ภาพแรกอย่างเป็นทางการจากกองถ่าย Dawn of the Planet of the Apes

dawn of the planet of the ape first lookDawn of the Planet of the Apes เพิ่งเปิดกล้องอย่างเป็นทางการที่นิวออร์ลีนส์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ และทเวนตี เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ได้ปล่อยภาพโลโก้ทางการของหนังออกมา ขณะที่ผู้กำกับแมท รีฟส์ ก็ปล่อยภาพนิ่งแรกเบื้องหลังกองถ่ายออกมาบอกความคืบหน้า

สำหรับภาพจากกองถ่ายแรกที่ปล่อยออกมาเป็นแอนดี้ เซอร์กีส ในชุดโมแคปและขี่อยู่บนหลังม้ามองต่ำลงมายังตัวละครมนุษย์ของเจสัน คลาร์ก (Zero Dark Thirty) ที่เป็นตัวละครหลักฝ่ายมนุษย์ ดูเหมือนว่าตัวละครของเจสันกำลังจะพาผู้คนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปไหนสักแห่งด้วยครับ

รีฟส์ปล่อยภาพนิ่งนี้ออกมาทางทวิตเตอร์ และเขียนกำกับแปลได้ว่า “รุ่งอรุณใหม่…”  ฟ็อกซ์ยังให้เรื่องย่อของหนังออกมาใหม่ด้วยครับว่า

กลุ่มของวานรที่วิวัฒนาการขึ้นมาทางพันธุกรรมและกำลังเติบโตเป็นชนชาติภายใต้การนำของซีซาร์ กำลังถูกคุกคามโดยกลุ่มมนุษย์ที่รอดตายจากไวรัสร้ายที่ถูกแพร่ออกไปก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายเจรจาสงบศึกกันได้ แต่ก็เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ และใกล้เปิดฉากสงครามใส่กันเพื่อตัดสินว่าเผ่าพันธุ์ไหนจะเป็นผู้ครองโลก

Dawn of the Planet of the Apes ยังมีแกรี่ โอลด์แมน, เคอรี รัสเซล, โทบี้ เคบเบล, โคดี้ สมิท-แม็คฟี และจูดี้ เกรียร์ ร่วมแสดงครับ จะออกฉาย 23 พฤษภาคม 2014 ชมรูปได้ที่ด้านใน

Read more of this post

About these ads

คริสเตียน เบล ถูกทาบทามรับบทโมเสส ใน Exodus ของริดลี่ สก็อต

christian bale mosesคริสเตียน เบล ถูกเล็งให้มารับบทโมเสสในหนังฟอร์มใหญ่ของค่ายฟ็อกซ์ เรื่อง Exodus ที่จะกำกับโดยริดลี่ สก็อตครับตามรายงานของเดดไลน์

ในรายงานบอกว่าเบลยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาอยู่ แต่ฟ็อกซ์อยากที่จะเริ่มโครงการหนังโดยเร็ว และคาดหวังให้สก็อตเปิดกล้องหนังเรื่องนี้ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นหนังเขย่าขวัญเรื่อง The Counselor ที่นำแสดงโดยไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ และมีแผนออกฉายในสหรัฐพฤศจิกายนนี้ครับ

สก็อตจะกำกับหนังจากบทที่สตีฟ เซลเลียน เอามาเกลา หลังจากที่ร่างแรกเขียนโดยอดัม คูเปอร์ และบิล คอลเลจ ครับ โครงเรื่องของหนังยังถูกเก็บเป็นความลับอยู่ แต่จากชื่อเรื่องและตัวละครก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นเรื่องราวของโมเสสตามพระคัมภีร์ ที่ชาติกำเนิดเป็นทาส แล้วได้กลายเป็นเจ้าชายแห่งอียิปต์ สุดท้ายก็ได้ช่วยให้ผู้คนของพวกเขาพ้นจากการตกเป็นทาส

สิ่งที่ทำให้ผมสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของโมเสสไม่ใช่เรื่องราวความยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะเรื่องราวความสัมพันธ์ของเขากับรามเสส (ฟาโรห์ รามเสสที่ 2)” สก็อตบอกตอนที่พูดถึงการรับทำโครงการหนังเรื่องนี้ “สมัยเรียน ผมไม่ค่อยสนใจฟังเรื่องบราวของโมเสสเท่าไหร่ บางส่วนเกี่ยวกับชีวิตของเขาน่าทึ่งมากๆ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เบลถูกทาบทามให้รับบทเป็นตัวละครในพระคัมภีร์ครับ เขาเคยถูกทาบทามให้รับบทนำใน Noah ของแดเรน แอรอนอฟสกี้ มาก่อน แต่ปฏิเสธบทไป และรัสเซล โครว์ เข้ามาสวมบทแทน

Read more of this post

Dawn of the Planet of the Apes มีเรื่องราว 15 ปีหลังภาคแรก ได้เจสัน คลาร์ก รับบทนำ

jason clarkeตั้งแต่ผู้กำกับแมต รีฟส์ ถูกเลือกให้มากำกับภาคต่อ Dawn of the Planet of the Apes แทนรูเพิร์ต ไวแอ็ตต์ ข่าวของโครงการหนังดูจะเงียบหายไปตั้งแต่นั้น ล่าสุดจากรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังได้นักแสดงนำคนใหม่ของเรื่องแล้ว และเขาก็คือเจสัน คลาร์ก ครับ

คลาร์กกลายเป็นนักแสดงที่ได้รับการจับตามองขึ้นมาจากการรับบทเป็นซีไอเอ ในหนัง Zero Dark Thirty และยังร่วมรับบทสมทบใน Lawless ด้วย เขาจะมาสวมบทนำแทนเจมส์ ฟรังโก้ ที่เคยเล่นไว้ในภาคแรก Rise of the Planet of the Apes แต่ยังไม่มีรายละเอียดบทที่คลาร์กจะแสดงครับ เดาได้แค่ว่าเป็นตัวลครคนละตัวกับที่ฟรังโก้เคยรับบท

ก่อนหน้านี้ ฟรังโก้ให้สัมภาษณ์แก่ MTV ว่า บทในภาคต่อของเขาจะมีแค่นิดเดียว ตัวละครมนุษย์หลายตัวของภาคแรกตายไปก่อนแล้วในภาคต่อฉบับที่รูเพิร์ต ไวแอ็ตต์ จะกำกับ แต่เพราทิม ร็อธ หัวหน้าของฟ็อกซ์ไม่ได้อยู่กับฟ็อกซ์แล้ว และไวแอ็ตต์ก็ถอนตัวออกจากโครงการหนัง “ไม่รู้สิ ผมเดาว่าผมคงไม่ได้เล่นแล้วแหละ ไม่มีใครคุยกับผมเลยตั้งแต่รูเพิร์ตถอนตัว

ในรายงานยังบอกด้วยว่าเหตุการณ์ในหนังจะเกิดขึ้น 15 ปี หลังจากภาคแรก โครงเรื่องจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามเอาตัวรอดอย่างลำพังในซานฟรานซิสโก ขณะที่ซีซาร์ (แอนดี้ เซอร์กีส) ก็มีปัญหาของตัวเองในการพยายามควบคุมเหล่าวานรทั้งหลายให้เชื่อฟัง

รีฟส์น่าจะเปิดกล้องหนังก่อนฤดูร้อนนี้ เพื่อให้สร้างหนังทันออกฉายพฤษภาคม 2014 ส่วนผลงานเรื่องถัดไปของคลาร์กก็คือ The Great Gatsby, White House Down และ The Green Blade Rises ที่เขาจะสวมบทเป็นอับราฮัม ลินคอล์น วัยหนุ่ม

Night At The Museum มีภาค 3 ฉายปลายปี 2014 และได้เบน สติลเลอร์ กับชอว์น เลวี กลับมา

night at the museumแม้ว่า Night at the Museum: Battle of the Smithsonian อาจได้การตอบรับจากนักวิจารณ์ไม่ดีมาก แต่การที่หนังทำเงินมากมายจึงไม่น่าแปลกใจที่ทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ จะสั่งให้มีภาคต่อครับ ซึ่งฟ็อกซ์ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าภาค 3 ของหนังตลกแฟนตาซีชุดนี้ จะออกฉายในสหรัฐคริสต์มาสปี 2014

