ผู้กำกับทรงยศ สุขมากอนันต์ พูดถึงที่มาที่ไป แรงบันดาลใจ และอะไรคือหนังคอนเสิร์ต Bodyslam นั่งเล่น

body slam movieBodyslam นั่งเล่น” หนังคอนเสิร์ตผลงานภาพยนตร์ของทรงยศ สุขมากอนันต์ ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาตั้งแต่สัปดาห์ได้สองสัปดาห์แล้วครับ หลายคนคงได้เห็นไปแล้วว่าหน้าตาของหนังจะออกมายังไง หนังเป็นการถ่ายทอดการแสดงคอนเสิร์ตของวงบอดี้สแลม วงดนตรีที่ถือว่าเป็นแถวหน้าของวงการดนตรีบ้านเราในยุคนี้ ที่เรียกว่า “Bodyslam นั่งเล่น” เมื่อพฤศจิกายนปี 2554 และผู้กำกับทรงยศได้ใช้เวลาตัดต่อฟุตเตจตลอดช่วงปี 2555 ทั้งปี เพื่อให้ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ เราได้อีเมลสัมภาษณ์ผู้กำกับเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับหนังมากขึ้นสำหรับแฟนๆ ที่อยากดูหนังครับ

นอกจาก “บอดี้สแลม นั่งเล่น” จะเป็นหนังแล้ว ยังมีฉบับดีวีดีที่ยาว 4 ชั่วโมงออกมาด้วย เป็นงานตัดต่อของทรงยศทั้งคู่ แต่ผู้กำกับบอกครับว่าดีวีดีกับหนังจะแตกต่างกันแน่นอน ”จริงๆผมต้องตัด 2 เวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่น DVD ความยาวเต็มคอนเสิร์ต คือ 4 ชั่วโมง กับเวอร์ชั่นหนังที่ต้องสั้นลงเหลือ 2 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งใจว่าจะตัดให้ไม่เหมือนกันด้วยฟุตเตจเดียวกันนี่แหละครับ ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นคอนเสิร์ต ไม่ใช่หนังสารคดีเบื้องหลัง

ทรงยศขยายความให้ฟังต่อว่า “คือการที่คนทำหนังไปดูซ้อมวง ไปฟังมู้ดเพลงที่อเรนจ์ใหม่ ไปประชุทสคริปต์คอนกับเค้า แล้วเกิดแรงบันดาลใจออกไปถ่ายภาพในคอนเสิร์ต แล้วนำมาตัดต่อ เรียบเรียง มันก็จะออกมาเป็นภาพคอนเสิร์ตแบบที่มีมู้ดภาพยนตร์อยู่น่ะครับ ไม่รู้ผมอธิบายให้เข้าใจเปล่า ตอนวงมาดูคัตติ้งแรกๆ ก็จะติดว่าทำไมเราตัดลงบีทแบบแปลกๆ คือมันจะไม่ใช่จังหวะเหมือนกล้องสวิชต์ไปรับเครื่องดนตรีที่เล่น แต่มันจะเป็นจังหวะแบบตอนนี้เราอยากให้คนดูเห็นอะไร

ยิ่งพูดยิ่งงง เอาเป็นว่าคนดูที่ไม่คุ้นอาจรู้สึกแปลกๆเหมือนตอนวงมาดูครั้งแรก แต่พอตัดเวอร์ชั่น DVD เสร็จตั้งแต่พ.ย.ปีที่แล้ว เราก็เริ่มตัดหนัง ยิ่งอยู่กับฟุตเตทนานเราก็ยิ่งเห็นทิศทางใหม่ๆ และตัดหนังออกมาด้วยมู้ดอีกแบบจากฟุตเดียวกัน ปรากฎว่าตูน(อาทิวาร์ คงมาลัย นักร้องนำ) ชอบเวอร์ชั่นหนังซึ่งยาว 2ชั่วโมงครึ่งมาก และขอให้เอาเวอร์ชั่นนี้ลงดีวีดีด้วยเลย ไม่อยากให้มี 2 เวอร์ชั่นสุดท้ายก็เลยเหลือเวอร์ชั่นเดียว 2 ชั่วโมงครึ่งฉายโรงเสร็จ ลงดีวีดีต่อ แต่ดีวีดีมีเพลงที่ตัดทิ้งเหมือน Delete Scene ครับ

ส่วนคำถามที่ว่าผู้กำกับทรงยศได้มากำกับหนังคอนเสิร์ตเรื่องนี้ได้ยังไง ฟังดูแล้วเหมือนเป็นชะตาลิขิตนิดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลงานเรื่องก่อนหน้าด้วยครับ

Read more of this post

About these ads

สัมภาษณ์ บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับ “พี่มาก..พระโขนง”

banjong peemakเพื่อเพิ่มเติมข้อมูลให้แก่นักดูหนังที่อยากดู “พี่มาก..พระโขนง” ผลงานล่าสุดของผู้กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล จาก “กวนมึนโฮ“, “คนกอง” และ “คนกลาง” เราจึงขอสัมภาษณ์ผู้กำกับโต้งผ่านทางอีเมลครับ ในบางประเด็นที่แฟนหนังอาจอยากรู้

คำถามส่วนใหญ่ของเราเน้นไปที่ที่มาของหนัง แนวคิดเกี่ยวกับงานสร้าง ที่แฟนๆ และนักดูหนังอาจอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องสี่หนุ่มที่เคยร่วมงานกันในคนกอง และคนกลาง และทำไมต้องเป็นตำนานแม่นาคพระโขนง นอกจากนี้ก็ถามเกี่ยวกับโทนของหนัง และเกร็ดเกี่ยวกับการเขียนบทนิดหน่อยครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านเว็บทุกท่านครับ หลังจากหนังฉายแล้ว อาจมีการขอสัมภาษณ์อีกรอบในประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องมากขึ้นครับ

พี่มาก..พระโขนง” เป็นการเอาตำนานผีอันอมตะมาเล่าใหม่ในรูปแบบของหนังสยองขวัญปนตลก มีมาริโอ เมาเร่อ รับบทเป็นพี่มาก และดาวิกา โฮร์เน เป็นแม่นาค ร่วมด้วยณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, พงศธร จงวิลาส, อัฒรุต คงราศรี และ กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข มารับบทเป็นสี่เกลอ ที่เป็นเพื่อนของพี่มาก ที่คอยหาทางบอกพี่มากว่าแม่นาคเป็นผี ทำให้เกิดเรื่องราวที่ทั้งลุ้นและทั้งฮาครับ

หนังจะเข้าฉาย 28 มีนาคมนี้ คลิกอ่านสัมภาษณ์ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

เอ็นนิโอ มอริโคเน ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบ ไม่ขอร่วมงานกับตารันติโนอีก หลังจาก Django Unchained

79th Academy Awardsดูเหมือนว่าในผลงานเรื่องต่อไป เควนติน ตารันติโนคงต้องหานักประพันธ์ดนตรีที่จะมาทำเพลงประกอบหนังให้คนใหม่แล้ว เพราะเอนนิโอ มอริโคเน ซึ่งเพิ่งร่วมงานกับเขาใน Django Unchained ออกมาบอกว่าจะไม่ขอร่วมงานกับตารันติโนอีก

มอริโคเนได้ทำงานกับตารันติโนติดต่อกันมา 4 เรื่องครับ นับตั้งแต่ Kill Bill ทั้งสองภาค, Inglorious Basterds และ Django Unchained เป็นเรื่องล่าสุด รวมถึงแต่งเพลง “Ancora Qui” ที่ตารันติโนเอาไปใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย

ตามรายงานของ THR บอกว่า มอริโคเนเปิดเผยให้นักศึกษาในวิชาดนตรี, ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ ที่มหาวิทยาลัย LUISS ในโรมครับว่า “ผมจะไม่ทำงานร่วมกับเขาอีกไม่ว่าในอะไร เขาบอกผมเมื่อปีที่แล้วว่าอยากร่วมงานกับผมอีกนับจาก Inglorious Basterds แต่ผมบอกเขาไปว่าผมทำไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้เวลาแก่ผมมากพอ เขาก็เลยเอาเพลงที่ผมแต่งไว้ก่อนหน้านี้เอาไปใช้

ตารันติโนเป็นคนที่ทำงานด้วยแล้วน่าหงุดหงิดมาก มอริโคเนบอกต่อ “เขาใส่เพลงในหนังโดยไม่สอดคล้องกัน เราทำอะไรกับคนแบบนั้นไม่ได้

นักแต่งเพลงวัย 84 บอกด้วยว่าเขาเองก็ไม่ประทับใจหนัง Django Unchainedบอกตามตรง ผมไม่ได้ชื่นชอบอะไรมัน เลือดเยอะเกินไป

