The Hobbit ภาค 3 ได้ชื่อใหม่ว่า The Hobbit: The Battle of the Five Armies

THE HOBBIT: THE DESOLATION OF SMAUGมีข่าวลือมา 2-3 วันว่าหนัง The Hobbit ภาค 3 ซึ่งเดิมใช้ชื่อ The Hobbit: There and Back Again จะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่ครับ และข่าวลือก็เป็นจริงเมื่อปีเตอร์ แจ็คสัน ประกาศผ่านเฟซบุควันนี้ว่า หนังจะใช้ชื่อว่า “The Hobbit: The Battle of the Five Armies” ครับ

สำหรับที่มาที่ไป และเหตุผลในการเปลี่ยนชื่อหนัง แจ็คสันอธิบายว่า “การเดินทางของเราในการสร้างไตรภาค The Hobbit คล้ายกับการเดินทางของบิลโบ้เอง ที่เส้นทางซึ่งซ่อนอยู่ได้เปิดเผยความลับแก่เราเมื่อเราดำเนินไป ชื่อ There and Back Again ดูเป็นชื่อที่เหมาะสมสำหรับภาคสองของหนังทวิภาคที่เล่าเรื่องการทวงเอเรบอร์ เมื่อบิลโบ้ไปถึงที่นั่น และลาจาก ทั้งคู่อยู่ในเหตุการณ์ของภาคสอง แต่เมื่อหนังกลายเป็นสามภาค มันก็รู้สึกว่าไม่เข้ากันขึ้นมาทันที เพราะบิลโบ้ได้ไปถึงที่นั่นแล้ว ใน Desolation of Smaug

ตอนที่เราเดินสายฉายรอบปฐมทัศน์เมื่ปลายปีที่แล้ว ผมได้พูดคุยเงียบๆ กับทางสตูดิโอเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการทบทวนชื่อหนังใหม่ เราตัดสินใจที่จะเปิดใจเรื่องนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะตัดต่อหนังเสร็จแล้วค่อยดูกัน เราได้มาถึงจุดนั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และหลังจากได้ชมหนังแล้ว เราต่างเห็นพร้อมว่ามีอยู่หนึ่งชื่อที่รู้สึกเหมาะสมที่สุด และชื่อนั้นก็คือ The Hobbit: The Battle of the Five Armies

แต่ There and Back Again จะยังถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในอนาคตครับ และแจ็คสันอธิบายดังนี้ “ตามที่ศาสตราจารย์โทลคีนตั้งใจไว้ There and Back Again เป็นการรวบรวมการเดินทางของบิลโบ้ทั้งหมด ดังนั้นอย่าแปลกใจที่จะเห็นชื่อนี้ถูกใช้ในบ็อกซ์เซ็ตรวมหนังทั้งสามเรื่องในอนาคต

แจ็คสันทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าหนังภาคสามได้ตัดต่อเสร็จแล้วอย่างเงียบๆ และคงจะเริ่มประชาสัมพันธ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครับ และก็ยังมีดีวีดี The Hobbit: The Desolation of Smaug ฉบับยาวพิเศษ ที่ใกล้เสร็จแล้ว มีฉากใหม่รวม 25 นาที กับดนตรีที่แต่งโดยฮาเวิร์ด ชอว์

The Hobbit: The Battle of the Five Armies จะออกฉาย 16 ธันวาคมนี้

Read more of this post

About these ads

ดูโคลอี้ เกรซ มอเรทซ์ ต้องเลือกระหว่างอยู่หรือตายในตัวอย่างหนังจากนิยายวัยรุ่น If I Stay

if i stay trailerหลังจากที่ต้องรับบทเป็นเด็กสาวที่ไม่ปกติมาหลายเรื่อง โคลอี้ เกรซ มอเรทซ์ จะรับบทเป็นวัยรุ่นธรรมดากับเขาบ้าง ในหนังจากนิยายวัยรุ่น If I Stay และตัวอย่างหนังก็เพิ่งออกมาเมื่อไม่นานนี้ครับ

แม้ว่าจะต้องรับบทเป็นวัยรุ่นธรรมดา แต่สถานการณ์ชีวิตของเธอกลับเป็นเรื่องที่ไม่ปกติแทนครับ เธอรับบทเป็นมีอา ฮอลล์ นักเชลโลสาวอนาคตไกล ที่มีชีวิตสมบูรณ์ไปทุกอย่าง และมีแฟนหนุ่มที่แสนดีผู้เป็นร็อคเกอร์ประจำโรงเรียนมัธยม (รับบทโดยเจมี่ แบล็คลี่ จาก Snow White and the Huntsman) แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันเมื่อเธอกับครอบครัวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อกับแม่เสียชีวิตทั้งคู่ และเธอต้องอยู่ในสภาพโคม่า

เรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นเมือเธอพบว่าอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย วิญญาณที่ออกจากร่างของเธอมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างขณะที่ร่างของเธอนอนไม่ได้สติอยู่ เธอได้เห็นผู้คนมาเฝ้าดูและโศกเศร้าข้างๆ เธอ รวมถึงแฟนหนุ่มที่มาอ้อนวอนขอให้เธอตื่นขึ้นมา แล้วเธอก็ต้องตัดสินใจว่าจะตื่นมาพบกับคนรักดีหรือไม่ แต่ต้องพบกับความเสียใจใหญ่หลวงและชีวิตอันทรมาน หรือเธอจะเลือกการตายจากไป

หนังดัดแปลงจากนิยายขายดีของเกย์ล ฟอร์แมน ซึ่งมีแปลเป็นฉบับไทยแล้วในชื่อ “ถ้าฉันอยู่” ครับ

