ตัวอย่างกับความเห็น “Yes or No 2.5 กลับมา เพื่อรักเธอ”, “ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ” และ “ขรัวโต”

yes on no reader reviewสุดสัปดาห์นี้ของบ้านเรามีหนังไทยเข้าฉาย 3 เรื่อง 3 แนว ได้แก่ “Yes or No 2.5 กลับมา เพื่อรักเธอ“, “ขรัวโต” และ “ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ” ครับ (เรื่องหลังเข้ามาก่อน 1 สัปดาห์แล้ว) ซึ่งผมยังไม่เคยนำตัวอย่างหนังมาให้ชมหรือให้ข้อมูลเบื้องต้น จึงขอจัดไว้ในข่าวนี้เดียวกัน เพื่อเป้นข้อมูลในการตัดสินใจไปชมหนังกันสุดสัปดาห์นี้สำหรับท่านที่อยากเลือกชมหนังไทยครับ

สำหรับความเห็นผู้ชมจากแท็ก #movietwit ต่อ “Yes or No 2.5 กลับมา เพื่อรักเธอ” ออกมาแบบกลางๆ ครับ และก็มักพูดกันว่าหนังค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม น่าจะโดนใจกลุ่มเป้าหมาย แต่ก็ยังมีจุดบกพร่อง เป็นต้นว่า Sense on Films ที่ให้เกรด C บอกว่า “ภาพยนตร์ความรักที่ค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่มเล็กน้อย ที่ภาพรวมนั้นออกมาน่ารักสดใส สมใจและถูกใจแฟนคลับและกลุ่มเป้าหมายได้ดี แต่จุดโหว่ก็เยอะตามไปด้วย” และ แลหนังหลังจอ บอกผ่านทวิตเตอร์ว่า “yes or no 2.5 แม้หนังจะชวนอึดอัดและดูล่องลอย แต่ก็สะท้อนปัญหาของกลุ่มหญิงรักหญิงได้ดี ้ เพียงแต่บทน่าจะสมดุลกว่านี้ 6/10

สำหรับ “ขรัวโต” ดูเหมือนจะมีผู้ที่ได้ชมน้อยครับและก็ไม่ได้ดีมาก แลหนังหลังจอ บอกว่า”ขรัวโต เดินเรื่องเรียบ ๆ คล้ายสารคดีมากกว่าจะเป็นหนัง เป็นบันทึกประวัติศาสตร์คู่ไปกับเรื่องเล่าขานของกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น 6/10″ และ @DevaAnon บอกว่า”ขรัวโต มีการทำ Research มาอย่างครบถ้วนกระบวนฐาน แต่กระบวนการผลิตเป็นหนังนี่…” 

สุดท้ายป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ @GossipGun บอกว่า “การเดินเรื่องที่ค่อนข้างล่องลอย ทำให้ตลกก็ไม่สุด ดราม่าก็ไม่จี๊ด โรแมนติกก็งงๆ ดูกระจัดกระจายไปหมด (C+)” และ @EarthCDBD บอกว่า “ป้าแฮปปี้ ดูแล้วรู้สึกโอเคกว่า คุณนายโฮ หรือ ความลับนางมารร้าย แฟนคลับ เบน ชลาทิศ หรือ แพนเค้ก ห้ามพลาดบทส่งให้ฮารั่วเล่นใหญ่มากๆ”

ชมตัวอย่างหนัง เรื่องย่อ ที่ด้านในครับ และหากมีความเห็นยังไงหลังจากชมแล้วก็มาใส่เลยครับ

Read more of this post

Tomorrowland – ในความเห็นของคุณ

Disney's TOMORROWLAND...Casey (Britt Robertson) ..Ph: Film Frame..?Disney 2015ถ้าเปรียบเทียบคะแนนวิจารณ์จากผลงานที่ผ่านมาของผู้กำกับแบรด เบิร์ด ผลงานล่าสุด Tomorrowland ที่เพิ่งเข้าฉายสุดสัปดาห์นี้ถือเป็นหนังที่ได้คะแนนต่ำสุดในตอนนี้แบบฮวบฮาบเลยทีเดียวครับ เพราะตามการประเมินจาก Rotten Tomatos มีนักวิจารณ์ชอบเพียง 50% โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.8/10 ขณะที่ผลงานก่อนหน้านี้เช่น The Iron Giant, The Incredibles, Ratatouille และ Mission: Impossible Ghost Protocol ได้ 97%, 97%, 96% และ 93% ตามลำดับครับ

