Deadpool มี 2 ฉากท้ายเครดิต

deadpool post creditหนังตัวละครจาก X-Men หลายเรื่องมีฉากท้ายเครดิต Deadpool หนึ่งในตัวละครจากหนังสือการ์ตูนชุดนี้ก็จะมีเช่นกันครับ ที่จริง เราเคยรายงานไปแล้วจากบทความความเห็นรอบนักวิจารณ์ว่าจะมีฉากท้ายเครดิต ซึ่งเป็นฉากล้อเลียนฉากท้ายเครดิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องโดยตรงของหนัง แต่ล่าสุด เรทท์ รีส ซึ่งร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้ได้เขียนข้อความลงในทวิตเตอร์ว่า ยังมีอีกฉากที่ไม่ได้ฉายให้ดูจากรอบนักวิจารณ์ และผู้ชมที่จะเสียเงินดูในรอบปกติที่จะออกฉายสุดสัปดาห์นี้จะได้เห็นฉากใหม่ที่ใส่เข้ามาครับ แปลว่านักวิจารณ์คงต้องเสียเงินดูอีกรอบเพื่อชมฉากใหม่นี้

ขณะเดียวกัน เหล่านักวิจารณ์ที่ได้ชมก่อนได้ปล่อยบทวิจารณ์กันออกมาแล้ว ซึ่งจากการรวบรวมของ Rotten Tomatoes ก็บอกเป็นนัยว่าเราจะได้ชมหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่คำวิจารณ์ดีอีกเรื่อง

จาก 53 บทวิจารณ์ที่ออกมาในตอนนี้ มีนักวิจารณ์ชอบ 43 คน คิดเป็น 81% ส่วนคะแนนวิจิจารณ์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7/10 ครับ ถือว่าดีในระดับปานกลาง โดยคำวิจารณ์ส่วนใหญ่ยกย่องอารมณ์ขันของหนังกับมุกหันคุยกับคนดู หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “breaking the fourth wall” ส่วนจุดด้อยของหนังอยู่ที่ตัวเนื้อเรื่องกับตัวร้ายที่ไม่โดดเด่นพอ แต่เราจะพึงพอใจกับหนังแค่ไหน คงได้ชมกันสุดสัปดาห์นี้ครับ

Read more of this post

Sing Street ของจอห์น คาร์นี่ ได้รับการยืนปรบมือในรอบปฐมทัศน์ที่ซันแดนซ์ และเผยใบปิดแรก

sing street image 01หลังจาก Once ที่ได้รับคำชมอย่างมาก และ Begins Again ที่คำวิจารณ์อยู่ระดับปานกลาง จอห์น คาร์นี่ กลับมาในปีนี้ด้วย Sing Street ที่เพิ่งฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลหนังซันแดนซ์ไปหมาดๆ ครับ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการกลับมาด้วยหนังเกี่ยวกับดนตรีอันยอดเยี่ยมของเขาอีกครั้ง เพราะหนังได้รับการยืนปรบมืออย่างยาวนานจากการฉายรอบปฐมทัศน์

นักวิจารณ์ ผู้ชม และสื่อมวลชมที่ได้ชมรอบปฐมทัศน์ต่างก็ทวีตความเห็นยกย่องกันแทบทุกคน โดยชมว่าหนังสนุก, ตลก, น่ารัก, หวาน, ซาบซึ้ง และมีเสน่ห์

บางคำวิจารณ์ยกย่องว่าเป็นหนังในระดับเดียวกับหนังเข้าชิงออสการ์เรื่อง Almost Famous มีบางคำวิจารณ์เปรียบว่าคล้าย School of Rock ในฉบับไอริชด้วย ขณะที่บางส่วนก็บอกว่าเป็นหนังที่ให้มุมมองที่ดีเกี่ยวกับดนตรีและความรักเช่นเดียวกับ Once เพียงแต่เล่าด้วยมุมมองที่แตกต่าง

เช่นเดียวกับหนังของคาร์นี่ทุกเรื่องก็คือเพลง นอกจากเพลงเก่ายุค 80 ที่ทำให้ผู้ชมชื่นชอบแล้ว หนังยังมีเพลงดั้งเดิมที่โดนใจอีก หลายคำวิจารณ์บอกว่าอยากได้ซาวด์แทร็คประกอบหนังเดี๋ยวนั้นเลย

