยู่ในนั้นก็ตาม และเป็นการกลับมาร่วมงานของเบอร์ตันกับสก็อต อเล็กซานเดอร์ และ แลรี่ คาราสซิวสกี้ ที่เคยร่วมงานกันมาในหนังชีวประวัติขาวดำ Ed Wood ที่แฟนๆ ชอบกันมากด้วย

หนังจะเข้าฉายในสหรัฐช่วงคริสต์มาส คลิกดูตัวอย่างและใบปิดด้านใน

Read more of this post

สรุปผลรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ประจำปี 2014

jennifer lawrence amy adams american hustleการประกาศรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 71 หรือประจำปี 2014 ได้เสร็จสิ้นไปแล้วก่อนเที่ยงวัน ตามเวลาของบ้านเราครับ บรรยากาศโดยรวมก็สนุกระดับหนึ่งไปตามลักษณะของงาน แต่ยังสู้ปีที่แล้วไม่ได้ แต่ก็มีอะไรบ้าๆ ตลกๆ บนเวทีให้ตื่นเต้นเป็นระยะ เช่นเอ็มมา ธอมป์สัน ถือรองเท้ากับค็อกเทลขึ้นไปประกาศรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในท่าที่เหมือนเมาดิบเป็นต้น มุขตลกของสองพิธีกรก็มีโดนหลายดอก โดยเฉพาะที่แซวจอร์จ คลูนี่ย์ ว่า หนัง Gravity เป็นเรื่องราวของจอร์จ คลูนี่ย์ ที่ยอดหลุดออกไปในอวกาศแล้วตาย ดีกว่าทนอยู่ในอ้อมแขนของผู้หญิงในวัยเดียวกับเขา

ในแง่ของรางวัล มีกระแสสมาก่อนแล้วว่า American Hustle เป็นที่รักของคณะกรรมการลูกโลกทองคำ และน่าจะได้รางวัลไปมากที่สุด ซึ่งก็มากที่สุดจริงๆ ถึง 3 รางวัล จากการเข้าชิง 7 รางวัล ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (เอมี่ อดัมส์) และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) แต่ก็มีการแบ่งรางวัลให้หนังเรื่องอื่นบ้างและทำให้เซอร์ไพรส์พอสมควรในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมครับ ที่ สไปค์ โจนซ์ จาก Her ได้รางวัลไป

12 Years a Slave ดูเหมือนจะพลาดไปหลายรางวัลในสาขาที่มีการเก็งกันว่าอาจจะได้ เช่นดนตรีประกอบ ที่ปรากฎว่าเอริค อีเบิร์ต จาก All is Lost ได้รางวัลไปแทน ส่วนในสาขาผู้กำกับซึ่งคาดกว่าสตีฟ แม็คควีน จาก 12 Years a Slave จะชิงดำกับอัลฟองโซ คัวรอน จาก Gravity ก็ปรากฏว่าฝ่ายหลังได้รางวัลไป และเป็นรางวัลเดียวของ Gravity อย่างไรก็ดี 12 Years a Slave ก็ได้หนึ่งในรางวัลใหญ่สุดของงานไป นั่นก็คือรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทชีวิต

Dallas Buyers Club ก็ได้รางวัลในสาขานักแสดงไปถึง 2 รางวัล จากสมทบชาย (จาเรด เลโต) และนำชายในภาพยนตร์ชีวิต (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) ซึ่งรางวัลหลังนี้เป็นการพลิกโผอย่างแรง เพราะทุกคนเก็งกันว่าไม่โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จาก All is Lost ก็ต้องชิเวเทล เอ็จอีโอฟอร์ ครับ

นอกจากนี้ Blue is the Warmest Color ก็ชวดรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศไปให้ The Great Beauty ครับ ซึ่งถ้าจะให้วิเคราะห์ คิดว่าการที่ Blue ไม่มีโอกาสได้ชิงออสการ์อาจทำให้คณะกรรมการลูกโลกทองคำหันมาดันหนังเรื่องอื่นแทน

