เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

ตัวอย่างแรกและใบปิดหนังรักหญิงรักหญิง “1448 Love Among Us” มีสายป่าน อภิญญา นำแสดง

1448 love among us pic 03หนังรักชายกับชายมีเยอะแล้ว แต่ที่ยังไม่ค่อยเยอะก็คือหนังรักหญิงกับหญิงครับ ซึ่ง “1448 Love Among Us” หรือ “1448 รักเราของใคร” ก็จะมาช่วยเพิ่มเติมให้ส่วนที่ไม่ค่อยเยอะของหนังหญิงรักหญิง และได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว

หนังมีสายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข รับบทเป็นพิม สาวน้อยที่พบว่าตัวเองเป็นหญิงรักหญิง และหลงรักแพท (อิสซาเบล่า เลเต้) และทั้งคู่ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน แต่ความรักไม่ได้ง่ายเช่นนั้น ยังมีอุปสรรคขวากหนามปิดกั้นอยู่ ทั้งจากครอบครัว และที่สำคัญก็คือกฎหมายครับ

ตัวเลข “1448” ที่อยู่ในชื่อหนังก็คือกฎหมายครับ “หนังเรื่องนี้มีที่มาจากสองบรรทัดในกฏหมายที่เกียวพันถึงคนนับล้านคนในเมืองไทย และเฉกเช่นเดียวกันในสังคมโลกอีกนับหลายล้านคน มาตรา 1448 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้” ผู้กำกับอรุณศักดิ์ อ่องลออ (“เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ“, “กว่าดอกรักจะบาน“, “มีนากะอาทิตย์“, “แดดร้อนลมแรงความรัก กำลังจะมา“, และ “รักเลี้ยวเฟี้ยว“) ซึ่งรับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ พร้อมทั้งเขียนเพลงประกอบด้วย บอกมาในโปรดักชั่นโน้ตของหนังครับ และพูดถึงสิ่งที่ผู้ชมอาจได้จากหนังว่า”หากเรานับความต่างเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติ ทุกความต่างจึงควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หากพูดถึงชีวิตและความรัก หนังเรื่องนี้ ก็เป็นสมมติอีกอันหนึ่งที่เราใคร่ครวญ ศึกษา และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตต่อกัน ผมตั้งใจเต็มที่ที่จะทำให้หนังสวย บทเพลงงดงาม ได้รับความบันเทิง และได้ขบแง่มุมความคิด กระทั้งเรียนรู้ที่จะเข้าใจเมล็ดพันธ์ มนุษย์ชนิดต่างๆ ในทุกสภาวะมิติ หลายคนอาจเห็นคว้าง และเห็นแกว่งกับหนังไทย บางคนทดท้อ สำหรับผม เราผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาหลายครั้ง และหนังไทยยังคงอยู่ มีคนต่อยอดอยู่เสมอ และมันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ได้ต้องการให้สงสาร แต่อยากให้ดูแล้ววิพากษ์ เพื่อคนทำหนังต้องฟังและเก็บเป็นข้อมูล ให้หนังไทยมีที่ยืน ผมหวังเช่นนั้น

หนังเป็นการจับมือการสร้างโดยบริษัท สตาร์ลิง จํากัด, สหกรณ์ภาพยนตร์ฯ และ บริษัท ฟิล์มเวิร์ค บีจี จํากัด อำนวยการสร้างโดย วรวิสุทธิ์ ชลาชีพ จากบทหนังของ จุลดิษฐ์ สิงห์อุ่น และอรุณศักดิ์ อ่องลออ และวรวิสุทธิ์ ชลาชีพ ส่วนนักแสดงสมทบของหนังประกอบด้วยภูดิท ขุนชนะสงคราม, พันธดนย์ จันท์เงิน, ฤทธิ์ ลือชา, สมประสงค์ สิงหนวัฒน์, จักรกฤษณ์ ศิลปะชัย, ปรัชญา นางรัก และมี สุนทรีย์ เวชานนท์ มาเป็นนักแสดงรับเชิญเกียรติยศ

หนังจะเข้าฉาย 27 พฤศจิกายนนี้ครับ ชมตัวอย่าง ใบปิด ภาพ ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

