ดิสนี่ย์ถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะตัวอย่างหนัง Frozen คล้ายคลึงหนังสั้น The Snowman

disney frozen firstlook 05เคลลี วิลสัน ผู้สร้างหนังการ์ตูนสั้น 2D จากคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเรื่อง The Snowman ได้ยื่นฟ้องเดอะ วอลท์ ดิสนี่ย์ คัมพานี เนื่องจากตัวอย่างแรกของ Frozen คล้ายคลึงกับหนังสั้นของเธอมากครับ และเธอก็ชนะการฟ้องร้องยกแรกแล้ว

ในรายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าศาลแคลิฟอร์เนียได้ตัดสินปฏิเสธคำร้องของดิสนี่ย์ ที่ให้การฟ้องร้องของวิลสันเป็นโมฆะ หลังจากวิลสันได้ยื่นฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ที่ตัวอย่าง Frozen ไปคล้ายคลึงกับหนังสั้น The Snowman ของเธอมาก

ดิสนี่ย์ได้ยื่นขอต่อศาลให้คำร้องของวิลสันตกไป โดยอ้างคดีในกรณีที่คล้ายกันตอนที่ Six Feet Under ซีรี่ส์ของเอชบีโอ ถูกผู้เขียนบท The Funk Palor ฟ้อง เพราะมีเนื้อเรื่องว่าด้วยครอบครัวบริษัทจัดงานศพ ที่ลูกๆ ต้องเข้ามาดูแลกิจการแทนหลังจากพ่อเสียชีวิต แต่ศาลไม่เห็นด้วยกับดิสนี่ย์ และให้คำฟ้องของวิลสันมีมูล โดยอ้างว่าทั้งสองกรณีแตกต่างกัน เอามาใช้อ้างไม่ได้

สิ่งที่วิลสันอ้างในคำฟ้องถึงความเหมือนกันระหว่างหนังสั้นของเธอกับตัวอย่าง Frozen ของดิสนี่ย์ก็คือ มีฉากที่มนุษย์หิมะที่จมูกหลุดเหมือนกัน จมูกเป็นแครอทเหมือนกัน จมูกหลุดเข้าไปในสระน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งเหมือนกัน มนุษย์หิมะกับสัตว์ในเรื่องแข่งกันไปแย่งแครอทเหมือนกัน สัตว์ได้จมูกไปก่อนเหมือนกัน

วิลสันยังเห็นว่าไม่เพียงรายละเอียดของเนื้อเรื่องที่คล้ายกันแล้ว การออกแบบบางช็อตยังคล้ายคลึงกันด้วย

อย่างไรก็ดี ผู้พิพากษาที่รับฟ้องบอกว่าแม้จะเหมือนกันหลายอย่าง ทั้งสองก็มีส่วนที่แตกต่างกันก็คืออารมณ์ของตัวอย่าง Frozen จะเบากว่า และกรณีนี้หมายถึงแค่ตัวอย่างหนังเท่านั้น ไม่ได้รวมหนังทั้งเรื่องครับ

หากทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงกันไม่ได้ คดีก็มีมีสิทธิ์จะขึ้นสู่ศาล

ผมได้แนบคลิปหนังสั้นกับตัวอย่างหนังให้เปรียบเทียบที่ด้านในครับ ลองชมแล้วพิจารณาว่ามีความคล้ายคลึงขนาดพอที่น่าจะฟ้องได้หรือไม่

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

อัพเดท: Studio Ghibli ยังไม่เลิกเลิกสร้างหนัง แค่พักการสร้างภาพยนตร์ชั่วคราว

gibliข่าวคืบหน้า: อาจเป็นที่การด่วนสรุปของแหล่งข่าวแรก หรือเป็นที่การแปลข่าวจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษแล้วความหมายสูญหายไประหว่างการแปลครับ

รายงานใหม่จาก kotaku บอกว่า การแปลอาจคลาดเคลื่อนครับ ความหมายที่เข้าใจในทีแรกว่าจะปิดตัวน่าจะหมายความว่า “ในตอนนี้ เราจะพักกันระยะสั้นๆ และคิดอ่านกันว่าจะทำยังไงกันต่อไป