ที่เหลือก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามคาดหมายค่อนข้างมาก ดูสรุปผลรางวัลสาขาภาพยนตร์ที่ด้านในครับ

Read more of this post

คริสเตียน เบล นำแก๊งต้มตุ๋นในตัวอย่างฉบับเต็มของหนังเต็งออสการ์ American Hustle

american hustle full trailerอาจจะยังเร็วไปที่จะตัดสินว่า American Hustle จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์หรือไม่ เพราะยังไม่มีใครได้ดูหนังกันจริงๆ แต่เมื่อดูจากงานของผู้กำกับเดวิด โอ. รัสเซล ที่ได้เข้าชิงบ่อยครั้งในระยะหลัง และจากทีมนักแสดงของหนังแล้ว หนังน่าจะได้เข้าชิงในสาขาบทภาพยนตร์ และสาขาด้านการแสดงเป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะคริสเตียน เบล ที่พลิกโฉมอีกครั้ง กลายเป็นหนุ่มลงพุงหัวล้าน ในบทบาทของเจ้าเล่ห์ แสบ ฉลาด ช่างเจรจา แบบที่เรายังไม่เคยเห็นเขาแสดงมาก่อน และตัวอย่างฉบับเต็มก็ออกมาแล้วครับ

เบลรับบทเป็นเออร์วิง นักต้มตุ๋นตัวฉกาจผู้ปราดเปรื่อง และใช้ความมั่นใจกับฝีปากในการโน้มน้าวคนได้เก่งมาก เขาถูกบังคับให้ร่วมมือกับเอฟบีไอที่รับบทโดยแบรดลี่ คูเปอร์ เพื่อวางแผนซ้อนแผนในการหลอกจับกุมนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการคอรัปชัน หนังยังมีเอมี่ อดัมส์ ที่รับบทเป็นนักต้มตุ๋นสาวชาวอังกฤษที่เออร์วิงโน้มน้าวให้มาช่วยงาน และเจเรมี เรนเนอร์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่อยากทำดีและติดอยู่ท่ามกลางแผนการนี้ แต่คนที่อาจทำให้แผนการทั้งหมดล่มก็คือโรสซาลิน ที่รับบทโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ภรรยาผู้รู้ไส้รู้พุงเขาดีทุกอย่าง และเธอก็คงเป็นคนที่คาดเดายากมากๆ

หนังยังมีโรเบิร์ต เดอ นีโร, ลูอิส ซี.เค. และไมเคิล พีนา ร่วมแสดงด้วย จะเข้าฉายในบ้านเรามกราคมนี้ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

อดัมส์, ลอว์เรนซ์, เบล, คูเปอร์ และเรนเนอร์ บน5ใบปิด American Hustle ของเดวิด โอ. รัสเซล

jennifer lawrence american hustleณ ตอนนี้ ตัวเก็งเต็งจ๋ารางวัลออสการ์ 2014 ยังคงเป็น 12 Years a Slave โดยมี Gravity ตามมาใกล้ๆ แต่นั่นอาจเพราะยังไม่เคยมีใครได้ดู American Hustle ของผู้กำกับเดวิด โอ. รัสเซล ที่มีแผนจะออกฉายธันวาคมนี้ครับ และต้องยอมรับว่าในออสการ์ก็มีหลายครั้งที่ม้าตีนปลายมาแรงแซงม้าตีต้นได้ ดูอย่างปีที่แล้ว Silver Linings Playbook ของรัสเซลเองก็เป็นตัวเก็งออสการ์หลังจากคว้ารางวัลมาจากเทศกาลหนังโตรอนโต แต่หลังจากเบน แอฟเฟล็ค ไม่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Argo ก็ทำให้หนัง Argo มาแรงแซงทุกเรื่องไปเสียอย่างนั้นครับ และปีนี้ก็เป็นปีที่หลายคนในอุตสาหกรรมของฮลลีวู้ดยอมรับว่าการแข่งขันดุเดือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้คงต้องรอดูกันยาวๆ อย่างไรก็ดี American Hustle ก็เผยโฉม 5 ใบปิดตัวละครออกมาแล้ว