อาร์.เจ. คัทเลอร์ ซึ่งมีผลงานส่วนใหญ่เป็นงานอำนวยการสร้างซีรี่ส์ทางทีวี มาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ มิเรล อีนอส จาก World War Z และ Sabotage ร่วมแสดงด้วย จะเข้าฉายในสหรัฐเดือนสิงหาคม คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับญี่ปุ่นของ X-Men: Days of Future Past ที่มาพร้อมฟุตเตจใหม่

x-men dofp japanese trailerถ้ายังไม่จุใจกับตัวอย่างฉบับเต็มของ X-Men: Days of Future Past ก่อนหน้านี้ ทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับฉายในญี่ปุ่นออกมาออนไลน์เพิ่มครับ ซึ่งแม้จะตัดต่อสู้ตัวอย่างสุดท้ายไม่ได้ แต่ก็มีฟุตเตจใหม่ให้คุณตื่นเต้น

X-Men: Days of Future Past ดัดแปลงจาก Uncanny X-Men เล่มที่ 141 และ 142 ที่ตีพิมพ์ในปี 1981 สร้างสรรค์โดยคริส แคลร์มองต์ และจอห์น บิร์น เล่าเรื่องราวของอนาคตคู่ขนานที่เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถูกตามล่าและฆ่าโดยหุ่นยักษ์เซ็นทินัล ทำให้ต้องส่งวูล์ฟเวอรีนย้อนเวลามาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตที่นำไปสู่เรื่องราวนั้น

หนังใช้ชื่อไทยทางการว่า “X-เม็น: สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต” กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์ นำแสดงโดยไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, เจมส์ แม็คเอวอย, เอียน แม็คเคลเลน, แพทริค สจ๊วร์ต, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, ฮิวจ์ แจ็คแมน, เอลเลน เพจ, นิโคลาส โฮลท์, เฮลลี เบอรี, แอนนา พาควิน, ชอว์น แอสมอร์, โอมาร์ ไซ, เอแวน ปีเตอร์ส, ปีเตอร์ ดิงค์ลาจ, ฟ่านปิงปิง และลูคัส ทิลล์ ร่วมแสดงครับ ออกฉาย 22 พฤษภาคม 2014 ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างที่สองของ Sin City: A Dame to Kill For

sin city 2 image 01Sin City: A Dame to Kill For ของโรเบิร์ต โรดริเกซ และแฟรงก์ มิลเลอร์ ปล่อยออกมาอีกตัวแล้วครับ ซึ่งคราวนี้มีฉากใหม่ และตัดต่อได้เฉี่ยวกว่าเดิมด้วย

เหมือนภาคแรกที่เป็นหนังหลายตอนที่ขายลูกเล่นงานสร้างภาพให้ออกมาในสไตล์ที่คล้ายคอมมิค โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ เป็นหน้าใหม่และตัวละครใหม่ของภาคนี้ในตอนชื่อว่า The Long Bad Night รับบทเป็นหนุ่มนักพนันชื่อจอห์นนี่ ที่เสียมากกว่าที่คาดไว้เมื่อเขาชนะพนันคู่ปรับที่ทรงอิทธิพล สำหรับตอนที่เป็นชื่อหนัง  Dame to Kill For ก็จะมีเอวาน กรีน มารับบทนำ เป็นเอวา ลอร์ด สาวเสน่ห์อันตราย ซึ่งเป็นตอนก่อน The Hard Goodbye ของภาคแรก ที่ความร้ายของเธอทำให้มาร์ฟ (มิคกี้ โร้ก) กับดไวท์ (จอช โบรลิน) ต้องร่วมมือกันสู้

โร้กยังนำแสดงในตอน Just Another Saturday Night ที่ต่อเนื่องจาก The Yellow Bastard ด้วย ที่หลังจากอุบัติเหตุบนถนน เขาตื่นขึ้นมาพบศพมากมาย โดยจำไม่ได้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นั่นได้ยังไง และยังมีตอน The Big Fat Loss ที่นำแสดงโดยเจสซิกา อัลบา, บรูซ วิลลิส และพาวเวอร์ บูธ

โรซาริโอ ดอว์สัน, เรย์ ลิออตตา และเจเรมี ไพเวน ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย ซึ่งจะออกฉายสิงหาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

แดนนี่ บอยล์ อยู่ระหว่างเจรจากำกับหนังสตีฟ จ็อบส์ แทนเดวิด ฟินเชอร์ เล็งดิคาปริโอรับบทนำ

danny boyle directorดูเหมือนว่าโซนี่ พิคเจอร์ส อาจจะได้ตัวผู้กำกับมาทำหน้าที่แทนเดวิด ฟินเชอร์ ในหนังชีวประวัติสตีฟ จ็อบส์ เร็วเหมือนกันครับ เพราะตามรายงานล่าสุดจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า แดนนี่ บอลย์ ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก Slumdog Millionaire อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อกำกับหนังที่ยังไม่มีชื่อเป็นทางการเรื่องนี้

บอยล์กลายเป็นผู้กำกับคนใหม่ที่โซนี่เข้าไปทาบทามและตอนนี้เข้าสู่ขั้นตอนการพูดคุยทางสัญญาแล้ว หลังจากที่ฟินเชอร์ถอนตัวไปเนื่องจากตกลงกันไม่ได้กับโซนี่ในเรื่องของผลประโยชน์ และเงื่อนไขด้านการตลาด ฟินเชอร์ต้องการให้คริสเตียน เบล มารับบทเป็นสตีฟ จ็อบส์ แต่เพราะยังเป็นแค่ประสงค์ของฟินเชอร์ และยังไม่ได้มีการทาบทามเป็นกิจลักษณะ จึงดูเหมือนว่าเบลจะยังไม่มีโอกาสรับบทนี้ในตอนนี้

