Furious 7 กลายเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกพันล้านเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

furious 7 billions markเร็วสมชื่อครับ Furious 7 หรือ Fast & Furious 7 ได้กลายเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกเลยพันล้านเหรียญเร็วที่สุดกว่าหนังทุกเรื่องที่เคยทำรายได้ระดับนี้มา ด้วยสถิติการทำเงินทั่วโลกพันล้านเหรียญภายใน 17 วัน เอาชนะ Avatar, Avengers และ Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 ที่ใช้เวลา 19 วัน ในการทำเงินถึงในระดับเดียวกัน ถือเป็นการทำลายสถิติอีกอย่างของหนัง

นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ที่ทำเงินทั่วโลกถึงพันล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าไม่นับ Jurassic Park ที่ทำรายได้ถึงพันล้านเหรียญจากการรวมรายได้ของฉบับที่มีการนำกลับมาฉายใหม่ในระบบ 3D เมื่อปี 2013

ความสำเร็จนี้ทำให้ รอน เมเยอร์ รองประธานของ NBCUniversal ถึงการทำจดหมายออกมาชื่นชมทีมงานและนักแสดง “ผมภูมิใจอย่างที่สุดต่อทีมสร้างภาพยนตร์ที่ยูนิเวอร์แซล ทีมนักแสดง และทีมคนทำหนังของ Fast and Furious ทุกคน ที่ได้นำพาแนวคิดดั้งเดิมของเรามาพัฒนาจนกลายเป้นหนังแฟรนไชส์ที่ทำเงินมหาศาลในระดับโลก

สำหรับรายได้ล่าสุดจนถึงวันนี้ที่ฉายมาสามสัปดาห์ หนังทำเงินทั่วโลกถึง 1.153 พันล้านเหรียญแล้วครับ และยังเป็นแชมป์บนตารางหนังทำเงินในสหรัฐเป็นสัปดาห์ที่สาม คาดว่าหนังน่าจะทำเงินสิ้นสุดที่ 1.3-1.5 พันล้านเหรียญ และมาอยู่ในอันดับ 5 ของอันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล

คำถามคือ Furious 7 จะครองสถิตินี้ได้นานแค่ไหน เพราะ Avengers: Age of Ultron และ Star Wars: The Force Awakens ก็มีแววที่จะทำเงินสุงในระดับเดียวกันครับ

ที่มา: THR

Furious 7 ทำรายได้เปิดสุดสัปดาห์แรกทั่วโลก $384 ล้าน สูงเป็นอันดับ 4 ในสถิติตลอดกาล

furious image 02สถิติมีไว้ทำลาย และ Furious 7 ก็ได้ทำลายสถิติรายได้เปิดตัวในสหรัฐด้วยตัวเลข 143.6 ล้านเหรียญสหรัฐครับ จากการเปิดฉายในอเมริกาเหนือ 4003 โรง ตามรายงานของ Boxoffice.com

สถิติที่หนังเรื่องนี้ทำลายก็คือกลายเป็นหนังที่เปิดตัวสูงที่สุดตลอดกาลประจำเดือนเมษายน เอาชนะแชมป์เก่า Captain America: The Winter Soldier ที่ทำตัวเลขไว้ 95 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกเหนือจากเป็นตัวเลขรายได้เปิดตัวที่สูงที่สุดของหนังชุดนี้ด้วย

ฟิล คอนทริโน รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของ Boxoffice.com ให้เหตุผลที่หนังทำเงินสูงขนาดนี้ว่า “มันเป็นภาคที่หวานปนเศร้าของหนังชุดนี้ การจากไปของพอล วอล์คเกอร์ ทำให้ผู้ชมสนใจหนังมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เคยชมบางภาคก่อนหน้านี้ มันช่วยเพิ่มการรับรู้ และความสำเร็จของหนังก็คือการให้ความยกย่องต่อเขา