ในประกาศของฟ็อกซ์ยังบอกด้วยครับว่าเบน สติลเลอร์ นักแสดงนำของเรื่อง จะกลับมารับบทนำเป็นแลรี่ เดลี่ รปภ.ในพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์อันมีอาถรรพ์ที่รูปปั้นหรือสิ่งจัดแสดงทั้งหลายจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตในตอนกลางคืน เช่นเดียวกับชอว์น เลวี ก็จะกลับมากำกับอีกครั้งด้วย

ยังไม่มีรายงานว่าการผจญภัยครั้งใหม่ของแลรี่จะเป็นยังไงครับ และยังไม่ได้มีการยืนยันด้วยว่าโธมัส เลนนอน กับโรเบิร์ต เบน กาแรนท์ จะกลับมาเขียนบทด้วยไหม แต่ดูเหมือนว่าฟ็อกซ์ไม่น่าจะไปจ้างคนอื่นครับ

ผมว่าถ้า Night at the Museum 3 ยังให้มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ หรือพวกสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ๆ หรือซอมบี้ ก็น่าจะยังเรียกให้คนไปดูหนังได้เยอะอยู่ครับ

พอล วอล์คเกอร์ รับบทนำในหนังจากวิดีโอเกม Hitman ฉบับยกเครื่องใหม่

Paul Walkerฟ็อกซ์มีแผนจะยกเครื่องใหม่ให้หนังจากวิดีโอเกม Hitman ครับ โดยวางตัวให้พอล วอล์คเกอร์ จากหนังชุด Fast and Furious มารับบทนำครับ ตามรายงานของเดดไลน์

Hitman เป็นเรื่องราวของ “เจ้าหน้าที่ 47″ นักฆ่าหัวโล้นขององค์กรลับที่มีเพียงตัวเลขเป็นชื่อ เคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วในปี 2007 มีทิโมธี โอลิแฟนท์ รับบทนำ หนังใช้ทุนสร้าง 24 ล้านเหรียญ ทำรายได้ทั่วโลกไปราว 100 ล้านเหรียญ ขณะที่ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงลบเยอะมาก

ฉบับใหม่นี้ได้สกิป วู้ด จาก A Good Day to Die Hard และ Hitman ฉบับแรก มาเขียนบทร่วมกับไมเคิล ฟินช์ จาก Predators และได้อเล็กซานเดอร์ บาค ผู้กำกับที่ดังจากงานโฆษณามากำกับหนังเรื่องนี้เป็นผลงานหนังเรื่องแรกของเขา

หนังจะเปิดกล้องในเบอร์ลินและสิงคโปร์ทันทีที่วอล์คเกอร์เสร็จสิ้นการเดินสายประชาสัมพัมธ์หนัง Fast & Furious 6 ครับ แล้วให้เวลาเขาในการโกนผมสีทองออกให้เหลือแต่หัวโล้นเลี่ยน

ผมคิดว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจในแง่นักแสดงมากครับ ได้เห็นวอล์คเกอร์เล่นบทเข้มๆ มืดๆ บ้าง หลังจากเหมือนเป็นหนุ่มโรแมนติกมาหลายเรื่อง แม้แต่ในหนังแนวบู๊เอง แล้วก็คงได้ภาพที่แปลกตาไปด้วยในการที่ต้องโกนผมเพื่อรับบทนี้

เดวิด ฟินเชอร์ ถูกทาบทามกำกับหนังสืบสวนซ่อนเงื่อน Gone Girl ของรีส วิทเธอร์สปูน

Gone Girlเดวิด ฟินเชอร์ ดูจะได้จับงานถนัด และเป็นงานที่แฟนหนังชอบอีกครั้งครับ เพราะเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าฟินเชอร์กำลังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อกำกับหนังจากนิยายฮิต Gone Girl ให้ค่ายทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์

หนังเรื่องนี้มีรีส วิทเธอร์สปูน รับหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง (และอาจแสดงเอง) ดัดแปลงจากนิยายขายดีของกิลเลียน ฟลินน์ ซึ่งตามรายงานบอกว่าฟ็อกซ์ทุ่มเงินถึง 1.5 ล้านเหรียญ เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ และยังให้ฟลินน์ซึ่งเขียนนิยายเรื่องนี้มารับหน้าที่เขียนบทหนังด้วย

Gone Girl เปิดเรื่องด้วยการที่หญิงสาวคนหนึ่งชื่อเอมี่หายตัวไปในวันครบรอบ 5 ปีของการแต่งงาน ซึ่งนิค สามีของเธอก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยทันที นิคยังมีพฤติกรรมน่าสงสัยและเล่าเรื่องโกหกด้วย ทำให้เขากลายเป็นคนผิดในสายตาของเอฟบีไอ แต่แล้วเอฟบีไอก็พบสมุดบันทึกของเอมี่ที่เล่าความลับและเรื่องราวซับซ้อนในชีวิตคู่ด้วย คนอ่านจะได้รู้เรื่องราวจากทั้งสองฝ่าย คือสามีและภรรยา ที่ดูเหมือนจะเล่ากันคนละมุม และต้องตัดสินใจเองว่าใครกันแน่ที่เล่าความจริง แล้วเมื่อเอฟบีไอเตรียมจับกุมนิค เรื่องราวก็เกิดพลิกผันหักมุมแบบเหลือเชื่อ นำไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด

ฟังดูเป็นเรื่องราวที่เหมาะสมสำหรับฟินเชอร์จริงๆครับ มีทั้งความเป็น The Girl with the Dragon Tattoo และ The Social Network ผสมอยู่ในเรื่องราวด้วย และถ้าฟินเชอร์ตกลงใจกำกับเรื่องนี้ คงอาจกระทบกับภาคต่อของ The Girl with the Dragon Tattoo เหมือนกันครับ

รอดูต่อไปว่าจะเป็นยังไง

Independence Day 3D ถูกถอดจากกำหนดฉายเดิม

ในปี 2013 เราจะได้ดูหนังเก่าที่ถูกนำไปแปลงเป็น 3D แล้วกลับมาฉายใหม่ 5-6 เรื่องเลยครับ แต่ดูเหมือนว่า Independence Day 3D อาจหายไปจาก 5-6 เรื่องนั้น เพราะฟ็อกซ์ตัดสินใจถอดหนังออกจากกำหนดฉายเดิมในเดือนกรกฎาคม ตามรายงานของ Boxoffice Mojo

อย่างไรก็ดี อย่าเพิ่งตกใจหรือเสียใจไปสำหรับแฟนที่อยากดูหนังเรื่องนี้ในระบบ 3D เพราะมันยังมีความเป็นไปได้อยู่ที่พวกเขาจะหากำหนดฉายใหม่ เพียงแต่ยังไม่ใช่ในเดือนกรกฎาคมปีหน้าเท่านั้น

ไม่มีคำแถลงเป็นทางการว่าทำไมถึงถูกถอดออกไปจากกำหนดฉายเดิมครับ แต่สันนิษฐานได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการที่ White House Down หนังเรื่องใหม่ของโรแลนด์ เอ็มเมอริช จะเปิดฉายก่อนหน้า ID4 หนึ่งสัปดาห์ และอีกหนึ่งเดือนจากนั้นก็จะมีหนัง After Earth ของวิล สมิธ ที่เป็นของค่ายโซนี่ พิคเจอร์ส ออกฉายด้วย หรืออีกสาเหตุก็คือหนังต้องการเวลามากขึ้นในการแปลงฟิล์มให้เป็นสามมิติครับ

ดังนั้น ตอนนี้หนัง 3D ที่เหลือของปี 2013 ที่เป็นหนังเก่าเอามาฉายใหม่ก็เหลือ Jurassic Park, The Little Mermaid, Star Wars: Episode II และ Episode III และเรื่อง Top Gun ครับ ซึ่งก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี

ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ นำแสดงและอำนวยการสร้างหนังจากเกม Assassin’s Creed