มอริโคเนมีผลงานเพลงในภาพยนตร์มากว่า 500 เรื่อง ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์มา 5 ครั้ง และได้รางวัลสดุดีความสำเร็จในอาชีพจากออสการ์ในปี 2007 นอกจากนี้ยังเคยได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ, แกรมมี่ และบาฟต้า จากงานดนตรีประกอบหนังหลายเรื่องครับ ผู้กำกับที่เขาเคยร่วมงานด้วยนอกจากตารันติโนก็ได้แก่โอลิเวอร์ สโตน, เทอเรน์ซ มาลิค, เซอร์จิโอ ลีโอน, ไบรอัน เดอ พัลมา, วอเรน เบ็ตตี้ และกุยเซปเป ทอร์นาโทเร เป็นต้น

ผลงานดนตรีประกอบภาพยนตร์เด่นๆ ของมอริโคเน ก็ได้แก่ Cinema Paradiso, Once Upon a Time in the West, Once Upon a Time in America, The Mission, The Untouchables, The Good, the Bad and the Ugly, A Fistful of Dollars, The Thing และ Melena เป็นต้นครับ ลองฟังตัวอย่างบางส่วนได้ที่ด้านใน

Read more of this post

สตีเวน สปีลเบิร์ก ได้รับเลือกเป็นประธานกรรมการตัดสินเทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี 2013

spielberg cannesในปี 1974 หนังเรื่อง Sugarland Express ผลงานเรื่องแรกของสตีเวน สปีลเบิร์ก ได้ไปประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และคว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมา หนังเรื่อง E.T. ของเขาก็ไปเปิดฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่คานส์ในปี 1982 ปี 1986 หนังเรื่อง Color Puple ก็ได้รับเกียรติไปฉายแสดง และปีนี้สตีเวน สปีลเบิร์ก ก็จะกลับสู่เทศกาลหนังเมืองคานส์อีกครั้งด้วยบทบาทใหม่ครับ

กิล เจค็อบ ประธานของเทศกาลภาพยนตร์แห่งเมืองคานส์ประกาศผ่านเว็บไซต์ทางการว่าผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก จะรับหน้าที่เป็นประธานกรรมการตัดสินการประกวดภาพยนตร์ของเทศกาลภาพยนตร์แห่งเมืองคานส์ครั้งที่ 66 หรือประจำปี 2013 ครับ ซึ่งบอกในแถลงการว่าหนังเรื่อง E.T. ที่เขาได้ชมในเทศกาลปี 1982 เป็นประสบการณ์อันไม่รู้ลืม และ “นับตั้งแต่นั้น ผมขอให้สตีเวนมารับหน้าที่ประธานกรรมการตัดสินอยู่บ่อยๆ แต่เขามักติดถ่ายทำหนังตลอด และพอปีนี้ เขาบอกว่า E.T. โทรกลับบ้าน ผมก็เข้าใจและตอบในทันทีว่า ในที่สุด!

สปีลเบิร์กบอกถึงมุมมองของเขาต่อเทศกาลหนังที่โด่งดังที่สุดนี้ว่า “ผมมีความชื่นชมต่อภารกิจอันแน่วแน่ของเทศกาลนี้อย่างที่สุด ในการค้นหาสุดยอดภาพยนตร์จากหลากหลายภาษา เป็นเทศกาลที่เป็นที่เคารพนับถือในบรรดาทั้งหมด ซึ่งมักยกย่องโดยตลอดให้ภาพยนตร์เป็นสื่อข้ามวัฒนธรรมและรุ่นอายุ” และในแง่ความรู้สึกต่อการที่ได้รับหน้าที่ประธานกรรมการตัดสินก็คือ “ความทรงจำแรกของผมต่องานเทศฏาลภาพยนตร์เมืองคานส์ คือเมื่อเกือบ 31 ปีก่อน ตอนที่มาเปิดตัวหนังเรื่อง E.T. ยังคงเป็นหนึ่งในความทรงจำทางอาชีพของผมที่ที่มีชีวิตชีวาอยู่ กว่าหกทศวรรษแล้วที่คานส์ทำหน้าที่เป็นเหมือนเวทีให้ภาพยนตร์ที่มีความพิเศษสุดได้เป็นที่รู้จักและถูกค้นพบแก่ชาวโลกเป็นครั้งแรก ผมรู้สึกเป็นเกียติและเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินของเทศกาล เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้ง ว่าภาพยนตร์เป็นภาษาของโลก

เทศกาลจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-26 พฤษภาคมนี้ครับ และเรามารอดูกันว่าสปีลเบิร์กจะนำพาคณะกรรมการเลือกภาพยนตร์เรื่องไหนในการให้ได้รับรางวัลปาล์มทองคำครับ

ชมมิวสิควิดีโอ Suit & Tie ของจัสติน ทิมเบอร์เลค ผลงานกำกับของเดวิด ฟินเชอร์

suit & tieผู้กำกับเดวิด ฟินเชอร์ และจัสติน ทิมเบอรืเลค เคยร่วมงานกันมาก่อนในภาพยนตร์ The Social Network และทั้งคู่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรูปแบบของมิวสิควิดีโอ Suit & Tie ซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม The 20/20 Experince ของทิมเบอร์เลคที่จะจำหน่าย 19 มีนาคมนี้ครับ

Suit & Tie ที่เป็นการร่วมงานกันกับ Jay-Z เป็นเพลงแรกที่ถูกปล่อยออกมาของทิมเบอร์เลคไม่โดนใจผมเท่าไหร่ครับ รู้สึกว่ามันหนืดๆชอบกล และมีการสร้างสรรค์ทางดนตรีไม่โดนใจเท่าซิงเกิลแรกของอัลบั้มก่อน แต่ Mirrors เพลงที่สองที่ถูกปล่อยออกมา เป็นงานที่ผมชอบและโดนใจอย่างจังมากกว่า

สำหรับตัวมิวสิควิดีโอนี้ เป็นงานขาว-ดำครับ ไม่มีเนื้อเรื่องแน่ชัด แต่สิ่งที่โดดเด่นคืองานด้านภาพในสไตล์ของฟินเชอร์ครับ ที่ช่วยให้ฉากโชว์เต้นและร้องของทิมเบอร์เลคในเอ็มวีนี้ดูน่าโยกตาม สวย และเซ็กซี่มากๆ

นอกจากเอ็มวีตัวนี้จะได้เดวิด ฟินเชอร์ มากำกับแล้ว ยังได้แม็ตตี้ ลิบาติก จาก Black Swan มากำกับภาพให้ด้วยครับ

คลิกดูได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ผู้กำกับเดวิด อาร์. เอลลิส จาก Snake on a Plane และ Final Destination 2 เสียชีวิตด้วยวัย 60

david r ellisข่าวเศร้า และข่าวน่าตกใจของแฟนหนังครับ ผู้กำกับเดวิด อาร์. เอลลิส ที่รู้จักกันดีในผลงานเรื่อง Snake on a Plane และ หนังชุด Final Destination ได้เสียชีวิตด้วยวัย 60 ซึ่งสาเหตุของการตายนั้นยังไม่ทราบในตอนนี้

เอลลิสเป็นชาวแคลิฟอร์เนียโดยกำเนิด เข้าสู่โลกภาพยนตร์โดยการรับบทตัวประกอบในหนัง The Strongest Man in the World ที่นำแสดงโดยเคิร์ต รัสเซลล์ ออกฉายในปี 1975 แต่ต่อมาได้หันมาเอาดีทางการเป็นนักแสดงเสี่ยงตายและผู้กำกับคิวบู๊ มีผลงานการกำกับคิวบู๊ในหนังดังหลายเรื่อง เช่น Scareface, To Live and Die in LA, Patriot Games, Misery, Day of Thunder และ Lethal Weapon จากนั้นได้ไต่เต้าเป็นผู้กำกับกองถ่ายย่อยจนได้มีผลงานกำกับครั้งแรกใน Final Destination 2

จากนั้น ก็มีงานกำกับหนังต่อเนื่องด้วย Cellular, Snakes on a Plane, Asylum, The Final Destination และล่าสุดของ Shark Night 3D

ผลงานของเอลลิสอาจไม่ได้เรียกว่าหนังดีสักเท่าไหร่ แต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังที่มีฉากแอ็คชั่นที่ดูดีมากๆ ดูได้จากฉากอุบัติเหตุเปิดเรื่องใน Final Destination 2 ครับ

ในรายงานของเดดไลน์บอกว่าเอลลิสเสียชีวิตในกรุงโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ขณะเตรียมการถ่ายทำหนังที่ดัดแปลงจากหนังการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง Kite ที่จะเป็นการกลับมาร่วมงานกับแซมมวล แอล. แจ็คสันอีกครั้ง

RIP

เจ. เจ. อับรามส์ ให้แฟนหนังใกล้ตายได้ชม Star Trek Into Darkness ก่อนเสียชีวิต

star trek into darkness image 08เจ. เจ. อับรามส์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักเก็บงำ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับผลงานหนังของเขา แต่เมื่อรู้ว่าแดเนียล คราฟต์ แฟนหนัง Star Trek อยากที่จะได้ดูหนัง Star Trek Into Darkness ก่อนตาย อับรามส์ได้ช่วยให้คราฟต์ได้สมปรารถนาครับ

