“พี่ชาย My Hero”: ความเห็นจากผู้ชมและนักวิจารณ์

how to win checker everytime feedbackหนังไทยในช่วงครึ่งปีแรกดูเหมือนจะซบเซาทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ครับ แต่ “พี่ชาย My Hero” หรือ How to Win at Checkers (Every Time) ที่เข้าฉายแบบจำกัดโรงในสุดสัปดาห์นี้ ได้สร้างความคึกคักด้านคำวิจารณ์ขึ้นมา และรอคอยผู้ชมที่จะช่วยสร้างความคึกคักด้านรายได้ให้อยู่ครับ

หนังบอกเล่าผ่านสายตาของโอ๊ต (โทนี่ รากแก่น) ที่ย้อนนึกถึงตอนวัยเด็ก (อิงครัต ดำรงค์ศักดิ์กุล) ที่อยู่กันลำพังกับพี่ชายชื่อเอก (ถิร ชุติกุล) ในช่วงที่เอกต้องเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารซึ่งจะทำให้ต้องห่างจากโอ๊ตถึง 2 ปี โอ๊ตพยายามหาทางที่จะช่วยไม่ให้เอกไปเป็นทหาร แต่กลับกลายเป็นนำพาไปสู่เหตุการณ์ร้ายที่ยากจะคาดเดาซึ่งได้สอนให้โอ๊ตได้เข้าใจโลกมากขึ้น

หนังได้รับแรงบันดาลใจจากเรื­่องสั้น At the Café Lovely และ Draft Day จากหนังสือรวมเรื่องสั้น Sightseeing ของนักเขียน เชื้อชาติไทย-อเมริกัน รัฐวุฒิ ลาภเจริญทรัพย์ ภายใต้การกำกับของผู้กำกับชาวเกาหลี จอช คิม

ความเห็นจากผู้ชมและสื่อโดยรวมแทบจะเห็นพ้องกันเลยครับว่านี่น่าจะเป็นหนังไทยที่ดีที่สุดของครึ่งปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ชอบที่หนังวิพากษ์วิจารณ์สังคมไทยได้อย่างแสบสันต์ การทีบทหนังที่คมคาย ความสัมพันธ์ที่ซาบซึ้งของพี่น้อง และการแสดงอันยอดเยี่ยมของนักแสดงนำที่น่าจะได้เข้าชิงรางวัลในปีหน้าแน่ๆ ครับ ที่สำคัญก็คือถึงแม้จะมีตัวละครอย่างเอกที่เป็นเกย์ แต่หนังแทบไม่ได้แตะประเด็นเพศสภาพเลย ทำให้ตัวละครเกย์ในเรื่องเป็นเหมือนคนปกติทั่วไปแบบที่ยังไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทย

ผมได้รวบรวมคำวิจารณ์จากเฟซบุกและทวิตเตอร์เท่าที่หาได้มาให้อ่านที่ด้านในเผื่อจะพิจารณาหนังเรื่องนี้เป็นตัวเลือกในสัปดาห์นี้และต่อๆ ครับ

Read more of this post

นักวิจารณ์บอกว่า Avengers: Age of Ultron ดี แต่ก็แตกต่าง เนิร์ด ปูทางเฟสหน้า และฮอว์คอายเด่นสุด

avengers age of ultron reactionก่อนหน้าที่จะเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในสหรัฐต้นสัปดาห์หน้าและก่อนฉายทั่วไปปลายเดือนเมษายน หนัง Avengers: Age of Ultron ของมาร์เวลและดิสนี่ย์ที่กำกับโดยจอส วีดอน ก็ได้ฉายรอบสื่อไปเรียบร้อยแล้วครับ มาร์เวลได้ให้สื่อกับนักวิจารณ์ที่มาชมออกความเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ได้ แต่ยังไม่ให้ตีพิมพ์บทวิจารณ์จนกว่าจะวันที่ 21 เมษายน ซึ่งความเห็นโดยรวมออกไปในทางบวกครับ ชื่นชอบหนัง มีปานกลางกับไม่ชอบบ้างประปราย

