ชวนอ่านเนื้อเรื่อง Interstellar ฉบับสตีเวน สปีลเบิร์ก ก่อนที่คริสโตเฟอร์ โนแลน มาแก้ไข

interstellar headerอย่างที่เรารู้กันครับว่าหนัง Interstellar เป็นโครงการดั้งเดิมของสตีเวน สปีลเบิร์ก ซึ่งมีแผนจะกำกับต่อจาก Lincoln แต่ก็เปลี่ยนใจในตอนหลัง สปีลเบิร์กได้แนวคิดของเรื่องราวเมื่อราว 8-9 ปีก่อน จากการไปเวิร์คชอปที่ Caltech หรือสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคิพ เอส ธอร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีสัมพัทธภาพ, รูหนอน, หลุมดำ ฟิสิกส์อวกาศ และฟิสิกส์แรงโน้มถ่วง มาบรรยาย จากนั้น สปีลเบิร์ก็จ้างโจนาธาน โนแลน ให้มาพัฒนาบทหนังให้ โดยร่วมกับธอร์นในการสร้างเนื้อเรื่องขึ้นมา

หลังจากที่สปีลเบิร์กตัดสินใจไม่กำกับ โนแลนก็ได้เข้ามากำกับแทน ซึ่งโนแลนได้เล่าให้ฟังตามรายงานจาก /Film ว่าเข้ามาอยู่ในโครงการหนังเรื่องนี้ได้ยังไงว่า “ผมคุยกับโจนาห์ (โนแลน) อยู่ในตอนนั้นเรื่องบทหนังที่เขาเขียนให้สตีเวน สปีลเบิร์ก เราแลกเปลี่ยนความคิดกัน และมันฟังดูน่าตื่นเต้นอย่างที่สุด… ผมได้มีโอกาสเข้ามาในโครงการหนังเรื่องนี้ภายหลัง และได้มีโอกาสดูบทที่พวกเขาเขียนกันเสร็จแล้ว หลายส่วนที่ผมเติมเข้าไปในบทเป็นการรื้ออะไรๆ ออก เพราะพวกเขาใส่ความคิดที่ล้ำน่าตื่นตะลึงแบบที่ผมรู้สึกว่ายากจะเข้าใจได้ในฐานะผู้ชม ผมจึงใช้เวลาแก้ไขบท โดยเลือกประเด็นที่ก่อให้เกิดอารมณ์และสร้างความรู้สึกได้มากขึ้นจากแนวคิดเหล่านี้…โจนาห์ยุ่งอยู่กับการทำงานอย่างอื่น ผมจึงบอกว่า ขอเอานี่ไปแล้วรวมกับแนวคิดที่ผมคิดไว้ได้ไหม แล้วเขาก็บอกทำนองว่า ลองดูแล้วกันนะ แล้วค่อยมาดูกันว่าจะเป็นยังไง แล้วผมก็เอาสิ่งที่ผมทำให้เขาดู และเขาก็ดูเหมือนพอใจกับมัน

แล้วบทหนังฉบับที่เดิมทีสปีลเบิร์กจะทำกำกับ จากการออกแนวคิดของธอร์นกับโจนาธาน โนแลน เป็นยังไง คุณ pippo ได้แปลมาให้อ่านที่บล็อคของเขาครับ ซึ่งในความเห็นของผมแล้ว จะมีบางประเด็นที่ดูเหลือเชื่อกว่าด้วยในแง่เทคโนโลยี เช่นหุ่นยนต์ บทของโนแลนดูเหมือนจะลดความล้ำของไฮเทคลงมาให้ดูจับต้องได้มากขึ้น แต่ก็มีบางองค์ประกอบที่ผมพบว่าบทร่างแรกถูกใจกว่า เช่นองค์สุดท้ายที่เกี่ยวกับมิติเวลา อย่างไรก็ดี มีความสนุกด้านแนวคิดเรื่องรูหนอนกับหลุมดำทั้งสองแบบ

ทั้งสองบทหนังยังดูเหมือนมีกลิ่นอายของ Close Encounter of the Third Kind, Frequency, 2001: A Space Odyssey และ Voices of a Distant Star เหมือนกัน แต่ของโนแลนจะมีองค์ประกอบ The Right Stuff เข้ามาเพิ่ม ขณะที่ของสปีลเบิร์กจะมีองค์ประกอบของ Star Trek: The Motion Picture ใส่เข้ามาแทนครับ อ่านบทร่างของ Interstellar ฉบับก่อนโนแลนกำกับได้ที่นี่เลยครับ แล้วลองแบ่งปันความคิดกันดูว่าชอบแบบไหน ยังไงครับ