นอกจากอยู่ระหว่างเจรจาแล้ว บอยล์ยังได้ทาบทามลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ มารับบทนำด้วยครับ ซึ่งถ้าทุกอย่างผ่านฉลุยก็จะเป็นการกลับมาร่วมงานของทั้งคู่นับจาก The Beach แต่ก็ยังคงต้องดูกันต่อไป เพราะยังไม่ได้มีการยื่นาสัญญาให้ดิคาปริโอ และอีกอย่างก็คือดิคาปริโอเพิ่งตกลงรับเล่นหนังเขย่าขวัญ The Revenant ของนิวรีเจนซี ซึ่งกำกับโดย อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับ The Revenant เป็นหนังย้อนยุคโทนดิบ จากนิยายของไมเคิล พังเกอ เรื่องราวการล้างแค้นของชายหนุ่มที่ถูกหมีตะปบจนร่อแร่ แต่กลับถูกปล้นแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ตาย ซึ่งมีแผนจะเปิดกล้องกันยายนนี้

หนังสตีฟ จ็อบส์ ฉบับนี้ เขียนบทโดยแอรอน ซอร์กิน มือเขียนบทรางวัลออสการ์จาก The Social Network ครับ ดัดแปลงจากหนังสือชีวประวัติที่เขียนโดยวอเตอร์ส ไอแซคซัน

Read more of this post

ภาพใหม่ ใบปิดใหม่ และความเห็นหลังชมฟุตเตจ 20 นาที จาก Edge of Tomorrow

edge of tomorrow image 01ราวเดือนที่แล้ว วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ประเทศไทย ได้เชิญนักข่าว นักวิจิจารณ์ และบล็อคเกอร์สายภาพยนตร์จำนวนหนึ่งไปชมฟุตเตจพิเศษของ Godzilla และ Edge of Tomorrow ซึ่งสำหรับ Godzilla ผมได้เล่าความเห็นฟังไปแล้ว คราวนี้มาที่ Edge of Tomorrow บ้างครับ

ฟุตเตจที่ให้ชมยาว 20 นาที เปิดเรื่องด้วยการแนะนำคลิปของทอม ครูส เพื่อเล่าที่มาที่ไปของหนัง และเขาคาดหวังว่าผู้ชมจะได้รับอะไรจากหนัง ทั้งยังยกย่องเอมิลี่ บลันท์ ที่ร่วมแสดงกับเขาด้วย

จากนั้นก็เปิดฉากด้วยฟุตเตจที่เล่าภูมิหลังของเรื่องราว การรุกรานของเอเลี่ยน ซึ่งโลกได้สูญเสียที่มั่นสำคัญหลายแห่งในหลายประเทศไป หนังบอกเราว่าจะมีการยกพลขึ้นบกครั้งสำคัญของฝ่ายโลกไปยังที่มั่นสำหคัญของเอเลี่ยน และตัวละครของครูสได้ถูกส่งไปยังค่ายฝึกเพื่อเตรียมออกรบ แต่ในสภาพของทหารหนีทัพที่พยายามโกหกเอาตัวรอดเพื่อไม่ให้ถูกส่งไป

จากนั้นก็พาเราชมการเปิดฉากรบครั้งแรกในให้อารมณ์ดิบและอลหม่านแบบฉากยกพล Saving Private Ryan แต่มีลักษณะที่เป็นไซไฟ และ PG-13 ได้เห็นตัวละครต่างๆ ตายก่อนที่จะถึงคราวตัวละครของครูสที่สู้กับเอเลี่ยนจนเสียชีวิต แล้วตื่นขึ้นมาในวันแรกที่เขาไปยังค่ายอีกครั้ง เขารู้ว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาได้ แต่ไม่รู้ว่าทำไม และพยายามเตือนทุกคนรวมถึงจ่าครูฝึกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนทุกคนคิดว่าเขาไม่ปกติ การตายรอบสองทำให้เขาได้คุยกับตัวละครของบลันท์ ซึ่งบอกให้เขาไปหาเมื่อเขาฟื้นจากความตายอีกครั้ง

ครั้งที่สาม ตัวละครของครูสไปพบตัวละครของบลันท์ และเธอก็เล่าว่าเหตุการณ์เดียวกันเคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อน เธอจึงรู้ว่าควรต้องทำยังไง และวางแผนฝึกเขาเพื่อให้เป็นยอดทหาร และหาทางเอาชนะสงคราม จากนั้นก็มีการวนหลูบแบบนี้หลายครั้งจนถึงครั้งที่ทั้งคู่สามารถออกจากชายหาดมาพักยังบ้านไร่หลังหนึ่งเพื่อเตรียมไปต่อ ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นหลูบครั้งที่ราวหลักสิบ แต่ที่จริงได้เปิดเผยต่อมาว่าเป็นราวหลักร้อย และพวกเขามาไกลได้แค่นี้ ลูกเล่นส่วนนี้ของหนังดีมาก เหมือนหลอกเรา และทำให้เราแปลกใจไปพร้อมๆ กันกับตัวละคร เป็นการเล่าเรื่องแนว Groundhog Day ที่เป็นการต่อยอดใหม่

