เลียม นีสัน จะเลิกเล่นหนังแอ็คชั่น ในอีก 2 ปี

Run All Night 01เราคงไม่ได้ดูเลียม นีสัน เล่น Taken ไปจนถึงภาค 5 หรือเห็นนีสันเล่นหนังบู๊ไปจนอายุ 70 แน่ๆ ครับ นักแสดงรุ่นใหญ่วัย 62 ผู้นี้ที่โด่งดังจากหนังชีวิตเข้มข้นให้สัมภาษณ์แก่เดอะการ์เดี้ยนระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์หนัง Run All Night ว่า เขาคงรับบทแบบนี้ไปได้ราว 2 ปี

ในทางอาชีพแล้ว ผมอยู่ในจุดที่ดีมาก จากความสำเร็จประมาณหนึ่งของ Taken ฮอลลีวู้ดมองผมเป็นอีกแบบ มีบทของหนังบู๊ต่างๆ ส่งมาให้ ซึ่งก็ดี ผมไม่ได้บ่นอะไร ผมกลับรู้สึกปลื้มด้วยซ้ำ แต่มันก็มีขีดจำกัดแน่นอน อาจจะอีกสักสองปี ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ และยังแข็งแรง แต่หลังจากนั้น ผมก็คงเลิกเล่นหนังบู๊

หลังจากนีสันกลายเป็นพระเอกนักบู๊รุ่นใหญ่จากความสำเร็จของ Taken เราก็เห็นเขาเล่นหนังบู๊มากมายหลายเรื่อง ในหลากหลายของเรื่องราว ตั้งแต่ The Grey, Non-Stop, Unknown, A Walk Among Tombstones และเรื่องล่าสุดที่เข้าฉายในบ้านเราตอนนี้ก็คือ Run All Night ครับ

โจล คินนาแมน ซึ่งรับบทเป็นลูกชายตัวละครของนีสันพูดถึงความสามารถด้านการแสดงหนังบู๊ของนีสันว่า “เขายังมีร่างกายแข็งแรงที่จะเล่นได้ เขาเป้นนักมวยเก่า เมื่อเขาชกใครล้มในหนัง คุณจะเชื่อว่าเขาทำได้จริงๆ…เอ็ด, เลียม, นิค (โนลเต้), พวกเขาคือคนที่เป็นแบบอย่างให้ผม และนับถือผลงานของพวกเขา ผมว่าเท่มากๆ ที่ได้เห็นพวกเขาเหล่านี้มาเล่นบทบู๊และฆ่าผู้คน

Read more of this post

ชมโฉมจาเรด เลโต เตรียมแปลงโฉมรับบทโจ๊กเกอร์ ใน Suicide Squad

jared leto new look headerเรารู้ว่าเพื่อรับบทโจ๊กเกอร์ ตัวร้ายคลาสสิคในหนังสือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ของดีซีคอมมิคในหนัง Suicide Squad จาเรด เลโต ทั้งโกนหนวด และตัดผมที่ยาวสลวยทิ้ง แต่เราเพิ่งรู้ด้วยว่าหนุ่มนัยน์ตาสวยผู้นี้ยังย้อมผมเสียใหม่เป็นสีทองในโฉมที่เปลี่ยนจากที่เคยเห็นมาก่อนมากครับ

จาเรดเผยโฉมใหม่นี้ระหว่างไปร่วมงานปารีส แฟชั่น วีค ไม่กี่วันก่อน ที่สร้างความฮือฮาแก่นักข่าวและแฟนๆ ต่อโฉมใหม่นี้มาก ก่อนที่จะลงภาพให้ชมใหม่ในอินสตราแกรม อย่างไรก็ดี สีทองนี้เป็นเพียงฐานก่อนย้อมเป็นสีเขียวเพื่อรับบทเป็นโจ๊กเกอร์ในหนังที่กำกับโดยเดวิด เอเยอร์ เรื่องนี้

Suicide Squad เป็นเรื่องราวของเหล่าตัวร้ายของซูเปอร์ฮีโร่ที่ได้รับโอกาสแก้ตัวและทำภารกิจเสี่ยงตายเพื่อชดใช้ความผิด เป็นภารกิจที่อาจไม่รอดกลับมา มีกำหนดออกฉายสิงหาคม 2016 ครับ โดยมีวิล สมิธ, มาร์ก็อต ร็อบบี้, ไจ คอร์ทนี่, โจล คินนาแมน ร่วมทีมด้วย คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

เลียวนาร์ด นิมอย ผู้โด่งดังจากบทสป็อกในซีรี่ส์และหนังชุด Star Trek เสียชีวิตด้วยวัย 83

leonard nimoy spockข่าวเศร้าของแฟนๆ หนังและซีรี่ส์ชุด Star Trek ครับ เลียวนาร์ด นิมอย นักแสดงและผู้กำกับซึ่งโด่งดังจากบทบาทของสป็อก มนุษย์ชาวดาววัลคัลและต้นเรือประจำยานเอ็นเตอร์ไพรส์ในหนังและซีรี่ส์ชุดนี้ฉบับดั้งเดิมได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 83 ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์