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

คุณอาจไม่เชื่อ แต่ตัวอย่าง Avengers: Age of Ultron ใส่เพลง My Heart Will Go On แล้วเข้ากันมาก

avengers age of ultron my heart will go onไม่รู้ว่าความช่างคิดของคนตัดต่อ หรือว่ามันเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ แต่ตัวอย่างหนัง Avengers: Age of Ultron พอใส่เพลง “My Heart Will Go On” จากหนัง Titanic แล้วเข้ากันดีมากครับ

ผู้ใช้เว็บไซต์ vimeo ชื่อแจ็ค มาร์ติน แห่ง มาร์ติน เรเวเลชั่น ฟิล์มส์ ได้ตัดต่อเพลงรางวัลออสการ์ดังกล่าวที่ขับร้องโดยซิลีน ดิออน เข้ากับตัวอย่างแรกของ Avengers: Age of Ultron ซึ่งถูกใจผู้ชมจนกลายเป็นกระแสและมียอดวิวไล่ตามฉบับทางการมาติดๆ ครับ มาร์ตินเขียนถึงคลิปว่า “ผมไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ทำแค่เพื่อล้อเฉยๆ เชิญชม

มีสองช็อตที่เป๊ะมากระหว่างเนื้อร้องกับฉากในหนังคือท่อน “One more, you open the door” กับฉากที่สการ์เลต วิทช์ (อลิซาเบธ โอลเซ่น) กรีดร้องแล้วตรงกับท่อนที่ซิลีน ดีออน แผดเสียงพอดี และกลายเป็นมุขที่ถูกใจแฟนๆ

ส่วนฉบับทางการตอนนี้มียอดวิวเกิน 40 ล้านไปแล้วครับ เฉพาะทางยูทูบอย่างเดียว และเรามารอชมตัวอย่างฉบับใหม่ที่น่าจะมาเช้าวันพุธนี้ครับ คลิกชมคลิปด้านใน

Read more of this post

แผนผังการฆ่าของเลียม นีสัน ประชาสัมพันธ์หนัง A Walk Among the Tombstones

A Walk Among the Tombstones mapเลียม นีสัน กลายเป็นตัวละครจอมโหดของยุคนี้ ที่หนังเกือบทุกเรื่องของเขาต้องมีตัวละครเป็นเหยื่อถูกฆ่าของเขาด้วย และหนัง A Walk Among the Tombstones ที่จะเข้าฉายในสหรัฐสุดสัปดาห์นี้ และฉายที่บ้านเราสุดสัปดาห์หน้า ก็ใช้เรื่องการฆ่าของเขามาเป็นจุดขายหนึ่งในด้านการประชาสัมพันธ์ครับ โดยทำแผนผังออกมาว่าในหนังแต่ละเรื่องที่นีสันเล่น ฆ่าคนไปกี่คน เป็นคนหรือไม่ใช่คน ด้วยอาวุธอะไรบ้าง วิธีไหนบ้าง และที่ไหน ดูเหมือนว่่าจะมีเรื่อง Nell ที่ไม่มีใครถูกเขาฆ่าเลย

คำวิจารณ์เบื้องต้นของหนังอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ ตามการประเมินของ Rotten Tomatoes นักวิจารณ์บอกว่าหนังไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่น่าติดตามและการแสดงที่ดีของนีสัน ทำให้หนังเป็นความบันเทิงที่ใช้ได้

ในหนังเรื่องนี้ นีสันรับบทเป็นแมทธิว สคัดเดอร์ ตำรวจนักสืบที่เคยทำงานพลาดจนทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต เขาจึงอุทิศตัวเองเป็นนักสืบเอกชนที่ไม่มีทะเบียน เพื่อช่วยสืบคดีให้แก่ผู้ที่ต้องการให้ช่วยเหลือ และในคดีล่าสุดที่เขารับจ้างทำงานให้เศรษฐีหนุ่มที่เสียภรรยาไปจากน้ำมือของฆาตกร ทำให้แมทรู้ว่าคดีนี้เป็นฝีมือของฆาตกรโรคจิตที่ไม่ได้เพิ่งฆ่าคนครั้งนี้ครั้งแรก และเขาต้องหยุดมันให้ได้ก่อนจะมีผู้บริสุทธิ์ต้องตายอีก