คำชมหลักๆ ของหนังอยู่ที่งานสร้างที่น่าตื่นตา, การสร้างฉาก long take อันน่าตื่นเต้น และโลกในจินตนาการของหนัง แต่ส่วนที่กลายเป็นคำติสำคัญที่ฉุดรั้งคะแนนหนังลงมาก็คือบทหนังและการเล่าเรื่องครึ่งหลังครับ

หนังบันเทิงสำหรับฉายช่วงซัมเมอร์มีสูตรสำคัญของครึ่งหลังเป็นฉากผจญภัยอันน่าตื่นเต้น ที่เร่งเร้าอารมณ์ความสนุก แต่แบรด เบิร์ด ไม่ใช้สูตรนั้น เปลี่ยนเป็นการพูดในเชิงปรัชญาแทน มันอาจเป็นความคิดสร้างสรรค์ การหยิบยื่นสิ่งที่แตกต่างให้แก่ผู้ชม ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ชวนวิเคราะห์มากๆ ครับว่า ถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชมส่วนใหญ่พร้อมจะยอมรับมัน หรือต้องการมัน จะถือว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่ใช้ได้ไหม

มีความเห็นเช่นไรต่อหนังกันบ้างครับ

Read more of this post

Mad Max: Fury Road – ในความเห็นของคุณ

mad max fury road reader reviewไม่บ่อยที่หนังบู๊เอามันส์จะได้คะแนนวิจารณ์อย่างสูง ซึ่ง Mad Max: Fury Road มีนักวิจารณ์ชอบถึง 99% จาก 166 นักวิจารณ์ที่ Rotten Tomatoes รวบรวมมาถึงขณะนี้ และด้วยคะแนนที่สูงเช่นกันถึง 8.8/10 ครับ คะแนนที่สูงเหล่านี้มาพร้อมกับคำวิจารณ์ที่บอกว่านี่คืองานชิ้นเอก เป็นหนังบู๊ที่ผู้ชมรอคอยมานาน ด้วยการสร้างสรรค์ที่เป็นวิธีแบบเก่าๆ แต่ทำได้เร้าใจกว่างานหนังบู๊ยุคปัจจุบันที่เพิ่งพวก CG เสียอีก

ในความเห็นจากผู้ชม ผู้กำกับริชาร์ด เคลลี จาก Donnie Drago พูดถึงหนังเรื่องนี้ทางทวิตเตอร์ว่า “ใช่ Mad Max: Fury Road มีฉากแอ็คชั่นน่าตื่นตาที่ดีที่สุดนับตั้งจาก T2 และ เป็นหนังบู๊ปนรัก (ที่บอกเล่าบางๆ) ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ Terminator ภาคแรก” ส่วนผู้กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล ก็บอกผ่านทวิตเตอร์เช่นกันว่า “Mad Max Fury Road จะต้องกลายเป็น1ในหนังแอ็คชั่นคลาสสิคตลอดกาล วิช่วลล้ำ ดีเทลฉากแอ็คชั่นนี่เอาสมองที่ไหนมาคิด แอ็คชั่นรสชาติแปลกใหม่โดนสุดๆ” และผู้กำกับนวพล ธำรงค์รัตนฤทธิ์ ก็พูดถึงหนังในเฟซบุกไว้ว่า “รักมาก เพียว เอนเตอร์เทนเมนท์ ราวกับเกม twisted metal กลายเป็นหนัง ต้องการหายเหนื่อยแบบฉับพลัน มันช่วยได้

ความดีงามของ Mad Max: Fury Road ทำให้มีการคาดการณ์กันด้วยว่าหนังน่าจะไปไกลถึงขั้นเข้าชิงรางวัลออสการ์ครับ ตามที่บทความของ The Hollywood Reporter บอกว่า ตั้งแต่ออสการ์มีการขยายจำนวนหนังเข้าชิงเป็น 10 เรื่อง มีหนังป๊อปคอร์นที่ได้เข้าชิงน้อยมาก ที่ได้เข้าชิงก็มีเพียง Avatar, District 9, Inception และ Gravity เท่านั้น ซึ่ง Mad Max: Fury Road อาจเป็นเรื่องถัดไป โดยที่อุปสรรคที่อาจมาขวางก็คือ Star Wars: The Force Awakens ครับ