ทั้งงานสร้าง บรรยากาศ และอารมณ์โดยรวมของหนัง ยังไม่เรียกว่า “สดใหม่” แต่ก็มีการสร้างโลกที่น่าเชื่อ และเป็นงานสร้างที่เต็มที่สำหรับหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มใหญ่สักเรื่อง โดยที่การเล่าเรื่องก็ให้ความบันเทิงตามแบบฉบับหนังฮอลลีวู้ดดีๆ สักเรื่องหนึ่ง ทุกการวนหลูบที่ได้ชมได้ใส่อารมณ์ขันร้ายๆ มาเสริมให้หนังเป็นหนังที่บันเทิงโดยไม่ใส่โทนของหนังโดยรวม และน่าจะเป็นหนังที่สนุกกว่า Oblivion ครับ

บลันท์โดดเด่นที่สุดในคลิปทั้งหมดที่ให้มาดู เป็นตัวละครหญิงแกร่ง เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด โหด บู๊ แต่ขณะเดียวกันก็มีความเป็นผู้หญิงที่ชวนมอง มีการแสดงทางอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ ซับซ้อน และน่าประทับใจครับ

Edge of Tomorrow หรือชื่อเดิม All You Need is Kill ดัดแปลงจากนิยายไซไฟของญี่ปุ่นเรื่อง We Mortals Are ของฮิโรชิ ซากูระซากะ มี ทอม ครูสรับบทเป็นพันโทบิล เคจ ที่ออกไปรบกับเผ่าพันธุ์ต่างดาว และหลังจากเขาถูกฆ่าตายก็ได้พบตัวเองตื่นขึ้นมาอยู่ในสถานการณ์เดิมซ้ำอีก ให้เขาได้แก้ไขเหตุการณ์ไปได้เรื่อยๆให้ตายช้าลงในแต่และครั้ง ระหว่างนั้นก็ได้พบตัวละครของเอมิลี่ บลันท์ ซึ่งมารบเหมือนกัน และเกิดเหตุการณ์เดียวกันกับเขา เธอให้เขามาฝึกการต่อสู้กับเธอ เคจจึงเก่งกาจขึ้นทุกครั้งที่ฟื้นขึ้นมาใหม่ ท้ายที่สุดก็ได้พบว่าตัวเขาอาจเป็นทางรอดเดียวของมวลมนุษยชาติ

หนังกำกับโดยดั๊ก ไลแมน จาก Mr. and Mrs. Smith มีบิล แพ็กซ์ตัน ร่วมแสดงด้วย ออกฉาย 6 มิถุนายน 2014 ครับ

หนังยังได้ปล่อยภาพนิ่งชุดใหม่ของหนังและใบปิดใหม่ของหนังออกมาอีกเมื่อไม่กี่วันนี้ และผมนำมารวมไว้ในบทความนี้เดียวกันซึ่งสามารถคลิกชมได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ภาพแรกของโรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ จากกองถ่าย Avengers: Age of Ultron

first photo rbj at ultron setโรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกทวิตเตอร์ไม่นานนี้ และทำตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ด้วยการส่งภาพแรกของเขาจากกองถ่าย Avengers: Age of Ultron ออกมาให้ชมครับ แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป ไม่มีอะไรมากในภาพเท่าไหร่ (แต่ก็มีคนรีทวีตไป 18,000 กว่าแล้วแหละ) แค่ดาวนี่ย์ในเสื้อผ้าร่วมสีแดงและใส่เสื้อสีเหลืองสะท้อนแสงสำหรับช่างที่ทำงานในตึก ไม่รู้ว่าโทนี่ สตาร์ก แฝงกายเป็นช่างทาสี หรือตั้งใจใส่ให้ดูตลกเล่นครับ ส่วนที่ยืนข้างๆ ก็คือเจเรมี แรทแชม ผู้อำนวยการสร้างของหนัง

ใน Avengers: Age of Ultron จะเป็นกลับมาสวมชุดเกราะเหล็ก Iron Man เป็นครั้งที่ 5 ของดาวนี่ย์ จูเนียร์ และเขายังจะกลับมาอีกครั้งใน Avengers 3 ตามสัญญาล่าสุดที่ทำไว้กับมาร์เวล ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะยังไงสำหรับ Iron Man 4 ครับ แต่ดาวนี่ย์ก็รู้ตัวดีว่าเขาคงไม่อาจเป็นโทนี่ สตาร์ก หรือไอร์ออนแมนได้ตลอดไป เขาให้ความเห็นเรื่องนี้ไว้ในวาไรตี้ฉบับเมื่อเดือนที่แล้วว่า “คุณดูที่อายุของทุกคนก็พอเดาได้ ผมจะเอาตัวเองอยู่รายชื่อบนสุดเลย ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาก็ต้องเริ่มต้นใหม่และใช้คนที่หนุ่มกว่า ผมยังไม่ถึงเวลานั้น ใกล้เคียงที่สุดในเวลานี้ก็คือเป็นผู้เล่นในสัญญาที่เป็นที่รักคนหนึ่งกับค่ายหนังยักษ์ใหญ่ดาวนี่ย์เพิ่งฉลองวันเกิดครบ 49 ไปเมื่อวันที่หนัง Captain America: The Winter Soldier เข้าฉายในสหรัฐ

ส่วนสิ่งที่ดาวนี่ย์บอกได้เกี่ยวกับหนัง Avengers: Age of Ultron ก็คือ “ภาคนี้เป็นหนังภาคต่อที่ทะเยอทะยานมาก ถ้าคุณได้อ่าน มันฉลาด มันแข็งแรง จอส วีดอนเป็นคนที่ฉลาดจริงๆ เด็กสองขวบในตัวผมคลั่งฮอว์คอายมาก และผมคิดว่าเจเรมี เรนเนอร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงเรื่องเยอะมาก ยังมีอีกหลายเรื่องให้ต้องทำเสมอเพื่อให้หนังออกมาดี และผมตื่นเต้นกับภาคนี้มาก