รายงานเพิ่มเติมรายได้ทั่วโลกของหนัง Furious 7 ที่นอกเหนือจากทำเงิน 143.6 ล้านเหรียญสำหรัฐจากในอเมริกาเหนือแล้ว หนังยังทำรายได้ในสุดสัปดาห์แรกจากตลาดนอกสหรัฐสูงถึง 240.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมแล้วเป็นการเปิดตัวทั่วโลกสูงถึง 384 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าสูงเป็นอันดับ 4 ของรายได้เปิดตัวทั่วโลกตลอดกาล รองจาก The Avengers และ Harry Potter and the Deathly Hallows ภาค 1 และ 2 เท่านั้น

ในแง่สถิติอื่นๆ Furious 7 ยังถือว่าเป็นหนังที่เปิดตัวสูงที่สุดของหนังชุดนี้ และหนังของค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ทั้งหมด รวมไปถึงหนังที่นำแสดงโดยนักแสดงในหนังเรื่องนี้ และหนังที่กำกับโดยเจมส์ วาน ทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังเป็นหนังที่เปิดตัววันอีสต์เตอร์สูงที่สุดในสหรัฐ แซง Clash of the Titans ที่ครองสถิติไว้ที่ 61.2 ล้านเหรียญด้วยครับ

หนังยังไม่ได้ออกฉายในจีน, ญี่ปุ่น และรัสเซีย ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่มากเช่นกัน ดังนั้นน่าจะเป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้ที่จะทำเงินแตะพันล้านเหรียญครับ

Read more of this post

“ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้” ทุบสถิติรายได้เปิดตัวของ “พี่มาก..พระโขนง”

i fine cap 04เขาว่าสถิติมีไว้ทำลาย และเพิ่งมีการทำลายสถิติรายได้หนังล่าสุดในบ้านเราเมื่อวันพุธที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมาครับ เมื่อ”ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้” หนังตลกอารมณ์ดีเรื่องใหม่ของจีทีเอชเข้าฉาย และทำรายได้ในวันนั้นรวม 29.17 ล้านบาท ทุบสถิติรายได้เปิดตัวหนังไทยของ “พี่มาก..พระโขนง” ที่ครองแชมป์เปิดตัวสุงสุดของค่ายนี้ไว้ที่ 21.20 ล้านบาทครับ แต่ยังไม่ทุบสถิติหนังไทยเปิดตัวสุงสุดของ “องค์บาก” ที่ทำไว้ 30 ล้านบาท (แต่ปิดที่ 99 ล้านบาท)

หนังยังทำรายได้วันที่สองไปอีก 17 ล้านบาท รวมแล้วรายได้ตอนนี้อยู่ที่ 46 ล้านบาท คาดว่าน่าจะแตะ 100 ล้านบาทในสุดสัปดาห์นี้แน่ๆ ที่เป็นวันหยุด และน่าจะมีผู้ชมชาวไทยออกมาดูหนังกันอีกคับคั่ง

ผมยังไม่ได้ดูหนัง และยอมรับว่าเฉยๆ กับตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมา มุขตลกในตัวอย่างหนังไม่ทำให้ขำเลย แต่ในความเห็นของผู้ชมจากที่ติดตามจากแท็ก #movietwit ในทวิตเตอร์ก็ค่อนข้างเสียงแตกมากครับ มีตั้งแต่ชอบมากระดับ 10/10 รู้สึกปานกลางกับหนัง จนถึงไม่ชอบหนังเลย ถ้าเพื่อนผู้อ่านที่ได้ชมแล้วรู้สึกยังไงก็ใส่ความเห็นกันได้ในบทความนี้เลยครับ

ผมยังไม่เคยนำตัวอย่างหนังมานำเสนอ เพราะตอนที่ตัวอย่างออกมาก็ยุ่งมากจนตอนนี้หนังเข้าฉายไปแล้ว ขอแนบตัวอย่างมากกับบทความนี้ที่ด้านใน

หนังกำกับโดย เมษ ธราธร จาก ATM เออรักเออเร่อ นำแสดงโดยซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร

Read more of this post

Mockingjay – Part 1 ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดประจำปีนี้ในสหรัฐ แซง Transformers 4