หมอได้วินิจฉัยว่าคราฟต์ป่วยเป้นมะเร็งระยะสุดท้าย และจะอยู่ได้อีกไม่เกินสี่สัปดาห์ คราฟต์ปรารถนาที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนตาย และเพื่อนๆ ของเขาก็ได้ร่วมรณรงค์ช่วยให้สมปรารถนาผ่านสื่อออนไลน์ อับรามส์ได้มาเห็นและชวนเขากับภรรยาไปชมหนังที่ยังตัดต่อไม่เสร็จดีเป็นการส่วนตัว

ต่อมา ภรรยาของคราฟต์ได้โพสต์ข้อความลง Reddit หลังจากคราฟต์สมหวัง “มันวิเศษมากๆ ที่ได้ไปดูหนังกับแดเนียล และวิเศษมากๆ ที่ได้เห็นแดเนียลสนุก การช่วยให้คนที่ป่วยหนักขนาดเขาได้ยิ้มในช่วงเวลาหนึ่ง มันช่วยเปลี่ยนอะไรได้มาก

และเมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมานี้เอง ตามเวลาในสหรัฐ เว็บไซต์ Screencrush ได้รายงานว่าคราฟต์ได้เสียชีวิตลงในช่วงเวลากลางคืน หลังจากต่อสู้กับมะเร็งระยะสุดท้าย

ข่าวการเสียชีวิตของคราฟต์ ประกาศผ่านทาง Facebook ของ New York Asian Film Festival ที่คราฟต์ได้ช่วยดำเนินงานอยู่ ซึ่งในข้อความที่ลงไว้วันที่ 5 มกราคม ของเฟซบุคดังกล่าวบอกว่า

“เมื่อคืนนี้ ราว 22.15 น. แดน คราฟต์ ซึ่งเป็นสมาชิกของซับเวย์ ซินีมา ตั้งแต่ปี 2004 ได้เสียชีวิตแล้ว

ภรรยาและญาติได้อยู่กับเขาตอนที่เขาจากไป เขาไม่ได้เจ็บปวดอะไร เขาเพ้อนิดหน่อยในช่วง 2-3 วันมานี้ เพราะตับล้มเหลว และมีปริมาณของพิษเพิ่มขึ้นในเลือดมาก และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ภรรยาถามเขาว่าอยากไปห้องน้ำไหม

เขาประกาศว่า “ผมจะไป…สู่อนาคต” แล้วเจอกันนะ แดน เราจะคิดถึงคุณ”

ตัวอย่างมินิซีรี่ส์เขย่าขวัญการเมือง House Of Cards ของเดวิด ฟินเชอร์ นำแสดงโดยเควิน สเปซี

ใครที่คิดถึงผลงานกำกับภาพยนตร์ของเดวิด ฟินเชอร์ หลังจาก The Girl with the Dragon Tattoo แล้ว อาจแก้ขัดไปก่อนด้วยมินิซีรี่ส์ชีวิตและเขย่าขวัญว่าด้วยเรื่องราวทางการเมืองเรื่อง House of Cards ครับ ที่เดวิด ฟินเชอร์ อำนวยการสร้างร่วมกับเควิน สเปซี นักแสดงนำของเรื่อง และฟินเชอร์ก็ลงมือกำกับเองสำหรับสองตอนแรกด้วย

มินิซีรี่ส์ชุดนี้มีความยาว 13 ตอน ดัดแปลงจากมินิซีรี่ส์ของ BBC ที่สร้างในปี 1990 ซึ่งดัดแปลงจากนิยายของไมเคิล ด็อบบ์ อีกที มีเควิน สเปซี รับบทเป็นส.ส.ชื่อฟรานซิส อันเดอร์วู้ด ที่ถูกผู้บังคับบัญชาหักหลังและทำให้เขาพลาดตำแหน่งรัฐมนตรี เขาจึงทำทุกทางเพื่อแก้แค้น และแย่งชิงอำนาจคืนมา แผนการต่างๆ มีทั้งการแฉ หาเรื่องใส่ร้าย และใช้เรื่องอื้อฉาวทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องครับ

นอกจากฟินเชอร์แล้ว หนังยังมีโรบิน ไรท์ เพนน์ รับบทเป็นภรรยาของเขา และซีรี่ส์ชุดนี้ยังได้เจมส์ โฟลี่ (Fear) และโจล ชูมัคเกอร์ (A Time to Kill) มาร่วมกำกับด้วยครับ จะฉายทาง Netflix ในสหรัฐ ซึ่งบ้านเราอาจต้องรอเมื่อมีเคเบิลซื้อมาฉายหรือดีวีดีออกมาครับ

Read more of this post

Skyfall ได้รับอิทธิพลมาจาก The Dark Knight ผู้กำกับแซม เมนเดสบอก

แม้ว่าผลงานส่วนใหญ่ของแซม เมนเดส จะเป็นหนังชีวิตเข้มข้นเสียส่วนใหญ่ เช่น American Beauty, Road to Perdition และ Revolutionary Road แต่เมนเดสก็ยอมรับมานานว่าเขาเองก็เป็นแฟนของหนังชุด James Bond ด้วย แต่ก็ยอมรับด้วยว่า James Bond ไม่ได้ดึงดูดเขาในแง่การเป็นนักสร้างหนัง เขาไม่เคยสนใจอยากจะกำกับหนังชุดนี้มาก่อนเลย จนกระทั่งแดเนียล เครก มารับบทเป็น 007 ครับ

“ผมไม่เคยสนใจ และไม่คิดว่าได้ดูหนังฉบับเพียร์ซ บรอสแนน ทั้งหมด ผมไม่ได้สนใจในตอนนั้น จนกระทั่งแดเนียล เครก ได้รับเลือกให้มารับบท ใน Casino Royale ผมสนใจก็เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่ง และผมเคยทำงานร่วมกับเขา และผมก็คิดว่า ว้าว น่าสนใจมากๆ ผมเคยพูดด้วยซ้ำว่าผมไม่คิดว่าเขาเหมาะสมกับบทนี้ แล้วผมก็ได้ดูหนัง และทึ่งไปเลย แล้วทันใดผมก็กลับมาสนใจอีกครั้งในฐานะตัวละคร และกระหายที่จะได้ดูภาคถัดไป ผมผิดหวังนิดๆ กับ Quantum of Solace แม้ว่าผมจะคิดว่ามันถูกประเมินต่ำไปนิด มันมีหลายอย่างที่น่าสนใจในหนังเรื่องนี้ และเมื่อผมได้พบแดเนียล และเขาถามผมว่าผมสนใจที่จะกำกับหรือไม่ ผมพบว่าตัวเองตอบตกลงเร็วมาก มันเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะมาก”

Casino Royale ถือว่าเป็นการคืนชีพใหม่ให้หนัง James Bond เฉกเช่นที่คริสโตเฟอร์ โนแลน คืนชีพใหม่ให้มนุษย์ค้างคาว และเมนเดสก็ยอมรับโดยตรงเลยว่าหนัง Skyfall ของเขา ได้รับอิทธิพลมาจาก The Dark Knight ของโนแลน เพื่อนผู้กำกับชาวอังกฤษเช่นกัน ในแง่ความสำเร็จของหนัง

ในแง่ของสิ่งที่โนแลนได้ทำออกมาได้สำเร็จ โดยเฉพาะ The Dark Knight ภาคที่สองของหนังชุดนี้ สิ่งที่มันได้ทำสำเร็จออกมา ซึ่งเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ มันเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการทำหนังสำหรับทุกคน” เมนเดสอธิบายในแง่การวางทิศทางของหนัง

Read more of this post

จอร์จ ลูคัส จะมอบเงินเกือบทั้งหมดจากการขายลูคัสฟิล์มแก่ดิสนี่ย์ ให้มูลนิธิทางการศึกษา

ภายในสิ้นปีนี้ เงิน 4.05 พันล้าน ที่จอร์จ ลูคัส ได้จากการขายลูคัสฟิล์มให้แก่วอลท์ ดิสนี่ย์ พิคเจอร์ส ก็จะตกถึงเขาแต่ผู้เดียว และเพราะเขาไม่มีหนี้สินด้วย เขาก็จะได้เงินไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ และด้วยวัยเกือบ 70 ปีแล้ว ลูคัสจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นไปทำอะไร โฆษกของลูคัสฟิล์มได้บอกแก่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ครับว่า เงินเกือบทั้งหมดจะเข้ามูลนิธิเพื่อการศึกษา

จอร์จ ลูคัส ได้แสดงเจตจำนงค์ว่า เมื่อข้อตกลงบรรลุแล้ว เขาจะบริจาคเงินส่วนใหญ่จากการดำเนินการครั้งนี้เพื่อใช้ในการพยายามทำงานด้านการกุศลของเขา” โฆษกบอก