อย่างไรก็ดี เกือบทั้งหมดก็ลงความเห็นคล้ายกันว่าอารมณ์หรือโทนของหนังแตกต่างจากภาคแรกมากตรงที่มีด้านมืดมากกว่า จริงจังกว่า สะเทือนอารมณ์กว่า เข้มข้นกว่า มีโครงเรื่องรองเยอะกว่า มีตัวละครเยอะกว่า เนิร์ดกว่า แปลกกว่า บางความเห็นก็บอกว่าหนังดีกว่าภาคแรก แต่สนุกน้อยกว่า ขณะที่ความเห็นต่อฉากแอ็คชั่นก็บอกว่ามีการสร้างฉากที่ใหญ่กว่าและซับซ้อนกว่าครับ

ในแง่ตัวละคร ทุกตัวได้มีฉากโชว์เด่นๆ กันทุกคน แต่กลายเป็นว่าคนที่เด่นที่สุดและกลายเป็นพระเอกที่สุดของหนังคือฮอว์คอาย (เจเรมี เรนเนอร์) ที่ไม่ได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นเพียงแค่ฮีโร่ธรรมดา แถมยังเป็นตัวละครที่ได้บทพูดดีที่สุดในหนัง ส่วนคนที่ได้ฉากบู๊เด็ดที่สุดก็เป็นแบล็ควิโดว์ (สการ์เลต โจแฮนสัน) ผู้หญิงหนึ่งเดียวของทีมอเวนเจอร์ครับ

อ่านความเห็นจากทวิตเตอร์ได้ที่ด้านใน ซึ่งผมได้กรองส่วนที่เผยเนื้อเรื่องสำคัญหรือสปอยล์ของหนังออกแล้ว ให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นความรู้สึกจริงๆ ของนักวิจารณ์ครับ

Read more of this post

เคียนู รีฟส์ บู๊แหลกในคลิปแรกของ John Wick และความเห็นเบื้องต้นของนักวิจารณ์

_1JW4325.NEFJohn Wick หนังที่เป็นการกลับมาบู๊แบบระห่ำอีกครั้งของเคียนู รีฟส์ จะเข้าฉายรอบแอบดูก่อน หรือ Sneak Preview ตั้งแต่วันนี้ เฉพาะช่วง 2 ทุ่มของโรงหนังทั่วไปเพื่อเป็นการหยั่งเชิงและสร้างกระแสครับ หนังได้ฉายรอบปฐมทัศน์ไปก่อนในเทศกาลภาพยนตร์ Fantastic Fest ที่คำวิจารณ์ออกมาดีอย่างท่วมท้น บทวิจารณ์ที่ตอนนี้ Rotten Tomatoes นำมาประเมินมีด้วยกันจาก 14 นักวิจารณ์ ซึ่งทุกคนยังชอบหมดและมีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 7.9/10 ครับ

นักวิจารณ์ที่ชื่นชมหนังมากๆ คนหนึ่งคือจากเว็บไซต์ข่าวหนัง Joblo.com บอกว่า “เป็นหนังแอ็คชั่นที่เคียนู รีฟส์ นำแสดง ที่ให้ความบันเทิงมากที่สุดนับจาก The Matrix และให้ความตื่นเต้นแทบไม่หยุดจนถึงเฟรมสุดท้ายของหนัง” ขณะที่ indiewire พูดถึงข้อดีว่า “หนังอาจไม่ได้เซอร์ไพรส์หรือสร้างมาตรฐานใหม่ในทางไหน แต่มันให้สิ่งที่เราต้องการและทิ้งไว้แค่นั้น” เช่นเดียวกับดรูว์ แม็ควีนี จาก HitFix ที่บอกว่า “John Wick ไม่ได้ให้นิยามใหม่ของหนังแอ็คชั่น แต่มันเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมถึงสิ่งที่ผมต้องการจากหนังแอ็คชั่น” ส่วนความเห็นที่ติงบ้างก็มาจาก Coming Soon ที่บอกว่า “สิ่งที่หนังให้ มันให้ได้ดี เพียงแต่ความทะเยอทะยานยังจำกัดอยู่

หนังยังได้ปล่อยคลิปแรกออกมาที่ตัวละคร John Wick จัดการกับผู้บุกรุกบ้านของเขาครับ คลิกดูได้ที่ด้านใน