Mockingjay-Part-1-box officeสมกับฉายา “สาวผู้มากับไฟ” หนัง The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 เปิดตัวในการฉายสัปดาห์แรกในสหรัฐสูงที่สุดในปีนี้ ด้วยรายได้ 123 ล้านเหรียญสหรัฐ แซงรายได้สัปดาห์แรกของ Transformer: Age of Extinction ที่ทำไว้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อกลางปีที่ผ่านมาครับ ตามรายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นตัวเลขรายได้ที่สูงมาก แต่หนังก็ทำได้ต่ำกว่าการประเมินทางการตลาดที่คาดว่าน่าจะเปิดตัวอย่างต่ำ 145 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังเป็นรายได้เปิดตัวที่ต่ำสุดของหนังชุดนี้ เพราะภาคแรก The Hunger Games เปิดตัว 152.5 ล้านเหรียญ และ The Hunger Games: Catching Fire เปิดตัว 158.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการลดลงจากภาคแรก 19% และลดลงจากภาคสอง 22% ครับ

แม้ว่ารายได้เปิดตัวในบ้านจะลดลง รายได้การเปิดตัวนอกบ้านกลับตรงกันข้าม หนังทำเงินเปิดตัวสูงกว่าสองภาคแรก โดยทำเงินสัปดาห์แรกจากตลาดโลก 152 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่า Catching Fire ที่เปิดตัว 146 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้รวมจากตลาดโลกตอนนี้อยู่ที่ 275 ล้านเหรียญ ที่ถือว่าเป็นตัวเลขรายได้ที่สูงมากเรื่องหนึ่งของปี แม้ว่าจะต่ำกว่า Catching Fire ที่เปิดตัวในตลาดโลก 294.1 ล้านเหรียญ

สำหรับคำวิจารณ์ต่อ The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 ออกมาเป็นแบบก้ำกึ่ง  คะแนนจากผู้ชมก็ลดลงจากภาคแรก เพราะหนังได้คะแนน CinemaScore ที่ A- ซึ่งมาจากการสำรวจความเห็นของผู้ชมหลังชมภาพยนตร์โดยบริษัทด้านการตลาด ต่ำกว่าสองภาคแรกที่ได้ A ทั้งคู่

หนังยังเหลือภาคสุดท้ายที่จะออกฉายพฤศจิกายนปีหน้าครับ

Read more of this post

Guardians of the Galaxy และ Transformers: Age of Extinction เป็นหนังซัมเมอร์ทำเงินสูงสุดปีนี้

gotg new image 01สิ้นสิงหาคมนี้ก็ถือว่าเป็นการสิ้นช่วงเวลาของหนังซัมเมอร์ประจำปีนี้พอดี และก็ดูเหมือนว่าเราจะได้แชมป์รายได้ประจำปีนี้แล้วครับซึ่งตามรายงานของวาไรตี้บอกว่าแชมป์รายได้หนังในสหรัฐคือภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy

หนังเพิ่งทำเงินผ่านหลัก 200 ล้านเหรียญ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และน่าจะทำเงินราว 246 ล้านเหรียญในวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ เอาชนะรายได้ในบ้าน 243.3 ล้านเหรียญของ Transformers: Age of Extinction ที่ครองไว้ รายงานบอกด้วยว่า Guardians of the Galaxy อาจจะกลับมาเป็นหนังทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ในสหรัฐอีกในสัปดาห์นี้ หลังจากเป็นรอง Teenage Mutant Ninja Turtles มาสองสัปดาห์ และหนังใหม่สัปดาห์นี้อย่าง If I Stay และ Sin City 2: A Dame to Kill For ไม่ได้เปิดแรง

สำหรับหนังซัมเมอร์ที่ทำเงินในอเมริกาเหนือสูงสุดเป็นอันดับ 3 อยู่ตอนนี้ก็คือ Maleficent ของดิสนี่ย์ รายได้ตอนนี้อยู่ที่ 237 ล้านเหรียญ ส่วนอันดับ 4 และ 5 เป็นของฟ็อกซ์ คือ X-Men: Days of Future Past ที่ 232.6 ล้านเหรียญ และ Dawn of the Planet of the Apes ที่ 203.2 ล้านเหรียญ

