ชมหนังสั้นซามูไรของผู้กำกับ The Raid

gareth evans short filmผู้กำกับแกเร็ธ เอแวนส์ จาก The Raid ทั้งสองภาค ไม่ได้จับกล้องถ่ายหนังอีกเลยนับตั้งแต่ The Raid 2 เมื่อสองปีก่อน และดูเหมือนจะคันไม้คันมือครับ จึงได้ร่วมกับนักแสดงที่ร่วมงานกันมาอย่างยายาน รูเฮียน และ ซีเซฟ อาริฟ รามาน ในการทำหนังสั้นซามูไรยาวราว 5 นาที และโพสต์ลงในยูทูบ

เอแวนส์เล่าผ่านทวิตเตอร์ถึงหนังสั้นเรื่องนี้ว่า “ปลาบปลื้มที่ยายาน รูเฮียน, ซีเซฟ อาริฟ รามาน และฮันนาห์ อัล ราชิด มาเยี่ยมผมที่เวลส์ในช่วงวันหยุดฤดูร้อนราวสัปดาห์กว่าๆ ขณะที่อยู่ที่นี่ เราได้ทำหนังสั้นเล็กๆ กัน ส่วนหนึ่งคือเป็นการทดสอบงานกำกับภาพที่ผมมีแนวความคิดอยู่ อีกส่วนคืออยากสร้างอะไรที่ไม่รุนแรงให้ลูกของผมได้ดู แต่หลักๆ แล้ว ผมคันไม้คันมือที่จะถ่ายทำอะไรสักอย่างหลังจากไม่ได้หยิบกล้องมา 2 ปีแล้ว เราทั้งสี่คนรวมเป็นทีมนักแสดงและทีมงานทั้งหมด เราถ่ายทำกันที่วัลเลย์ ไม่มีอะไรแปลกประหลาดไปกว่าการได้กลับมาที่เก่าๆ ที่ผมเคยเล่นตอนเด็กๆ กับแมดด็อก และดาบพลาสติก

คำว่า”ไม่รุนแรง“ของเอแวนส์คือการทำหนังที่ประมาณเรต PG-13 หรือ A12 ครับ แปลว่าเหมาะสมตั้งแต่เด็กอายุ 12 ปีลงมา ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเลือดให้เห็น แต่ก็ยังถ่ายทำได้ตื่นเต้น สวยงาม และเข้มข้น

รายละเอียดเบื้องหลังการถ่ายทำบอกด้วยว่าใช้เวลา 3 วันในการถ่ายหนังสั้นเรื่องนี้ ซึ่งการออกแบบฉากต่อสู้เป็นการร่วมกันของเอแวนส์, ยายาน รูเฮียน และ ซีเซฟ อาริฟ รามาน จากนั้นเอแวนส์ก็ตัดต่อ โดยให้ทีมดนตรีจากหนัง The Raid ทั้งสองภาคมาทำดนตรีประกอบให้

เรื่องราวในหนังสั้น เล่าถึงซามูไรหญิงที่จะต้องไปส่งสารสงบศึกระหว่างผู้นำของสองแคว้น แต่ถูกขัดขวางโดยสองนักฆ่าที่ไม่ต้องการให้ทำงานสำเร็จ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดสันติ หนังสั้นไม่อนุญาตให้ฝังคลิปครับ ไปชมกันได้ที่ยูทูบ

Read more of this post

ผู้กำกับบอกว่า Warcraft จะล้างคำสาปหนังจากเกมส์ และชม 2 ใบปิดใหม่ของหนัง

warcraft poster headerเราคงจะได้ยลตัวอย่างแรกแบบเต็มๆ ของ Warcraft กันคืนนี้ และเพื่อไม่ให้ลืม ลีเจนดารี พิคเจอร์ส ได้ปล่อยอีก 2 ใบปิดตัวละครงามๆ ของหนังออกมา หนึ่งฝ่ายมนุษย์กับอีกหนึ่งฝ่ายออร์ค เพื่อย้ำธีมของหนังที่เป็นเรื่องราวศึกชิงดินแดนระหว่างสองเผ่าพันธุ์