โฉมแรกจอห์นนี่ เดปป์ ในบทหมาป่าใจร้าย จาก Into the Woods บนปกเอ็นเตอร์เทนเมนท์วีคลี่

into the woods ew coverตัวอย่างแรกของหนังเพลงเทพนิยาย Into the Woods ของดิสนี่ย์ ให้เราเห็นแค่แขนของจอห์นนี่ เดปป์ ในบทของหมาป่าใจร้ายที่หมายขย้ำหนูน้อยหมวกแดง แต่นิตยสารเอ็นเตอร์เทนเมนท์ วีคลี่ ฉบับพรีวิวหนังช่องเทศกาลวันหยุดได้เผยภาพนิ่งแรกของเดปป์บนหนึ่งในหน้าปกออกมาครับ และดูมีเสน่ห์แบบเดปป์ๆ เหมือนเคย

นอกจากปกของเดปป์กับหนูน้อยหมวกแดง (ลิลลา ครอว์ฟอร์ด) แล้ว ยังมีอีก 3 ปกที่นำแสดงเมอริล สตรีป ในบทแม่มดใจร้าย และแม็คเคนซี มอซี่ ในบทราพันเซล, คริส ไพน์ ในบทเจ้าชาย และแอนนา คินดิก ในบทซินเดอเรลลา และปกสุดท้าย เอมิลี่ บลันท์ กับ เจมส์ ดอร์เดน ในบทสามีภรรยาคนทำขนมปัง

หนังดัดแปลงจากละครเพลงบรอดเวย์ของสตีเฟ่น ซอนด์ไฮม์ เป็นเรื่องราวของสองสามีภรรยาคนทำขนมปังที่พยายามลบล้างคำสาปของแม่มดที่สาปให้พวกเขาไม่มีลูก ซึ่งวิธีแก้คำสาปก็คือต้องไปหาของสำคัญในป่ามหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยตัวละครจากเทพนิยาย

ร็อบ มาร์แชล หนึ่งในผู้ปลุกกระแสหนังเพลงให้กลับมาอีกครั้งด้วย Chicago หนังรางวัลออสการ์เมื่อปี 2002 ได้กลับมาทำหนังเพลงเรื่องนี้อีกครั้ง (หลังจากไม่ประสบความสำเร็จจาก Nine ในปี 2009) ด้วยทีมนักแสดงระดับพระกาฬเช่นเคย พร้อมด้วยทีมออกแบบงานสร้างจาก Chicago แต่อย่าคาดหวังว่าหนังเรื่องนี้จะแจ่มใสเหมือนหนังเทพนิยายอื่นๆ ของดิสนี่ย์ “ผมไม่อยากให้มันเหมือนโลกของการ์ตูน มันจะไม่สดใส สดใส สดใส เราอยากให้ผู้ชมรู้สึกถึงอันตราย” มาร์แชลบอกในบทความ

มาร์แชลบอกด้วยครับว่า เขาได้รับข้อเสนอให้ทำหนังหรืองานที่เกี่ยวกับแม่มดมาหลายเรื่องมาก ตั้งแต่อายุ 40 แต่นี่เป็นเรื่องเดียวที่เขารับ “ผมปฏิเสธที่เสนอมาให้ทั้งหมดเลย แต่เรื่องนี้เป็นอะไรที่สนุกจริงๆ เพราะมันเล่นกับความหมายของคำว่าแม่มดจริงๆ แม่มดเป็นตัวแทนของวัยที่ชราและความน่าเกลียดและอำนาจที่น่ากลัว ที่เราไม่เข้าใจ นี่จึงเป็นโอกาสที่ผมจะบอกว่า นี่คือสิ่งที่เราขอเมื่อเราแก่ตัว

Into the Woods จะเข้าฉายบ้านเรา 22 มกราคมครับ ตาหลังในสหรัฐที่เข้าฉายธันวาคม คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

เจเรมี เรนเนอร์ เป็นนักข่าวล้วงลึกในตัวอย่าง Kill the Messenger ที่ได้คำชมว่าเล่นดีที่สุดนับจาก The Hurt Locker