Sing Street มีฉากหลังเป็นดับลินในยุค 80 เป็นเรื่องราวของคอร์เนอร์ (รับบทโดยนักแสดงหน้าใหม่ เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล) หนุ่มมัธยมวัย 14 ในครอบครัวฐานะยากจน และยังต้องปรับตัวเข้ากับโรงเรียนที่มักมีเด็กเกเรมากลั่นแกล้ง คอร์เนอร์พบสาวคนหนึ่งที่เขาถูกใจ จึงตัดสินใจตั้งวงดนตรีร็อคนเพื่อจีบเธอคนนั้น และเรียกตัวเองใหม่ว่า “คอสโม” แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับได้มากกว่านั้น เพราะเพลงที่เขากลับเพื่อนๆ ทุ่มเทแรงใจเขียนขึ้นมาเกิดเป็นเพลงดังขึ้นมา หนังยังมีลูซี่ บอยน์ตัน, แจ็ค เรย์นอร์, มาร์ค แม็คนามารา และ เอเดียน กิลเลน ร่วมแสดง

หนังเพิ่งปล่อยใบปิดใหม่ออกมาครับ หลังจากปล่อยตัวอย่างแรกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน คลิกชมใบปิดที่ด้านในพร้อมความเห็นจากรอบปฐมทัศน์

Read more of this post

The Visit หนังของเอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน ที่ได้คำวิจารณ์ด้านดีในรอบ 15 ปี

visit m nightการที่พาดหัวว่า “The Visit หนังของเอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน ที่ได้คำวิจารณ์ด้านดีในรอบ 15 ปี” ออกจะดูเหมือนพวกล่อให้คลิกอ่านนิดๆ เพราะฟังครั้งแรกอาจเข้าใจว่านี่เป็นการกลับมาของชยามาลานแบบยิ่งใหญ่หรืออะไรแบบนั้น มันไม่ได้ขนาดนั้น แต่ก็เป็นการกลับมาแบบได้คำวิจารณ์ที่อยู่ในแดนบวกเป็นครั้งแรกหลังจาก Signs ในปี 2002 ครับ เพราะหลังจากเรื่องนี้แล้ว คำวิจารณ์ต่อหนังของชยามาลานจากกระประเมินของ Rotten Tomatoes อยู่ในแดนลบหมด

สำหรับการกลับมาอยู่ในแดนบวกเป็นครั้งแรกด้วย The Visit นี้ หนังได้คะแนนแบบเกือบตกเหมือนกันครับ มีนักวิจารณ์ชอบ 63% ด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.7/10 ถือเป็นงานเรื่องที่ 4 ของชยามาลานที่มีนักวิจารณ์ชอบเกิน 60% รองจาก Unbreakable (68%), Signs (75%) และ The Sixth Sense (85%)

ในความเห็นส่วนตัว The Visit เป็นหนังน่ากลัวที่ดูสนุกเรื่องหนึ่ง แม้ไม่โดดเด่นหรือดีระดับขึ้นหิ้ง แต่ก็มีหลายขณะที่หนังเล่าเรื่องผสมการใช้เทคนิคแบบเรียลลิตี้ทีวีมาสร้างความขนลุกหรือน่ากลัวได้ บางขณะก็ทำเอาฮาไปกับความสยอง ซึ่งการที่หนังทำได้ก็ไม่ใช่เพราะการเล่าเรื่องของชยามาลานเพียงอย่างเดียว แต่มาจากฝีมือการแสดงของนักแสดงหลักในเรื่องที่ช่วยส่งจังหวะน่ากลัวๆ ออกมาได้ชวนจิกเบาะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงของดีนนา ดานาแกน ในบทคุณยายผู้คุ้มดีคุ้มร้าย

ผมยังชอบที่หนังเหมือนเป็นการเอาเทพนิยายกริมม์เรื่องบ้านขนมปัง หรือ Hansel and Gretel มาเล่าใหม่ในบริบทของยุคปัจจุบันด้วย

ส่วนเสียสำคัญของหนังก็คือมีบางขณะที่เรื่องราวย้วยไปนิด โดยเฉพาะในครึ่งหลัง และหลังจากเลยจุดพลิกผันสำคัญของเนื้อเรื่องแล้ว หนังขาดพลังด้านความน่ากลัวลงไป ไม่ไต่อารมณ์ความกลัวขึ้นไปจนพีคหรือได้เท่าช่วงที่เหตุการณ์ในเรื่องยังคลุมเครือ

หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้าง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำเงินทั่วโลกไปแล้ว 63.3 ล้านเหรียญ ถือว่าเป็นหนังของชยามาลานที่ได้กำไรในรอบหลายปีเช่นกันครับ

มีความคิดเห็นยังไงต่อหนังกันบ้าง มาใส่ความเห็นกันครับ

Read more of this post

“ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” – ความเห็นผู้ชม

Freelance feedbackฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” ของผู้กำกับนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เข้าฉายสุดสัปดาห์นี้แล้วครับ และน่าจะสร้างความคึกคักให้แก่วงการหนังไทยได้บ้างหลังจากซบเซามาตลอดทั้งปี รายได้เปิดตัววันแรกก็สูงถึง 11.6 ล้านบาท ตามที่จีทีเอชรายงานมาครับ ส่วนความเห็นของผู้ที่ชมจากรอบพิเศษและรอบสื่อเมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาก่อนที่หนังจะฉายรอบปกติก็ถือว่าดีมาก มีผู้ชอบหนังราว 86% ตามการประเมินของนิตยสาร Flickz แต่เมื่อหนังออกฉายทั่วไปแล้วก็มีกระแสอีกด้านหนึ่งเข้ามาด้วยตรงที่คาดหวังว่าหนังจะเป็นหนังโรแมนติกอารมณ์ดีแบบที่เป็นยี่ห้อประจำของค่ายหนัง แต่กลับไม่ใช่อย่างที่คาดหวัง ซึ่งก็มีทั้งชอบและไม่ชอบ ขณะที่ผู้ชมที่ติดตามงานของนวพลมาโดยตลอดก็ค่อนข้างพอใจที่หนังมีลักษณะเฉพาะตัวตามแบบผลงานเก่าๆ ของผู้กำกับมากกว่ามีความเป็นหนังอารมณ์ดีแบบจีทีเอช ผมยังไม่ว่างไปดูหนัง แต่ดีใจที่รู้ว่า “ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” ยังเป็นงานในฉบับเฉพาะตัวของนวพลอยู่สูง และนั่นยิ่งเป็นเหตุผลให้อยากดูหนังมากขึ้นหลังจากประทับใจจากหนังอย่าง Mary is Happy, Mary is Happy

ในแง่ความเห็นของนักวิจารณ์ อาจารย์ประวิทย์ แต่งอักษร จากนิตยสารสีสัน ก็เป็นอีกท่านที่ชอบที่หนังเรื่องนี้ยังคงนวพลสไตล์เอาไว้ “ในฐานะที่ติดตามหนังของเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์-มาอย่างต่อเนื่อง ความน่าทึ่งของหนังเรื่อง “ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอ” ซึ่งเป็นการทำงานกับสตูดิโอใหญ่อย่าง gth อยู่ตรงที่เขายังคงรักษาตัวตนหรือลายเซ็นเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในแง่ของเทคนิคและสไตล์การนำเสนอที่เป็นตัวของตัวเอง หรือบางที อาจเรียกว่าไม่ประนีประนอม ตั้งแต่ ลองเทค, แฮนด์เฮลด์, จัมพ์คัท, ดนตรีที่ไม่ตั้งหน้าตั้งตาบิลด์, อารมณ์ขันแบบหน้าตายหรือเย็นชา, การเล่นกับความเป็นจริงและแฟนตาซี, ตัวละครประเภทที่ยังเก้ๆกังๆกับชีวิต(หรือแม้กระทั่ง loser) ไปจนถึงการวางกรอบการเล่าเรื่องที่ซ่อนเรื่องคาดไม่ถึงอยู่เนืองๆ ในทางกลับกัน ตราประทับของความเป็นหนัง gth ก็ไม่ได้ถึงกับหลุดลอก แต่ก็นับว่าจางกว่าเรื่องอื่นๆก่อนหน้าค่อนข้างมาก” (อ่านต่อ…)

ณัฐพงษ์ โอฆะพนม จากคอลัมน์เอกเขนกดูหนังในคมชัดลึกชมผู้กำกับว่า “‘เต๋อ’ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ใช้ไวยากรณ์ทางภาพยนตร์ในการเล่าเรื่องและสื่อความหมายในหนังได้อย่างเอกอุ ทั้งการถ่ายภาพ ตัดต่อ และเสียง(ทั้งเสียงดนตรีและเสียงบรรยากาศรายล้อม)ไปจนถึงองค์ประกอบศิลป์อื่นๆ” (อ่านต่อ…)