Avengers: Age of Ultron ยังมีคริส เอแวนส์, คริส เฮมส์เวิร์ธ, มาร์ค รัฟฟาโล, เจรเรมี เรนเนอร์, สการ์เลต โจแฮนสัน, อลิซาเบธ โอลเซ่น, แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน ร่วมด้วย พอล เบททานี, เจมส์ สเปเดอร์ และ แซมมวล แอล. แจ็คสันครับ จะเข้าฉายพฤษภาคม 2015

Read more of this post

ผู้อำนวยการสร้าง The Amazing Spider-Man ไม่มีแผนให้ไอ้แมงมุมข้ามค่ายไปพบ Avengers

the amazing spider-man rise of electro trailerน่าจะเป็นข่าวดับฝันของแฟนหลายๆ คนที่อยากให้ไอ้แมงมุมโจนทะยานไปร่วมบู๊กับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ The Avengers หรือแม้แต่ X-Men ครับ แม้ว่าท้ายเครดิตของ The Amazing Spider-Man 2 จะมีฉากของ X-Men: Days of Future Past ก็ตาม เพราะแอวิ แอแรด และแมทธิว โทลแมค ผู้อำนวยการสร้างของหนังชุดนี้บอกว่าไม่มีแผนการให้ข้ามค่ายเช่นนั้นตามที่ให้สัมภาษณ์แก่ IGN

ผมคิดว่าผมคงจะแข็งข้อนิดๆ ในเรื่องนี้ ผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาสักพักจนเราหมดความคิดแล้ว เรายังมีเรื่องราวของ Spider-Man ที่จะเล่าอีกมาก มีเรื่องราวของ The Sinister Six ที่จะเล่าอีกมาก ความสัมพันธ์ระหว่างไอ้แมงมุมกับวีนอมจะดึงโลกอื่นอีกเข้ามา

แอแรดเสริมอีกว่า “แต่เรารู้สึกจริงๆ ว่าเรายังมีเรื่องราวให้เล่าอีกเยอะ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ มีความพิเศษ เขาแตกต่างจากๆ เขาไม่ใช่อเวนเจอร์ส เขาไม่ใช่เอ็กซ์-เมน เขามีความพิเศษและเราจะให้เกียรติมัน

โทลแมคเห็นด้วย “ไอ้แมงมุมใน Avengers เป็นการสร้างความฮือฮา ความฮืออาก็เป็นเรื่องดีได้ แต่มันก็ยังมีเรื่องของธุรกิจด้วย และอีกคำตอบก็คือพวกเขามีเจ้าของที่ต่างบริษัทกัน และยังมีอะไรเหลืออีกเยอะในโลกของโซนี่ มันยังมีธุรกิจเหลืออีกเยอะ เพราะยังมีเรื่องให้เล่าอีกเยอะ

Read more of this post

ภาพแรกของน้องชายของพอล วอล์คเกอร์ ในกองถ่าย Fast and Furious 7

vin diesel and walker brothersยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่าแคเลบ และ โคดี้ วอล์คเกอร์ จะมาช่วยเหลือในส่วนที่พอล วอล์คเกอร์ ยังถ่ายทำ Fast and Furious 7 ไม่เสร็จก่อนเขาเสียชีวิต และภาพนิ่งแรกของทั้งคู่ในกองถ่ายก็ออกมาให้ชมที่เฟซบุคของวิน ดีเซล ครับ

ดีเซลเล่าในเฟซบุคว่า หลังจากได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับน้องแท้ๆ ที่คลานตามกันมาของวอล์คเกอร์แล้ว “ผมต้องบอกพ่อแม่ว่า พวกคุณเลี้ยงลูกมาได้ดีมากๆ

ทั้งคู่จะมาเป็นนักแสดงเข้าฉากแทนพอลในฉากแอ็คชั่นที่ยังเหลืออยู่ และจะมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเพื่อใส่ใบหน้าและปรับรูปร่างให้เหมือนตัวจริงครับ นับว่าเป็นทางออกที่ลงตัวสำหรับทุกฝ่าย

Fast and Furious 7  กำกับโดยเจมส์ วาน จะออกฉาย 10 เมษายน 2015

Read more of this post

22-28 เมษายน 2557 ชมหนังเก่าและใหม่ในเทศกาลหนังต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย

Thailand International Film Destination Festival 2014กองกิจการภาพยนตร์ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดเปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 2 (Thailand International Film Destination Festival 2014) ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ครับ ซึ่งจุดประสงค์หลักของงานก็คงใช้ภาพยนตร์มาช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว หรือช่วยดึงทีมผู้สร้างจากฮอลลีวู้ดให้มาถ่ายทำหนังในไทยครับ และก็ได้มีการนำหนังทั้งเก่าและใหม่มาฉายให้ชมตลอดวันที่ 22-28 เมษายน 2557 ที่พารากอน ซินีเพล็กซ์ ครับ

หนังเก่าที่น่าสนใจของงาน ซึ่งถ้าคุรยังไม่เคยชมแบบฉายโรง ก็ได้แก่ Good Morning Vietnam หนังที่ใช้ทำเลของเชียงใหม่เป็นสถานที่ถ่ายทำแทนเวียดนาม มีโรบิน วิลเลียมส์ นำแสดง และมีคุณจินตหรา สุขพัฒน์ รับบทสมทบ นอกจากนี้ก็ยังมีหนังสงคราม 3 รางวัลออสการ์ The Killing Fields, หนังเจมส์ บอนด์ Tomorrow Never Dies และ The Man with the Golden Gun