ANN ยังรายงานอย่างละเอียดที่น่าจะถูกต้องกว่าว่า คุณโตชิโอะ ซูซูกิ ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ บอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของสตูดิโอ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้รวมถึง“การรื้อ“ของฝ่ายงานสร้าง และเน้นว่าสตูดิโอกำลังพิจารณาที่จะ “เก็บกวาดบ้าน” หรือ “ปรับโครงสร้างใหม่” ในตอนนี้ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ “การสร้างตัวขึ้นใหม่” เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับรุ่นต่อไป

ซูซิกิยอมรับว่าการวางมือของฮายาโอะ มิยาซากิ มีส่วนสำคัญ แต่ก็เสริมว่า “สำหรับสิ่งที่จะทำต่อไปในอนาคตในสตูดิโอจิบลิ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้มีงานสร้างภาพยนตร์ต่อเนื่องไปไม่หยุดแบบนี้ แต่เราจะพักกันช่วงสั้นๆ เพื่อพิจารณาว่าจะทำยังไงกันต่อ

โดยสรุปแล้วก็คือ อาจไม่ใช่การเลิกสร้างหนังครับ แต่จะเป็นการพักชั่วคราว ตามที่คุณว่านน้ำเปรียบเกี่ยวกับข่าวนี้ไว้ในเฟซบุกว่า “ถ้าเป็นคนก็ประมาณว่าขอหยุดพักเพื่อไปค้นหาตัวเองนั่นแหละค่ะ

จะรายงานต่อเมื่อมีความคืบหน้าครับ

ด้านล่างนี้คือข่าวที่เรียบเรียงจากแหล่งข่าวแรกที่อาจจะยังคลาดเคลื่อนอยู่

(ขอบคุณ  และ  )

****************************************************************************

ข่าวเศร้าสำหรับแฟนๆ ของสตูดิโอจิบลิ และผู้รักภาพยนตร์อนิเมชั่นทุกคนครับ บริษัทหนังอนิเมชั่นที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1985 และมีผลงานโดดเด่นและเป็นที่จดจำอย่าง Grave of the Fireflies (สุสานหิงห้อย), Princess Mononoke, Spirited Away และ The Wind Rises ที่เพิ่งเข้าฉายในบ้านเรา ได้ประกาศปิดตัวและเลิกสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นแล้วครับ

ตามรายงานของ Oh-Totoro (via Film Stage) ที่ได้แปลบทสัมภาษณ์จากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ ของโตชิโอะ ซูซูกิ ผู้อำนวยการสร้างของสตูดิโอจิบลิ ที่บอกในรายการทีวีของญี่ปุ่นครับ บอกว่าเมื่อครู่ ซูซิกิได้ประกาศว่า สตูดิโอจิบลิจะปิดตัวและเลิกสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นแล้ว และเขาจะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ดูแลจัดการเครื่องหมายการค้าของบริษัทเท่านั้น

ในรายงานบอกต่อไปว่า “ฝ่ายงานสร้างหนังอนิเมชั่นจะถูกยุบ” ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการที่กระแสตอบรับทางรายได้ของหนังเรื่อง The Tale of Princess Kaguya ที่ฉายเมื่อฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี

ซูซูกิยังยอมรับด้วยว่าการปิดตัวลงของบริษัทครั้งนี้ เป็นการถดถอยจากความก้าวหน้าที่ฮายาโอะ มิยาซากิ เป็นผู้สร้างไว้ และหนังเรื่อง When Marnie Was There จะเป็นงานภาพยนตร์ชิ้นสุดท้ายของสตูดิโอจิบลิครับ

อย่างไรก็ดี ไม่มีรายละเอียดในเนื้อข่าวเกี่ยวกับงานในสื่ออื่นของจิบลิครับ เป็นต้นว่างานอนิเมชั่นทางทีวีว่าจะมีการเลิกสร้างด้วยไหม เมื่อเร็วๆ นี้ จิบลิได้เผยโฉมภาพแรกของ Ronja the Robber’s Daughter (via NHK) ซึ่งเป็นหนังการ์ตูนชุดทางทีวีของค่ายที่กำกับโดยโกโระ มิยาซากิ (From up on Poppy Hill) จะออกอากาศตอนแรกในญี่ปุ่น 31 สิงหาคมนี้ครับ เป็นอนิเมชั่นเรื่องแรกของจิบลิที่ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกในการสร้างงานแทนการวาดด้วยมือด้วยครับ ชมภาพนิ่งได้ที่ด้านใน