แต่ยังไม่มีรายงานว่ามูลนิธิไหนบ้างที่จะได้รับเงินจากการบริจาคครั้งนี้ ลูคัสเองก็เป็นประธานของมูลนิธิชื่อเอ็ดดูโทเปีย (Edutopia) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเพื่อการศึกษาของจอร์จ ลูคัส (George Lucas Educational Foundation) ซึ่งเขาอาจใช้เงินในโครงการนี้หรือตั้งมูลนิธิอื่นขึ้นมาใหม่ก็ได้

มูลนิธิดังกล่าว ลูคัสได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 ด้วยเงิน 175 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังบริจาคเงินให้มูลนิธิอื่นๆ ด้วย เช่นมูลนิธิภาพยนตร์, สแตนด์ อัพ ทู แคนเซอร์, และ เมค-เอ-วิช ฟาวเดชั่น

ลูคัสยังได้บอกในแถลงการล่าสุดเกี่ยวกับการบริจาคเงินด้วยครับว่า “กว่า 41 ปี เวลาและเงินส่วนใหญ่ของผมใช้ไปกับบริษัท เมื่อผมได้เริ่มบทหน้าใหม่ของชีวิต ผมจึงรู้สึกปลาบปลื้มที่จะใช้โอกาสนี้ในการทุ่มเทเวลาและขุมพลังให้มากขึ้นเพื่องานด้านการกุศล

โฆษกของลูคัสฟิล์มบอกด้วยว่าการประกาศครั้งนี้ของลูคัสเป็นการกระทำตามสัญญาที่เขาให้ไว้เมื่อปี 2010 แก่องค์กร The Giving Pledge ว่า “ผมกำลังจะอุทิศทรัพย์สมบัติเกือบทั้งหมดของผมให้แก่การศึกษา เพราะมันคือหัวใจสำคัญต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เราต้องมีแผนต่ออนาคตทั้งมวลของเรา และก้าวแรกก็เริ่มต้นจากเครื่องมือทางสังคม ทางอารมณ์ และวิชาการ ที่เราจะมอบให้แก่เด็กๆ

ในฐานะมนุษย์ เครื่องมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเอาตัวรอด ก็คือความสามารถในการคิด และการปรับตัว ในฐานะนักการศึกษา นักเล่าเรื่อง และนักการสื่อสาร เรามีหน้าที่รับผิดชอบที่จะทำเช่นนั้นต่อไป…

ขอพลังจงอยู่แก่จอร์จ ลูคัส ครับ

Read more of this post

ดูตัวอย่างเกม Call of Duty: Black Ops II ของกาย ริชชี่ มีโรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ร่วมแสดง

ผมไม่ใช่นักเล่นเกม และไม่เคยรู้จักเกม Call of Duty ครับ แต่กระนั้น ก็ยังรู้สึกว่าตัวอย่างหนังฉบับคนแสดงความยาว 60 วินาทีของ Call of Duty: Black Ops II ผลงานกำกับของกาย ริชชี่ เจ๋งมากๆ ซึ่งริชชี่ยังได้พาโรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ มาร่วมแสดงในตัวอย่างเกมนี้ด้วย หลังจากเคยร่วมงานกันใน Sherlock Holmes ครับ

นอกจากดาวนี่ย์ จูเนียร์ แล้ว ในเกมยังมีโอมาร์ ไซ นักแสดงหนุ่มที่แจ้งเกิดจากหนัง The Intouchables และคนดังจากยูทูบ ไคย์ล ลามาร์ ไมเยอร์ส ( หรือ FPSRussia ) ร่วมแสดงในตัวอย่างนี้ด้วยครับ

หลังจากชมแล้ว พบว่าเป็นตัวอย่างที่สนุกมาก และน่าจะช่วยเพิ่มยอดขายของเกมได้กระฉูดแน่ๆ

คลิกชมด้านในครับ

Read more of this post

ตัวอย่างเกม Halo 4 ของเดวิด ฟินเชอร์ และ ทิม มิลเลอร์ ออนไลน์

ไมโครซอฟต์ ผู้ผลิตเกมชุด Halo อยากสร้างหนังที่ดัดแปลงจากเกมนี้มาก มีความพยายามมานาน แต่ยังตกลงกับผู้สร้างฮอลลีวู้ดไม่ได้เสียที พวกเขาก็เลยผลิตหนังเองในรูปแบบของตัวอย่างหนังออกมาเสียเลย และว่าจ้างมือระดับพระกาฬของฮอลลีวู้ดอย่างเดวิด ฟินเชอร์ ให้มาอำนวยการสร้างให้ ซึ่งฟินเชอร์ได้เลือกทิม มิลเลอร์ ที่เป็นคนกำกับฉากไตเติ้ลหนัง The Girl with the Dragon Tattoo ให้มากำกับหนังตัวอย่างเกมเรื่องนี้ครับ และตัวอย่างที่ว่าก็ออนไลน์แล้ว

ผมไม่ใช่นักเล่นเกม และรู้แค่ว่าเกม Halo เป็นเกมแนวสงครามที่มีมนุษย์ซึ่งเป็นทหารในชุดเกราะไฮเทค ถูกส่งไปรบกับกองทัพปีศาจต่างดาว และตัวอย่างเกมล่าสุดนี้ที่ทำออกมาในรูปแบบหนังที่ใช้คนแสดง ก็เป็นตัวอย่างของเกมชุด Halo 4 ที่จะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ

ตัวอย่างนี้ใช้ชื่อว่า “Scanned” ซึ่งเหมือนที่ชื่อหนังบอก เนื้อหาเกี่ยวกับตัวเอกของเกมที่ชื่อมาสเตอร์ ชีฟ ถูกปีศาจต่างดาวจับกุมตัว และถูกสแกนความทรงจำ ทำให้อารมณ์ของตัวอย่างหนังระคนไปด้วยความเศร้ากับความน่ากลัว ฉากเทคนิคในหนังก็ดูดีระดับหนังฮอลลีวู้ดตามมาตรฐาน แต่ชอบการออกแบบงานสร้างที่ดึงมาจากเกมได้ใกล้เคียงกับตัวเกมมากๆ ครับ

นอกจากงานกำกับตัวอย่างเกมนี้แล้ว ทิม มิลเลอร์ ก็วางแผนกำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ Deadpool อยู่ครับ และตัวอย่างเกมนี้บอกเราว่ามิลเลอร์น่าจะเหมาะกับหนังเรื่องนี้มาก คลิกชมที่ด้านใน

Read more of this post

ผู้กำกับโทนี่ สก็อต เสียชีวิต หลังจากโดดจากสะพานในแอลเอ คนวงการฮอลลีวู้ดอาลัย

เป็นข่าวเศร้าเสมอเวลาที่มีใครสักคนเสียชีวิต และยิ่งทั้งเศร้าและน่าตกใจเมื่อคนคนนั้นเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ หรือการฆ่าตัวตาย LA Times รายงานครับว่าผู้กำกับโทนี่ สก็อต วัย 68 ปี เสียชีวิตหลังจากโดดลงจากสะพานวินเซนท์ โธมัส ในซานเปรโดของแอลเอครับ

ในรายงานบอกว่าตำรวจได้รับแจ้งเหตุราวๆ 12.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งยังคงเป็นวันอาทิตย์ของแอลเออยู่ ว่าพบชายโดดลงจากสะพาน จากนั้นก็ส่งชุดดำน้ำลงไปนำร่างขึ้นมาครับ ตำรวจพบจดหมายน้อยซึ่งบอกข้อมูลติดต่อทิ้งไว้ในรถที่จอไว้ริมสะพาน จากนั้นก็ได้เดินทางไปที่สำนักงานของสก็อตและพบจดหมายสั่งเสียที่นั่นครับ

โทนี่ สก็อต เป็นชาวอังกฤษและเป็นน้องชายของผู้กำกับริดลี่ย์ สก็อต เปิดบริษัทสร้างหนังชื่อสก็อต ฟรี โปรดักชั่น ร่วมกัน หลายครั้งที่โทนี่ สก็อต รับหน้าที่อำนวยการสร้างให้หนังของริดลี่ย์ สก็อตด้วย ส่วนผลงานกำกับเด่นๆของโทนี่ สก็อต ก็คือ Top Gun, Crimson Tide, Enemy of the State, True Romance, Beverly Hills Cop II และ Unstoppable ครับ ซึ่งเรื่องหลังนี้เป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของเขาที่นำแสดงโดยเดนเซล วอชิงตัน นักแสดงที่น่าจะสนิททั้งเรื่องงานและส่วนตัวกับโทนี่ สก็อต มากที่สุด ทั้งคู่ยังมีหนังร่วมกันอีกสามเรื่องอย่าง Deja Vu, Man on Fire และ The Taking of Pelham 123