ชมหนังแล้วเป็นยังไงกันบ้างครับ มันส์แค่ไหน สนุกแค่ไหน ชอบความที่หนังเรื่องนี้เน้นเทคนิคพิเศษแบบภาคปฏิบัติหรือไม่ (ใช้ซีจีน้อย แต่การสร้างฉากในสถานที่ถ่ายทำจริงๆ) มาใส่ความเห็นกันครับ

Read more of this post

Parasyte Part 1 – ในความเห็นของคุณ

Parasyte part 1 feedbackไม่แน่ใจว่าทุกคนที่อ่านหนังสือการ์ตูนชุด”ปรสิตเดรัจฉาน” จะชอบหนัง Parasyte Part 1 เรื่องนี้ขนาดไหน แต่โดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างพึงพอใจกับหนังมากๆ ครับ ยังไม่ถึงขั้นว่าชอบมากเพราะรู้สึกว่าหนังน่าจะดีกว่านี้ได้อีก และยังไม่เข้มข้นพอ แต่สิ่งสำคัญที่หนังทำสำเร็จก็คือการพยายามคงหัวใจของฉบับหนังสือการ์ตูนเอาไว้ได้ค่อนข้างดี ทั้งในแง่โทน และบรรยากาศ ความเป็นหนังไซไฟสยองขวัญที่มีฉากบู๊ลุ้นระทึก

สาเหตุที่ยังไม่รู้สึกว่าเข้มข้นพอก็เพราะการตัดรายละเอียดออกไปเยอะ และต้องเน้นเล่าเรื่องที่เป็นเนื้อหาหลักเอาไว้ก่อน แต่สิ่งที่ใส่เข้ามาก็ถือว่าเป็นเนื้อชิ้นสำคัญ ให้ความรู้สึกเหมือนกินซุปที่มีเนื้อกับน้ำ แต่ขาดพวกผักต่างๆ ที่จะทำให้ซุปสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ฉากเทคนิคพิเศษก็ทำได้ดีครับ ไม่ค่อยได้ตามดูหนังญี่ปุ่นบ่อยแล้วทึ่งที่พวกเขาพัฒนางานเทคนิคด้านภาพได้ขนาดนี้ ฉากสยองก็ไม่มากจนผมที่เป็นคนกลัวเลือดจะเบือนหน้าหนี มีการสร้างฉากเลียนแบบฉากในมังงะหลายฉากและออกมาในอารมณ์เดียวกับตอนที่อ่านเลย

ส่วนที่ยังรู้สึกว่าหนังขาดไปก็คือความสัมพันธ์ของชินิจิกับมิกิที่รีบเล่าจนเกินไป มันเหมือนหนังรีบให้ทั้งคู่สนิทกันเร็วเกินไป ยังไม่ค่อยสร้างให้เห็นความผูกพันของทั้งคู่ได้มากเท่ามังงะจนเรามีความสะเทือนใจในฉากสำคัญๆ ได้ ทำได้เพียงแต่สร้างอารมณ์ลุ้นระทึกได้เท่านั้น รวมถึงความสัมพันธ์กับตัวละครสำคัญบางตัวด้วยที่ถ้าหนังขยี้กว่านี้ก็จะทำให้อารมณ์ดราม่าพีคได้ ฉากนั้นจึงรู้สึกแค่อึนๆ แต่โดยรวมก็อย่างที่บอกครับว่า เป็นงานที่น่าพึงพอใจ และชอบที่ผู้สร้างเคารพต้นฉบับมากๆ

หนังเปิดตัวในบ้านเราโดยรายได้วันแรกอยู่ที่ 7 แสนกว่าบาท จากการฉายเฉพาะในเครือเอสเอฟอย่างเดียว ก็น่าจะถือว่าสูงถ้าเทียบกับจำนวนโรง และเพิ่งทราบมาด้วยว่าต้องมีการเพิ่มโรงฉายแล้ว

ผู้อ่านเว็บไซต์ของเราที่ไปชมมาแล้ว ชอบกันในระดับไหนครับ ถ้าใครเคยอ่านมังงะมาแล้วพอใจกับการดัดแปลงครั้งนี้แค่ไหนครับ มาออกความเห็นกันเถอะ