Read more of this post

2 ตัวอย่างใหม่ของ Stand By Me Doraemon มีฟุตเตจใหม่ชวนให้ซึ้ง

doraemon stand by me cap 04Stand By Me Doraemon หนังโดราเอมอนฉบับ 3D จะเข้าฉายในญี่ปุ่น 8 สิงหาคมนี้ และปล่อยตัวอย่างหนังใหม่ออกมาอีก 2 ตัวครับ ที่เผยฟุตเตจใหม่มาอีกครับ

ทั้ง 2 ตัวอย่างเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของโนบิตะกับชิซูกะ ที่ดูเหมือนว่าโนบิตะรู้ว่าชิซูกะจะต้องลำบากหากแต่งงานกับเขา และทั้งหมดอาจเกี่ยวข้องกับการเดินทางย้อนเวลาของโดราเอมอนเพื่อมาแก้ไขอดีตให้โนบิตะ

ตัวอย่างหนังยังเผยของวิเศษอื่นด้วย นอกจากคอปเตอร์ไม้ไผ่ที่เป็นจุดขายของตัวอย่างก่อนหน้านี้ เป็นต้นว่าประตูไปที่ไหนก็ได้, เครื่องเดินทางย้อนเวลา และอุโมงค์ย่อส่วน เป็นต้นครับทั้งหมดใช้เพลง”Himawari no Yakusoku” (Promise of a Sunflower) ของ ฮาตะ โมโตฮิโระ มาช่วยขับเคลื่อนทางอารมณ์

เรื่องราวหลักๆ ในหนังจะเป็นการดึงมาจากสามตอนดังของฉบับหนังสือการ์ตูนเป็นหลัก ประกอบด้วย “All the Way from a Future Land” ตอนที่โดราเอมอนเดินทางมาจากอนาคตแล้วพบกับโนบิตะเป็นครั้งแรก, “Farewell, Doraemon” ตอนที่โดราเอมอนอำลา และ “The Night Before Nobita’s Wedding” ตอนที่โนบิตะแต่งงานกับชิซูกะ

หนังเป็นการร่วมกันกำกับครั้งที่สองของทาคาชิ ยามาซากิ จาก Always: Sunset on Third Street และ Space Battleship Yamato กับริวอิชิ ยากิ จาก Moyashimon 3D

หนังยังไม่มีกำหนดฉายในบ้านเราครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ดูโนบิตะ และผองเพื่อนเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในตัวอย่างแรก Doraemon: Nobita’s Space Hero Record of Space Heroes

doraeiga 2015 cap 01ขณะที่เรากำลังรอชมหนัง Doraemon ของปีนี้กันอยู่ Doraemon: Nobita’s Space Hero Record of Space Heroes ซึ่งจะเป็นหนังภาคใหม่ออกฉายปีหน้าในญี่ปุ่นก็ปล่อยตัวอย่างออกมาแล้วที่เว็บไซต์ทางการครับ

ยังไม่มีรายงานในตอนนี้ว่าเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงบ้าง แต่ดูจากตัวอย่างหนังแล้วน่าจะเป็นตอนที่เขียนขึ้นมาใหม่ โดโรเมอน, โนบิตะ, ชิซูกะ, ไจแอนท์ และซูเนโอะ ได้กลายร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่อวกาศปราบไคจู (หรือดูเหมือนจะยังงั้น) ซึ่งทั้ง 5 คนก็มีพลังพิเศษที่ชวนให้นึกถึงฮีโร่ในการ์ตูนญี่ปุ่นที่เป็นที่คลั่งไคล้ทั่วโลก อย่างขบวนการเซนไต, ดรากอนบอล, เซเลอร์มูน, หุ่นเก็ตเตอร์ และหน้ากากเสือครับ เชื่อว่านอกจากจะได้ดูการ์ตูนโดราเอมอนที่สนุกแล้ว เรื่องนี้คงทำให้ผู้ใหญ่หลายคนได้ย้อนรำลึกความหลังวัยเด็กกันด้วยแน่ๆ