อย่างไรก็ดี ในแง่รายได้ทั่วโลก Transformers: Age of Extinction ยังคงครองอันดับ 1 ที่ 1.05 พันล้านเหรียญ และทิ้งห่าง Guardians of the Galaxy อยู่ไกล เพราะรายได้ทั่วโลกล่าสุดยังอยู่ที่ 435.5 ล้านเหรียญ

Read more of this post

The Fault in Our Stars เปิดตัวแรงในสหรัฐ ส่วน Edge of Tomorrow ทำรายได้ดีในตลาดโลก

the fault in our stars box officeรายได้ภาพยนตร์ประจำสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีปรากฏการณ์น่าสนใจจนต้องพูดถึงครับ เพราะมีเหตุการณ์น่าแปลกใจนิดๆ เกี่ยวกับรายได้เปิดตัวของหนังใหม่ในสหรัฐ ซึ่งปรากฏว่าหนังรักวัยรุ่นผู้ป่วยโรคมะเร็ง The Fault in Our Stars ที่ใช้ทุนสร้าง 12 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำรายได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 และเปิดตัวสูงถึงราว 48.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่เป็นรายได้รวมกับรอบพิเศษของค่ำวันพฤหัสบดีด้วย ขณะที่หนังฟอร์มใหญ่ทุนสร้าง 178 ล้านเหรียญง Edge of Tomorrow ของทอม ครูส ทำรายได้ไปน่าผิดหวัง เปิดตัวไปราว 29.1 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

การที่ The Fault in Our Stars เปิดตัวทำรายได้เอาชนะ Edge of Tomorrow ในสหรัฐ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะเป็นที่คาดการณ์กันเอาไว้แต่แรกแล้ว นักวิเคราะห์ด้านการตลาดประเมินจากการที่แม้วอร์เนอร์ บราเธอร์ส จะทุ่มงบประชาสัมพันธ์อย่างหนักให้ Edge of Tomorrow ทั้งอัดโฆษณาทางทีวีและติดป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ทั่วไป แต่หนังก็กลับได้กระแสตอบรับจากผู้ชมไม่กระเตื้องเลยตั้งแต่ก่อนหนังฉาย จนถูกประเมินว่าจะเป็นหนังยักษ์ล้มเรื่องหนึ่งของปี

รายงานจากนิวยอร์กไทม์บอกว่า สาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวของทอม ครูส เอง ที่ลดพลังดาราของตัวเขา ส่วนตัวหนังที่แม้จะได้รับคำวิจารณ์ดีมาก แต่ก็ถูกมองว่าไม่แปลกใหม่ หรือบ้างก็กลับมองว่าแหวกแนวเกินไป บางนักวิเคราะห์มองด้วยว่าชื่อหนังยังชวนให้ผู้ชมนึกถึง The Day After Tomorrow ในแง่ลบด้วย (เดิมที หนังใช้ชื่อว่า All You Need is Kill ตามนิยายต้นฉบับ แต่เปลี่ยนหลังจากเกิดเหตุกราดยิงในโรงหนังที่โคโรลาโด ปี 2012)