Read more of this post

Avengers: Age of Ultron – ในความเห็นของคุณ

avengers 2 bannerAvengers: Age of Ultron ไม่ยอดเยี่ยมขนาด The Avengers ที่ออกฉายในปี 2012 ซึ่งมีนักวิจารณ์ชอบ 92% และคะแนนอยู่ที่ 8/10 จาก 311 นักวิจารณ์ ตามที่ Rotten Tomatoes รวบรวมมาครับ แต่ก็มีคะแนนอยู่ในระดับน่าพอใจในตอนนี้ด้วย 6.8/10 และ 73% จาก 140 นักวิจารณ์ที่เป็นคะแนนล่าสุดในตอนนี้

ขณะที่ด้านบวกส่วนใหญ่ของหนังมาจากมุขตลกหรือฉากเนิร์ดๆ กับฉากบู๊วินาศสันตะโรที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ความเห็นด้านลบมาจากความต่อเนื่องของหนังที่มีเรื่องเยอะ ปมแยะ ให้คลี่คลาย แต่มีเพียงบางปมที่เข้าถึงจริงๆ ขณะที่อีกหลายปมอยู่ในระดับที่แค่ได้บอกเล่า ยังไม่ถึงขั้นสร้างอารมณ์ความสะเทือนใจได้

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า จอส วีดอน เล่นท่ายากขึ้น ซับซ้อนขึ้น จากภาคแรกที่เหมือนมีเส้นเรื่องเดียว และมีบทที่ทำหน้าที่เดียว และเป็นการเล่นท่ายากขึ้นที่อาจถูกจำกัดด้วยอะไรหลายอย่างทำให้หนังไม่สมบูรณ์ แต่ก็เหมือนกับฮีโร่ในเรื่องนี้ที่ทุกคนก็ไม่ได้สมบูรณ์ หรือมนุษย์ที่อัลตรอนอยากทำลายก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีพร้อม แต่ในความไม่สมบูรณ์นั้นก็มีสิ่งที่สวยงามอยู่ ทำให้เรารู้สึกสนุกที่ได้มีส่วนร่วมไปกับมันพอสมควรครับ

ในเมื่อผู้ชมส่วนหนึ่งของบ้านเราได้ชมหนังกันแล้ว คิดว่า Avengers: Age of Ultron สร้างความพึงพอใจได้ในระดับไหนครับ รู้สึกว่าสนุกหรือดีกว่าภาคที่แล้วหรือไม่ มีจุดเด่นไหนที่คุณชอบเป็นพิเศษ หรือมีจุดไหนที่คิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ตัวละครไหนที่เป็นขวัญใจของคุณในภาคนี้ และมีฉากไหนที่ชอบมากไหมครับ ลองมาให้ความเห็นกัน (ซึ่งก็คงเลี่ยงที่จะสปอยล์หรือไม่บอกเนื้อหาส่วนสำคัญไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่ยังไม่ได้ชมหนังและไม่อยากรู้มากเกินไปก่อนชมก็อย่าเพิ่งอ่านความเห็นเลยนะครับ)

Read more of this post

Furious 7 – ในความเห็นของคุณ

furious 7 reader reviewด้วยการที่ Furious 7 หรือที่ใช้ชื่อในไทย Fast & Furious 7 มีฐานแฟนคลับจำนวนมากอยู่แล้ว รวมถึงการที่ผู้ชมอีกจำนวนมากอยากไปชมหนังเรื่องนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงพอล วอล์คเกอร์ ที่เสียชีวิตไปก่อนการถ่ายทำ หนังมีแนวโน้มที่จะทำรายได้มหาศาล ซึ่งยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ที่สร้างหนังชุดนี้ ก็คาดว่าจะอย่างน้อย 115 ล้านเหรียญสหรัฐในสุดสัปดาหฺแรกของการเปิดฉายในอเมริกาเหนือ แต่ดูเหมือนว่าหนังมีแนวโน้มจะทำเงินสูงไปกว่านั้นมากระดับ 150 ล้านเหรียญเลยครับ

ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า หนังทำรายได้เปิดตัววันศุกร์ในอเมริกาเหนือ 67.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่าหนังจะเปิดตัว 3 วัน ที่ 150 ล้านเหรียญ (โดยยังไม่รวมรายได้รอบเที่ยงคืนอีก) ส่วนรายได้จากตลาดโลกตั้งแต่วันพุธกับพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็รวมกันได้ราว 60 ล้านเหรียญ มีแนวโน้มว่ารายได้ทั่วโลกในสุดสัปดาห์แรกของการเปิดฉายน่าจะแตะ 300 ล้านเหรียญสหรัฐครับ ถือว่าสูงที่สุดของหนังชุดนี้ที่เคยทำได้มา

รายได้ในบ้านเราก็ทำสถิติเช่นกันครับ หนังเปิดตัววันแรกในวันพุธที่ผ่านมาด้วยรายได้ 42 ล้านบาท เฉพาะจากโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่ ซึางถือเป็นรายได้เปิดตัวสูงในการฉายวันธรรมดาที่สุดตลอดกาลของบ้านเรา แซง Transformers: Age of Extinction ที่เคยครองตำแหน่งนี้ ไม่เพียงแค่นั้น รายได้เปิดตัววันพุธของบ้านเรายังถือว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก จาก 12 ประเทศที่เปิดฉายในวันนั้น เป็นรองเพียงฝรั่งเศสกับเยอรมัน

ในแง่คำวิจารณ์ หนังได้คะแนน CinemaScore ที่ A ซึ่งเป็นคะแนนจากการสำรวจของบริษัทด้านการตลาดในสหรัฐต่อความเห็นของผู้ชมหลังจากชมหนังเรื่องนี้ ขณะที่คะแนนของ Rotten Tomatoes ก็อยู่ในระดับปานกลางที่ 6.6/10 และมีนักวิจารณ์ชอบ 88% จาก 158 นักวิจารณ์ แต่ถือว่าเป็นคะแนนจากนักวิจารณ์ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค

แล้วผู้อ่านเว็บไซต์ของเราชอบหนังในระดับไหนครับ หรือคิดยังไงกับหนังกันบ้าง ให้คะแนนหรือเกรดกันเท่าไหร่ ชอบฉากแอ็คชั่นไหนที่สุด ชอบตัวละครไหนที่สุด รู้สึกยังไงกับงานฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของจา พนม และชอบฉากสุดท้ายของหนังกันไหม มาใส่ความเห็นกันได้เลยครับ

Read more of this post

The Way He Looks – ความเห็นจากผู้ชม

The Way He Looks 8หนังเกย์วัยรุ่นฟีลกู๊ด The Way He Looks เข้าฉายแล้วในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ครับ และความเห็นส่วนใหญ่ก็ออกมาในทางบวก ก็เลยอยากนำความเห็นเหล่านั้นมาบอกต่อเพื่อเชื้อชวนผู้อ่านเว็บลองไปดูหนังเรื่องนี้กัน ถ้าหนังประสบความสำเร็จก็จะทำให้มีผู้จัดซื้อหนังกล้านำหนังที่ไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ดมาฉายเพิ่มมากขึ้นครับ

หนังมีคะแนนวิจารณ์จาก Rotten Tomatoes อยู่ที่ 7.3/10 ครับ และนักวิจารณ์ชอบ 93% จาก 34 คน ซึ่งความเห็นโดยรวมบอกว่า “ซาบซึ้ง อารมณ์ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยตัวละครที่ก้องกังวาล The Way He Looks เป็นหนังอบอุ่นที่อบอวลอ้อยอิ่ง

ส่วนความเห็นจากทวิตเตอร์ เช่น @MoviesChic บอกว่า “The Way He Looks กลิ่นวายกระจายฟุ้ง หนังน่ารักที่ชายหญิงก็ดูได้ เรียบง่ายไม่หวือหวาบีบคั้นอะไร แต่ผู้ชมจะเห็นมุมมอง’รัก’กว้างขึ้น” และ @thitikom ก็ชมหนังว่า “the way he looks ไม่มากไม่น้อยไป เรื่องมันพร้อมจะเลี่ยนได้ง่ายมาก แต่หนังประคองไว้ในความน่ารักได้ตลอด เขินตัวบิดไม่รู้ตัว ฉากจบคือตบเข่าฉาด

อ่านความเห็นอื่นๆ ได้ที่ด้านในครับ และท่านที่ไปชมมาแล้วอยากออกความเห็นก็เพิ่มเติมมาได้เลยครับ

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 700 other followers