หนังจะเข้าฉายที่ญี่ปุ่นช่วงมีนาคมปี 2015 ถ้ามีค่ายหนังบ้านเราซื้อมาฉายก็คงต้องรอช่วงปิดเทอมอย่างเมษายนหรือตุลาคมครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างสุดท้าย และเอ็มวีเพลงประกอบ When Marnie Was There จากสตูดิโอ จิบลิ

when marnie was there cap 05When Marnie Was There ผลงานภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องใหม่ของสตูดิโอ จิบลิ จะเข้าฉายในญี่ปุ่น 19 กรกฎาคมนี้ และได้ส่งตัวอย่างสุดท้ายออกมาแล้วครับ

ตัวอย่างยังคงใช้เพลง Fine On the Outside ของพริสซิลลา อาห์น มาเป็นตัวขับเคลื่อนอารมณ์ แต่ก็มีฉากที่บอกเล่าเรื่องราวของสองตัวละครเอกมากขึ้น และแม้ว่าจะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง ก็ชวนให้รู้สึกประทับใจในมิตรภาพของทั้งคู่ที่ช่วงท้ายจะต้องพบบททดสอบบางอย่างในช่วงหลัง จิบลิขึ้นชื่อในการผสมความเป็นศิลปะของอนิเมชั่นสองมิติกับเรื่องราวอันซาบซึ้งได้อย่างงดงาม และเราก็เชื่อว่าหนังเรื่องนี้ก็น่าจะทำได้อีกครับ

หนังเป็นเรื่องราวของเด็กสาววัยรุ่นชื่อแอนนา เด็กสาวขบถผู้อ้างว้าง ที่ถูกส่งไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ที่บ้านริมทะลทางฝวั่งตะวันออกของอังกฤษ แล้วเธอก็ได้พบกับเด็กสาวอีกคนชื่อมาร์นีที่อาศัยอยู่ในบ้านทรงโบราณใกล้ๆ และได้กลายเป็นเพื่อนคนแรกของเธอ เมื่อมีครอบครัวใหม่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านโบราณหลังนั้น แอนนาก็ได้รู้ความจริงว่าถึงเรื่องราวอันลึกลับของเพื่อนรัก

หนังดัดแปลงจากวรรณกรรมเด็กปี 1968 ของโจน จี. โรบินสัน โดยอันโด มาซาฮิ ผู้ออกแบบตัวละคร Spirit Away กำกับโดยฮิโรมาซะ โยเนเบยาชิ (The Secret World of Arrietty) บ้านเราคงได้ชมกันปีหน้าครับ

คลิกชมตัวอย่างหนังและเอ็มวีเพลงประกอบหนังได้ที่ด้านใน

Read more of this post

เบน วิสชอว์ให้เสียงหมีน้อย Paddington แทนคอลิน เฟิร์ธ และชมตัวอย่างใหม่ของหนัง

ben wishaw paddingtonหลังจากปล่อยตัวอย่างหนังมาเมื่อเดือนก่อน โครงการหนัง Paddington ก็สะดุดนิดๆ เพราะคอลิน เฟิร์ธ ที่ถูกวางตัวให้มาให้เสียงเจ้าหมีน้อยตัวนี้ขอถอนตัว เนื่องจากรู้สึกว่าเสียงของเขาไม่เหมาะกับตัวละคร และเป็นผู้ใหญ่เกินไป เป็นการขอถอนตัวหลังจากเขาได้ลองให้เสียงแล้วและพบว่าไม่ใช่สำหรับตัวละครนี้ เดวิด เฮย์แมน ผู้อำนวยการสร้างของหนังเห็นด้วย ทั้งนักแสดงและผู้สร้างจึงตกลงจากกันด้วยดี เฮย์แมนตัดสินใจทาบทามนักแสดงที่อายุน้อยกว่ามาให้เสียง และก็ได้เบน วิสชอว์ ผู้สวมบทคิวใน Skyfall มารับหน้าที่แทนครับ