กระนั้น Edge of Tomorrow ก็ยังทำรายได้น้อยในสหรัฐกว่าที่คาด และเปิดตัวอยู่อันดับ 3 เป็นรอง Maleficent ของแอนเจลีนา โจลี ที่อยู่อันดับ 2 ในสัปดาห์นี้ หลังจากครองอันดับ 1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แต่ Edge of Tomorrow ก็อาจยังไม่ถึงขั้นขาดทุนเสียทีเดียวครับ หนังเปิดตัวในตลาดนอกสหรัฐสุดสัปดาห์นี้ ทำเงินสูงร่วม 111 ล้านเหรียญ เฉพาะรายได้ในจีนก็สูงถึง 25 ล้านเหรียญ ที่เป็นรายได้เปิดตัวหนังของทอม ครูส สูงสุดในจีนด้วย หนังยังไม่ได้เปิดตัวในญี่ปุ่นที่มีฐานแฟนคลับของครูสอยู่เหนียวแน่น รายได้ในต่างประเทศของหนังน่าจะจบที่ 250 ล้านเหรียญอย่างต่ำ ผู้บริหารของวอร์เนอร์ฯ ทางฝ่ายจัดจำหน่ายหวังด้วยว่าการที่หนังได้คำวิจารณ์ในแง่ดี (คะแนนเฉลี่ยที่ Rotten Tomatoes อยู่ที่ 7.4/10 มีนักวิจารณ์พอใจ 90%) ก็น่าจะทำให้หนังยืนโรงอยู่ได้ยาวๆ ค่อยๆ เก็บรายได้ไปจนมีกำไรครับ ที่แน่ๆ น่าจะทำรายได้สูงกว่า Obivion ที่ทำเงินทั่วโลกไป 286 ล้านเหรียญ

สำหรับความสำเร็จด้านรายได้ของ The Fault in Our Stars ก็มีหลายปัจจัยเช่นกัน แต่โดยหลักๆ ก็น่าจะจากการที่สร้างจากนิยายดังที่มีฐานแฟนคลับวัยรุ่นเหนียวแน่นมากในสหรัฐ รวมกับการตลาดที่เล็งเป้าไปตรงจุด และคำวิจารณ์ด้านดีของหนังด้วย

The Fault in Our Stars ฉบับนิยายขายได้ 11 ล้านเล่มทั่วโลก ขณะที่จอห์น กรีน คนเขียนนิยายเรื่องนี้ก็เป็นคนดังในอินเตอร์เน็ต มีช่องของตัวเองกับน้องชายที่มีผู้ติดตามถึง 2.1 ล้าน และมีผู้ติดตามในทวิตเตอร์ถึง 2.5 ล้าน ซึ่งกรีนมีส่วนช่วยอย่างมากในการประชาสัมพันธ์ให้แก่หนัง เช่นการจัดคอนเสิร์ตทางยูทูบที่นำศิลปินที่ร้องเพลงประกอบหนังมาร้องสดๆ

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกด้วยว่า การตลาดของฟ็อกซ์เน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายโดยตรงที่เป็นวัยรุ่นยุคใหม่ โดยเฉพาะสาวๆ วัย 18-34 ให้พวกเธอรู้ว่ากำลังจะมีหนังเรื่องนี้ออกมา แม้ว่าไม่ใช่คนที่เคยอ่านนิยายก็อยากมีส่วนร่วมกับปรากฏการณ์นี้

การประชาสัมพันธ์ใช้สื่อออนไลน์กับเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นหลัก เข้าถึงผู้ชมกลุ่มหลักได้ดีโดยไม่ต้องลงทุนด้านโฆษณาทางทีวีมากนัก (รายงานบอกว่าใช้งบการตลาดไม่ถึง 30 ล้านเหรียญ) มียอดวิวตัวอย่างหนังในยูทูบสูงถึง 22 มากกว่าล้านวิว และมียอดไลค์ตัวอย่างหนังสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของยูทูบสำหรับตัวอย่างหนังทางการ หนังมีการกล่าวถึงทางทวิตเตอร์สุงถึง 3.8 ล้านเมนชั่น กลายเป็นหนังที่มีการพูดถึงทางทวิตเตอร์สูงที่สุดของปี

มีการจัดอีเวนท์เดินสายพบแฟนคลับที่มีนักแสดงนำและกรีนไปปรากฏตัวและฉายหนังแบบไม่ใหญ่โต แต่เข้มข้น ยิ่งเมื่อได้คำวิจารณ์ด้านบวกจากผู้ชม (หนังได้คะแนน CinemaScore A ) ก็ยิ่งสร้างกระแสปากต่อไปดีไปอีก ทั้งยังมีไชลีน วู้ดลี่ ที่กำลังเป็นขวัญใจและโด่งดังระดับหนึ่งจาก Divergent ยิ่งเพิ่มกระแสให้หนังไปอีกครับ