Kill The Messenger image 03ดูเหมือนว่าออสการ์ปีหน้าในสาขานักแสดงนำชายจะแทบไม่มีที่พอให้นักแสดงที่ทำหน้าที่กันได้ยอดเยี่ยมในปีนี้ เป็นอีกปีที่นักแสดงชายส่งบทบาทเด่นๆ เข้ามาขับเคี่ยวกันมากที่สุดปีหนึ่ง และเจเรมี เรนเนอร์ ก็เป็นอีกคนที่ต้องมาลุ้นกันว่าจะมีโอกาสหรือไม่ในหนังเรื่อง Kill the Messenger ครับ

หนังดัดแปลงจากเรื่องจริงของแกรี่ เว็บบ์ นักข่าวสืบสวนรางวัลพูลิทเซอร์ที่ได้ตีแผ่เรื่องราวอื้อฉาวของซีไอเอในรัฐบาลโรนัลด์ เรแกน หลังจากพบเงื่อนงำจากคดียาเสพติดในแคลิฟอร์เนียว่าซีไอเอได้รู้เห็นการลักลอบโคเคนเข้าประเทศ และใช้ผลประโยชน์จากรายได้ของพ่อค้ายาเพื่อเอาไปซื้ออาวุธให้กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลนิคารากัว แม้ว่าจะถูกเตือนจากทั้งเจ้าหน้าที่และพ่อค้ายา เว็บบ์เกาะติดคดีและสาวลึกตั้งแต่ในคุกไปจนถึงหมู่บ้านในนิคารากัวจนพบว่าคดีนี้เกี่ยวพันกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาล นำมาซึ่งการข่มขู่เอาชีวิตของเขาและครอบครัว

ตัวหนังได้คำวิจารณ์ค่อนข้างดี มีจุดเสียบ้าง ได้คะแนน 6.7/10 และมีนักวิจารณ์ชอบ 74% จากการประเมินของ Rotten Tomatoes ซึ่งด้านดีของหนังก็เช่นชมที่เล่าเรื่องได้เข้มข้น ถูกเปรียบเทียบในระดับ The Insider ส่วนข้อเสียก็คือการขาดความสดใหม่ของวิธีการเล่าเรื่อง ซ้ำซาก ให้ข้อมูลมากเกินไปกว่าการสร้างความตื่นเต้นแบบหนัง แต่เกือบทั้งหมดลงความเห็นว่าเจเรมี เรนเนอร์ คือส่วนที่ดีที่สุดของหนัง วาไรตี้บอกว่าเป็นบทบาทที่ดีที่สุดของเขานับจาก The Hurt Locker เลย

หนังกำกับโดยไมเคิล เคสตา จากซีรี่ส์ Homeland จากบทหนังของนักหนังสือพิมพ์ ปีเตอร์ แลนเดสแมน ที่ดัดแปลงจากหนังสือ 2 เล่ม คือ Kill the Messenger หนังสือชีวประวัติแกรี่ เว็บบ์ โดยนิค ชู และหนังสือ Dark Alliance ที่เว็บบ์เขียนเองจากเรื่องราวการทำข่าวนี้ของเขา

หนังยังมีนักแสดงชั้นนำร่วมรับบทด้วย เช่นโรสเมรี่ เดอวิทท์, ไมเคิล ชีน, แอนดี้ การ์เซีย, ทิม เบลค เนลสัน, แบรี่ ไพเพอร์, โอลิเวอร์ แพลทท์ และ เรย์ ลิออตตา ครับ จะเข้าฉายบ้านเราธันวาคม คลิกชมตัวอย่างและใบปิดด้านใน

Read more of this post

รู้จักรักแท้ให้มากขึ้นในตัวอย่าง “ปู่สมบูรณ์” หนังเปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ 2557