ส่วนหนังใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผมก็คงเป็นหนังภาคต่อ Ninja 2: Shadow of a Tear หนังบู๊ที่นำแสดงโดยสก็อต แอดกินส์ และ Bhaag Milkha Bhaag หนังชีวประวัตินักวิ่งมาราธอนและนักกีฬาโอลิมปิคจากอินเดีย ที่ได้รางวัลและเข้าชิงจากเวทีรางวัลทั้งในและต่างประเทศ เป็นหนังทำเงินติดอันดับของอินเดียในปี 2013 และยังเป็นตัวแทนส่งเข้าชิงรางวัลออสการ์ปีนี้ของอินเดียด้วยครับ

หนังบางรอบมีการเปิดให้ถาม-ตอบนักแสดงและทีมงานด้วย ตรวจสอบตารางได้ที่เว็บไซต์ทางการ

Read more of this post

จอส วีดอน ปล่อยหนังเรื่องใหม่ In Your Eyes ให้ชมผ่านทางเน็ตแล้ว ด้วยราคา $5

In Your Eyes joss whedonแม้ว่าจะยุ่งกับการถ่ายทำ Avengers: Age of Ultron ที่จะออกฉายปีหน้า ผู้กำกับจอส วีดอน ก็ยังมีโครงการหนังเล็กๆ ส่วนตัวเป็นงานด้านการทดลองของเขา และผลงานล่าสุด In Your Eyes ก็ดูเหมือนจะเป็นการทดลองรูปแบบในการจัดจำหน่ายแบบใหม่ครับ

หนังเป็นงานเขียนบทและอำนวยการสร้างของวีดอน โดยให้บริน ฮิลล์ มารับหน้าที่กำกับ ซึ่งเพิ่งเปิดฉายรอบปฐมทัศน์โลกไปสดๆ ร้อนๆ ในเทศกาลหนังไตรเบคา วีดอนไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ส่งคลิปวีดีโอไป และบอกว่า “นี่ไม่ใช่แค่การฉายรอบปฐมทัศน์โลกของหนัง แต่ยังเป็นวันฉายพร้อมกันทั่วโลกด้วย เพราะตอนนี้คุณสามารถชม In Your Eyes ผ่านเครื่องมือทางอินเตอร์เน็ต-เคเบิลได้ทุกชนิด” ซึ่งวิธีที่วีดอนว่าก็คือเข้าไปที่เว็บไซต์หนัง InYourEyesMovie.Com ครับ ที่จะพาคุณไปชมผ่านคลิปหนังที่ลงไว้ที่เว็บไซต์ vimeo ด้วยราคา 5 เหรียญ (หรือราว 160-170 บาท) และจะออนไลน์ให้โหลดชมเพียง 72 ชั่วโมงจากนี้เท่านั้น

หนังเป็นผลงานสร้างเรื่องที่สองของบริษัทเบลล์เวเธอร์ พิคเจอร์ส ที่วีดอนร่วมก่อตั้งกับไค โคล ภรรยาของเขา ซึ่งหนังเรื่องแรกก็คือ Much Ado About Nothing หนังเช็คสเปียร์ที่เอามาตีความใหม่ที่วีดอนกำกับเอง โคลบอกในแถลงการร่วมกันว่า “เรามีแผนมาตลอดที่จะจัดฉายหนัง In Your Eyes ในหนทางใหม่ที่น่าตื่นเต้น เป็นที่รู้กันว่ารูปแบบในการจัดจำหน่ายนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และก็มีเครื่องมือที่เราคนทำหนังจะใช้เผยแพร่ ซึ่งคงเป็นเพียงแค่ฝันถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อน

ผมว่า”หนทางใหม่ที่น่าตื่นเต้น” เป็นคำสัมคัญในที่นี้ครับ นี่จะเป็นการชมหนังแบบใหม่ในอนาคตหรือไม่ ที่ที่ผู้ชมชมได้จากที่บ้านได้โดยตรงโดยไม่ต้องเข้าโรงหนัง ไม่ต้องเข้าแถวซื้อตั๋ว ไม่ต้องผจญเรื่องน่ารำคาญต่างๆ ในโรง ถ้าคุณสามารถมีเครื่องรับและระบบเสียงที่ดีพอ และโรงหนังอาจมีไว้เพื่อหนังฟอร์มยักษ์ ขายเทคนิคตระการตาแบบ Avatar หรือ The Avengers เท่านั้น คล้ายกับที่ที่จอร์จ ลูคัส กับ สตีเวน สปีลเบิร์ก เคยทำนายไว้

ผู้สร้างให้นิยามว่าเป็นหนังโรแมนติกเหนือธรรมชาติครับ เป็นเรื่องราวของรีเบคกา (ซูอี้ แคแซน) แม่บ้านที่มีชีวิตน่าเบื่อหน่าย และใช้ชีวิตอยู่ตามงานค็อกเทลปาร์ตี้เพื่อหนีจากชีวิตอันเปลี่ยวเหงาของการเป็นภรรยาที่ถูกละเลยของคุณหมอคนหนึ่ง กับดิแลน (ไมเคิล สแตห์ล-เดวิด) อดีตนักโทษผู้มีเสน่ห์ที่หลังจากใช้โทษแล้วก็อยากเริ่มต้นชีวิตอย่างสดใหม่ ทั้งคู่ตกหลุมรักกันแบบแปลกๆ เพราะต่างก็อยู่กันคนละฝั่งของประเทศ แต่ก็เชื่อว่าพวกเขาสามารถสื่อจิตถึงกันได้