มีข่าวยืนยันมาตั้งแต่กรกฎาคมที่ผ่านมาครับว่าไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ จะนำแสดง และอำนวยการสร้างหนังจากเกม Assassin’s Creed ซึ่งผมไม่มีโอกาสมาเล่าให้ฟัง ล่าสุดโครงการหนังมีความคืบหน้าเพิ่มเติมครับ

วาไรตี้รายงานว่าบริษัทผลิตเกมยูบิซอฟต์ได้เลือกบริษัทสร้างหนัง นิวรีเจนซี ให้รับหน้าที่ในการสร้างหนัง Assassin’s Creed ครับ และได้มอบหน้าที่จัดจำหน่ายให้แก่ค่ายหนังทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์

ฟาสเบนเดอร์ได้ตกลงเซ็นสัญญาจะนำแสดง และอำนวยการสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวของเดสมอนด์ ไมลส์ บาร์เทนเดอร์ผู้เป็นทายาทมือสังหารยุคโบราณ เรื่องราวในฉบับหนังจะมีการเล่าเรื่องยุคปัจจุบันสลับกับโบราณที่ไมลส์ต้องเดินทางข้ามเวลาไปสู้กับเหล่าอัศวินเทมพลาร์ และแย่งชิงวัตถุโบราณ

ยูบิซอฟต์จะช่วยกันกับนิวรีเจนซีในการคัดเลือกนักแสดง หาคนเขียนบท และผู้กำกับครับ ซึ่งตั้งใจจะหาให้ได้ก่อนฤดูร้อนปีหน้า และยังมีการวางแผนที่จะผลิตเกมให้ออกมาสอดคล้องกับฉบับหนังด้วย

และหากหนังประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นหนังภาคต่อชุดใหม่ของฟาสเบนเดอร์หลังจาก X-Men: First Class และ Prometheus ครับ

The Wolverine เผยใบปิดแรก และรายละเอียดเพิ่มเติมของหนัง

เมื่อคืนนี้ตามเวลาของบ้านเรา ทเวนตี เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ได้เอาใจแฟนๆของฮิวจ์ แจ็คแมน และหนัง The Wolverine ด้วยการปล่อยใบปิดแรกของหนังออกมา และชวนแฟนๆ มาตอบคำถามและคุยสดกับแจ็คแมนและผู้กำกับเจมส์ แมนโกลด์ ด้วย ซึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เราว่าหนังจะออกมาอย่างไรครับ

สำหรับใบปิดนั้น น่าจะออกแบบมาได้ถูกใจคอคอมมิคครับ เพราะในเมื่อหนังมีฉากเป็นญี่ปุ่น และเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ใบปิดจึงใช้ภาพจากลายเส้นพูกันแบบญี่ปุ่นมาวาดเป็นรูปวูล์ฟเวอรีนสีขาวดำ และโชว์ความเป็นวูล์ฟเวอรีนด้วยกรงเล็บที่มือ ด้านล่างมีตราประทับสีแดงและตัวหนังสือบอกวันที่ที่หนังจะเข้าโรงครับ นอกจากใบปิดแล้ว ฟ็อกซ์ยังยืนยันด้วยว่า หนังจะถูกแปลงเพื่อฉายในระบบ 3D ด้วย

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมของหนัง แมนโกลด์ยืนยันตามคำสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ในลงในเอ็มไพร์ว่า เรื่องราวในหนังจะไม่เกี่ยวข้องกับ X-Men ภาคไหนเลย “ชีวิตของโลแกนมาถึงจุดที่ X-Men หายไปหมดแล้ว จีน เกรย์ไม่อยู่แล้ว หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับโลกของเขาหายไปหมดแล้ว ผมอยากให้เรื่องราวอยู่ตรงจุดที่ฮิวจ์กับผมจะพัฒนาหนังที่สามารถสร้างโลกของมันเองได้ ไม่ต้องอิงกับหนังเรื่องอื่น หรือตอบรับหนังภาคอื่น” แมนโกลด์บอก

ในแง่ฉากแอ็คชั่น แมนโกลด์บอกว่าเราอยากดึงให้วูล์ฟเวอรีนติดดินให้มากที่สุด “เราพยายามอย่างที่สุดที่จะให้หนังเรื่องนี้อยู่ในโลกของความเป็นจริง จำกัดความสามารถพิเศษของโลแกนไม่ให้เป็นยอดมนุษย์เกินไป เช่นเขาทำให้เครื่องบินตกไม่ได้ มันจะติดดินมากกว่า

นอกจากโลแกนจะไม่เก่งเวอร์แล้ว เขายังจะมีจุดอ่อนด้วยครับ “ในหนังเรื่องนี้ เขาได้พบคริปโตไนท์ของตัวเอง” เป็นอะไรที่ทำให้โลแกนต้องขยาดแบบที่ไม่เคยมีศัตรูคนไหนทำมาก่อน แจ็คแมนบอก

หนังยังจะไม่มีตัวร้ายชัดเจนด้วยครับ “หนังซูเปอร์ฮีโร่ส่วนใหญ่แสดงชัดเจนว่าใครคือตัวร้าย และพระเอกจะต้องสู้ด้วยในตอนท้ายของหนัง แต่หนังเรื่องนี้จะลึกลับกว่านั้น” แมนโกลด์บอก

คลิกชมภาพใบปิดและคลิป Q&A ของหนังได้ที่ด้านในเลยครับ

Read more of this post

แมทธิว วอห์น ถอนตัวจากการกำกับภาคต่อ X-Men: First Class

ข่าวช็อคสำหรับแฟนๆ ของ X-Men ครับ แมทธิว วอห์น ถอนตัวออกจากการกำกับ X-Men: Days of Future Past ภาคต่อของ X-Men: First Class ตามรายงานพิเศษของเดดไลน์

ในรายงานบอกว่ายังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น วอห์นถึงตัดสินใจทิ้งโครงการหนังภาคต่อเรื่องนี้ขณะที่กำลังเตรียมงานสร้างอยู่ครับ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นสำหรับวอห์น เพราะเป็นที่รู้กันว่าเขาเลือกงานกำกับพอสมควร วอห์นเคยถูกวางตัวให้กำกับ X-Men: The Last Stand ให้ฟ็อกซ์มาก่อน และก็ตัดสินใจทิ้งโครงการหนังไประหว่างที่เตรียมงาน เพราะไม่ชอบที่จะทำงานแบบเร่งรีบ ทำให้เบรท แรทเนอร์ มากำกับแทน เขาเองก็เคยถอนตัวจาก X-Men: First Class มาก่อนในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะตัดสินใจกลับเข้ามาร่วมโครงการอีกครั้งหลังจากมีการเจรจาตกลงกันได้

แล้วใครกันที่จะมากำกับแทน ฟ็อกซ์กำลังหาผู้กำกับแถวหน้าเข้ามาดูแลอยู่ในตอนนี้ และอาจลงเอยที่ไบรอัน ซิงเกอร์ ผู้ที่กำกับหนังชุด X-Men สองภาคแรกที่ได้รับคำวิจารณ์จากแฟนว่าเป็นภาคที่ดีภาคหนึ่งของหนังชุดนี้ ซิงเกอร์นั้นทำหน้าที่ด้านการวางโครงเรื่อง เขียนบทร่างแรก และอำนวยการสร้าง X-Men: First Class ให้วอห์นมากำกับ ซึ่งถ้าซิงเกอร์ตกลงใจรับหน้าที่แทนวอห์น ก็เท่ากับทั้งสองคนจะสลับหน้าที่กัน เพราะภาคต่อ X-Men: Days of Future Past ได้วอห์นมาเป็นผู้เขียนบทร่างให้ และอาจถอยหลังไปรับหน้าที่อำนวยการสร้างด้วย

แต่ถึงวอห์นจะถอนตัวจากการกำกับหนังมนุษย์กลายพันธ์เรื่องนี้ของฟ็อกซ์ แต่เขาก็ยังจะกำกับหนังอีกเรื่องให้ฟ็อกซ์ที่ดัดแปลงจากคอมมิคเหมือนกัน นั่นก็คือ The Secret Service ของมาร์ค มิลลาร์ ผู้สร้างคอมมิคชุด Kick-Ass ครับ ทั้งคู่เตรียมงานร่วมกันในการสร้างหนังมาพักหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กป่วนเมืองชาวลอนดอนที่ถูกฝึกให้เป็นสุภาพบุรุษสายลับ โดยมิลลาร์ให้นิยามว่าเป็น James Bond ผสม My Fair Lady ครับ