Somboon image 01ผมได้รับฟังเรื่องราวของสองสามีภรรยาคู่หนึ่งจากอาจารย์เสาวศักิด์ ภูธรารักษ์ซึ่งสอนผมที่มหาวิทยาลัย และได้ติดตามไปพบสามีภรรยาคู่นั้น คือปู่สมบูรณ์กับยาเมียด ผมได้รู้จักท่านทั้งสองมากขึ้นและครอบครัวของท่านด้วย ผมคิดว่าเรื่องราวของทั้งสองท่านมีความน่าสนใจมาก และสามารถสะท้อนถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ซึ่งหาได้ยากจากสังคมสมัยนี้ ผมยังมองว่าความรักในยุคก่อนน่าจะสะท้อนอะไรให้กับความรักยุคใหม่ได้บ้าง ผมจึงเริ่มถ่ายเก็บชีวิตของพวกท่านจนมาเป็นหนังสารคดีเรื่องนี้” กฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา ผู้กำกับของหนังสารคดี “ปู่สมบูรณ์” เล่าถึงที่มาของหนังในเบื้องหลังงานสร้างที่ส่งมาให้เราครับ และหลังจากได้ชมตัวอย่างแล้ว ทำให้รู้สึกถึงคำว่ารักแท้และคู่ทุกข์คู่ยาก นิยามที่เด็กรุ่นใหม่ที่รักกันอย่างฉาบฉวยอาจยังไม่เข้าใจดีพอว่าการลงเรือลำเดียวกันของสามีภรรยาต้องทำอย่างไรจริงๆ บ้าง และอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าเป็นเราแล้ว จะทำเพื่อคนที่เรารักได้ขนาดนี้หรือไม่

ปู่สมบูรณ์” เป็นหนังสารคดีเรื่องราวความรักของปู่สมบูรณ์ที่มีต่อย่าเมียดซึ่งอยู่กินกัยฉันสามีภรรยามากว่า 45 ปี และเมื่อย่าเมียดป่วยเป็นโรคไต ปู่สมบูรณ์ก็ยังอยู่ดูแล ทำหน้าที่ของสามีที่ดีต่อกัน แม้ว่าทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันจากประเพณีคลุมถุงชนก็ตามครับ

ภาพยนตร์สารคดีปู่สมบูรณ์ ได้รับเกียรติให้เป็นภาพยนตร์ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 12 ในคืนวันที่ 17 ตุลาคม 2557 และมีฉายรอบพิเศษให้ผู้ชมทั่วไปในวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 17.30 น. ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิร์ล ก่อนจะบินลัดฟ้าไปประกวดสายหลักใน International Documentary Film Festival Amsterdam (IDFA) ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์สารคดีใหญ่ที่สุดในโลกกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ และวางแผนกลับมาฉายจริงกุมภาปีหน้า

ข้อมูลเพิ่มเติมของหนังดูได้ที่ facebook.com/somboonmovie คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ภาพนิ่ง ใบปิด และเรื่องราวที่เราจะได้พบใน Taken ภาค 3 ของเลียม นีสัน

Tak3n 01ขณะที่ A Walk Among the Tombstones กำลังเข้าฉายในบ้านเรา และตัวอย่างแรกของ Taken 3 จะมาในสัปดาห์หน้า หนังภาคต่อเรื่องนี้ก็ปล่อยภาพนิ่งแรกออกมายั่วน้ำลายก่อนที่ USA Today และ Empire ครับ พร้อมกับปล่อยใบปิดแรกของหนังออกมาด้วย

ใบปิดหนังแรกเป็นการยืนยันว่าหนังจะไม่ใช้ชื่อทางการว่า Taken 3 แบบที่เราเข้าใจในทีแรก แต่เป็น Tak3n ซึ่งเป็นการเอาตัวเลขใส่เข้าไปในชื่อที่ Se7en น่าจะเป็นหนังเรื่องแรกที่นำกระแสการตั้งชื่อแบบนี้ ใบปิดให้ตัวละครไบรอัน มิลส์ ของเลียม นีสัน ยืนหันหลังใต้เลข 3 ที่เหมือนอยู่บนป้ายของฮอลลีวู้ด บอกเป็นนัยว่าเหตุการณ์ของภาคนี้น่าจะเกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนีย ไม่ได้เป็นการไปท่องเที่ยวยุโรปเหมือน 2 ภาคแรก