สาเหตุของการเสียชีวิตมาจากอาการป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ลุกลามจนถึงระยะสุดท้าย นิมอยประกาศว่าเขาเป็นโรคนี้เมื่อปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่จัดในวัยหนุ่ม

นิมอยเริ่มต้นอาชีพด้านการแสดงด้วยการเป็นครูสอนการแสดงและนักแสดงหนังเกรดบีในยุค 50 ก่อนที่จะเป็นที่จดจำจากซีรี่ส์ Star Trek ในยุค 60 ซึ่งนิมอยรู้ดีถึงบทบาที่เป็นภาพติดตัวของเขาจากการเขียนหนังสืออัตชีวประวัติ 2 เล่ม คือ “I Am Not Spock” ในปี 1977 และ “I Am Spock” ในปี 1995

นอกจากด้านการแสดงแล้ว นิมอยยังเคยกำกับหนังหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นหนังเล็กๆ และก็ยังเคยกำกับหนังสตาร์เทร์ก 2 ภาค คือ “Star Trek III: The Search for Spock” (1984) และ “Star Trek IV: The Voyage Home” (1986) แต่ที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็คงเป็นผลงานกำกับเรื่อง“Three Men and a Baby” (1987)

บทบาทการแสดงช่วงท้ายๆ ในชีวิตของเขาคงเป็นซีรี่ส์ชุด Fringe และการให้เสียงตัวละครใน Transformers: Dark of the Moon และการหวนกลับมารับบทรับเชิญเป็นสป็อกวัยชราในหนัง Star Trek และ Star Trek Into Darkness ที่เป็นสองภาคล่าสุดจากการกำกับของเจ.เจ. เอบรามส์

นิมอยยังเป็นผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์สม่ำเสมอครับ ข้อความสุดท้ายที่เขียนลงในทวิตเตอร์ก็คือเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เชียนว่า “ชีวิตเป็นดั่งสวน เราเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่ดีที่สุดได้ แต่เก็บรักษามันไว้ไม่ได้ ยกเว้นในความทรงจำ” และลงท้ายด้วย “LLAP” ซึ่งย่อจาก “Live Long and Prosper.” (ขอให้ยั่งยืนและรุ่งเรือง) คำพูดประจำตัวละครสป็อกของเขาในหนังชุด Star Trek

นิมอยเคยกล่าวไว้ถึงชีวิตของเขาว่า “ถ้าให้ผมเลือก ถ้าผมต้องเป็นคนอื่น ผมขอเป็นสป็อก

Read more of this post

คริสเตียน เบล บอกว่าจะไม่ร่วมงานกับผู้กำกับแม็คจี (Terminator Salvation) อีก

Christian Bale Termiator Salvationระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์ Exodus: Gods and Kings คริสเตียน เบล นักแสดงที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าคิดยังไงก็พูดยังงั้น ได้ให้สัมภาษณ์แก่ WSJ ซึ่งในส่วนหนึ่งของสัมภาษณ์ก็คุยกันเรื่องงานภาพยนตร์เก่าๆ ครับ แต่เรื่องที่น่าจะกลายเป็นประเด็นเผ็ดร้อนสุดก็คงเป็น Terminator: Salvation ที่เบลเคยร่วมงานกับผู้กำกับแม็คจีเมื่อหลายปีก่อน

หนังเรื่องนี้เป็นหนังคนเหล็กที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้มีศักยภาพที่จะเป็นหนังภาคต่อ แต่กลายเป็นว่าต่อไม่ติด นอกจากได้คำวิจารณ์ด้านลบอย่างมากแล้วยังกลายเป็นหนังคนเหล็กที่ทำรายได้ต่ำสุดของหนังชุดนี้ แถมยังมีเรื่องอื้อฉาวโด่งดังเกี่ยวกับคลิปเสียงที่หลุดออกมาที่เบลด่าผู้กำกับภาพของหนังอย่างรุนแรง แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าเบลกับผู้กำกับแม็คจีก็ไม่ได้กลับมาญาติดีกัน

เบลยอมรับในการให้สัมภาษณ์ว่าตอนที่เบลพบกับแม็คจีเป็นครั้งแรกเพื่อคุยกันเรื่องทิศทางของหนัง เบลบอกแม็คจีตรงๆ เลยว่า จากการที่เคยเห็นผลงานของแม็คจีมาก่อน เบลไม่เชื่อว่าแม็คจีมีความพร้อมพอจะกำกับหนังเรื่องนี้ ผู้สัมภาษณ์บอกเบลว่า การบอกตรงๆ แบบนั้นโหดมาก เพราะผู้กำกับก็มีอีโก้เหมือนกัน