Read more of this post

Transformers: Age of Extinction ยาว 165 นาที คำวิจารณ์เบื้องต้น และภาพชุดใหม่

TFM4 image 16หลังจากที่รอคอยกันมายาวนาน Transformers: Age of Extinction ภาค 4 ของหนังชุดนี้ก็จะเปิดฉายในที่สุดสัปดาห์นี้ที่บ้านเรา และทั่วโลกครับ บ้านเราจะมีรอบสื่อค่ำนี้ และมีรอบพิเศษฉายพร้อมกันเลย คาดว่าน่าจะเป็นหนังที่เปิดตัวแรงที่สุดของบ้านเราในปีนี้ และเช่นกันกับทั่วโลก ซึ่งเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าหนังน่าจะเปิดตัวเกิน 100 ล้านเหรียญในสหรัฐครับ เป็นการเปิดตัวด้วยรายได้สูงที่สุดของหนังซัมเมอร์ปีนี้

หนังได้ฉายรอบปฐมทัศน์โลกไปแล้วที่ฮ่องกงตามที่เรารายงานก่อนหน้านี้ มีคำวิจารณ์เบื้องต้นออกมาแบบก้ำกึ่ง และในคำวิจารณ์บอกด้วยว่าหนังยาว 165 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 45 นาที ยาวที่สุดของหนังชุดนี้เลย

ในคำวิจารณ์เบื้องต้นจากวาไรตี้บอกไปในทำนองที่ชอบหนังครับ ชมไมเคิล เบย์ ว่า มีพัฒนาการในแง่การสร้างให้หุ่นยนต์ในหนังดูสมจริง และน่าเชื่อมากขึ้นกว่าเก่า บอกว่าเป็นหนังบู๊เอามันส์ มีฉากวินาศสันตะโรมากมาย เป็นการพยายามให้นิยามใหม่แก่คำว่าหนังบล็อกบัสเตอร์ และ “ใครจะไปสนหากตัวละครมนุษย์ในหนังจะเกินจำเป็นกว่าเดิม และโครงเรื่องกระจัดกระจายกว่าเดิม

ขณะที่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ก็ออกไปในทางสับหนังว่า “แม้หนังเรื่องนี้มีการใช้เสนห่์ของ 3D ได้ล้ำเลิศ และหนังมีพัฒนาการกว่าสองภาคที่แล้ว คือ Revenge of the Fallen และ Dark of the Moon ในแง่ฉากความวุ่นวายต่างๆ อันเกิดจากหุ่นยนต์ที่ใช้เป็นจุดขาย แต่การที่หนังลากยาวจนถึง 165 นาที เป็นการว่าไมเคิล เบย์ และทีมงานพยายามดิ้นรนที่จะฟื้นคืนชีพให้หนังชุดนี้ แม้ว่าจะพยายามเพียงใดด้วยการใส่ตัวละครมนุษย์เข้าไปใหม่ ปรับโฉมหุ่นนักรบใหม่ และมีฉากปิดท้ายอันยิ่งใหญ่ยาวนาน 30 นาที ในฮ่องกง แต่หนังก็ยังไม่อาจสร้างความสดใหม่ได้” และบอกว่าหนังส่วนใหญ่ “น่าเบื่อและพอใช้

และอีกคำวิจารณ์สุดท้ายจากเว็บไซต์ชั้นนำคือ Hitfix ออกไปในทางชอบหนัง “โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญในการเข้าสู่ทิศทางที่ถูกต้อง งานภาพนั้นระห่ำพอๆ กับหนังสองเรื่องก่อนหน้านี้ของเบย์ ซึ่งผู้กำกับได้ผลักดันให้ ILM ให้ล้ำไปอีกขั้น ผมรู้สึกว่าน่าทึ่งที่เบย์ยังหาหนทางใหม่ๆ ให้หนังพวกนี้ดูใหญ่โตขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้ว..เขารู้ดีกว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว หนังพวกนี้มีอยู่ก็เพื่อให้แฟนๆ ได้มีโอกาสเห็นพวกหุ่นยนต์ออกมาตีกันให้พังไปข้าง และในแง่นี้แล้ว เขาทำได้ถึงจริงๆ

จากบทวิจารณ์เบื้องต้นที่ถึงแม้จะชอบหรือไม่ชอบ พอสรุปได้ว่าหนังยาวมาก มีพัฒนาการจากสองภาคที่แล้ว (ซึ่งบ้างก็บอกว่าถึงกระนั้นก็ยังไม่สดใหม่พอ) และเป็นหนังเพื่อแฟนๆ หุ่นยนต์ตีกันโดยแท้