ความแตกต่างอีกอย่างของหนังจาก 2 ภาคแรกอีกอย่างก็อยู่ที่เนื้อเรื่องด้วยที่ภาคนี้ไม่เกี่ยวกับการตามไปช่วยลูกสาวที่ถูกจับตัวไป และล้างแค้นพวกผู้ร้าย ไบรอันในภาคนี้จะถูกป้ายความผิดในอาชญากรรมที่เขาไม่ได้ก่อน และต้องไล่ล่าเหยื่อเพื่อล้างมลทิน “ผมต้องหนีการไล่ล่า พูดยังงั้นเลยก็ได้ จากพวกที่อยู่นอกกฎหมาย และเจ้าหน้าที่กฎหมาย..ไบรอัน มิลส์ รับใช้ประเทศของเขาด้วยความซื่อสัตย์ แต่ตอนนี้ แม้แต่พวกเขาก็ไล่ล่าผม พวกเขาคงไม่ชอบผมเอาเลย” นีสันบอกในบทความของ USA Today

ผู้กำกับโอลิเวีย เมกาตัน เปรยเปรยภาคนี้ในบทสัมภาษณ์ของ Empire ด้วยว่า “มันจะเหมือนหนัง The Fugitive เลย ไบรอันจะถูกไล่ล่าไปตลอดเรื่อง เขาจะประสบอันตรายมากกว่าเดิมมาก” ซึ่งหนึ่งในฉากไล่ล่าก็คือการไล่ล่าด้วยรถยนต์บนทางด่วนของแคลิฟอร์เนียแบบที่ขับรถสวนเลนด้วยครับ

นีสันย้ำด้วยว่าภาคนี้จะให้ใครถูกจับตัวไปอีกไม่ได้ “ผมบอกว่า ผมพูดจริงเลยนะ จะให้ลูกสาวของผมถูกจับตัวไปอีกไม่ได้ จะให้ผมถูกจับตัวไปอีกไม่ได้” ซึ่งทีมผู้สร้างก็พร้อมจะตามใจเขาครับ

Tak3n ยังมีฟอเรสต์ วิเทเกอร์, แม็กกี้ เกรซ, แฟมเก้ แจนเซ่น และ จอนนี่ เวสตัน ร่วมรับบท จะเข้าฉายต้นมกราคม 2015 ครับ คลิกชมภาพและใบปิดด้านใน

Read more of this post

“ฟินสุโค่ย” หนังแรงบันดาลใจจากการ์ตูนญี่ปุ่น “จังหวะร็อก ดนตรีรัก” และ วงลูซิเฟอร์

fin image01ฟินสุโค่ย” หนังรักวัยรุ่นที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเรา 25 กันยายนนี้ ซึ่งได้มาโกโตะ โคชินากะ แห่งวงลูซิเฟอร์มาร่วมรับบทเด่น ไม่ได้เพียงได้นักร้องหนุ่มขวัญใจ J-Rock ผู้นี้มาร่วมรับบทเท่านั้น แต่เรื่องราวในหนังเรื่องนี้ยังดึงมาจากที่มาของวงเพื่อใช้เป็นแรงบันดาลใจของเรื่องราวด้วย

จุดเริ่มต้นของโครงการหนังเกิดขึ้นในปี 2556 เมื่อกรรมการบริษัทฟิน โปรเจกต์ จำกัด นำโดย คุณภัคกมล วิทยารางกุล และ คุณปุณยนุช วรนิธิพงศ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น Project Manager ของบริษัท K-Project จากประเทศญี่ปุ่นได้เดินทางไปร่วมประชุมแนวคิดเรื่องการสร้างภาพยนตร์ร่วมกับ คุณโยชิโอะ โคชินากะ ประธานบริษัท K-Project ต้นสังกัดของวงดนตรีชื่อดังอย่าง ลูซิเฟอร์ (Λucifer ) และได้ลงเอยด้วยการเลือกคุณกอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ จาก “it gets better ไม่ได้ขอให้มารัก” และ “เธอ เขา เรา ผี” ให้มารับหน้าที่เขียนบทและกำกับ