ความเห็นอื่นๆ อยู่ที่ด้านในครับ

Read more of this post

“พี่ชาย My Hero”: ความเห็นจากผู้ชมและนักวิจารณ์

how to win checker everytime feedbackหนังไทยในช่วงครึ่งปีแรกดูเหมือนจะซบเซาทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ครับ แต่ “พี่ชาย My Hero” หรือ How to Win at Checkers (Every Time) ที่เข้าฉายแบบจำกัดโรงในสุดสัปดาห์นี้ ได้สร้างความคึกคักด้านคำวิจารณ์ขึ้นมา และรอคอยผู้ชมที่จะช่วยสร้างความคึกคักด้านรายได้ให้อยู่ครับ

หนังบอกเล่าผ่านสายตาของโอ๊ต (โทนี่ รากแก่น) ที่ย้อนนึกถึงตอนวัยเด็ก (อิงครัต ดำรงค์ศักดิ์กุล) ที่อยู่กันลำพังกับพี่ชายชื่อเอก (ถิร ชุติกุล) ในช่วงที่เอกต้องเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารซึ่งจะทำให้ต้องห่างจากโอ๊ตถึง 2 ปี โอ๊ตพยายามหาทางที่จะช่วยไม่ให้เอกไปเป็นทหาร แต่กลับกลายเป็นนำพาไปสู่เหตุการณ์ร้ายที่ยากจะคาดเดาซึ่งได้สอนให้โอ๊ตได้เข้าใจโลกมากขึ้น

หนังได้รับแรงบันดาลใจจากเรื­่องสั้น At the Café Lovely และ Draft Day จากหนังสือรวมเรื่องสั้น Sightseeing ของนักเขียน เชื้อชาติไทย-อเมริกัน รัฐวุฒิ ลาภเจริญทรัพย์ ภายใต้การกำกับของผู้กำกับชาวเกาหลี จอช คิม

ความเห็นจากผู้ชมและสื่อโดยรวมแทบจะเห็นพ้องกันเลยครับว่านี่น่าจะเป็นหนังไทยที่ดีที่สุดของครึ่งปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ชอบที่หนังวิพากษ์วิจารณ์สังคมไทยได้อย่างแสบสันต์ การทีบทหนังที่คมคาย ความสัมพันธ์ที่ซาบซึ้งของพี่น้อง และการแสดงอันยอดเยี่ยมของนักแสดงนำที่น่าจะได้เข้าชิงรางวัลในปีหน้าแน่ๆ ครับ ที่สำคัญก็คือถึงแม้จะมีตัวละครอย่างเอกที่เป็นเกย์ แต่หนังแทบไม่ได้แตะประเด็นเพศสภาพเลย ทำให้ตัวละครเกย์ในเรื่องเป็นเหมือนคนปกติทั่วไปแบบที่ยังไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทย

ผมได้รวบรวมคำวิจารณ์จากเฟซบุกและทวิตเตอร์เท่าที่หาได้มาให้อ่านที่ด้านในเผื่อจะพิจารณาหนังเรื่องนี้เป็นตัวเลือกในสัปดาห์นี้และต่อๆ ครับ

Read more of this post

นักวิจารณ์บอกว่า Avengers: Age of Ultron ดี แต่ก็แตกต่าง เนิร์ด ปูทางเฟสหน้า และฮอว์คอายเด่นสุด

avengers age of ultron reactionก่อนหน้าที่จะเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในสหรัฐต้นสัปดาห์หน้าและก่อนฉายทั่วไปปลายเดือนเมษายน หนัง Avengers: Age of Ultron ของมาร์เวลและดิสนี่ย์ที่กำกับโดยจอส วีดอน ก็ได้ฉายรอบสื่อไปเรียบร้อยแล้วครับ มาร์เวลได้ให้สื่อกับนักวิจารณ์ที่มาชมออกความเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ได้ แต่ยังไม่ให้ตีพิมพ์บทวิจารณ์จนกว่าจะวันที่ 21 เมษายน ซึ่งความเห็นโดยรวมออกไปในทางบวกครับ ชื่นชอบหนัง มีปานกลางกับไม่ชอบบ้างประปราย