วิสชอว์ให้สัมภาษณ์แก่ เดอะ เดลี เมล ว่าแรกเริ่มเขาก็ลังเลที่จะรับงานนี้ เพราะเคยมีประสบการณ์ที่แย่ในการให้เสียงตัวละครมาก่อน จึงคิดว่าเขาไม่เหมาะเหมือนกัน “แต่ผมได้รับการโน้มน้าวว่าให้ให้เสียงแบบรู้สึกขุ่นข้องใจนิดๆ ได้” และอีกเหตุผลก็คือเพื่อให้หลานสาววัย 18 ได้ดูหนังเรื่องนี้ “ผมชอบที่เธอจะได้ไปดูหนังและรู้ว่าเป็นเสียงผม เธอจะรู้ว่าเป็นอาเบน

จากเรื่องราวของ A Bear Called Paddington หมีแพดดิงตันอันของไมเคิล บอนด์ โด่งดังไปทั่วโลก หลังจากถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือในปี 1958 ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ และถูกนำไปทำเป็นตุ๊กตาหมีของเด็กเล่นที่เป็นขวัญใจผู้คนมากมาย เฮย์แมนจาก Harry Potter มาเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ โดยมีนิโคล คิดแมน, จิม บรอดเบนท์, ฮิวจ์ บอนนาวิลล์, แซลลี่ ฮอว์กินส์, จูลี วอลเตอร์ส และ ปีเตอร์ คาพาลดี ร่วมรับบท

หนังจะเข้าฉายในสหรัฐช่วงคริสมาสต์นี้ แต่จะแายก่อนในอังกฤษ 28 พฤศจิกายน 2014 ครับ

ดูตัวอย่างหนังและภาพของหนังที่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้วได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ตัวอย่างใหม่ของ Big Hero 6 หนังการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่จากดิสนี่ย์ ออกมาปราบผู้ร้าย

big hero 6 cap 02Big Hero 6 เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างดิสนี่ย์ อนิเมชั่น กับมาร์เวลเลยก็ว่าได้ นับจากมาร์เวลไปอยู่ในชายคาของวอลท์ ดิสนี่ย์ พิคเจอร์ส เป็นการเอางานหนังสือการ์ตูนของมาร์เวลมาสร้างเป็นหนังอนิเมชั่น ภายใต้การกำกับของดอน ฮอลล์ จาก Winnie the Pooh และ คริส วิลเลียมส์ จาก Bolt โดยมีเจมี่ ชุง, ที.เจ. มิลเลอร์ และมายา รูดอล์ฟ ร่วมให้เสียงตัวละคร

เรื่องราวบอกเล่าถึงฮิโระ ฮามาดะ เด็กอัจฉริยะด้านหุ่นยนต์ ที่ได้ล่วงรู้ถึงแผนอาชญากรรมที่จะทำลายเมืองซานฟรานโตเกียวอันสุดไฮเทคของเขา ฮิโระจึงร่วมมือกับหุ่นยนต์เพื่อนยากแล้วผนึกกำลังกับนักปราบอาชญากรรมจำใจคนอื่นๆ ในการหาทางปกป้องเมืองครับ

ตัวอย่างใหม่ยังทำหน้าที่คล้ายตัวอย่างยั่วน้ำลายอยู่ครับ ยังไม่ได้ให้ดูอะไรมาก เล่าเรื่องแต่ว่าสองเกลอฮิโระกับเบย์แม็กซ์พบว่ามีผู้ร้ายที่จะมาทำลายเมือง ไปแจ้งตำรวจก็ไม่รับฟัง ทั้งคู่จึงแปลงตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่เพื่อกู้โลก จากนั้นก็ยั่วน้ำลายด้วยฉากแอ็คชั่นนิดหน่อย แต่อารมณ์ขันนี่ฉบับดิสนี่ย์มาเต็มจนไม่รู้สึกว่าดัดแปลงจากคอมมิคของมาร์เวลเลยครับ

หนังจะเข้าฉายบ้านเรา 4 ธันวาคมนี้ ตามหลังในสหรับราว 1 เดือน คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 587 other followers