ขณะเดียวกัน ผู้กำกับดันแคน โจนส์ (Source Code, Moon) ก็ได้คุยกับนิตยสารเอ็นเตอร์เทนเมนท์ วีคลี่ เกี่ยวกับหนังมหากายพ์ 3D เรื่องนี้ของเขาที่ดัดแปลงจากเกมดังของบลิซซาร์ด เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งโจนส์เชื่อมั่นว่าหนังจากเกมเรื่องนี้ของเขาจะล้างคำสาปที่ว่าหนังจากเกมอย่างดีที่สุดก็ทำได้แค่โอเคประมาณหนึ่งเท่านั้น

มี 2-3 เรื่องที่อยากพูด เรื่องแรกก็คือตราบาปเช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับหนังสือที่ดัดแปลงจากคอมมิคมาก่อนเช่นกัน มันต้องรอเวลาอีกชั่วอายุให้เกิดนักทำหนังที่รักและเติบโตมากับหนังสือการ์ตูนให้มาสร้างหนังที่พวกเขาใส่ใจและรู้สึกผูกพันกับมัน ผมคิดว่ามันเป็นอย่างเดียวกันที่เกิดขึ้นกับหนังที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกม

โจนส์เสริมถึงตัวเขาอีกว่า “ผมเป็นคนในรุ่นยุควิดีโอเกมแน่ๆ เริ่มเล่นจากเกมอาร์ทาริ และก็คอมมอดอร์ 64 และแอมิกา ผมเป็นนักเล่นเกมในหัวใจ และเป็นมาตลอด และผมก็ยังเป็นนักทำหนังด้วย ผมคิดว่าไหวพริบของผมในการเล่าเรื่องและตัวละครจะออกมาเองอัตโนมัติเมื่อผมพยายามทำการด้านเล่าเรื่องทุกชนิด

สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าแหล่งของเรื่องจะมาจากอะไร ผมจะหาหนทางในการเล่าเรื่องให้น่าตื่นเต้นเสมอ ด้วยตัวละครที่รู้สึกร่วมด้วย

หนังจะออกฉายในสหรัฐ 10 มิถุนายน 2016 ครับ คลิกชมใบปิดด้านใน

Read more of this post

มิวสิควิดีโอ”Hello”ของอะเดล เป็นงานแรกที่ถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX กำกับโดยซาเวียร์ โดลอง

Adele Helloอะเดล ศิลปินหญิงเจ้าของรางวัลแกรมมี่และรางวัลออสการ์ ได้เปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ล่าสุด “Hello” จากอัลบั้มใหม่ล่าสุด “25” เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในเชิงที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ เอ็มวีนี้เป็นเอ็มวีแรกของโลกที่ถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ครับ ตามที่ทวิตเตอร์ของไอแม็กซ์ประกาศออกมา

เอ็มวีตัวนี้ยาวราวๆ 6 นาทีครับ กำกับโดยซาเวียร์ โดลอง และมีทริสแทน ไวลด์ จากซีรี่ส์ The Wire มาร่วมแสดงสมทบ ในบทของอดีตคนแรกของอะเดล และถ่ายทำกันที่มอนทรีออล ประเทศแคนาดา

สำหรับผู้กำกับโดลองนั้น คอหนังอาร์ตในบ้านเราคงรู้จักกันดี โดลองมีผลงานเรื่อง Tom at the Farm ที่เคยมาฉายในเทศกาลหนังของบ้านเรา เป็นหนังที่เคยไปฉายในเทศกาลหนังเวนิสเมื่อสองปีก่อน ส่วนผลงานล่าสุดของโดลองในปีนี้ก็คือหนังชีวิตเรื่อง Mommy ที่ได้รับรางวัลขวัญจากกรรมการจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้

ผลงานเรื่องหน้าของโดลองคือ It’s Only the End of the World มีลีอา เซย์โดซ์, มาริญง โกติยาร์ และวินเซนต์ แคสเซล นำแสดง จะออกฉายปีหน้าครับ ส่วนอัลบั้ม “25” ของอะเดลจะวางจำหน่าย 20 พฤศจิกายนนี้