โทนี่ สก็อต แต่งงานกับนักแสดงสาวดอนนา สก็อต และทั้งคู่มีลูกแฝดด้วยกัน

ผู้กำกับและคนในวงการฮอลลีวู้ดหลายคนเช่นโรเบิร์ต รอดริเกซ, ดันแคน โจนส์, รอน เฮาเวิร์ด ได้แสดงความเห็นและอาลัยต่อโทนี่ สก็อต หลังจากข่าวเศร้าครั้งด้วยครับ อ่านได้ด้านใน

Read more of this post

นอร่า เอฟรอน ผู้กำกับจาก Sleepless in Seattle ผู้เขียนบท When Harry Met Sally เสียชีวิตด้วยวัย 71

ฉันพยายามเขียนบทสำหรับผู้หญิงให้มีความซับซ้อนและน่าสนใจให้เท่ากับที่ผู้หญิงเป็นกันจริงๆ” นั่นเป็นคำกล่าวของนอร่า เอฟรอน ผู้กำกับและนักเขียนบทหญิงที่ได้ทลายกำแพงแห่งเพศในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่กำหนดนิยามของหนังโรแมนติกคอมมิดี้ และน่าเศร้าอย่างมากที่เธอได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 71 ครับ

ในรายงานจาก NY Times บอกว่าเอฟรอนเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบ อันเป็นผลจากอาการแทรกซ้อนจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอิลอยด์ที่เธอต่อสู้กับมันมาอย่างเงียบๆ ตั้งแต่หมอวินิจฉัยในปี 2006

เอฟรอนเป็นผู้วางมาตรฐานใหม่ให้หนังแนวรักตลก หรือโรแมนติกคอมมิดี้ร่วมสมัย และเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้ผู้หญิงในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ซึ่งยุคหนึ่งไม่ยอมสร้างหนังที่กำกับโดยผู้หญิง หรือสร้างมาเพื่อผู้หญิง เอฟรอนได้ทลายกำแพงนั้นไปจนสิ้น บทหนังที่เธอเขียนยังมีวลีเด็ดอันเป็นที่จดจำอย่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ด้วย

เอฟรอนเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักหนังสือพิมพ์ เขียนงานให้ The Esquire และ The New York Times Magazine แล้วเริ่มต้นงานในสายภาพยนตร์ด้วยการเขียนบทหนัง All the President’s Men ปี 1976 ที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ แต่ก็เบิกทางให้เธอเขียนบทให้หนังทางทีวีเรื่อง The Perfect Gentlemen และ Silkwood ที่นำแสดงโดยเมอริล สตรีป และทำให้ทั้งคู่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

เธอกลับมาร่วมงานกับสตรีปอีกครั้งในปี 1986 ใน Heartburn ซึ่งดัดแปลงจากชีวิตส่วนตัวและการหย่าร้างกับสามีคนที่สองของเธอ คาร์ล เบิร์นสไตน์ นักหนังสือพิมพ์ที่โด่งดังจากคดีวอเตอร์เกต มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างด้วยว่าเอฟรอนเป็นบุคคลในไม่กี่คนที่รู้ตัวจริงของ Deep Throat แหล่งข่าวสำคัญในคดีวอเตอร์เกตที่ภายหลังออกมาเปิดเผยตัวเองในที่สุดว่าคือมาร์ค เฟลท์ เธอแต่งงานหนที่สามในปี 1987 กับนักเขียนบทหนัง นิโคลัส เพเลกกี ซึ่งอยู่กินด้วยกันจนเธอเสียชีวิต

เอฟรอนโด่งดังจากการเขียนบทหนังปี 1989 เรื่อง When Harry Met Sally… ผลงานกำกับของร็อบ ไรเนอร์ ที่ไม่เพียงโด่งดังในแง่การเป็นหนังโรแมนติกคอมมิดี้ แต่ยังเป็นกรณีศึกษาสำคัญว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงผู้ชายจนกลายเป็นมาตรฐานสำคัญให้หนังแนวนี้ เอฟรอนตามรอยความสำเร็จด้วยงานเขียนบทและกำกับใน Sleepless in Seattle ในปี 1993, You Got Mail ในปี 1998 และมีผลงานอีกมากมายตามมาจนในปี 2009 เธอได้กำกับ Julie & Julia ที่เป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของเธอ และเป็นการกลับมาร่วมงานกับเมอริล สตรีป อีกครั้ง

เมอริล สตรีปได้พูดถึงการจากไปของนอร่า เอฟรอน และน่าจะสะท้อนถึงตัวเธอได้เป็นอย่างดี ว่า “นอร่าจะมองดูในทุกๆสถานการณ์ แล้วใช้หัวครุ่นคิดว่า อืม… ฉันจะทำเรื่องนี้ให้ตลกขึ้นได้ยังไง

เราสามารถโทรหาเธอได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องหมอ ร้านอาหาร ตำรับอาหาร สุนทรพจน์ หรือแค่เรื่องตลกขำๆ นิดหน่อย และเราทุกคนก็ทำอยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญในทุกแขนงของการอยู่อย่างเป็นสุข

อาลัย นอร่า เอฟรอน (1941-2012)

จอร์จ ลูคัส แต่งตั้ง แคธลีน เคนเนดี้ เป็นผู้สืบทอดลูคัสฟิล์ม

หลังจากประกาศว่าจะลามือจากการสร้างหนังฟอร์มใหญ่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จอร์จ ลูคัส เพิ่งประกาศข่าวช็อคเมื่อวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามเวลาในสหรัฐครับ นั่นก็คือการให้แคธลีน เคนเนดี้ มารับหน้าที่ประธานร่วมบริษัทลูคัสฟิล์มของเขา และจะเป็นผู้สืบทอดบริษัทที่เขาก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1971 ต่อจากเขาด้วย

จอร์จ ลูคัส กล่าวในจดหมายแถลงการถึงแคธลีน เคนเนดี้ ว่า “ผมใช้ทั้งชีวิตสร้างลูคัสฟิล์มขึ้นมา และเมื่อผมหันเหไปสนใจอย่างอื่น ผมก็อยากแน่ใจว่ามันจะอยู่ในมือของคนที่พร้อมจะสืบทอดวิสัยทัศน์ของผมสู่อนาคต มันมีความสำคัญที่ผมที่จะสืบทอดตำแหน่งของผมไม่เพียงรักที่จะมีความคิดสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยม และได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความเป็นผู้นำสูง แต่ยังต้องเป็นผู้ที่รักในภาพยนตร์ด้วย

สิ่งที่จอร์จ ลูคัส จะหันเหไปสนใจนั้นก็คือหนังทดลองครับ ตามที่เขาให้สัมภาษณ์ในนิตยสารเอ็มไพร์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า “ผมจะเกษียณตัวเองไปอยู่ในโรงรถ พร้อมเลื่อยและค้อน เพื่อสร้างหนังที่เป็นงานอดิเรก ผมอยากทำหนังที่มีลักษณะเป็นหนังทดลอง และไม่ต้องกังวลว่าจะต้องได้ฉายในโรงไหม

เคนเนดี้นั้นเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังที่ผ่านการเข้าชิงรางวัลออสการ์มา 7 ครั้ง เป็นผู้ที่ร่วมงานกับลูคัสมาตลอด และเป็นเพื่อนสนิทของสตีเวน สปีลเบิร์ก เธอมีชื่อว่าได้เป็นผู้อำนวยการสร้างหนังดังมากมาย เช่น War Horse, Jurassic Park, Indiana Jones และหนังชุด Bourne รวมถึง Lincoln ผลงานล่าสุดของสปีลเบิร์กที่กำลังถ่ายทำอยู่ด้วยครับ

เมื่อถูกถามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไงในลูคัสฟิล์ม หลังเธอเข้ารับตำแหน่ง เธอตอบใน LA Times ว่า “ฉันกับลูคัสยังไม่ได้นั่งถกกันเลย ถือว่ายังโชคดีที่เขายังไม่จากไปเสียทีเดียวในตอนนี้

สปีลเบิร์กก็มีความเห็นในเชิงสนับสนุนการรับตำแหน่งครั้งนี้ของเคนเนดี้ด้วยครับ “เธอจะได้รับการสนับสนุนจากผมในเรื่องของลูคัสฟิล์มมากเท่ากับที่ลูคัสเคยให้เราทั้งคู่ในหลายปีมานี้

ปรัชญา ปิ่นแก้ว กำกับภาคต้น ให้หนังจากวิดีโอเกม Tekken

บริษัทสร้างหนังคริสตัล สกาย พิคเจอร์ส ได้ประกาศโครงการหนังสร้างหนังในอนาคตที่เทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อไม่กี่วันมานี้ครับ ซึ่งหนึ่งในโครงการทั้งหมดก็มีภาคต้นของหนังจากวิดีโอเกมเรื่อง Tekken รวมอยู่ด้วย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือได้วางตัวผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้ว จาก “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ให้มาเป็นผู้กำกับครับ

ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าภาคต้นของหนังจากวิดีโอเกมที่ว่านี้จะใช้ชื่อว่า Tekken: Rise of the Tournament และมีแผนที่จะใช้นักแสดงที่หน้าตาเหมือนตัวละครจากในเกมมารับบทมากกว่าใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียง ผมไม่คุ้นกับเกมนี้เท่าไหร่ แต่หวังว่าจะมีตัวละครที่เป็นนักสู้ชาวไทยอยู่ในนั้นด้วย เผื่อผู้กำกับปรัชญาจะเลือกนักแสดงไทยไปรับบท และถ้าจะให้ดีกว่านั้น เลือกคุณพันนา ฤทธิ์ไกร ไปกำกับคิวบู๊ด้วย

คริสตัล สกาย ยังหาผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐไม่ได้ แต่ก็คาดหวังว่าหนังน่าจะมีโอกาสได้ออกฉายตามโรงในสหรัฐ ไม่เหมือน Tekken ภาคแรกที่ออกฉายในรูปแบบของวิดีโอที่สหรัฐในปี 2010 เช่นเดียวกับ White Elephant หนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของผู้กำกับปรัชญาที่ออกฉายในรูปแบบดีวีดีในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว

Tekken ภาคแรกนั้นมีจอน ฟู นักแสดงหนุ่มเชื้อสายอังกฤษที่เล่นใน “ต้มยำกุ้ง” ด้วย มารับบทเป็นจิน คาซามา นักสู้ที่เข้าสู่สังเวียนประลองยุทธเพื่อแก้แค้นให้แก่แม่ หนังกำกับโดยดไวท์ เอช. ลิตเติล ผู้กำกับชาวอเมริกันซึ่งเคยผ่านงานหนังซีรี่ส์อย่าง 24 และ Prison Break มาก่อน และแม้ว่าหนังจะฉายในรูปแบบดีวีดีในสหรัฐ แต่ก็มีโอกาสฉายโรงในบางประเทศ เช่นญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ครับ

ขอบคุณ Nattapong ที่แนะนำข่าวนี้ครับ

Kick-Ass 2 ได้ผู้กำกับจาก Cry Wolf

ดูเหมือนว่าหนัง Kick-Ass 2 จะเกิดขึ้นแน่ๆ และเร็วกว่าที่เราคิดด้วยครับ แต่ไม่ใช่ในอย่างที่เราคาดกันเท่าไหร่ เพราะเดดไลน์รายงานว่ายูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส มีแผนที่จะเปิดกล้องหนังให้เร็วที่สุดในปีนี้ โดยให้เจฟฟ์ แวดโลว์ จาก Cry Wolf และ Never Back Down มารับหน้าที่กำกับครับ

แวดโลว์นั้นได้เขียนบทหนังภาคต่อเรื่องนี้ไปแล้ว ส่วนการกำกับนั้นยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาอยู่ ซึ่งคงไม่ยุ่งยากอะไรมาก เพราะเขาเป็นผู้เขียนบทอยู่แล้ว

การเจรจานั้นยังรวมถึงกับนักแสดงชุดเดิมของหนังอย่างแอรอน จอห์นสัน, โคลอี้ มอเรทซ์ และ คริสโตเฟอร์ มินท์-แพลสส์ ด้วย เพราะทั้งสามเซ็นสัญญาไว้แค่ภาคเดียว เมื่อมีภาคต่อก็ต้องเจรจากันใหม่ และยูนิเวอร์แซลอาจต้องรีบหน่อยเพราะตั้งใจจะเปิดกล้องให้ได้ในสิงหาคมนี้

ลิขสิทธิ์หนังภาคแรกอยู่ที่ไลออนเกต แต่ตอนนี้เปลี่ยนมือกลับไปอยู่ที่ผู้กำกับแมทธิว วอห์น แล้ว และวอห์นก็จะมารับหน้าที่อำนวยการสร้างเท่านั้น เพราะเขายังต้องยุ่งกับการกำกับภาคต่อ X-Men: First Class

เนื้อเรื่องภาคต่อในฉบับนิยายภาพของมาร์ค มิลลาร์ นั้น เป็นเรื่องราวการร่วมมือของคิก-แอส และ ฮิท-เกิร์ล ในการต่อสู้กับเรดมิสต์ ซึ่งกลายมาเป็นผู้ร้ายแบบเต็มตัว แต่ยังไม่แน่ใจว่าบทหนังของแวดโลว์จะคงเนื้อเรื่องเดิมไว้แค่ไหนบ้างหรือจะเป็นการแต่งใหม่ไปเลย คงต้องติดตามต่อไป

เจมส์ คาเมรอน อาจทำ Avatar ถึงภาค 4 และจะยังไม่สร้างหนังเรื่องอื่น

นอกจากการลงไปสำรวจใต้สมุทรทำลายสถิติโลกจนเป็นข่าวเป็นคราวแล้ว ก็คงมีแต่เรื่องโครงการหนังภาคต่อ Avatar เท่านั้นที่เจมส์ คาเมรอน สนใจอยู่ในตอนนี้ครับ และในสัมภาษณ์ล่าสุดที่ให้แก่ NY Times คาเมรอนเปรยๆ ด้วยว่า (นี่อาจทำให้แฟนหนังที่อยากดู Battle Angel เศร้า) เขาอาจทำภาคต่อ Avatar ถึงภาคสี่ครับ

ผมได้แบ่งเวลาของชีวิตใน 16 ปีมานี้ ให้แก่การสำรวจใต้ทะเลลึกและการทำหนัง ผมสร้างหนัง 2 เรื่องใน 16 ปีที่ผ่านมา และทำการสำรวจ 8 ครั้ง ปีที่แล้ว ผมได้ยุบฝ่ายพัฒนาโครงการภาพยนตร์ในบริษัทผลิตภาพยนตร์ของผม ผมจึงไม่สนใจที่จะพัฒนาหนังอะไรใหม่ ผมสนใจสร้าง Avatar อย่างเดียว จบข่าว แค่นั้น ผมกำลังสร้าง Avatar 2, Avatar 3 และอาจมี Avatar 4 และจะไม่อำนวยการสร้างหนังให้ใครด้วย

คาเมรอนอธิบายเหตุผลว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจเช่นนี้ว่า “มันฟังดูแคบนิดหน่อย แต่ประเด็นก็คือ เมื่อผมคิดในอาณาเขตของ Avatar ผมสามารถพูดได้ทุกอย่างที่ผมต้องพูด ที่ผมคิดว่าต้องพูด ในแง่ของสภาวะของโลกแห่งนั้น และสิ่งที่ผมคิดว่าเราควรต้องทำยังไงกับมัน

คาเมรอนมีแผนจะเอาฟุตเตจจากการลงไปสำรวจใต้ทะเลครั้งล่าสุดของเขามาตัดต่อเป็นหนังสารคดีเพื่อออกฉายต้นปีหน้าครับ ส่วน Avatar 2 นั้น ผู้อำนวยการสร้างจอน แลนเดา พูดเมื่อเร็วๆ นี้ว่าเราอาจต้องรอกันถึงปี 2014 ครับ

ผู้กำกับแกรี่ รอส พูดถึงเหตุผลของเทคนิคการถ่ายทำด้วยกล้องมือถือ ใน The Hunger Games

เรื่องหนึ่งที่ผมได้ยินผู้ชมของ The Hunger Games พูดถึงกันมากก็คือเทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องแฮนด์เฮลด์ที่ทำให้เกิดภาพสั่นไหว หลายคนบ่นที่มันทำให้เวียนหัว แต่โดยส่วนตัวของผมแล้วเห็นว่าเก๋ดีครับ และไม่ได้สั่นขนาดที่จะทำให้ผมเวียนหัวหรือตามเรื่องไม่ได้ สาเหตุที่ผมชอบก็เพราะหนังเรื่องนี้พูดถึงรายการทีวีประเภทเรียลลิตี้โชว์ และไอ้รายการเรียลลิตี้โชว์ส่วนใหญ่ก็ใช้กล้องติดตามถ่ายผู้ร่วมรายการในลักษณะเดียวกันนี้ในบางครั้งครับ หรือไม่ก็ตั้งกล้องไว้เฉยๆ แล้วให้ผู้ร่วมรายการอยู่ในกล้องทำอะไรของเขาไป

ด้วยความบังเอิญ ผมไปเจอการให้สัมภาษณ์ของแกรี่ รอส ผู้กำกับหนังเรื่องนี้พอดีที่ให้ไว้แก่ Collider เกี่ยวกับเหตุผลที่ทำไมเขาจงใจเช่นนั้นครับ ซึ่งรอสบอกว่าเขามีเหตุผลที่จงใจถ่ายแบบโคลสอัพหรือระยะใกล้ “และยังถ่ายทำด้วยกล้องมือถือด้วย และก็มีการใช้เทคนิค vérité ในนั้นเยอะมาก มันอะไรที่จงใจอย่างมาก”