บริน ฮิลล์ ผู้กำกับของหนังอธิบายเพิ่มเติมถึงโครงเรื่องว่า “เป็นเรื่องราวของคนสองคน ฮีโร่ผู้เปลี่ยวเหงาตามฉบับของจอส ที่หาวิธีที่จะหลุดจากสภาพอันจำกัดของตัวเอง แล้วผนึกกำลังกัน เหมือนกับ The Avengers หรืออย่างอื่นที่เขาทำ และหาการโยงใยหากันและความหมาย

คลิกชมคลิป 3 นาทีแรกของหนังก่อนตัดสินใจชม คลิปแถลง และใบปิดของหนังได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ตัวอย่างซับไทย: Enemy, The Quiet Ones, 13 Sins, Haunt และ Le Week-End

enemy thai sub trailerผู้จัดจำหน่ายหนังของบ้านเราได้ปล่อยตัวอย่างหนังฉบับซับไตเติ้ลไทยของหนังที่กำลังจะเข้าฉายในพฤษภมคมแะลมิถุนายนออกมาหลายเรื่องในช่วงนี้ครับ หลายเรื่องเป็นตัวอย่างหนังที่เราเคยนำเสนอไปก่อนแล้วตอนที่ยังไม่มีซับไทยออกมา ได้แก่ Enemy ซึ่งใช้ชื่อไทยว่า “ล่าตัวตน คนสองเงา” ที่เป็นการกลับมาร่วมงานของเจค จิลเลนฮอลกับผู้กำกับจาก Prisoners อีกครั้ง (พื้นที่โฆษณา เป็นหนังที่ผมแปลซับเป็นเรื่องถัดไปที่จะออกฉายด้วย) และก็ยังมีหนังสยองขวัญเรื่อง The Quiet Ones ดัก จับ ผี จากผู้สร้าง The Woman in Black ตัวอย่างสองเรื่องนี้จัดจำหน่ายโดยเอ็ม พิคเจอร์ส

นอกจากนี้ยังมี 13 Sins หนังรีเมกจาก 13 เกมสยอง, Haunt หนังสยองขวัญแนวบ้านผีสิงเรื่องใหม่ และ Le Week-End หนังรักวัยชรา จากผู้กำกับ Notting Hills ครับ สามเรื่องหลังนี้จัดจำหน่ายโดยมงคลเมเจอร์ครับ

คลิกชมตัวอย่างทั้งหมดได้ที่ด้านใน

Read more of this post

กอล์ฟ อัครา อมาตยกุล พูดถึงตัวละครและเบื้องหลังการถ่ายทำ “ไพรดิบ”

spirit war image 09ก่อนที่กอล์ฟ อัครา อมาตยกุล จะเลิกรับงานแสดงภาพยนตร์ “ไพรดิบ” เป็นหนึ่งผลงานที่คุณกอล์ฟได้แสดงเอาไว้ก่อนหน้านั้นเมื่อ 4 ปีก่อนครับ แต่เมื่อหนังจะเข้าฉาย 8 พฤษภาคมนี้ ก็ยังสละเวลาร่วมประชาสัมพันธ์หนังด้วยการบอกเล่าเกี่ยวกับตัวละคร เหตุผลที่ร่วมแสดง และเบื้องหลังการถ่ายทำที่ต้องเล่นกับจอกรีนสกรีนและโหนสลิงต่างๆ ที่ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโลโก้ โมชัน พิคเจอร์ส ได้ส่งบทสัมภาษณ์นี้มาให้เราครับ คิดว่าน่าจะถูกใจแฟนๆ ของคุณกอล์ฟ ที่ยังคิดถึงกันอยู่ครับ อ่านสัมภาษณ์ได้ตามด้านล่างนี้เลยครับ

พูดถึงตัวละคร”ไพร” ที่รับบท

ไพรดิบ ในหนังเรื่องผมต้องเป็นบุตรของวายุ มนุษย์หนุ่มและสารแดง ภูตสาวครึ่งมนุษย์ครึ่งภูตที่ได้อยู่กินกัน ซึ่งได้รับการเลี้ยงดูจากพญานาคี
จึงได้รับการถ่ายทอดวิชาการต่อสู้คาถาอาคมที่เก่งกล้าซึ่งตัวไพรเองเขามีภารกิจที่ต้องตามหาของวิเศษ 3 อย่าง โดยต้องเดินทางออกตามหา”ว่านฟ้า” ภูติสาวซึ่งรับบทโดย (แพร-พิมพ์ลดาไชยปรีชาวิทย์)นางเอกของเรื่องที่จะพาเขาไปหาของวิเศษเหล่านั้นเพื่อเอากลับมาชุบชีวิตพญานาคีเพื่อไปต่อสู้กับมันตรัยตัวร้ายของเรื่อง”

Read more of this post

คลิปแอบถ่าย Godzilla ตั้งท่าปะทะ Muto จากงานวันเดอร์คอน และตัวอย่างทางทีวีตัวใหม่

godzilla new tv spotเดือนที่แล้ว ได้รับเชิญจากวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ประเทศไทย ให้ไปชมฟุตเตจหนัง Godzilla ที่โรงหนัง SF มาบุญครองครับ หลายส่วนจากฟุตเตจได้ปล่อยให้ชมผ่านโฆษณาทางทีวีและคลิปจากหนังหลายตัวแล้ว แต่ความรู้สึกของการชมจอเล็กทางยูทูบกับจอใหญ่บนโรงหนังแตกต่างกันมาก อรรถรสบนจอใหญ่เหลือกว่ามากเวลาที่เห็นเจ้าอสุรกายหรือฉากตึงเครียดต่างๆ ผู้กำกับกาเร็ธ เอ็ดเวิร์ด ได้แสดงทักษะอันยอดเยี่ยมในการเล่าเรื่องได้ดีมาก หนึ่งฉากสำคัญที่ผมได้ดูครั้งหนึ่งได้มีการนำไปฉายในวานวันเดอร์คอน และมีคนแอบถ่ายเอามาลงอินเตอร์เน็ตครับ เพียงแต่ว่ามีความยาวมากกว่าจนถึงฉากที่เผยตัวมิวโต อสุรกายอีกตัวที่มีบทบาทในหนังด้วย