ส่วนผลงานเรื่องถัดไปของซิงเกอร์คือ Jack the Giant Slayer (ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก Jack the Giant Killer) มีแผนออกฉายมีนาคมปีหน้า ส่วน X-Men: Days of Future Past มีกำหนดฉายกรกฎาคม 2014 ครับ

เรื่องราวใน The Wolverine จะเกิดขึ้นหลังหนัง X-Men ทุกภาค และภาพใหม่จากหนัง

นิตยสาร Empire ฉบับ The Hobbit ล่าสุดของเดือนนี้ มีบทความเด่นของหนัง The Wolverine อยู่ภายในครับ ซึ่งมีการสัมภาษณ์ผู้กำกับเจมส์ แมนโกลด์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในหนังด้วย นอกเหนือจากมีภาพของฮิวจ์ แจ็คแมน ในบทวูล์ฟเวอรีน ที่ง้างกรงเล็บอยู่ในหลุม

อย่างที่เรารู้กันว่าเรื่องราวส่วนใหญ่ของ The Wolverine เกิดขึ้นในญี่ปุ่น และดัดแปลงจากฉบับคอมมิคในตอนที่สร้างสรรค์โดยคริส แคลร์มองต์ และ แฟรงค์ มิลเลอร์ ที่พาพระเอกของเราไปเผชิญหน้ากับทั้งซามูไรและนินจา และทุกคนก็เข้าใจว่าเนื้อเรื่องในหนังจะเป็นเหตุการณ์ย้อนยุคและก่อนหนัง X-Men ของไบรอัน ซิงเกอร์ แต่จากปากคำล่าสุดของผู้กำกับแมนโกลด์บอกเราว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นครับ

เหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์หนังก่อนหน้านี้ทั้งหมด จีน เกรย์ไม่อยู่แล้ว กลุ่ม X-Men ทั้งหมดถ้าไม่แตกกันไปก็ตายหมดแล้ว มันจึงมีความรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวอย่างที่สุดสำหรับตัวเขา” แมนโกลด์บอก

ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากครับ เพราะก่อนหน้านี้ที่เราเห็นเบื้องหลังการถ่ายทำกัน เราเข้าใจว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองมาโดยตลอด และข้อมูลนี้ก็ดูจะขัดกับข่าวลือในระยะนี้ว่าเฟมเก้ เจนเซ่น จะมารับเชิญเป็นจีน เกรย์ ในหนังเรื่องนี้ด้วย

นอกจากเหตุการณ์ในหนังจะเกิดขึ้นที่หลังแล้ว เรื่องราวก็ยังไม่เกี่ยวข้องกับ X-Men ภาคไหนด้วยครับ “นั่นเป็นสิ่งพิเศษสำหรับผมซึ่งสำคัญมาก ที่ผมได้มาอยู่ในช่วงเวลาเฉพาะนี้ของชีวิตเขา ผมอยากที่จะได้เล่าเรื่องราวที่ไม่ต้องแบกรับมาจากหนังภาคอื่น หรือส่งต่อให้หนังเรื่องไหน ที่เกิดขึ้นและประกอบเรื่องราวไปแล้ว แนวคิดของการที่มีชีวิตอมตะหนักหน่วงมากในเรื่องราวนี้ และการต้องแบกรับการมีชีวิตอมตะไว้ก็กดดันโลแกนอย่างมาก สำหรับผมแล้ว นั่นเป็นส่วนที่น่าสนใจในตัวละครของโลแกน ที่ยากจะตีแผ่ออกมาถ้ามีพรรคพวกหรือมีทีมเข้ามาอยู่ในหนัง

แล้วถ้าจะให้แมนโกลด์นิยามหนัง The Wolverine ของเขาแล้ว แมนโกลด์อยากจะเรียกหนังเรื่องนี้ว่าเป็น “หนังฟิล์มนัวร์ญี่ปุ่น ที่มีแอ็คชั่นแบบหนังใหญ่อยู่ในนั้น

The Wolverine จะออกฉายปลายกรกฎาคม 2013 ครับ คลิกชมภาพสแกนจากนิตยสาร ( via CMB ) ที่ด้านใน

UPDATE: เว็บไซต์ Empire ได้ลงภาพทางการแล้ว

Read more of this post

เจมส์ คาเมรอน จะกำกับหนังเขย่าขวัญ The Informationist หลังจาก Avatar ภาคต่อ

แม้ว่าพักหลังนี้ ผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน จะมัวเน้นไปที่การทำลายสถิติโลกและการสร้างหนังภาคต่อ The Avatar แต่ก็ยังพอมีเวลาหาโครงการหนังเรื่องอื่นที่จะทำต่อเนื่องออกไปครับ ซึ่งในรายงานล่าสุดของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า คาเมรอนจะกำกับและอำนวยการสร้างหนังเขย่าขวัญ The Informationist จากนิยายของเทย์เลอร์ สตีเว่น ให้แก่ทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์

ตัวเอกของ The Informationist คล้ายกับในหนังหลายเรื่องของคาเมรอน นั่นก็คือเป็น “หญิงแกร่ง” ครับ ซึ่งวาเนสซา มอนโร หรือ “ไมเคิล” ในนิยายเรื่องนี้ ได้รับการกล่าวขวัญว่ามีบุคลิกคล้ายกับลิสเบธ ซาแลนเดอร์ หรือ The Girl with the Dragon Tattoo ของสตีก ลาร์สสัน เธอเป็นเด็กสาวที่เกิดในแอฟกาตอนกลาง และใช้ชีวิตในวัยรุ่นอยู่ในการอุปถัมภ์ของมือปืนกับทหารรับจ้าง จากนั้นก็สถาปนาตัวเองเป็นนักค้าข้อมูลให้แก่ลูกค้าที่มั่งคั่งร่ำรวย ต่อมาก็มีมหาเศรษฐีมาจ้างให้เธอตามหาลูกสาวที่หายตัวไปในแอฟริกา ทำให้เธอได้กลับถิ่นกำเนิดเดิมอีกครั้ง

จากข้อมูลเกี่ยวกับตัวละคร ไม่แปลกที่จะโดนใจคาเมรอน ซึ่งเจ้าตัวได้บอกแก่ THR ว่า “วาเนสซา ไมเคิล มอนโร ของเทย์เลอร์ สตีเวน เป็นนางเอกที่น่าทึ่งและมีเสน่ห์ มีสมองไว และกระหายการผจญภัย” และเสริมว่า “สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมพอๆกันก็คือ ชีวิตทางอารมณ์ของเธอกับเรื่องราวความรักที่คาดไม่ถึงของเธอ

จอน แลนเดา ซึ่งเป็นเพื่อนกับคาเมรอน จะร่วมอำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ด้วย และพูดถึงเสน่ห์ของตัวเอกว่า “เราหลงใกลนิยายเรื่องนี้เพราะการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม น่าดึงดูด และมีตัวละครอันน่าทึ่งซึ่งเป็นนางเอกที่แกร่ง คล้ายกับที่อยู่ในงานของจิม วาเนสซา มอนโร เป็นส่วนผสมของลิสเบธ ซาแลนเดอร์ กับ เจสัน บอร์น

ในเมื่ออย่างเร็วที่สุดที่ภาคต่อ Avatar จะออกฉายก็คือปี 2015 แปลว่าอีกหลายปีเลยที่เราจะได้ดู The Informationist และอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกกี่ปีที่เราจะได้ดู Battle Angel Alita

โฉมแรกของนางร้ายไวเปอร์ จากกองถ่าย The Wolverine

ภาพจากปาปารัซซี่ที่แอบถ่ายกองถ่ายหนัง The Wolverine ได้เผยโฉมแรกของไวเปอร์ นางร้ายสารพัดพิษ จากหนัง The Wolverine ครับ