Read more of this post

ตัวอย่างหลุดโลกแบบคมชัดและใบปิดแรกจาก Dark Shadows ของทิม เบอร์ตัน มาแล้ว

ถ้าคุณคิดว่าเดาทาง Dark Shadows ของผู้กำกับทิม เบอร์ตัน ออกแล้ว คุณอาจต้องคิดใหม่หลังจากได้ชมตัวอย่างหนังที่ออนไลน์ที่ Apple ครับ เพราะมันเพี้ยนกว่าที่คิดมาก แต่ก็เพี้ยนในทางดี

เบอร์ตัน กับจอห์นนี่ เดปป์ ขึ้นชื่อในเรื่องการถ่ายทอดตัวละครให้ออกมาดูพิศดารพันลึก บาร์นาบาส คอลลินส์ ตัวละครใหม่ของเดปป์นี้ก็เช่นกัน และแม้ว่าภาพนิ่งจากหนังจะให้โทนว่านี่เป็นดราม่าในบรรยากาศโกธิค ตัวอย่างหนังกลับให้อารมณ์ฮามากกว่าเมื่อบาร์นาบาสที่หลงยุคพยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคฮิปปี้ คนแปลซับไตเติ้ลเรื่องนี้จะต้องลำบากอย่างมากในมุขเล่นคำของหนังแน่ๆ เป็นต้นว่า “stone” ที่แคโรลิน (โคลอี้ มอริทซ์) ถามบาร์นาบาสนั้นว่าหมายถึง “เมายา” รึเปล่า แต่บาร์นาบาสเข้าใจว่า “ถูกปาหิน”

ผมยังชอบเพลงดิสโก้ที่ใส่เข้ามาในตัวอย่างหนังด้วยครับ นอกจากให้อารมณ์รื่นเริงแล้วยังสร้างความความขบขันได้อย่างประหลาดเมื่อมันขัดแย้งกับภาพที่เห็น หนังจะเข้าฉายพฤษภาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

เจมส์ คาเมรอน เสี่ยงตาย ดำดิ่งสู่ใต้ทะเลลึกที่สุด

การเป็นผู้กำกับหนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอย่าง Avatar และ Titanic อาจยังไม่หนำใจพอเจมส์ คาเมรอน ครับ ดูเหมือนว่าเขาอยากเป็นมนุษย์คนแรกที่ใช้เรือดำน้ำลงไปใต้ทะเลในส่วนที่ลึกที่สุดของโลกด้วยครับ ตามรายงานของ NY Times

เมื่อพุธที่ผ่านมา เจมส์ เคเมรอน ได้ทดลองใช้แคปซูลดำน้ำขนาดยาว 24 ฟุต ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า “ดีปซี ชาเลนเจอร์” (Deepsea Challenger) ดำลึกลงไป 5 ไมล์ใต้ทะเล ที่ร่องลึกก้นสมุทรนิวบริเทน นอกชายฝั่งประเทศปาปัวนิวกินี ทำลายสถิติโลกของพาหนะดำน้ำรุ่นใหม่ที่ญี่ปุ่นที่เคยทำไว้ 4 ไมล์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการเตรียมตัวที่จะลงไปลึกกว่านั้นในสัปดาห์หน้าครับ ที่คาเมรอนจะดำลงไปใต้น้ำ 7 ไมล์ (หรือราว 11.2 กิโลเมตร) ที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาอันเป็นจุดที่ลึกที่สุดของโลก หรือที่เรียกว่า “ชาเลนเจอร์ ดีป” (Challenger Deep) เพื่อพบปะสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดใต้ท้องทะเล เก็บตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ และจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นราว 6 ชั่วโมง

เชเลนเจอร์ ดีป เคยถูกลงไปสำรวจมาแล้วครั้งหนึ่งโดยกองทัพเรือสหรัฐ ในปี 1960 ด้วยเรือสำรวจน้ำลึกชื่อว่า “ทรีเอสต์” (Trieste) ซึ่งทหารเรือสองนายที่ลงไปอยู่ใต้นั้นได้นานแค่ 20 นาที เพราะความกดอากาศทำให้กระจกแตก และถ่ายรูปอะไรมาไม่ได้เลย ส่วนพาหนะที่คาเมรอนจะใช้ลงไปนั้นจะมีกล้องติดตั้งเต็มไปหมด  และเขานิยามมันว่าเป็น “ตอร์ปิโดแนวดิ่ง” ที่สามารถขึ้นลงได้เร็ว เพื่อใช้เวลาอยู่ข้างล่างให้ได้นานที่สุด

เราคงโง่หากไม่รู้สึกกลัว แต่ผมเชื่อใจการออกแบบ ผมจะได้ลงไปยังที่ที่ไม่อาจลืมได้ที่สุดในโลก” คาเมรอนบอกถึงอันตรายของภารกิจ เขาเพิ่งเสียทีมงานไป 2 คน จากเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อเดือนที่แล้วขณะเตรียมการดำลงใต้ทะเลครั้งนี้

ภารกิจครั้งนี้ของคาเมรอนเป็นการทำงานร่วมกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โซไซตี ซึ่งจะรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนได้ทราบกันด้วย และยังเปิดเว็บไซต์ deepseachallenger.com ให้คุณได้ติดตามความลึกต่อความลึกเลยครับ

คาเมรอนนั้นคลั่งการสำรวจใต้ทะเลมาตั้งแต่เด็ก หนังที่เขาสร้างก็ยังเกี่ยวข้องกับการลงไปในใต้ทะเลลึกด้วย เช่น The Abyss (1989), Titanic (1997) และยังรวมถึงหนังสารคดีใต้ทะเลมากมาย อย่าง Bismarck (2002), Ghosts of the Abyss (2003) และ Aliens of the Deep (2005) คาเมรอนเคยดำลงไปสำรวจใต้น้ำด้วยพาหนะมาแล้ว 76 ครั้ง โดย 33 ครั้งเป็นการดำสำรวจซากเรือไททานิก ภาคต่อ Avatar ที่คาเมรอนเตรียมงานสร้างอยู่ก็มีแผนจะพาเราลงไปยังโลกใต้ทะเลของดาวแพนดอร่าด้วย เชื่อว่าเขาคงเอาประสบการณ์จากภารกิจครั้งนี้ไปใช้ในการออกแบบงานสร้างที่จะพาเราลงสู่ใต้ทะเลด้วยเทคนิค 3D ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

คาเมรอนพูดถึงความจำเป็นของภารกิจครั้งนี้ว่า “ร่องลึกใต้สมุทรเป็นพรมแดนแห่งสุดท้ายที่ยังไม่ได้รับการสำรวจบนโลกของเรา มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มากมายเต็มไปหมดมากเท่ากับการสำรวจร่วมร้อยปีเลย…เราต้องลงไป เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรอยู่ที่นั่น

คลิกชมคลิปแนะนำภารกิจครั้งนี้ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

เซเชอร์ โรแนน เป็นสโนไวท์ ใน Order of the Seven ของดิสนี่ย์

ถ้าสองหนังจากเทพนิยายสโนไวท์ในปีนี้ยังไม่หนำใจคุณ รอชมหนังจากเรื่องราวเดียวกันอีกเรื่องในปีหน้าครับ คราวนี้สร้างโดยค่ายหนังที่เคยสร้างการ์ตูน Snow White and the Seven Dwarfs มาก่อน และได้เซเชอร์ โรแนน มารับบทนำนี้ตามรายงานของวาไรตี้

หนังสโนว์ฉบับใหม่นี้ใช้ชื่อว่า Order of the Seven ซึ่งเหตุการณ์ตามท้องเรื่องจะเป็นฮ่องกงในศตวรรษที่ 19 แทน โรแนนจะรับบทเป็นตัวละครชื่อโอลิเวีย ซินแคลร์ ที่ออกตามหาเจ็ดประหลาดยอดฝีมือให้มาช่วยเธอเอาชนะจักรพรรดินีผู้ชั่วร้ายที่ยึดครองอาณาจักรของเธอ ทั้งเจ็ดจะมีความสามารถในการต่อสู้แตกต่างกันไป และตามรายงานบอกว่าดิสนี่ย์มองหานักแสดงจากทั้งจีน, ญี่ปุ่น และรัสเซีย มารับบท

ดิสนี่ย์มีแผนจะสร้างหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2005 ก่อนหนังสโนไวท์สองเรื่องที่ออกฉายในปีนี้ด้วยซ้ำ แต่โครงการหนังมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงมาตลอด ตอนเริ่มต้นโครงการใหม่ๆ ดิสนี่ย์วางแผนให้หยวนหวูปิงมากำกับ และสโนไวท์ต้องไปฝึกยุทธกับเจ็ดหลวงจีนเส้าหลินซึ่งต่างจากฉบับปัจจุบันนี้ที่หวูปิงไม่ได้มาเป็นผู้กำกับแล้ว แต่เป็นไมเคิล แกรซี ผู้กำกับหน้าใหม่จากวงการโฆษณา มารับหน้าที่กำกับแทนครับ