ใช่ๆ แต่เขาพูดว่า ให้โอกาสผมเถอะ ทุกคนต้องการที่จะพัฒนา ผมต้องการที่จะผลัดใบใหม่ และได้โปรด คุณเองก็คงเคยอยู่ในฐานะเดียวกันนี้มาก่อน เมื่อมีคนยอมฝากความเชื่อใจไว้ที่คุณ ซึ่งผมเคยอยู่ในฐานะนั้นจริงๆ” และเบลก็เล่าต่อถึงคำพูดของแม็คจีว่า “โปรดทำแบบนั้นเพื่อผมตอนนี้ ผมรับรองคุณ ผมพร้อมสำหรับหนังเรื่องนี้

แล้วเบลคิดยังไงหลังจากให้โอกาสแล้ว “ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์นี้มีพื้นที่มากมายสำหรับแนวทางการสร้างหนังและตัวละคร ผมจะไม่ทำงานกับเขาอีก แต่ผมก็ขอให้เขาโชคดี โอเคไหม

Read more of this post

สการ์เลต โจแฮนสัน รับบทนำและสร้างซีรี่ส์จากนิยายพูลิทเซอร์ The Custom Of The Country

Johansson The Custom of the Countryแฟนๆ ของสการ์เลต โจแฮนสัน จะได้พักดูเธอรับบทร้ายๆ แรงๆ แทนบทบู๊กันบ้างในหนังชุดทางทีวี The Custom Of The Country ครับ ตามรายงานของเดดไลน์

ซีรี่ส์ชุดนี้จะถูกสร้างออกมาทั้งหมด 8 ตอน ดัดแปลงจากนิยายรางวัลพูลิทเซอร์ปี 1913 ของอีดิธ วาร์ตัน ครับ ผู้เขียนนิยาย The Age of Innocence ที่มาร์ติน สกอร์เซซี เคยนำมาสร้างเป็นหนัง นิยายเรื่องนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้จูเลียน เฟลโลว์ส ในการนำมาเขียนเป็นซีรี่ส์ดังชุด Downton Abbey ด้วย

โจแฮนสันจะรับบทนำเป็นอันดีน สแปรกก์ หญิงสาวชนชั้นกลางที่หาทางไต่เต้าสู่ชีวิตที่ฟู่ฟ่าหรูหราของสังคมชั้นสูง ผ่านการหลอกแต่งงานกับผู้ดีรวยๆ ของนิวยอร์ก แต่ต้องผ่านการหย่าและหลอกจับผู้ชายหลายรอบกว่าเธอจะสมหวัง เธอจะรับบทหน้าที่อำนวยการสร้างบริหารให้ซีรี่ส์ชุดนี้ด้วย

ผู้ที่จะมารับหน้าที่ดูแลด้านการผลิตก็คือโซนี่ พิคเจอร์ส และบริษัทพิงก์ แซนด์ โดยได้คริสโตเฟอร์ แฮมป์ตัน จาก Atonement และ Dangerous Liaisons มารับหน้าที่เขียนบทให้

The Custom Of The Country ถือว่าเป็นงานการแสดงทางทีวีเรื่องแรกของโจแฮนสันครับ มีแผนที่จะติดต่อสถานีเคเบิลใหญ่ๆ เพื่อออกอากาศ

Read more of this post

คริส แพรทท์ สวมชุดสตาร์-ลอร์ด จาก Guardians of the Galaxy เยี่ยมเด็กป่วยในโรงพยาบาล

chris platt star-lord visits kids at hospitalคริส แพรทท์ นักแสดงหนุ่มวัย 35 ผู้รับบทเป็นสตาร์-ลอร์ด ในหนังชุด Guardians of the Galaxy เป็นชายหนุ่มที่น่ารักแค่ไหน การกระทำที่เป็นข่าวล่าสุดนี้นี้ที่ E! นำมารายงานบอกได้ครับ

ในรายงานบอกว่าแพรทท์แต่งชุดเป็นสตาร์-ลอร์ด พระเอกผู้ปกป้องกาแลคซีแล้วไปเยี่ยมเด็กๆ ที่ป่วยในโรงพยาบาล เมื่อวันพุธที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ

โรงพยาบาลที่แพรทท์ไปเยี่ยมก็คือโรงพยาบาลเด็ก ลอส แอนเจลีส ซึ่งแพรทท์กับมาร์เวล และโครงการชื่อ Children’s Miracle Network Hospital ได้นำหนัง Guardians of the Galaxy ไปฉายให้เด็กๆ ที่ป่วย ไปดูหนังเรื่องนี้ไม่ได้ ได้ชมกันร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลครับ

แพรทท์ใช้เวลา 3 ชั่วโมงอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ แจกของเล่นจากหนังให้แก่เด็กๆ และยังไปแผนกผู้ป่วยต่างๆ เช่น แผนกผู้ป่วยเปลี่ยนไขกระดูก แผนกผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับเลือด และห้องไอซียูของกุมารเวชศาสตร์ เพราะเด็กผู้ป่วยในแผนกเหล่านี้ป่วยมากจนไม่อาจไปร่วมดูหนังรอบพิเศษนี้ได้
แพรทท์ให้เวลาเป็นพิเศษแก่เด็กชายคนหนึ่งชื่อดิแลน พรันตี้ ดิแลนเป็นแฟนตัวต่อเลโก้ จำเสียงของแพรทท์จากหนัง The Lego Movie ได้และคุยกันเรื่องฉากต่างๆ ในหนังราว 10 นาที

หลังจากฉายหนังรอบพิเศษเสร็จ แพรทท์ก็กลับเข้ามาในห้อง แจกลายเซ็นและของเล่น ถ่ายรูปกับทุกคนอีกเป็นร้อยรูป ซึ่งทวิตเตอร์ของโรงพยาบาลก็ได้ปล่อยภาพออกมาครับ

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน แพรทท์ได้อวดรูปของเขาในเฟซบุกเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นภาพสมัยที่เขายังไม่ได้เป็นนักแสดง บอกเล่าว่าเขาเคยเป็นคนไร้บ้านมาก่อน และต้องใช้รถตู้ที่เขาเป็นเจ้าของเป็นที่หลับนอนครับ

Read more of this post

โรบิน วิลเลียมส์ เสียชีวิตด้วยวัย 63

robin williams mr keatingหนึ่งในนักแสดงผู้เป็นตำนาน และมีบทบาทอันเป็นที่จดจำมากมาย โรบิน วิลเลียมส์ ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 63 ครับ รายงานเบื้องต้นบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

วาไรตี้รายงานโดยอ้างการแถลงของเจ้าหน้าที่ชันสูตรประจำเมืองทิบูรอน รัฐแคลิฟอร์เนีย บอกว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายด้วยการทำให้ตัวเองขาดอากาศหายใจ (asphyxiation) หลังจากมีการพบศพที่บ้านของเขาวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น

ประชาสัมพันธ์ส่วนตัวก็ยืนยันข่าวเช่นกัน บอกด้วยว่าวิลเลียมส์กำลังต่อสู้กับโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ และเข้ารับการบำบัดการติดสุรา

ซูซาน ชไนเดอร์ ภรรยาของวิลเลียมส์ ได้ออกแถลงการตามมาว่า “ดิฉันรู้สึกสะเทือนใจอย่างที่สุด ในนามของครอบครัวของโรบิน เราขอความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่โศกเศร้าอย่างที่สุดนี้ อย่างที่เขาเป็นที่จดจำ เราหวังว่าความสนใจต่อตัวโรบินจะไม่ใช่เรื่องการตายของเขา แต่เป็นช่วงเวลาของความสุขและเสียงหัวเราะมากมายนับไม่ถ้วนที่เขาให้แก่ผู้คนนับล้าน

วิลเลียมส์เป็นที่รู้จักทั้งจากบทชีวิตและตลกในหนังหลายเรื่อง ได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมในปี 1997 จาก Good Will Hunting เขาเป็นชาวชิคาโกโดยกำเนิด เริ่มมีชื่อเสียงด้านการแสดงในยุค 70 ด้วยซิทคอมเรื่อง “Mork & Mandy” ก่อนที่จะแจ้งเกิดด้วยบทบาทการแสดงด้านภาพยนตร์ในยุค 80 ด้วยหนังเรื่อง Good Morning, Vietnam ที่มาถ่ายทำในบ้านเรา ตามด้วย Dead Poet’s Society จากนั้นก็มีผลงานเด่นอีกในยุค 90 ด้วย Awakenings, The Fisher King และ Hook

บทบาทอมตะของวิลเลียมส์ยังรวมถึงบทพ่อที่ปลอมตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพื่อไปดูแลลูกๆ ใน Mrs. Doubtfire และการให้เสียงเป็นจินนี่ใน Aladdin ในการ์ตูนของดิสนี่ย์

ผลงานที่สร้างชื่อให้เขายังได้แก่บทบาทในหนังเรื่อง Jumanji, The Birdcage, Patch AdamsWhat Dreams May Come, Bicentennial Man, Happy Feet ครับ

ส่วนภาพยนตร์ของเขาเรื่องล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเราปีนี้ก็ได้แก่ Night at the Museum: Secret of the Tomb

วิลเลียมส์ได้ลงข้อความสุดท้ายบนอินตาแกรม และ ทวิตเตอร์ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว อวยพรวันเกิดให้ลูกสาว

O Captain, My Captain

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,974 other followers