อย่างไรก็ดี เกือบทั้งหมดก็ลงความเห็นคล้ายกันว่าอารมณ์หรือโทนของหนังแตกต่างจากภาคแรกมากตรงที่มีด้านมืดมากกว่า จริงจังกว่า สะเทือนอารมณ์กว่า เข้มข้นกว่า มีโครงเรื่องรองเยอะกว่า มีตัวละครเยอะกว่า เนิร์ดกว่า แปลกกว่า บางความเห็นก็บอกว่าหนังดีกว่าภาคแรก แต่สนุกน้อยกว่า ขณะที่ความเห็นต่อฉากแอ็คชั่นก็บอกว่ามีการสร้างฉากที่ใหญ่กว่าและซับซ้อนกว่าครับ

ในแง่ตัวละคร ทุกตัวได้มีฉากโชว์เด่นๆ กันทุกคน แต่กลายเป็นว่าคนที่เด่นที่สุดและกลายเป็นพระเอกที่สุดของหนังคือฮอว์คอาย (เจเรมี เรนเนอร์) ที่ไม่ได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นเพียงแค่ฮีโร่ธรรมดา แถมยังเป็นตัวละครที่ได้บทพูดดีที่สุดในหนัง ส่วนคนที่ได้ฉากบู๊เด็ดที่สุดก็เป็นแบล็ควิโดว์ (สการ์เลต โจแฮนสัน) ผู้หญิงหนึ่งเดียวของทีมอเวนเจอร์ครับ

อ่านความเห็นจากทวิตเตอร์ได้ที่ด้านใน ซึ่งผมได้กรองส่วนที่เผยเนื้อเรื่องสำคัญหรือสปอยล์ของหนังออกแล้ว ให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นความรู้สึกจริงๆ ของนักวิจารณ์ครับ

Read more of this post

เคียนู รีฟส์ บู๊แหลกในคลิปแรกของ John Wick และความเห็นเบื้องต้นของนักวิจารณ์

_1JW4325.NEFJohn Wick หนังที่เป็นการกลับมาบู๊แบบระห่ำอีกครั้งของเคียนู รีฟส์ จะเข้าฉายรอบแอบดูก่อน หรือ Sneak Preview ตั้งแต่วันนี้ เฉพาะช่วง 2 ทุ่มของโรงหนังทั่วไปเพื่อเป็นการหยั่งเชิงและสร้างกระแสครับ หนังได้ฉายรอบปฐมทัศน์ไปก่อนในเทศกาลภาพยนตร์ Fantastic Fest ที่คำวิจารณ์ออกมาดีอย่างท่วมท้น บทวิจารณ์ที่ตอนนี้ Rotten Tomatoes นำมาประเมินมีด้วยกันจาก 14 นักวิจารณ์ ซึ่งทุกคนยังชอบหมดและมีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 7.9/10 ครับ

นักวิจารณ์ที่ชื่นชมหนังมากๆ คนหนึ่งคือจากเว็บไซต์ข่าวหนัง Joblo.com บอกว่า “เป็นหนังแอ็คชั่นที่เคียนู รีฟส์ นำแสดง ที่ให้ความบันเทิงมากที่สุดนับจาก The Matrix และให้ความตื่นเต้นแทบไม่หยุดจนถึงเฟรมสุดท้ายของหนัง” ขณะที่ indiewire พูดถึงข้อดีว่า “หนังอาจไม่ได้เซอร์ไพรส์หรือสร้างมาตรฐานใหม่ในทางไหน แต่มันให้สิ่งที่เราต้องการและทิ้งไว้แค่นั้น” เช่นเดียวกับดรูว์ แม็ควีนี จาก HitFix ที่บอกว่า “John Wick ไม่ได้ให้นิยามใหม่ของหนังแอ็คชั่น แต่มันเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมถึงสิ่งที่ผมต้องการจากหนังแอ็คชั่น” ส่วนความเห็นที่ติงบ้างก็มาจาก Coming Soon ที่บอกว่า “สิ่งที่หนังให้ มันให้ได้ดี เพียงแต่ความทะเยอทะยานยังจำกัดอยู่

หนังยังได้ปล่อยคลิปแรกออกมาที่ตัวละคร John Wick จัดการกับผู้บุกรุกบ้านของเขาครับ คลิกดูได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 761 other followers