หวังว่า IMAX จะฉายเอ็มวีตัวนี้ให้ชมบนโรงหนังบ้าง เพราะถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX ทั้งที น่าจะได้ชมกันมากกว่าบนยูทูบ

ถ้ายังไม่ได้ชมเอ็มวีกันก็คลิกชมได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน มีหนังใหม่ออกฉายซัมเมอร์ 2017

Christopher Nolan bond rumorมีผู้กำกับไม่กี่คนหรอกที่แค่บอกว่าจะมีหนังใหม่ออกฉายเมื่อไหร่ โดยไม่มีรายละเอียดอื่นเลย ก็กลายเป็นข่าวพาดหัวได้ และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือคริสโตเฟอร์ โนแลน ครับ

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ประกาศว่า 21 กรกฎาคม 2017 จะเป็นวันฉายผลงานเรื่องใหม่ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ครับ หรืออีกราวเกือบๆ 2 ปีหลังจากนี้ ในประกาศไม่มีข้อมูลอะไรมากไปกว่านี้ ทั้งนักแสดง ทีมงาน หรือแม้แต่บอกว่าหนังจะเกี่ยวข้องกับอะไร

สำหรับหนังที่วางกำหนดฉายไว้ก่อนแล้ว และต้องชนกับงานใหม่ของโนแลนก็คือหนังพลังพญิงภาคต่อ Pitch Perfect 3, หนังไซไฟแฟนตาซีอวกาศ Valerian and the City of a Thousand Planets ของลุค เบสซง และอนิเมชั่นที่ยังไม่มีชื่อของดรีมเวิร์คส์และบลูสกาย ส่วนหนังที่ฉายใกล้ๆ กันก็คือ Spider-Man ของมาร์เวลกับโซนี พิคเจอร์ส ที่จะฉายต่อในสัปดาห์ถัดไป และ War of the Planet of the Apes ที่จะฉายก่อนหนึ่งสัปดาห์ครับ

ผลงานล่าสุดของโนแลนคือหนังสารคดีสั้น Quay เกี่ยวกับพี่น้องฝาแฝดนักสร้างหนังจากสต็อปโมชัน สตีเฟ่น และ ทิโมธี เควย์ จะวางจำหน่ายเป็นบลูเรย์ปลายตุลาคมนี้

ที่มา: EW

Read more of this post

สตีเวน สปีลเบิร์ก เชื่อว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่จะตายจากไปสักวันเหมือนหนังคาวบอย

166252_adv-steven-spielberg_0610_ปี 2013 สตีเวน สปีลเบิร์ก เคยให้ความเห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะถึงกาลแตกสลายอันเนื่องมาจากการพึ่งพาหนังฟอร์มยักษ์ทุนสูงมากเกินไป และในวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนใจจากความคิดเช่นนั้นครับ

ระหว่างเดินสายให้สัมภาษณ์ประชาสัมพันธ์หนัง Bridge of Spies สปีลเบิร์กยืนกรานว่ายังเชื่อเช่นเดิม และบอกด้วยว่าหนังฟอร์มยักษ์อย่างหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็จะมีวันของมันที่ต้องจากลาไปจากโรง ตามที่สำนักข่าวเอพีรายงานครับ

ผมยังคงรู้สึกแบบนั้น เราเคยอยู่ในยุคที่หนังคาวบอยตะวันตกตายและก็จะมีช่วงเวลาที่หนังซูเปอร์ฮีโร่จะจากไปเช่นเดียวกับหนังคาวบอย แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีในบางโอกาสที่หนังคาวบอยกลับมา และหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็จะกลับมาอีกเช่นกัน