หนังได้ปล่อยภาพนิ่งชุดใหม่มาอีกเกือบ 20 ภาพครับ คลิกชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างใหม่ และความเห็นเบื้องต้นต่อหนัง “ห้องหุ่น”

hong hoon articleวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ได้เชิญสื่อและคนในวงการข่าวหนังไปชมหนัง “ห้องหุ่น” รอบ Press Screening ครับ ผู้ที่ได้ชมหนังบางส่วนได้ลงความเห็นในทวิตเตอร์และเฟซบุกซึ่งแม้ว่าหนังยังไม่สมบูรณ์ แต่ความเห็นส่วนใหญ่ออกไปในทางบวกครับ

นอกจากความเห็นเบื้องต้นที่เราอยากมานำเสนอแล้ว หนังยังมีตัวอย่างใหม่ออกมาด้วยครับ ที่บอกเล่าเนื้อเรื่องของหนังมากขึ้น และเบื้องหลังตัวใหม่ที่เราถึงทั้งที่มาของหนัง การหยิบเอาละคร “ห้องหุ่น” ในอดีต มาตีความใหม่และต่อยอดยังไง รวมถึงแนะนำนักแสดงนำของเรื่องด้วย

หนังเรื่องนี้มีอนันดา เอเวอริ่งแฮม รับบทเป็นชายหนุ่มชื่อนพ ที่สูญเสียน้องสาวที่เขารักมากอย่างกะทันหัน หลังจากมีช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งมาปั้นรูปเหมือนของเธอจนเสร็จสิ้น นพสังหรณ์ใจว่าการตายของน้องสาวน่าจะเกี่ยวข้องกับหุ่นขี้ผึ้ง จึงออกสืบและพบกับพลอย (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ซึ่งสูญเสียพ่อไปด้วยสาเหตุเดียวกัน ทั้งคู่จึงไปที่บ้านของช่างปั้นหุ่นเพื่อหาคำตอบ สมภพ เบญจาธิกุล และ อภิรดี ภวภูตานนท์ (ซึ่งเคยรับบทในฉบับละคร) ร่วมรับบทสมทบด้วย

หนังเข้าฉาย 19 มิถุนายนนี้ครับ กำกับโดย กัลป์ กัลย์จาฤก คลิกชมทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

ไชอา ลาเบิร์ฟ ยอมตายเพื่อรักในตัวอย่าง The Necessary Death of Charlie Countryman

The Necessary Death of Charlie Countryman trailerไชลา ลาเบิร์ฟ รับบทเป็นชายหนุ่มชื่อชาร์ลี คันทรีแมน และอย่างที่ชื่อหนังบอก The Necessary Death of Charlie Countryman เขาจำเป็นต้องตาย ทำไมน่ะหรือ ตัวอย่างแย้มบอกคร่าวๆ ครับ

ในหนังเรื่องนี้ ลาเบิร์ฟรับบทเป็นหนุ่มที่ดูมอมแมม ซึ่งเดินทางไปยังยุโรปตะวันออกโดยไม่มีแผนการ และได้ไปพบกับหญิงสาวลึกลับที่มีอดีตดำมืด รับบทโดยอีวาน เรเชล วู้ด และเขาก็ตกหลุมรักเธอ แต่อุปสรรคของความรักอันใหญ่หลวงก็คือมาเฟียที่เป็นแฟนเก่าของผู้หญิง (รับบทโดย แมดส์มิเคลสัน) ซึ่งทั้งโหดและน่ากลัว ที่จะทำทุกทางไม่ให้ทั้งคู่ได้สมหวัง

ลาเบิร์ฟพูดถึงตัวละครของเขาว่า “ผมชื่นชมตัวละคนตัวนี้มาก เพราะชาร์ลีเป็นผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความรักของเขา สำหรับบทนี้มันช่างแตกต่างจากบทบาทอื่นๆ ที่ผมเคยเล่นมา ผมเลยพยายามที่จะซึมซับตัวละครตัวนี้เข้าไปในสมอง ร่างกาย และลมหายใจของผมให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ผมจะได้ถ่ายทอดตัวละครชาร์ลีให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดตามที่ผู้กำกับเฟร็ดดริค บอนด์บอกไว้ และหลังจากรับบทนี้แล้ว มันก็ทำให้ผมคิดได้ว่า เราทุกคนสามารถพบคนแปลกหน้าที่เปลี่ยนแปลงทั้งชีวิตของเราไปได้ทุกเมื่อ ความรักเป็นสิ่งที่คุ้มค่าต่อการเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาครับ

เรื่องราวของหนังอาจดูแหวนโรแมนติก แต่ถ้าได้ดูตัวอย่างแล้วจะเห็นว่าเรื่องนี้แตกต่างจากหนังโรแมนติกเรื่องอื่นตรงที่ฉากที่ดูเซอร์ๆ ดิบๆ โหดๆ แรงๆ ครับ หนังเป็นงานกำกับครั้งแรกของเฟร็ดดริค บอนด์ ผู้กำกับจากวงการโฆษณา

The Necessary Death of Charlie Countryman มีชื่อไทยว่า “ชาร์ลี คันทรีแมน รักนี้อย่าได้ขวาง” จัดจำหน่ายโดยแฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น วางกำหนดฉายไว้ 23 มกราคม เฉพาะเคือ SF คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ความเห็นจากผู้ชมจากรอบปฐมทัศน์ “ต้มยำกุ้ง 2″

tyg2 reader reviewหนัง “ต้มยำกุ้ง 2” ได้ออกฉายรอบปฐมทัศน์แล้วเมื่อคืนนี้สำหรับสื่อมวลชนและผู้ชมที่ได้รับบัตรรอบพิเศษจากที่ต่างๆ ครับ ผมไม่ได้ไปชมเพราะติดธุรกิจ แต่ก็อยากนำความเห็นมาเล่าให้ฟังว่าผู้ชมรอบปฐมทัศน์คิดยังไงต่อหนังกันบ้าง และดูเหมือนว่าความเห็นส่วนใหญ่ออกไปในทางลบ มีผู้ชมที่ไม่ชอบ ผู้ชมที่ก้ำกึ่ง และผู้ชมที่ชอบอยู่ประปราย แต่นี่เป็นหนังที่มีหน้าหนังค่อนข้างแข็งแรง ความเห็นเชิงลบคงไม่ได้ส่งผลต่อตัวหนังมากเท่าไหร่ เพราะมีผู้ชมที่ตั้งตารอดูอยู่แล้วไม่ว่ากระแสจะออกมายังไง เพียงแต่อาจส่งผลต่อความคาดหวังของหนังครับ

เริ่มจากความเห็นของอาจารย์ประวิทย์ แต่งอักษร บอกถึงข้อเสียของหนังว่า “ต้มยำกุ้ง 2 เป็นหนังที่น่าสงสัยว่าในกระบวนการสร้าง มีขั้นตอนที่เรียกว่าการเขียนบทหรือไม่ เพราะนับตั้งแต่ปมขัดแย้งหลักของเรื่องได้รับการแนะนำ ทิศทางการเดินเรื่องของหนังก็ดูเหมือนจะอันตรธานไปพร้อมๆกับขอน ช้างคู่ใจ-ที่ตัวเอกของเรื่องต้องตามหา” และพูดถึงความรู้สึกหลังชมจบว่า “ในฐานะที่ไม่ได้เป็นแฟนหนังแอ็คชั่นและไม่ค่อยพิสมัยการใช้ความรุนแรงที่ถูกนำเสนอในลักษณะของการเฉลิมฉลองอย่างไม่บันยะบันยัง การถูกกำหนดให้ต้องเฝ้าดูผู้คนลงไม้ลงมือกันอย่างโหดเหี้ยมทารุณเป็นเวลานานเกือบสองชั่วโมง-มีสภาพเหมือนขึ้นรถทัวร์แล้วถูกมอมยา จนบัดนี้ ยังคงเมาหมัดและอยู่ในอาการสะลึมสะลือ

ดีเจกัน จาก EFM ให้ความเห็นผ่านทวิตเตอร์ว่า “เหมือนภาคแรก เด่นฉากต่อสู้ ด้อยเรื่องบท ซีจีปลอม ยังพอมีฉากตื่นตาบ้าง แต่โดยรวม จา พนม ก็เริ่มซ้ำๆแล้ว (B)” และอีกความเห็นจาก MrCoffee ผู้เขียนคอลัมน์จากนิตยสาร Vote และเนชันสุดสัปดาห์ให้ความเห็นแบบก้ำกึ่งว่า “ต้มยำกุ้ง 2 – เหมือนได้ดูองค์บาก+Raid Redemption 3D พอได้ บทพอไหว Action แรง/หนัก/จริง รวมๆดีกว่าต้มยำกุ้ง1เยอะ

อ่านความเห็นเพิ่มเติมด้านในครับ

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 718 other followers