หนังมีแดน สตีเวนส์ ร่วมแสดงด้วย ดัดแปลงบทและกำกับของสก็อต แฟรงก์ จาก The Lookout ดูแผนผังด้านในครับ

Read more of this post

ชมหนังสั้น Star Wars ผลงานของจอช แทรงก์ จาก Chronicle และ The Fantastic Four

josh trank star wars fan filmเรารู้กันอยู่แล้วว่าจอช แทรงก์ จาก Chronicle และ The Fantastic Four ที่จะออกฉายปีหน้า ได้รับเลือกให้กำกับภาคแยก Star Wars เรื่องที่ 2 ต่อจากผู้กำกับกาเร็ธ เอ็ดเวิร์ดส์ แต่ที่จริงแล้ว ความหลงใหลต่อหนัง Star Wars ของแทรงก์มีมาตั้งนานแล้วก่อนที่เขาจะกำกับ Chronicle ด้วยครับ เพราะแทรงก์เคยกำกับหนังสั้น Star Wars เอาไว้ และอัพโหลดลงยูทูบตั้งแต่ปี 2007

แทรงก์ตั้งชื่อหนังเรื่องนี้เอาไว้ว่า “Stabbing at Leia’s 22nd Birthday” หรือแปลเป็นไทยก็คือ “เหตุการณ์แทงกันในงานวันเกิดอายุ 22 ปี ของเลอา” ซึ่งเป็นหนังสั้นทุนต่ำ เล่าเรื่องด้วยกล้องแฮนด์เฮลของตัวละครแบบใน Chronicle ถึงเหตุการณ์ในงานวันเกิดที่วัยรุ่นมีเรื่องชกต่อยกัน แต่วัยรุ่นเหล่านี้อยู่ในโลกของสตาร์วอร์ส ที่บางคนพกไลท์เซเบอร์มาด้วย และบางคนก็มีพลังพิเศษแบบเจไดด้วย ขณะที่สตอร์มทรูปเปอร์ทำหน้าที่คล้ายเป็นตำรวจครับ

ดูจากหนังแล้ว การได้กำกับ Star Wars ของแทรงก์ น่าจะถือว่าเป็นฝันที่เป็นจริงของเขามากๆ คลิกชมหนังด้านในครับ

Read more of this post

ฟัง ฮิวจ์ แจ็คแมน ร้อง Wolverine: The Musical ในแบบเพลงจาก Les Miserables

wolverine musicalฮิวจ์ แจ็คแมน อาจเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในบทของ Wolverine จากหนังชุด X-Men และก็กำลังจะมี X-Men: Days of Future Past ออกฉาย แต่อีกอย่างที่เป็นที่รู้จักดีในอันดับใกล้เคียงกันก็คือการเป็นนักแสดงละครบรอดเวย์ ที่ต้องร้อง เต้น เล่นละคร และแจ็คแมนก็เคยใช้ความสามารถด้านการแสดงละครเพลงในหนัง Les Miserables ให้เราได้ชมกันมาแล้ว ล่าสุด แจ็คแมนได้เอาทั้งสองบทบาทมารวมกันครับ

แจ็คแมนเพิ่งไปร่วมรายการ The Matt Edmondson Show ทาง BBC Radio 1 และได้ถูกให้ร้องเพลง Wolverine: The Musical ที่มีการแต่งเนื้อขึ้นมาใส่ในทำนองเพลง Who Am I? ของ Les Miserables และชวนให้อมยิ้มและน่าประทับใจไปพร้อมๆ กัน จะออกมาแล้วดูเป็นยังไงบ้าง ลองฟังได้จากคลิปด้านในครับ

Read more of this post

สามดาวร้ายอังกฤษพบกันในโฆษณารถจากัวร์ กำกับโดยทอม ฮูเปอร์ จาก Les Miserables

jaguar villians adเบน คิงสลี่ย์, ทอม ฮิดเดิลสตัน และ มาร์ค สตรอง สามตัวร้ายจาก Thor, Iron Man 3 และ Kick-Ass ผนึกกำลังในโฆษณาฉบับซูเปอร์โบว์ลของรถยนต์จากัวร์ รุ่นล่าสุด F-TYPE Coupe ที่กำกับโดยทอม ฮูเปอร์ จาก Les Miserables และดนตรีประกอบโดยอเล็กซานเดร เดสแปลท จาก The King’s Speech ครับ