สปีลเบิร์กขยายความอีกว่า “ในตอนนี้ หนังซูเปอร์ฮีโร่เจริญและเฟื่องฟู…ผมแค่จะบอกว่าวงจรนี้มีจุดสิ้นสุดในวัฒนธรรมกระแสนิยม มันจะมีสักวันที่เรื่องราวเหล่านี้ถูกแย่งชิงตำแหน่งโดยหนังหนังประเภทอื่น อาจจากนักสร้างหนังหนุ่มสาวสักคนที่กำลังค้นหามันเพื่อเรา

หนังซูเปอร์ฮีโร่อาจจะจากไปในสักวันตามที่สปีลเบิร์กบอก แต่เราจะยังมีหนังซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ชมกันอย่างน้อยปีละ 5 เรื่องจนถึงปี 2020 ครับ

Read more of this post

เวส แครเวน ปรมาจารย์หนังสยองขวัญ เสียชีวิตด้วยวัย 76

Wes CravenHorror films don’t create fear. They release it.” หนังสยองขวัญไม่ได้สร้างความกลัว มันปลดปล่อยความกลัวต่างหาก ผู้กำกับเวส แครเวน ปรมาจารย์หนังสยองขวัญผู้สร้างหนังตำนานอย่าง Nightmare on Elm Street และ Scream ทั้ง 4 ภาค ได้กล่าวไว้ และน่าเสียดายที่ปรมาจารย์ผู้นี้ไม่มีโอกาสสร้างหนังที่จะทำให้เราได้กลัวกันอีกแล้ว รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าแครเวนได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งทางสมองเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในสหรัฐครับ สิริรวมอายุได้ 76 ปี

ก่อนมาทำหนัง แครเวนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษมาก่อนที่เวสต์มินสเตอร์ คอลเลจ และสอนคณะมนุษยศาสตร์ให้คลาร์กสัน คอลเลจ ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วได้มีโอกาสกำกับหนังเรื่องแรกจากบทหนังที่เขาเขียนเองเมื่อปี 1972 เรื่อง The Last House on the Left หนังแนวแก้แค้นของผู้หญิงที่ถูกข่มขืน เป็นหนังทุนต่ำที่ใช้เงินสร้างเพียง 87,000 เหรียญ แต่ทำเงินสูงถึง 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งยังเป็นหนังที่อื้อฉาวในด้านความรุนแรงจนต้องมีการเซ็นเซอร์หนักหรือห้ามฉายในบางประเทศ แต่ก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ค่อนข้างดี

จากนั้น แครเวนก็มีผลงานหนังสยองขวัญตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น The Hills Have Eyes ในปี 1977 และ Deadly Blessing ในปี 1981 ซึ่งเรื่องหลังเป็นงานแสดงนำเรื่องแรกของแชรอน สโตน แต่หนังที่ทำให้แครเวนดังกระฉ่อนเป็นเรื่องแรกก็คือ Nightmare on Elm Street ในปี 1984 ที่ได้ให้กำเนิดในหนึ่งในปีศาจบนจอหนังสุดอมตะ เฟร็ดดี้ ครูเกอร์ ที่รับบทโดยโรเบิร์ต อิงลันด์ และยังเป็นหนังแจ้งเกิดให้จอห์นนี่ เดปป์ด้วย

แครเวนกลับมาร่วมงานในหนังชุด A Nightmare on Elm Street อีกในภาค 3 ในฐานผู้เขียนบทและผู้อำนวยการสร้าง และกลับมาปิดฉากตำนานหนังชุดนี้ด้วย New Nightmare ที่ออกฉายปี 1994 ซึ่งสร้างเป็นหนังซ้อนหนัง

ผลงานแนวสยองขวัญในระดับตำนานอีกเรื่องของแครเวนก็คือ Scream ที่เขากำกับเองทั้ง 4 ภาค จากบทของเควิน วิลเลียมสัน เป็นหนังสยองขวัญที่คล้ายๆ งานเก่าของเขาอย่าง The Last House on the Left และ Nightmare on Elm Street ตรงที่ตัวเอกเป็นวัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อ และมีเรื่องราวความลับของครอบครัวมาเกี่ยวข้อง แต่เปลี่ยนมาเป็นแนวหนังเชือดสยอง และเล่นกับสูตรหนังแนวนี้ที่ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้หนังแนวสยองขวัญ