เดิมที The Fault in Our Stars มีความไม่แน่นอนว่าจะได้เข้าฉายในบ้านเราไหม ล่าสุด เฟซบุกของฟ็อกซ์ประเทศไทยบอกว่าได้ตัดสินใจนำหนังมาฉายแน่นอนครับ เพียงแต่อยู่ระหว่างหาวันฉายที่เหมาะสม

ชมสรุปตัวเลขรายได้ 10 อันดับล่าสุดในสหรัฐที่ด้านใน

Read more of this post

Captain America: The Winter Soldier ทำเงินเปิดตัวในสหรัฐ $96 ล้าน ทั่วโลก $303 ล้าน

captain america the winter soldier gallery 04Captain America: The Winter Soldier ได้สร้างสถิติใหม่ด้านรายได้ในสหรัฐครับ ตามรายงานบอกว่ารายได้เปิดตัวหนังสามวันแรกทุบสถิติรายได้ตลอดกาลประจำเดือนเมษายน ด้วยรายได้ 96.2 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมกับการฉายในตลาดโลกที่ผ่านมาแล้ว 10 วัน ทำให้หนังมีรายได้ทั่วโลกตอนนี้เลย 300 ล้านเหรียญแล้ว

Fast Five เป็นหนังที่ครองแชมป์รายได้สูงสุดตลอดกาลประจำเดือนเมษายนเอาไว้ที่ 86.1 ล้านเหรียญในปี 2011 รายได้เปิดตัวของ Captain America: The Winter Soldier จึงถือเป็นสถิติใหม่และสูงกว่าแชมป์เดิมอยู่พอสมควร ไม่เพียงแค่นั้น ยังทุบสถิติเปิดตัวสูงสุดประจำปีนี้ของ The LEGO Movie ที่ทำไว้ที่ 69 ล้านเหรียญไปอย่างง่ายดายด้วย

เมื่อเทียบกับหนังของมาร์เวลเรื่องล่าสุด Thor: The Dark World ที่เคยเปิดตัวไว้เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ 85.7 ล้านเหรียญ ที่สุดท้ายทำเงินทั่วโลกไป 645 ล้านเหรียญ และมากกว่าภาคแรก Captain America: The First Avenger ที่เปิดตัวสุดสัปดาห์แรก 65 ล้านเหรียญในปี 2011

ในแง่รายได้จากตลาดโลก หนังทำเงินเพิ่มจากสัปดาห์ที่แล้วอีก 107.1 ล้านเหรียญ รวมเป็น 203 ล้านเหรียญในเวลาเพียง 10 วัน ซึ่งตลาดใหญ่สุดก็คือจีนที่หนังเปิดตัวสุงถึง 39 ล้านเหรียญ รองมาก็เกาหลีใต้ที่ 20 ล้านเหรียญ และสหราชอาณาจักรที่ 18 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้ทั่วโลกตอนนี้อยู่ที่ราว 303 ล้านเหรียญครับ

ในแง่คำวิจารณ์ จากการประเมินของ Rotten Tomatoes พบว่านักวิจารณ์ชอบ 89% ขณะที่ความเห็นของผู้ชมก็ค่อนข้างสอดคล้องครับ เพราะคะแนน CinemaScore ซึ่งเป็นคะแนนจากผู้ชมผ่านการสำรวจของบริษัททางการตลาดให้หนังเรื่องนี้ได้เกรด A ผู้ชมที่ชอบหนังส่วนใหญ่ 57% มีอายุ 26 ปีขึ้นไป และเป็นเพศชาย 64%

Captain America 3 จะออกฉายพฤษภาคม 2016 ซึ่งชนกับหนัง Batman vs Superman ของวอร์เนอร์ฯ ครับ โดยภาคแรก Man of Steel เปิดตัวสัปดาห์แรกในสหรัฐ 116.6 ล้านเหรียญ

ที่มา: Boxoffice Mojo / The Wrap

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,167 other followers