นักแสดงที่มาสวมบทนี้ก็คือนักแสดงสาวชาวรัสเซีย สเว็ทลานา ค็อดเชนโควา ในชุดเดรสสีดำเปลือยแขน สวมถุงมือสีดำที่เข้ากับชุด ประดับด้วยลวดลายสีทอง และใส่แว่นตาสีทองที่เข้ากันด้วย เป็นนางร้ายที่แต่งตัวได้สง่าและมีรสนิยมทางแฟชั่นมากๆ ครับ

เดิมทีบทนี้มีการเสนอให้เจสซิกา บีล มารับบท แต่เธอปฏิเสธไปเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งวงในบอกว่าสามารถมาจากการที่เจรจาตกลงกันไม่ได้แล้วเลิกคุยกันไปกับทางทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์

ในจักรวาลของมาร์เวลนั้น ไวเปอร์เป็นศัตรูตัวฉกาจของทั้ง The Avengers และ X-Men เป็นนักฆ่าสาวที่ชำนาญอาวุธอาบยาพิษเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพิษงู เธอเป็นคนรักของซิลเวอร์ซามูไร ตัวร้ายใน The Wolverine ด้วย แต่รายละเอียดความสัมพันธ์ของเธอกับวูล์ฟเวอรีนในหนังฉบับนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคล้ายกับฉบับคอมมิคส์หรือไม่ เพราะเธอเองก็เป็นภรรยาคนหนึ่งของว์ลูฟเวอรีนเหมือนกันครับ

The Wolverine ฉายปลายปรกฎาคมปี 2013 ครับ

Read more of this post

ฟ็อกซ์นำชาร์ลี บราวน์ และ สนูปปี้ กลับขึ้นสู่จอใหญ่ ปี 2015 ใน Peanuts

ชาร์ลี บราวน์ กับเจ้าหมาสนูปปี้ จากการ์ตูนสั้นเรื่อง Peanuts ของชาร์ลส์ เอ็ม ชูลซ์ กำลังจะได้ขึ้นจอใหญ่เป็นภาพยนตร์แล้วครับ จากการสร้างของทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ โดยมีแผนออกฉายในสหรัฐพฤศจิกายน 2015 ตามรายงานของเดดไลน์

กำหนดฉายถือเป็นส่วนสำคัญของหนังเรื่องนี้ด้วย เพราะจะเป็นการฉลองครบรอบ 65 ปี ให้การ์ตูนสั้นในหนังสือพิมพ์ชุดนี้ และฉลองครบรอบ 50 ปี ให้แก่ A Charlie Brown Christmas ฉบับดัดแปลงเป็นหนังการ์ตูนทางทีวีครั้งแรก

ฟ็อกซ์ประกาศเมื่อ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาว่าได้ตกลงซื้อลิขสิทธิ์จากทายาทของชูลซ์เป็นที่เรียบร้อยในการเอาตัวละครมาสร้างเป็นฉบับหนัง โดยมอบให้ทีมสร้างของบลูสกาย สตูดิโอส์ ที่สร้างหนังชุด Ice Age และ Rio มาเป็นผู้สร้างงานในครั้งนี้ครับ และมอบหน้าที่ผู้กำกับให้แก่สตีฟ มาร์ติโน จาก Horton Hears a Who! ส่วนการเขียนบทนั้น เครก ซึ่งเป็นลูกชายของชูลซ์จะรับหน้าที่นี้ไปและรับหน้าที่ร่วมอำนวยการสร้างด้วย

หนังยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ และถือว่าเป็นการสร้างภาพยนตร์จากตัวละครชุดนี้เป็นครั้งที่ 5 ครับ

ผมใส่คลิป A Charlie Brown Christmas ฉบับดัดแปลงครั้งแรกของตัวการ์ตูนชุดนี้มาให้ชมที่ด้านในด้วยครับ

Read more of this post

ฮิวจ์ แจ็คแมนโชว์ล่ำในภาพแรกของ The Wolverine

The Wolverine ของผู้กำกับเจมส์ แมนโกลด์ ที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนตอนที่สร้างสรรค์โดยคริส แคลร์มองต์ กับ แฟรงค์ มิลเลอร์ ได้ยกกองถ่ายไปที่ญี่ปุ่นสักพักใหญ่แล้วครับ และเราก็รอว่าเมื่อไหร่ทเวนตี เซ็นทรูรี ฟ็อกซ์ จะปล่อยภาพนิ่งเป็นทางการออกมาเสียที เพราะมีภาพปาปารัซซี่ออกมาเยอะมากแล้ว อาจต้องรอนานหน่อย แต่ก็ปล่อยออกมาในที่สุดที่เฟซบุคและทวิตเตอร์ของหนังครับ

ภาพนิ่งแรกไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นมากเท่าไหร่ ยังคงเป็นภาพของวูล์ฟเวอรีน (ฮิวจ์ แจ็คแมน) คนเดิม เพียงแต่ถอดเสื้อโชว์กล้ามและความกำยำที่ดูเปรียวขึ้น เพรียวขึ้น และเส้นเลือดปูดมากขึ้นครับ ฉากหลังของภาพยังบอกเป็นนัยว่าเรื่องราวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ไหนด้วย

แจ็คแมนคุยกับ Empire ถึงโฉมเก่าแต่ดูใหม่ของวูล์ฟเวอรีนให้ฟังว่า “ผมมีภาพของเดอ นีโร ในหนังรีเมก Cape Fear อยู่ในหัว เรารู้สึกกลัวตัวละครนั้นทันทีที่เขาถอดเสื้อออก และเห็นรอยสักทั้งหลาย เรารู้ทันทีเลยว่าเขาเป็นลวดสปริงที่กระชากคอของเราหลุดได้เลย ไม่ว่าเขามีทีท่าสงบแค่ไหนก็ตาม นั่นแหละคือตัวของวูล์ฟเวอรีน ผมคิดเสมอว่าเขาเพรียว ดุเหมือนสัตว์ป่า และไม่จำเป็นต้องหน้าตาดี เขามีความบ้าระห่ำ และน่ากลัวอย่างมากเมื่อโกรธจนขาดเหตุผล

ฉบับหนังสือการ์ตูนของมิลเลอร์กับแคลมองต์นั้นโด่งดังและเป็นที่ชอบของแฟนๆ มาก คงต้องมารอดูกันว่าแมนโกลด์จะกำกับออกมาได้อย่างที่แฟนๆอยากเห็นไหม หนังจะฉายปลายกรกฎาคมปีหน้าครับ คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

ฟ็อกซ์ได้จัดจำหน่ายหนังอนิเมชั่นค่ายดรีมเวิร์คแทนพาราเมาท์

ธุรกิจของหนังอนิเมชั่นฮอลลีวู้ดกำลังจะเปลี่ยนไปตั้งแต่ปีหน้า ไม่นานนี้พาราเมาท์ได้พยายามก่อสร้างแผนกงานอนิเมชั่นของตัวเอง โดยมีแผนจะสร้างภาคต่อ SpongeBob Squarepants, หนังอนิเมชั่นจากการอำนวยการสร้างของเจ.เจ. อับรามส์ รวมถึงการดัดแปลงหนังอนิเมชั่นจากนิคเกโลเดียน ส่วนหนังอนิเมชั่นจากดรีมเวิร์คส์ที่พาราเมาท์จัดจำหน่ายมาให้ตั้งแต่ปี 2006 ก็จะมีการเปลี่ยนมือไปนับจากปีหน้าครับ

รายงานของเดดไลน์บอกว่า สัญญาการจัดจำหน่ายระหว่างพาราเมาท์กับดรีมเวิร์คส์ อนิเมชั่น จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งหนังเรื่องสุดท้ายที่พาราเมาท์จะจัดจำหน่ายให้ก็คือ Rise of the Guardians และทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ได้เป็นบริษัทใหม่ที่จะมารับจัดจำหน่ายแทน โดยทำสัญญากันไว้ 5 ปี ซึ่งสาเหตุจากการที่ดรีมเวิร์คส์แยกทางกับพาราเมาท์ก็มาจากการที่พาราเมาท์ขอค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายสูงขึ้นในการต่อสัญญา