เดิมทีหนังใช้ชื่อว่า American Bullshit ครับ ว่าด้วยเรื่องราวของหน่วยงานในอดีตชื่อ Abscam ของเอฟบีไอที่ทำหน้าที่สืบสวนการคอรัปชั่นของนักการเมือง รัสเซลร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้กับเอริก ซิงเกอร์ อิงจากเรื่องจริงของแอ็บสแคมในปี 1980 ที่ใช้นักต้มตุ๋นคนหนึ่งแฝงตัวเข้าไปสืบเครือข่ายการฉ้อราษฎร์บังหลวงในสภาคองเกรส

5 นักแสดงหลักของหนังได้แก่คริสเตียน เบล ในบทของเออร์วิน โรเซนเฟลด์ จอมต้มตุ๋น ที่เอฟบีไอดึงตัวมาช่วย และเป็นการพลิกโฉมอีกแบบหลังจากผอมโซและได้ออสการ์มาจาก The Fighter หนังของรัสเซลในปี 2010 โดยมีเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ รับบทเป็นเมียจอมซ่าและเดาใจยาก ร่วมด้วยเอมี่ อดัมส์ ในบทนักต้มตุ๋นสาวที่เจ้าเล่ห์พอๆ กับเออร์วิน และเข้ามาช่วยเขาในแผนการครั้งนี้, แบรดลี่ คูเปอร์ เป็นเอฟบีไอที่คิดนอกกรอบ และเจเรมี เรนเนอร์ เป็นนักการเมืองใจร้อน

หนังมีเรื่องราวเป็นยุค 70 และใบปิดก็ทำออกมาในโทน 70 เช่นกันครับ โดยให้ 5 นักแสดงหลักมายืนเก๊กท่าในเสื้อผ้าและการแต่งหน้าย้อนยุค หนังเรื่องนี้มีโรเบิร์ต เดอ นีโร ร่วมแสดงด้วย

คลิกชม 5 ใบปิด และตัวอย่างแรกที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้านใน

Read more of this post

ดูฮัวควิน ฟีนิกซ์ ตกหลุุมรักคอมพิวเตอร์ในตัวอย่างหนังรัก Her ของสไปค์ โจนซ์

her trailerหลังจาก Where the Wild Things Are ในปี 2009 ผู้กำกับสไปค์ โจนซ์ ไม่ได้มีผลงานหนังยาวออกมาอีกเลยจนกระทั่งปีนี้ครับ ที่จะได้ปล่อยหนังรักเรื่อง Her ออกมาฉายในสหรัฐพฤศจิกายนนี้ และตัวอย่างหนังก็เผยโฉมออกมาแล้วที่ Apple

หนังรักเรื่องนี้มีเนื้อหาแหวกแนวและไม่ธรรมดา ไม่ต่างจาก Adaptation และ Being John Malkovich เท่าไหร่ เพราะมีเนื้อหาที่ท้าทายของนิยามของความรักและความสัมพันธ์ และอาจตั้งคำถามต่อนิยามของคำว่ามนุษย์ด้วย

หนังมีฉากเป็นลอส แอนเจลีส ในอนาคตอันใกล้ ฮัวควิน ฟีนิกซ์ รับบทเป็นชาวหนุ่มชื่อธีโอดอร์ ที่มีอาชีพเขียนจดหมายรักหวานซึ้งให้คนอื่น แต่เขากลับต้องหัวใจสลายจากความสัมพันธ์อันยาวนานกับผู้หญิงที่เขารัก ชีวิตอันเปลี่ยวเหงาทำให้เขาต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ระบบจัดการไฮเทคแบบพกพารุ่นล่าสุด (คล้ายจาร์วิสของโทนี่ สตาร์ก แต่ฟังชั่นแบบพกพาคล้ายไอโฟน) ชื่อ “ซาแมนธา” ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมเฉพาะคน เป็นทั้งเพื่อนคุยที่ดี เป็นเลขาฯ ที่น่ารัก ทั้งยังมีอารมณ์ขัน อ่อนไหว และพูดโต้ตอบได้เหมือนมนุษย์ มีเสียงชวนฟังซึ่งให้เสียงโดยสการ์เลต โจแฮนสัน

สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ ซาแมนธาได้เรียนรู้มากขึ้น และมีความปรารถนามากขึ้น ขณะที่ธีโอดอร์ก็เริ่มผูกพันกับซาแมนธามากขึ้นจนเกิดเป็นความรักที่ผิดแผก ที่ทำให้หนังรักเรื่องนี้กลายเป้นหนังที่มีส่วนผสมกับหนังไซไฟแบบที่ดูแล้วโรแมนติกมากๆ และอาจก่อให้เกิดนิยามใหม่ของความรัก และการที่เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน

หนังยังมีเอมี่ อดัมส์, รูนี่ มาร่า, โอลิเวีย ไวลด์ และคริส แพรทท์ ร่วมแสดงด้วยครับ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

ดูผู้สร้างทำให้ซูเปอร์แมนสมจริง ทันสมัย แต่ยังคงหัวใจเดิมเอาไว้ในเบื้องหลัง 13 นาที ของ Man of Steel

man of steel 16เคยอ่านความเห็นของผู้ชม Man of Steel จากรอบทดลองเฉย บอกว่า “นี่เป็นหนังซัมเมอร์ที่ดีที่สุดของปีนี้” ผมยังไม่รู้สึกเชื่อในทีแรก แต่หลังจากดูคลิปเบื้องหลังตัวใหม่ที่ยาว 13 นาที ที่เผยฟุตเตจเพิ่มเติม และเผยความพยายามของผู้สร้างที่จะทำให้ซูเปอร์ฮีโร่รุ่นปู่ตัวนี้ออกมาทันสมัย เข้ากับโลกปัจจุบัน ดูสมจริง ดูยิ่งใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังพยายามไม่ให้เป็นหนังที่จริงจังเกินไป และยังคงหัวใจดั้งเดิมของซูเปอร์แมนเอาไว้ มันให้ความรู้สึกว่านี่น่าจะเป็นหนังซัมเมอร์ที่ดีที่สุดของปีนี้จริงๆ ก็ได้ครับ

คลิปเปิดเรื่องด้วยการให้ผู้เกี่ยวข้องสำคัญของหนังตั้งแต่ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์, เดวิด เอส. โกเยอร์ ผู้เขียนบท, ทีมผู้อำนวยการสร้างและคณะนักแสดงมาบอกนิยามของตัวเองว่าซูเปอร์แมนสำหรับพวกเขาแล้วคืออะไร ก่อนที่จะตัดเข้าชื่อของคริสโตเฟอร์ โนแลน ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง และฉายโลโก้ของหนังให้เราดู

ช่วงต่อไปในคลิปพูดถึงแง่มุมซูเปอร์แมนที่พวกเขาคิดในการสร้างหนัง Man of Steel และพาเราไปดูเบื้องหลังการถ่ายทำฉากแอ็คชั่น ที่เมืองสมอลวิลล์ ซึ่งสิ่งที่โนแลนกับโกเยอร์ตั้งเป้าหมายไว้ก็คือ “ให้เป็นซูเปอร์แมนในโลกความจริง ไม่ใช่ซูเปอร์แมนในแบบหนังสือการ์ตูน

เดบราห์ สไนเดอร์ ภรรยาของแซ็ค สไนเดอร์ ที่เป็นผู้อำนวยการสร้างของหนังบอกด้วยว่าเดิมทีแล้วพวกเขาก็ลังเลที่จะรับงานกำกับหนังเรื่องนี้ แต่เมื่อโกเยอร์นำเสนอให้ฟังว่าจะเอาตัวละครนี้มาทำให้ทันสมัยได้ยังไง ทำให้เท่สำหรับผู้ชมรุ่นใหม่ เมื่อได้ฟังแล้ว พวกเขาก็ว้าวเลยว่าพวกเขาหาทางทำออกมาได้แล้ว แซ็คเสริมว่าแนวคิดที่โนแลนกับโกเยอร์ทำก็คือให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมกับความเป็นซูเปอร์แมน “โดยไม่ทำลายสิ่งที่ทำให้เขาเป็นซูเปอร์แมน ทำให้เขาเข้าถึงได้ ทำให้เขาติดดิน และดูจริง