จุดเริ่มต้นของ ‘ฟินสุโค่ย’ มาจากทางผู้สร้างก็คือจากฝั่งไทย ‘ฟิน โปรเจกต์’ ได้มีแนวคิดกับทาง ‘K-Project’ ของประเทศญี่ปุ่น ที่จะทำหนังร่วมกัน อยากจะทำหนังที่เกี่ยวกับแฟนคลับมาโกโตะ ซึ่งตัวมาโกโตะเขาอยู่ในสังกัดของ K-Project อยู่แล้ว พอทางผู้สร้างติดต่อเราให้มากำกับ ก็มีการพูดคุยกันถึงทิศทางและอารมณ์ของหนัง ก็รู้สึกว่าอยากทำ ในฐานะที่เราเป็นวัยรุ่นสมัยก่อน ที่โตมากับการฟังเพลงญี่ปุ่น หรือชื่นชอบการฟังเพลงญี่ปุ่น ซึ่งเรารู้สึกว่าเราเคยรู้สึกแบบนั้น ก็เลยอยากทำ พออยากทำก็เลยเริ่มหาข้อมูล จากทั้งคนที่เป็นแฟนคลับคนญี่ปุ่น ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำเรื่องฟินสุโค่ยขึ้นมา” คุณกอล์ฟ เล่าผ่านโปรดักชั่นโน้ตของหนัง

Read more of this post

ชีวิตคู่ของแอนเจลีนา โจลี กับ แบรด พิตต์ ล่ม ในภาพนิ่งชุดแรกจากหนัง By the Sea

by the sea ew 01ขณะที่ในชีวิตจริง แอนเจลีนา โจลี กับ แบรด พิตต์ จะหวานฉ่ำไม่เสื่อมคลายแม้อยู่ด้วยกันมาร่วม 10 ปี และเพิ่งแต่งงานกันไปหยกๆ ตัวละครของทั้งคู่ใน By the Sea ที่เป็นการกลับมาพบกันในจออีกครั้งหลังขาก Mr. and Mrs. Smith กลายเป็นอีกอย่างครับ ทั้งคู่ต้องพยายามให้ชีวิตคู่ที่ขมแล้วกลับมาหวานอีกครั้ง ซึ่งเอ็นเตอร์เทนเมนท์วีคลี่ได้ภาพนิ่งชุดแรกของหนังเรื่องนี้มา

By the Sea เป็นงานกำกับเรื่องที่สามของโจลี ซึ่งเธอทั้งอำนวยการสร้างและเขียนบทเองด้วย หนังมีฉากหลังเป็นกลางยุค 70 โจลี่รับบทเป็นวาเนสซา อดีตนักเต้นรำ ส่วนพิตต์ รับบทเป็นโรแลนด์ สามีนักเขียนของเธอ

ทั้งคู่เดินทางไปเที่ยวยุโรปด้วยกัน ความสัมพันธ์เริ่มห่างเหินขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อได้ไปเยือนยังเมืองชนบทริมทะเลแห่งหนึ่ง ทั้งคู้ก็เริ่มกลับมาใกล้ชิดกันเพราะชาวบ้านที่มีชีวิตชีวาของเมืองเล็กๆ แห่งนี้

โจลี่เล่าถึงการเลือกให้หนังอยู่ในยุค 70 ว่า “ฉันเลือกให้ By the Sea อยู่ในยุค 70 ไม่เพียงเพราะเป็นยุคที่เต็มไปด้วยสีสันและน่าดึงดูดใจเท่านั้น แต่ยังเพื่อขจัดสิ่งที่ทำให้วอกแวกอื่นๆ ของชีวิตร่วมสมัยออกไป เพื่อที่จะเน้นอารมณ์ได้โดยตรง ที่ตัวละครประสบระหว่างเดินทาง

พิตต์ร่วมอำนวยการสร้างในหนังเรื่องนี้ด้วยที่จะจัดจำหน่ายโดยยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และยังไม่ได้กำหนดวันฉายตายตัว หนังยังใช้ทีมงานเบื้องหลังระดับคุณภาพมาช่วยด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคริสเตียน เบอร์เกอร์ ผู้กำกับภาพที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก The White Ribbon ซึ่งเล่าว่าจะใช้แสงธรรมชาติเกือบทั้งหมดในการถ่ายภาพ By the Sea และใช้เทคนิคที่เรียกว่า Cine Reflect Lighting System ที่เขาพัฒนาขึ้น ในการใช้แสงที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติผ่านชุดของรีเฟล็คเตอร์เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่นขึ้น และรบกวนสายตาน้อยลง

หนังเปิดกล้องเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมาครับ และยังถ่ายทำที่มอลตาต่อไปจนถึงกลางพฤศจิกายนนี้ คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 595 other followers