ก่อนหน้าที่จะตกลงกันได้ที่ฟ็อกซ์ ดรีมเวิร์คส์ได้เจรจากับโซนี่ พิคเจอร์สก่อน แต่เจรจากันไม่สำเร็จ ซึ่งข้อตกลงใหม่จะเริ่มต้นในปี 2013 และยาวไปถึง 2017 และฟ็อกซ์จะจัดจำหน่ายให้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มจากหนังเรื่อง Turbo ว่าด้วยหอยทากติดเทอร์โบ, หนังอนิเมชั่น 2D เรื่อง Me and My Shadow ว่าด้วยเรื่องเงาที่อยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง และ Happy Smekday! ที่ริฮันนาจะมาให้เสียงตัวละคร ว่าด้วยมนุษย์ต่างดาวที่มาแอบซ่อนตัวอยู่ในโลก

ในข้อตกลงเดิม พาราเมาท์ได้ค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายให้ดรีมเวิร์คส์อนิเมชั่นอยู่ที่ 9% ครับ ไม่มีรายงานว่าฟ็อกซ์ได้ค่าเปอร์เซ็นต์ในข้อตกลงใหม่นี้เท่าไหร่ ฟ็อกซ์มีบริษัทอนิเมชั่นของตัวเองชื่อ บลู สกาย สตูดิโอ ที่สร้างหนังอย่าง Ice Age และ Rio

Read more of this post

ฟ็อกซ์เสียลิขสิทธิ์ Daredevil คืนให้มาร์เวล และดูคลิปเสนอขายงานของผู้กำกับโจ คาร์นาฮาน

แม้ว่าจะไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่าทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ จะเสียลิขสิทธิ์ของ Daredevil คืนกลับไปหามาร์เวลแน่นอนแล้วครับ เพราะไม่อาจสร้างหนังได้ทันกำหนด

หลังจากผู้กำกับเดวิด สเลด ถอนตัวจากโครงการหนังยกเครื่องใหม่ให้ซูเปอร์ฮีโร่สัมผัสเหนือมนุษย์ Daredevil เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา ฟ็อกซ์ได้วางตัวให้โจ คาร์นาแฮน จาก The Grey มารับช่วงต่อ แต่ก็ดูเหมือนว่าคาร์นาแฮนจะโยนผ้าขาวเสียแล้ว เพราะเขาต้องเปิดกล้องให้ทันก่อน 10 ตุลาคมนี้ ไม่งั้นลิขสิทธิ์ก็จะตกกลับไปเป็นของมาร์เวลและวอลท์ ดิสนี่ย์ พิคเจอร์ ตามที่ทำไว้

คาร์นาฮานเขียนข้อความลงในทวิตเตอร์เมื่อ 13 สิงหาคาที่ผ่านมาว่า “คิดว่าแนวคิดหนังซูเปอร์ฮีโร่ชุดสีแดงที่จะสร้างในแนวเรทโทรสไตล์รหนัง Serpico ของผมคงระเหยเป็นควันในวันนี้ไปเสียแล้ว เราคงต้องมาดูกัน เวลามีอยู่ข้างใครเลย

ต่อมา คาร์นาฮานได้ทวีตบอกอีกว่าแนวทางที่เขานำเสนอต่อฟ็อกซ์นั้นได้รับการตอบรับดีมาก ทุกคนคลั่งมาก แต่เวลาที่ฟ็อกซ์จวนหมดแล้ว แผนการที่เตรียมไว้จึงพังทลาย

คาร์นาฮานยังนำคลิปนขายงาน Daredevil ของเขาโหลดลงยูทูบให้ดูด้วยครับว่าหน้าตาจะเป็นยังไง โดยตัดเอาฉากจาก Daredevil ฉบับของเบน แอฟเฟล็ค ผสมกับภาพจากหนังสือการ์ตูน และคลิปจากหนังยุค 70 ครับ โดยหวังว่าเมื่อมาร์เวลได้ลิขสิทธิ์คืนกลับไปแล้วและชอบแนวทางของเขา ก็อาจเรียกเข้าไปคุยกัน คาร์นาฮานทำออกมาสองฉบับครับ ฉบับเรต NC-17 ที่ห้ามเด็กต่ำหว่า 17 ปี ชม เพราะมีฉากรุนแรง กับฉบับเรต PG-13 หรือเด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี ควรมีผู้ปกครองรับชมด้วย คลิกชมทั้งสองคลิปด้านใน

Read more of this post

จอช แทรงก์ ยืนยันกำกับ Fantastic Four แต่ เดวิด สเลด ทิ้ง Daredevil

ระหว่างการประชุมประจำปีของค่ายหนังทเวนตี เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ได้มีการประกาศความคืบหน้าของโครงการหนังที่ฟ็อกซ์ซื้อลิขสิทธิ์ตัวละครจากมาร์เวลมาสร้าง 2 เรื่องครับ เรื่องหนึ่งได้รับการยืนยันเกี่ยวกับตัวผู้กำกับ ส่วนอีกเรื่องได้มีการถอนตัวของผู้กำกับครับ ตามรายงานของเดดไลน์

ฟ็อกซ์ยืนยันว่าจอช แทรงก์ ผู้กำกับ Chronicle จะมาเป็นผู้กำกับ Fantastic Four ฉบับยกเครื่องใหม่ แม้ว่าจะมีรายงานว่าแทรงก์ถูกทาบให้กำกับโครงการหนังหลายเรื่องมากหลังจากประสบความสำเร็จจาก Chronicle แต่ฟ็อกซ์อยากให้การยกเครื่องใหม่ให้แก่สี่กายสิทธิ์เป็นโครงการหนังเรื่องถัดไปของเขาครับ

ขณะที่ Fantastic Four ได้ผู้กำกับอย่างเป็นทางการแล้ว หนังยกเครื่องใหม่ให้ Daredevil กลับเสียผู้กำกับไปครับ เพราะเดวิด สเลด ที่ฟ็อกซ์วางตัวไว้ก่อนหน้านี้ได้ตัดสินใจถอนตัวออกไป รายงานบอกด้วยว่าฟ็อกซ์มีความเสี่ยงที่จะเสียลิขสิทธิ์ตัวละครนี้กลับคืนไปให้มาร์เวลและวอลท์ ดิสนี่ย์ พิคเจอร์ส ถ้ายังเปิดกล้องหนังไม่ได้ภายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ หรือราวปลายปีครับ

นอกจากสองหนังซูเปอร์ฮีโร่นี้แล้ว ฟ็อกซ์ยังได้ประกาศโครงการหนังฟอร์มน่าสนใจเรื่องใหม่ด้วย ชื่อเรื่อง Rust ที่ถูกนิยามว่า”เป็นหนังแนว ET” จากบทหนังของแอไลน์ บรอช แม็คเคนนา และฟ็อกซ์ได้ว่าจ้างโจ คอร์นิช ผู้กำกับจากหนังเอเลี่ยนบุกโลก Attack the Block มารับหน้าที่กำกับ

Rust จะเป็นหนังที่เจาะกลุ่มคนดูหนังครอบครัว ดัดแปลงจากนิยายของรอยเดน เลปป์ บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวไร่ที่กำลังดิ้นรนในการรักษาไร่ของพวกเขา แล้วก็มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งมาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตครับ

ฟ็อกซ์อาจสร้าง New Mutants เป็นภาคแยกของ X-Men

ทิม ร็อธแมน ประธานกรรมการผู้บริหารของทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ พูดเป็นนัยว่า New Mutants อาจเป็นโครงการหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่ของค่ายครับ

ร็อธแมนได้นำทีมงานของฟ็อกซ์ไปนำเสนอหนังของค่ายที่กำลังจะเข้าฉายในอนาคต และเตรียมงานสร้างอยู่ ในงานซินีมาคอนเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และคุยกับเว็บไซต์ Collider ว่ามีความเป็นไปได้ที่ฟ็อกซ์จะสร้าง New Mutants เป็นภาคแยกของหนังชุด X-Men ซึ่งกำลังเตรียมงานสร้างภาคต่ออยู่ในตอนนี้

ร็อธแมนบอกว่าด้วยการประกาศสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่จากคอมมิคเรื่องใหม่นั้น จะมีขึ้น “ในฤดูร้อนนี้