จอร์จ ลูคัส เตรียมลาขาดจากหนังฟอร์มใหญ่หลังจาก Red Tails

Red Tails หนังแอ็คชั่นสมรภูมิเวหาของฝูงบินทัสคีจี จะเป็นหนังฟอร์มใหญ่เรื่องสุดท้ายของจอร์จ ลูคัส นักสร้างหนังวัย 67 ปีครับ ตามที่ให้สัมภาษณ์แก่ New York Times

ผมกำลังถอนตัวออกจากวงการ ออกจากบริษัท ออกจากอะไรทั้งหมดนี้” ลูคัสเปิดเผย แต่ก็ระวังคำพูดอย่างดีเพื่อหาทางออกให้ตัวเองเมื่อถูกถามว่าแล้วจะไม่สร้าง Indiana Jones IV หรือ Star Wars ภาคใหม่หรือ “ผมจะสร้างหนังพวกนี้อีกทำไมในเมื่อใครๆ ต่างพากันด่าเราตลอดเวลา และบอกว่าเราจะเป็นแย่ขนาดไหน

ลูคัสยังได้ตอบโต้แฟนบอยที่โจมตีเขาเรื่องที่เขาเปลี่ยนแปลงบางฉากใน Star Wars ฉบับพิเศษที่ออกจำหน่ายเป็นบลูเรย์เมื่อเร็วๆ นี้ด้วยว่า “บนอินเตอร์เนต เป็นพวกเดิมที่บ่นว่าผมเปลี่ยนแปลงหนังแล้วเหมือนเปลี่ยนหนังทั้งเรื่อง ผมขอบอกเลยว่าตามใจ แต่มันเป็นหนังของผม มีชื่อของผมติดอยู่ และบอกว่าผมเป็นคนสร้างมัน และมันต้องเป็นตามที่ผมอยากให้เป็น

ริค แม็คแคลลัม ผู้อำนวยการสร้างที่ร่วมงานกับเขาและหุ้นส่วนทางธุรกิจให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงเรื่องนี้แก่ Collider ว่า เมื่อเสร็จสิ้นจาก Red Tails ลูคัสจะเจริญรอยตามฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า นั่นก็คือการทำหนังนอกกระแสฟอร์มเล็ก หนังทดลอง หรือหนังศิลปะครับ “Red Tails เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของทั้งหมดที่เขาบอกว่าเขาอยากสร้าง เขาเริ่มต้นกับมันเมื่อ 23 ปีก่อน และตอนนี้เขาก็บรรลุทุกอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว ซึ่งมีนักสร้างหนังไม่กี่คนที่ได้มีโอกาสทำแบบนี้

Red Tails หนังที่ลูคัสอ้างว่าจะเป็นหนังฟอร์มใหญ่เรื่องสุดท้ายของบเขา จะเข้าฉายในสหรัฐสุดสัปดาห์นี้ครับ และยังไม่มีกำหนดแน่ชัดสำหรับในบ้านเรา

11 หนังแห่งปี 2011 ของผู้กำกับเควนติน ตารันติโน

เมื่อปีที่แล้ว ผู้กำกับเควนติน ตารันติโน ได้เผยรายชื่อหนังแห่งปีออกมา และ Toy Story 3 เป็นหนังอันดับ 1 แห่งปี 2010 ของเขา ส่วน 2011 ปีล่าสุด หนังที่อยู่อันดับ 1 แห่งปีของเขาก็คือ Midnight in Paris ของผู้กำกับวู้ดดี้ อัลเลน ครับ ตามรายงานของ Tarantino Archives ( via indiewire ) ครับ

นอกจาก Midnight in Paris ในอันดับรองลงมาก็คือ Rise of the Planet of the Apes ซึ่งเห็นชัดว่าตารันติโนไม่ได้ชอบแต่หนังนอกกระแสอย่างเดียว หนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง X-Men: First Class ก็อยู่ในรายชื่อด้วย แต่บางเรื่องอาจดูจะเป็นความชอบส่วนตัว เช่น The Three Musketeers เป็นต้น

มีหนังบางเรื่องของค่ายไวน์สไตน์ที่อยู่ในโผว่าควรได้รับพิจารณา แต่ยังไม่ติดกลุ่ม 11 เรื่องแรก เช่น My Week with Marilyn และ The Iron Lady อาจทำให้คนมองว่าเพราะเป็นค่ายเดียวกันรึเปล่า จึงแอบมีใจให้เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่มีใครรู้เหตุผลครับ

นอกจากรายชื่อหนังแห่งปีแล้ว ยังมีตำแหน่งอื่นๆ ที่ตารันติโตเผยออกมาด้วย เช่นบทดัดแปลงแห่งปี, บทดั้งเดิมแห่งปี, ผู้กำกับแห่งปี, และหนังยอดแย่แห่งปีครับ

ตารันติโนจะมีผลงานเรื่อง Django Unchained ออกฉายในสหรัฐธันวาคมนี้ คลิกดูโผทั้งหมดด้านในครับ

Read more of this post

4 ผู้กำกับรุ่นเก๋า กับ 1 ผู้กำกับใหม่ ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลของสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์

สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งสหรัฐได้ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลของสมาคมครั้งที่ 64 หรือ DGA Award ออกมาแล้วครับเมื่อคืนนี้ตามเวลาของบ้านเรา ซึ่งปรากฏว่ามีผู้กำกับรุ่นเก๋าได้เข้าชิงถึง 4 ท่าน โดยมีหน้าใหม่เพียงคนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือมิเชล ฮาซานาวิเชียส ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสวัย 44 ปี จาก The Artist ซึ่งไม่เพียงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเป็นครั้งแรก แต่ยังเป็นผู้กำกับหนังเงียบเรื่องแรกที่ได้เข้าชิงรางวัลนี้ด้วย

ส่วนอีก 4 ผู้กำกับที่ได้เข้าชิงนั้น สองท่านแรกเป็นรุ่นลายคราม เคยทั้งได้รางวัลและได้เข้าชิงมาก่อน ประกอบด้วยวู้ดดี้ อัลเลน ผู้กำกับวัย 76 ปี ได้เข้าชิงจาก Midnight in Paris ซึ่งเคยได้รางวัลนี้มาก่อนเมื่อ 34 ปีที่แล้ว จาก Annie Hall และเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงจาก Manhattan, Hannah and Her Sisters, Crime and Misdemeanors และเคยได้รับรางวัลเกียรติยศความสำเร็จทางอาชีพของ DGA เมื่อปี 1996

ส่วนอีกท่านคือมาร์ติน สกอร์เซเซี ผู้กำกับวัย 69 ได้เข้าชิงจากหนังที่เป็นจดหมายรักถึงการทำหนังของเขาเรื่อง Hugo เคยได้รับรางวัล DGA มาก่อนจาก The Departed เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และเคยได้ในสาขาทางทีวีจาก Boardwalk Empire เมื่อปีที่แล้ว ครั้งนี้เป็นการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์เป็นครั้งที่ 9 ของสกอร์เซซี ปีที่แล้ว DGA เพิ่งมอบรางวัลพิเศษ The Filmmaker Award ให้สกอร์เซซีและเป็นคนแรกที่ได้รางวัลนี้ สกอร์เซซียังเคยได้รางวัลเกียรติยศความสำเร็จทางอาชีพเมื่อปี 2003 ด้วยครับ

สองคนหลังที่ได้เข้าชิงรางวัล DGA ในปีนี้ ก็เป็นคนที่เคยได้เข้าชิงมาก่อน แต่ยังไม่เคยได้รางวัลในสาขาการกำกับภาพยนตร์ นั่นก็คืออเล็กซานเดอร์ เพย์น ผู้กำกับวัย 50 ได้เข้าชิงจาก The Descendants เพย์นเคยเข้าชิงรางวัลนี้มาจาก Sideways อีกคนก็คือเดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับวัย 49 ได้เข้าชิงในปีนี้อีกครั้งจาก The Girl with the Dragon Tattoo ฟินเชอร์เคยเข้าชิงมาก่อน 2 ครั้ง จาก The Curious Case of Benjamin Button และ The Social Network

ผู้ได้รับรางวัลของ DGA เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ดีที่สุดว่าจะเป็นผู้ได้รับรางวัลออสการ์ครับ เพราะมีเพียง 6 ครั้งเท่านั้นตั้งแต่จัดมาที่ไม่ตรงกับออสการ์ ครั้งล่าสุดก็คือ 9 ปีก่อน ที่ร็อบ มาร์แชล ได้รางวัล DGA จาก Chicago ซึ่งในปีนั้น ออสการ์มอบรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมให้โรมัน โปลันสกี้ จาก The Pianist

การประกาศรางวัลจะมีขึ้นในวันที่ 28 มกราคมครับ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,113 other followers