ช่วงต่อมาของคลิปเป็นช่วงความเห็นของนักแสดงและทีมผู้อำนวยการสร้างต่อผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ ว่าการทำงานเป็นยังไง มีความชื่นชมในตัวแซ็คยังไง จากนั้นก็พูดถึงการออกแบบงานสร้างในการหาสถานที่ที่ทำให้รู้สึกจริงมากที่สุดที่จะทำได้ ให้ความรู้สึกว่าโลกในซูเปอร์แมนเป็นโลกแบบเดียวกับโลกปัจจุบันของเรา เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกได้ว่าเรื่องราวนี้ ซูเปอร์ฮีโร่ตัวนี้ เกิดขึ้นจริงบนโลกของเราได้

เบื้องหลังงานสร้างตอนต่อไป พูดถึงเครื่องแต่งกาย ซึ่งทุกคนเห็นพ้องกันว่าถ้าจะไม่ให้ดูตลกในโลกวันนี้และเข้ากับยุคสมัย “กางเกงในต้องถูกเอาออกไป” คลิปช่วงนี้ยังให้เห็นด้วยว่าโลกบนดาวคริปโตไนท์จะถูกนำเสนอมากขึ้นกว่าฉบับอื่น แนะนำชุดเครื่องแต่งกายบนดาวที่คล้ายคลึงกับที่ซูเปอร์แมนใส่ด้วย และทำให้ตัวอักษรเอสบนหน้าอกเป็นตัวอักษรต่างดาวที่แทนคำว่า “ความหวัง “ซึ่งบังเอิญตรงกับตัวเอสของโลกมนุษย์ เป็นการให้คำอธิบายเรื่องชุดว่ามีที่มายังไง ซึ่งน่าจะเป็นความแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยถูกนำเสนอมาก่อนในฉบับภาพยนตร์ “เป็นเส้นบางๆของการสร้างเขาขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยังเห็นเป็นตัวเขาอยู่ในนั้น” แซ็คบอก

ครึ่งหลังของคลิปก็จะเป็นการพูดถึงตัวละครครับ นิยามซูเปอร์แมนฉบับนี้ว่าเป็น “บุตรแห่งสองโลก” และพูดถึงความรู้สึกภายในของคลาร์กว่าเขาเป็นเหมือนคนนอกบนโลกมนุษย์ และออกค้นว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน ฉันเป็นคนของโลกนี้ไหม หรือมาจากที่อื่น ซึ่งแซ็คบอกว่ามุมมองนี้ช่วยให้ผู้ชมที่เชื่อมกับความรู้สึกของตัวละครได้ เพราะผู้ชมก็อาจถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกัน ลูอิส เลนในฉบับนี้ก็จะถึงลูกถึงคนมากขึ้นในการทำหน้าที่เป็นนักข่าว ส่วนนายพลซ็อดก็จะมีลักษณะเป็นคนที่ทำตามอุดมการณ์ ทำตามหน้าที่ เป็นคนที่เด็ดขาด เป็นตัวร้ายที่เชื่อมั่นว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้อง

เบื้องหลังยังแย้มให้ดูเกี่ยวกับฉากแอ็คชั่นด้วยครับที่ให้อารมณ์ยิ่งใหญ่ สมจริง และในแบบที่ไม่เหมือนหนังซูเปอร์แมนฉบับไหนมาก่อน และให้ความรู้สึกด้วยว่าโรงหนังไอแม็กซ์น่าจะเป็นที่ที่ทำให้อรรถรสการชมหนังเรื่องนี้สมบูรณ์ที่สุด

Man of Steel เข้าฉาย 13 มิถุนายนนี้ครับ ชมคลิปด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 596 other followers