ร็อธแมนยังไม่ยืนยันเสียทีเดียวว่าเป็นภาคแยกของ X-Men ไหม แต่บอกใบ้ทำนองว่า “ขอพูดแบบนี้แล้วกัน ผมบอกได้แต่เพียงว่าผมเห็นด้วยว่าตัวละครทั้งหลายเหล่านี้มีศักยภาพที่จะสร้างเป็นหนังได้

มาร์เวลพิมพ์ New Mutants ออกมาเป็นภาคแยกของ X-Men ในปี 1982 ซึ่งโดยแนวคิดก็คือเป็นเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหม่ของชาร์ลส์ ซาเวียร์ ที่ต้องมาฝึกฝนการเป็น X-Men หลังจากลูกศิษย์ชุดแรกของซาเวียร์เติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปหมดแล้ว เป็นผลงานคอมมิคที่สร้างสรรค์โดยคริส แคลร์มองต์

ส่วนหนัง X-Men ในตอนนี้ของฟ็อกซ์ก็คือ The Wolverine ที่จะเปิดกล้องกลางปีนี้ที่ออสเตรเลีย และมีรายงานล่าสุดบอกว่าหนังจะไปถ่ายทำที่ญี่ปุ่นด้วย และอีกเรื่องก็คือภาคต่อ X-Men: First Class ที่จะเปิดกล้องในเดือนมกราคม

Abraham Lincoln: Vampire Hunter จะเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษใหม่ในหลายประเทศ

Abraham Lincoln: Vampire Hunter น่าจะเป็นหนังที่มีการใช้ชื่อภาษาอังกฤษหลายแบบที่สุดเท่าที่ผมนึกออกครับ เพราะตามรายงานของ LA Times บอกว่า หนังจะใช้ชื่อภาษาอังกฤษแตกต่างกันไปมากมายในหลายประเทศครับ สาเหตุก็เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนดูในตลาดโลกมากขึ้น เพราะทางทเวนตี เซ็นทรูรี ฟ็อกซ์ อาจเห็นว่าประเทศเหล่านั้นอาจไม่ค่อยคุ้นกับประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐ ยกตัวอย่างเช่นในไทยและไต้หวัน หนังจะเปลี่ยนชื่อเป็น “President Lincoln: Vampire Hunter” ส่วนในฮ่องกงกับเกาหลีใต้ จะใช้ชื่อสั้นกว่ากว่า “Lincoln: Vampire Hunter

ขณะที่ในอิตาลีกับโปรตุเกส ชื่อของหนังจะเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือชื่อตัวเอกครับ โดยในอิตาลีจะใช้ว่า “The Legend of the Vampire Hunter” ส่วนโปรตุเกสจะใช้ว่า “Secret Diary of the Vampire Hunter” ส่วนประเทศที่เหลือในยุโรปกับประเทศที่พูดภาษาสเปน จะยังคงใช้ชื่อเดียวกับในสหรัฐ

การเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษของหนังในตลาดโลกเป็นเรื่องปกติครับ บางครั้งผู้สร้างก็เปลี่ยนเพื่อให้ดูมีความเป็นอเมริกันน้อยลงเมื่อฉายในประเทศที่อาจไม่ค่อยชอบกันเท่าไหร่ เช่น “Captain America: The First Avengers” ก็หดสั้นเหลือแค่ “The First Avengers” ในเกาหลีใต้, รัสเซีย หรือยูเครน หรืออย่างหนัง “The Avengers” ก็มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Avengers Assemble” ในอังกฤษ เพื่อกันสับสนกับซีรี่ส์สายลับ The Avengers ที่เคยสร้างเป็นหนังมีเรล์ฟ ไฟนส์ นำแสดง

สำหรับ Abraham Lincoln: Vampire Hunter ที่กำกับโดยติเมอร์ เบกแมมบิตอฟ นั้น ฟ็อกซ์เป็นกังวลแล้วว่าการที่ชื่อหนังมีชื่อของบุคคลทางประวัติศาสตร์ในสหรัฐ อาจทำให้หนังไม่เป็นที่ดึงดูดในตลาดโลก ยิ่งกำไรส่วนใหญ่ของหนังทุนสูงมักได้จากตลาดโลกด้วยแล้ว พวกเขายิ่งเป็นกังวลครับ

ขณะเดียวกัน มีตัวอย่างหนังใหม่ของ Abraham Lincoln: Vampire Hunter ออนไลน์ครับ เป็นฉบับพากย์ภาษารัสเซีย เราไม่ค่อยเข้าใจภาษา แต่ตัวอย่างหนังมีฉากแอ็คชั่นเพิ่มมากขึ้น คลิกชมด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับเต็มของ Prometheus จากริดลี่ย์ สก็อต ออกมาให้คุณขนลุก

ตามที่ฟ็อกซ์สัญญาไว้ว่าหลังจากเผยโฉมตัวอย่างหนังฉบับเต็มตัวใหม่ของ Prometheus ในงานวันเดอร์คอน โดยมีผู้กำกับริดลี่ย์ สก็อต ไปนำเสนอและผู้คุยกับผู้ชมในงาน ฟ็อกซ์ก็จะปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มนั้นออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต และบัดนี้ก็เผยโฉมออกมาแล้วที่ยูทูปครับ

ตัวอย่างหนังฉบับนี้ นอกจากเผยฉากใหม่ๆ แล้วก็ยังเผยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องในหนังด้วยว่า มนุษย์ได้ค้นพบเส้นทางดวงดาวจากอารยธรรมโบราณที่พาพวกเขาไปยังยังดวงดาวที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต พวกเขาค้นพบรูปแบบสิ่งมีชีวิตที่นั่น และดูเหมือนมีเดวิด (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) หุ่นแอนดรอยด์ที่เหมือนจะแกะปริศนาออก แต่ไม่ยอมบอกใคร เดวิดดูจะมีแผนการบางอย่างตามที่เขาพูดในตัวอย่างหนังว่า “สิ่งที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ” และดูเหมือนหายนะต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น และมันเหมือนว่าหายนะดังกล่าวจะเดินทางไปที่โลกด้วย

นอกจากงานสร้างที่ดูยิ่งใหญ่ปนน่ากลัวแล้ว  ตัวอย่างหนังยังเผยโฉมเต็มๆ แบบแว้บๆ ของ space jockey ด้วยครับ เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ของฤดูร้อนนี้ที่น่าชมอย่างยิ่ง

Prometheus นำแสดงโดยนูมิ ราเพซ, ชาร์ลีซ เธอรอน, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, ไอดริส เอลบา และโลแกน มาร์แชล-กรีน ออกฉายมิถุนายนนี้ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

คลิปการตลาดไวรัสตัวใหม่เป็นโฆษณาหุ่นยนต์ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ และคลิป Q&A ของ Prometheus

เป็นวันที่มีกิจกรรมใหญ่สำคัญของหนัง Prometheus เลยครับ ผู้กำกับริดลี่ย์ สก็อต นำตัวอย่างหนังฉบับเต็มยาว 2 นาทีกว่าไปฉายให้ผู้ร่วมงานวันเดอร์คอน ที่แคลิฟอร์เนีย ได้ชมกัน ซึ่งอีกไม่นานก็จะปล่อยออกมาออนไลน์ครับ เสียงตอบรับที่มีต่อตัวอย่างหนังนั้นไปในทางดีมากๆ แต่ก่อนหน้านั้น ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ กับ ชาร์ลีซ เธอรอน สองนักแสดงนำของเรื่องได้คุยสดกับผู้ชมทางอินเตอร์เนต ที่ Yahoo Movies ตอน 23.30 น. ของวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา และตอบคำถามน่าสนใจมากมาก

หนึ่งในนั้นก็คือคำถามเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการเอามาใช้รับบทของพวกเขา ฟาสเบนเดอร์ผู้ที่รับบทเป็นหุ่นแอนดรอยด์ชื่อเดวิด (ชื่อเดียวกับกษัตริย์เดวิดที่ในคติของศาสนาคริสต์ พระเยซูสืบเชื้อสายมาจาก) เล่าว่าเขาเอาการเคลื่อนไหวของเกร็ก ลูกานิส อดีตนักกีฬากระโดดน้ำรางวัลเหรียญทองจากกีฬาโอลิมปิคของสหรัฐ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสวมบท ส่วนชาร์ลีซ เธอรอนตอบว่า เธอเอาการแสดงของทิลดา สวินตัน ใน Michael Clayton มาเป็นแรงบันดาลใจ (แปลว่าเธอเป็นกึ่งๆ นางร้ายในหนังเรื่องนี้) เธอรอนยังพูดติดตลกด้วยเมื่อถูกถามว่า Prometheus เป็นภาคต้นของ Alien ใช่ไหม เธอตอบว่า “ไม่ ของ Thelma & Louise ต่างหาก