โฆษณาชุดนี้ใช้ชื่อแคมเปญว่า British Villians หรือ “ดาวร้ายอังกฤษ” และตัวอย่างที่จะฉายระหว่างซูเปอร์โบว์ลมีชื่อว่า Rendezvous ที่แปลว่าจุดนัดพบ เปิดฉากมาโดยคิงสลี่ย์ตั้งคำถามว่า “ทำไมในหนังฮอลลีวู้ด ตัวร้ายมักรับบทโดยนักแสดงอังกฤษ” และระหว่างนั้นเอง มาร์ค สตรอง ซึ่งขับรถจากัวร์รุ่นใหม่ กับทอม ฮิดเดลสตัน ซึ่งนั่งเฮลิคอปเตอร์ ก็สาธายายถึงคุณสมบัติต่างๆ ของตัวร้าย ฮิดเดลสตันบอกว่า “ริมฝีปากบนที่แข็งคือกุญแจสำคัญ” และสตรองก็ตบว่า “ทุกคนล้วนขับจากัวร์

โฆษณาพึ่งเสน่ห์ร้ายๆ ของสามดาวร้ายนี้อย่างมากครับ และพอรวมสามคนเข้าด้วยกันแล้วยิ่งเพิ่มพลังให้โฆษณา คลิกดูได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ดู ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น กลับมาสวมบทมอร์เฟียส ในโฆษณาซูเปอร์โบว์ลรถยนต์ของเกียร์ มอเตอร์

morpheus super bowl adนอกจากแล้ว สินค้าอื่นๆ ก็จะปล่อยโฆษณาออกมาในช่วงการแข่งขันซูเปอร์โบว์ลอย่างไม่น้อยหน้าเช่นกันครับ และยอมรับว่าโฆษณาบางตัวทำออกมาได้ฮือฮาและเกรียวกราวกว่าตัวอย่างหนังอีก ดังเช่น 2-3 ปีก่อน ที่โฆษณารถยนต์ออดี้ซึ่งใช้เด็กสวมชุดดาร์ธ เวเดอร์ กลายเป็นโฆษณาขวัญใจ และทำให้เด็กที่เล่นโฆษณานั้นดังเพียงชั่วข้ามคืนในเวลาสั้นๆ โฆษณาที่น่าสนใจที่จะฉายในปีนี้อีกตัวก็คือของรถยนต์สุดหรูรุ่นใหม่ K900 จากบริษัทเกีย มอเตอร์ ของเกาหลีครับ ที่ให้ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น กลับมาสวมบทมอร์เฟียส จาก The Matrix อีกครั้ง

โฆษณาตัวนี้เปิดฉากมาด้วยมอร์เฟียสยื่นกุญแจรถให้ชายหนุ่มที่มากับหญิงสาว และถามว่า “เอากุญแจสีฟ้าไปแล้วกลับไปพบความหรูหราที่คุณรู้จัก แต่ถ้าเอากุญแจสีแดงไป คุณจะไม่เคยมองความหรูหราแบบเดิมอีกเลย” ซึ่งเป็นการเล่นและล้อกับฉากยาเม็ดสีเขียวและสีแดงในหนัง The Matrix และหลังจากเลือกกุญแจรถแล้วก็มีฉากที่คาดไม่ถึงตามมาของตัวละครมอร์เฟียสที่ทำเอาฮาก๊ากแบบที่ทำให้คุณไม่อาจรู้สึกแบบเดิมกับตัวละครนี้ได้อีกเลย และฉากเทคนิคพิเศษอลังการที่หลายฉากชวนให้นึกถึงบางฉากในหนัง The Matrix ครับ

ตัวอย่างที่เกียมอเตอร์จะฉายในช่วงออกอากาศจะยาว 60 วินาที ซึ่งเท่ากับต้องจ่าย 8 ล้านเหรียญต่อหนึ่งครั้งตามอัตราค่าโฆษณา และอาจได้อารมณ์ไม่เต็มอิ่มพอ จึงทำตัวอย่างฉบับ 90 วินาที ปล่อยออกออนไลน์ทางยูทูบก่อนครับ คลิกชมโฆษณาได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 618 other followers