หนังสยองขวัญที่ขึ้นชื่อของแครเวนเรื่องอื่นๆ ก็เช่น The Pepole Under the Stairs และ Shocker

แม้ว่าจะได้ชื่อเป็นปรมาจารย์หนังสยองขวัญ แครเวนก็ลองกำกับหนังแนวอื่นด้วย เช่นหนังตลก Vampire in Brooklyn, หนังชีวิต Music of the Heart ที่เมอริล สตรีป นำแสดง และได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ และหนังเขย่าขวัญ Red Eye ที่นำแสดงโดยกิลเลียน เมอร์ฟี่ กับ เรเชล แม็คอดัมส์

แครเวนแต่งงานกับอิลยา ลาบันกา ผู้อำนวยการสร้างหนังและอดีตรองประธานของวอลท์ ดิสนี่ย์ สตูดิโอ ทั้งคู่มีลูก 3 คน และมีหลานอีก 3 คน

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน พูดถึงหนังที่เป็นแรงบันดาลใจ, ฉากโปรด, หนังปี 2014 ที่ชอบ, Memento และความกลัว

christopher nolan tdkrคริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นนักทำหนังร่วมสมัยที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดคนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เขาสร้างหนังที่เล่นกับสมองของผู้ชมได้ชวนหลงใหลอย่าง Memento, Inception และ Interstellar แบบที่ทำให้เราอดอยากรู้เกี่ยวกับภายในสมองของเขาไม่ได้ เขาประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และด้านรายได้ แถมยังก่อให้เกิดสาวกคอยติดตามผลงานอย่างเทิดทูน (ไม่เชื่อลองไปตั้งกระทู้ถามในห้องเฉลิมไทย พันทิป ได้ครับ) เขาทำได้ยังไง อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เขา อะไรทำให้เขากลัว โนแลนได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟังระหว่างไปร่วมงานถามตอบบนเวทีของเทศกาลภาพยนตร์ไทรเบคกาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยมีผู้กำกับเบนเน็ต มิลเลอร์ เป็นผู้ตั้งคำถาม และนี่เป็นส่วนหนึ่งของประเด็นที่น่าสนใจในการถามตอบครั้งนั้นครับ

หนังเรื่องแรกที่ก่ออิทธิพลแก่ตัวเขา
“ทันทีที่ผมดู Star Wars ผมก็พยายามทำทุกอย่างเป็นเรื่องของยานอวกาศและนิยายวิทยาศาสตร์ไปหมด ผมทำหนังที่จินตนาการตั้งชื่อว่า Space Wars ขึ้นมาด้วย ผมฉายให้ลูกๆ ได้ดูเมื่อไม่นานนี้ตอนที่ผมแปลงใส่ดีวีดีได้ ผมผิดหวังเล็กๆ ที่มันเป็นหนังที่แย่มาก”

การเขียนบท
“ผมไม่เขียนโครงเรื่อง ผมทำงานโดยใช้สัญชาติญาณ แต่ผมเขียนแผนภูมิมากมายเวลาทำงาน เป็นต้นว่า ผมคิดถึงภาพพิมพ์โลหะของเอสเชอร์บ่อยมาก มันทำให้ผมเป็นอิสระ ในการค้นหารูปแบบทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ ผมจะวาดภาพและแผนภูมิที่แสดงการเคลื่อนไหวหรือจังหวะที่ผมต้องการออกมา”

การตัดต่อ
“ผมตัดต่ออย่างด่วนจี๋โดยตลอด เหมือนพยายามจับสายฟ้ามาลงขวด (พยายามทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้) มันมีพลังงานรุนแรงในการทำแบบนั้น ผมคิดเสมอว่าการตัดต่อเป็นเรื่องของสัญชาติญาณ หรืออิมเพรสชั่นนิสต์ ในทางหนึ่งก็คือไม่ต้องคิดมาก ทำตามความรู้สึกมากกว่า”

(อ่านต่อด้านใน)

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 760 other followers