หนัง Prometheus ยังได้ปล่อยคลิปการตลาดไวรัสตัวใหม่ออกมาด้วยครับ ครั้งนี้เป็นคลิปโฆษณาหุ่นแอนดรอยด์ของบริษัทเวย์แลนด์ และมีไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ แสดง ในโฆษณาบอกว่าเป็นหุ่นยนต์ที่มีความเหมือนคนมาก แต่เป็นโฆษณาที่ให้ความรู้สึกขนลุกมากกว่าอยากซื้อหุ่นไปใช้ คลิกชมทั้งหมดด้านในครับ

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับเต็มของ Abraham Lincoln: Vampire Hunter ออนไลน์

หลังจากทเวนตี เซนทูรี ฟ็อกซ์ นำตัวอย่างหนังฉบับเต็มของ Abraham Lincoln: Vampire Hunter ออกไปเผยโฉมในงานวันเดอร์คอน พวกเขาก็ได้ปล่อยตัวอย่างออนไลน์ให้ผู้ที่ไม่มีโอกาสไปร่วมงานได้ยลกันทางอินเตอร์เนตทางยูทูปครับครับ

ตัวอย่างฉบับนี้ บอกเราเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อเรื่องว่าก่อนที่อับราฮัม ลินคอล์น (เบนจามิน วอล์คเกอร์) จะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ในวัยหนุ่มของเขานั้นต้องต่อสู้กับแวมไพร์ ที่เผ่าพันธุ์ของพวกมันเคยฆ่าแม่ของเขาตอนที่เขายังเด็ก เป็นเรื่องราวเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้ (ตามท้องเรื่องที่สมมติขึ้นมา)

ในตัวอย่างหนังยังให้เห็นโฉมแรกของตัวละครของโดมินิก คูเปอร์ ที่เป็นผู้ช่วยของลินคอล์นในการปราบแวมไพร์ และฉากบู๊กับฉากเทคนิคพิเศษอันน่าระทึก ผู้กำกับติเมอร์ เบ็กแมมบีตอฟ มีสไตล์เฉพาะตัวในการสร้างฉากเหล่านี้ ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากสไตล์ของหนังอย่าง The Matrix และวอล์คเกอร์ดูจะใช้ขวานเป็นอาวุธประจำกายได้คล่องแคล่วและมีลีลาสวยงามมากครับ

หนังดัดแปลงจากนิยายขายดีของเซ็ธ แกร์ม-สมิธ ซึ่งผู้เขียนนิยายยังเป็นผู้ร่วมดัดแปลงบทหนังกับไซมอน คินเบิร์ก จาก This Means War และ X-Men: The Last Stand ด้วย มีกำหนดฉายในระบบ 3 มิติ ในกลางเดือนกันยายนนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

24 ฉบับหนัง อดเปิดกล้องปีนี้

แม้ว่าคีเฟอร์ ซัทเธอร์แลนด์ พยายามสร้างความมั่นใจตลอดการสัมภาษณ์ในช่วงหลายเดือนมานี้ว่า หนังจากซีรี่ส์ชุด 24 จะได้เปิดกล้องในปีนี้แน่นอน แต่รายงานล่าสุดของเดดไลน์บอกว่า แผนงานสร้างหนังเรื่องนี้คงต้องเลื่อนออกไปก่อน อย่างน้อยก็ไม่ได้ถ่ายทำในปี 2012 นี้แน่ๆ ครับ

สาเหตุที่ต้องระงับการสร้างนั้น ในรายงานบอกว่าซัทเธอแลนด์มีคิวต้องถ่ายทำซีรี่ส์ชุดใหม่เรื่อง Touch ที่น่าจะกลายเป็นซีรี่ส์ฮิตให้ถ่ายต่อเนื่องของช่องฟ็อกซ์ ทำให้ทเวนตี เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ต้องตัดสินใจเลื่อนการถ่ายทำหนัง 24 จนกว่าจะหาคิวว่างที่มากพอให้ถ่ายทำหนังได้ ทางค่ายหนังไม่อยากที่จะถ่ายแบบรีบเร่งเกินไป

ดูเหมือนว่าฟ็อกซ์เองก็เล็งเห็นถึงศักยภาพของ 24 ฉบับหนังว่าจะเป็นหนังภาคต่อที่ทำเงินได้ ด้วยเหตุนี้จึงอยากถ่ายทำให้ละเอียด ในรายงานบอกด้วยว่าบทหนังที่บิลลี่ เรย์ (State of Play) กับ มาร์ค บอมแบ็ค (Unstoppable) ส่งให้นั้นมีศักยภาพจะสร้างเป็นไตรภาคดีๆ ได้เรื่องหนึ่งเลย

อย่างไรก็ตาม ณ จุดนี้ โครงการหนังยังลูกผีลูกคนอยู่ ยังต้องรอให้ผู้บริหารของฟ็อกซ์เซ็นอนุมัติ ถ้าไม่มีข่าวอะไรที่เปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกำหนดการถ่ายทำ Touch ต่อ แจ็ค บาวเออร์ ก็คงยังต้องเกษียณต่อไป

 

ไจ คอร์ทนี่ เป็นลูกชายอึดตายยากของจอห์น แม็คเคลน ใน Die Hard 5

บรูซ วิลลิส ผู้กำกับจอห์น มอร์ และทเวนตี เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ได้นักแสดงผู้ที่จะมารับบทแจ็ค แม็คเคลน หรืออึดตายยากรุ่นลูกในที่สุดใน A Good Day to Die Hard หรือ Die Hard ภาค 5 ครับ และหนุ่มคนนั้นก็คือนักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลียนามว่า ไจ คอร์ทนี่ ตามรายงานของเดดไลน์

คอร์ทนี่เอาชนะเลียม เฮมสเวิร์ธ มาได้หลังจากตัวเลือกผู้ที่จะมารับบทนี้เหลือเพียง 2 คนสุดท้าย ระหว่างการทดสอบหน้ากล้องและคัดเลือกนักแสดงโดยการให้ลองแสดงประกบคู่กับบรูซ วิลลิส เพื่อดูว่าเคมีความเป็นพ่อลูกจะเข้าขากันแค่ไหน

ในภาคนี้ แม็คเคลนผู้พ่อเดินทางไปมอสโกเพื่อจัดการกับแก๊งมาเฟียรัสเซียที่นั่นแล้วเกิดไปพบแจ็ค ลูกชายของเขาที่นั่นโดยบังเอิญ หนำซ้ำยังพบอีกว่าแจ็คมีนิสัยและระห่ำเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียว แต่แน่นอนว่าจอห์นกับแจ็คย่อมไม่ลงรอยกันในทีแรกเพราะการที่ทั้งคู่ห่างเหินกัน ทั้งคู่จึงจำเป็นต้องปรับความเข้าใจกันไปพร้อมๆ กับรับมือผู้ร้ายไปในตัว หนังได้สกิป วู้ด จาก X-Men Origins: Wolverine มาเขียนบทให้ โดยมอร์จะเปิดกล้องหนังในเมษายนนี้เพื่อออกฉายวันวาเลนไทน์ปี 2013

สำหรับคอร์ทนี่นั้นโด่งดังมาจากซีรี่ส์ชุด Spartacus: Vengeance และกำลังจะรับบทสมทบใน One Shot ของทอม ครูส กับ I, Frankenstein ของแอรอน เอ็คฮาร์ท ครับ

ทเวนตี เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ยังได้ส่งภาพเบื้องหลังการทดสอบหน้ากล้องของคอร์ทนี่กับวิลลิสออกมาเป็นตัวอย่างด้วยครับ คลิกชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,135 other followers