ฉากเด่นที่ผมได้ดู เริ่มตั้งแต่ตอนที่ก็อดซิลลาหลบเรือรบแล้วขึ้นจากผิวน้ำจนก่อสึนามิและผู้คนแตกตื่น หนังเล่าฉากนี้ได้ระทึกมากตั้งแต่เด็กหญิงเห็นน้ำทะเลแห่งไปจากชายหาด และกล้องก็ติดตามเด็กผู้หญิงคนนี้กับพ่อเอาตัวรอดจากสึนามิ และยังมีฉากที่กล้องไล่ติดตามสุนัขตอนที่คลื่นกำลังมาด้วย และเมื่อเผยตัวก็อดซิลลาที่ไม่เต็มตัวนักผ่านสายตาผู้คนบนยอดตึก มันดูน่าเกรงขามไม่ต่างจากการเผยตัวของทีเร็กซ์ใน Jurassic Park เลย

คลิปที่แอบถ่ายมีฉากเพิ่มเติมต่อเนื่องจากนั้นไปถึงตอนที่มิวโตปรากฏกายจู่โจมรถไฟฟ้า และก็อดซิลลาก็โผล่ออกมาตั้งท่าเตรียมปะทะครับ

ผมใส่คลิปเพิ่มเติมของตัวอย่างทางทีวีล่าสุดมาในบทความนี้ด้วย หนังเรื่องนี้จะสร้างปรากฏการณ์หนังซัมเมอร์ของปีนี้แน่ๆ ครับ เชิญชมคลิปด้านใน

Read more of this post

เควิน ไฟกี บอกใบ้ว่าฉากพลิกผันใน Captain America 2 จะมีผลต่อโลกภาพยนตร์มาร์เวลยังไง

Captain America Winter Soldier Avengers Towerหลังจาก Captain America: The Winter Soldier ออกมาฉาย 2 สัปดาห์แล้ว เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่ก็คงได้รู้แล้วว่าหนังมีจุดพลิกผันยังไง และมีอะไรซ่อนเร้นอยู่บ้างที่อาจเกี่ยวเนื่องต่อภาพยนตร์ในอนาคตของเครือมาร์เวล ก็น่าจะเหมาะแก่เวลาที่จะเล่าข่าวนี้ครับ ที่เควิน ไฟกี ประธานของมาร์เวลเล่าว่าเนื้อเรื่องส่วนนั้นจะกระทบหนังมาร์เวลในอนาคตยังไงบ้าง แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ชม ขอเตือนก่อนว่าบทความนี้เล่าฉากพลิกผันสำคัญในหนัง คุณอาจไม่เซอร์ไพรส์ถ้ารู้ก่อน

จุดพลิกผันสำคัญของ Captain America: The Winter Soldier ที่กำกับโดยพี่น้องรุสโซ่ก็คือ หนังได้เปิดเผยว่าความจริงแล้ว S.H.I.E.L.D. มีองค์กรไฮดราแฝงตัวอยู่อย่างลับๆ และคิดจะใช้ S.H.I.E.L.D. เป็นฉากบังหน้าในการก่อการร้ายตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อถึงตอนจบของหนัง องค์กรที่เป็นฐานให้ The Avengers จึงได้ยุบตัวเอง เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าใครบ้างในองค์กรที่เป็นคนของไฮดรา

ในเมื่อ S.H.I.E.L.D. ไม่มีอยู่ต่อไปแล้ว “เมื่อ The Avengers มารวมตัวกันในหนังภาคต่อไป จะมีแค่พวกเขาเท่านั้น เราคิดว่าน่าจะสนุกดีที่จะใช้ตรงนี้มาเปลี่ยนพลังขับเคลื่อนของ The Avengers” ไฟกีบอก และเสริมว่า “โทนี่ สตาร์ก ยึด The Avengers ไป ตามที่เคยเป็นผู้สนับสนุนให้ในฉบับคอมมิค…คุณสังเกตไหมว่ามีช็อตแว้บๆ ที่ฉายให้เห็นสตาร์กทาวเวอร์ในหนัง มันเปลี่ยนจากเดิมแล้ว มีตัว A ตัวใหญ่อยู่บนตึกนั้นแล้ว

Read more of this post

ผู้กำกับชิงออสการ์สร้างหนังตีแผ่การล่วงละเมิดทางเพศในฮอลลีวู้ด มีคดีไบรอัน ซิงเกอร์ อยู่ในหนัง

??????????????????????????????????????ข่าวใหญ่ของวงการฮอลลีวู้ดใน 2-3 วันมานี้ คงไม่พ้นข่าวที่ผู้กำกับไบรอัน ซิงเกอร์ จาก X-Men: Days of Future Past ถูกฟ้องข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนผู้เยาว์ครับ และดูเหมือนว่าคดีของเขาก็กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของหนังสารคดีตีแผ่การล่วงละเมิดทางเพศในวงการฮอลลีวู้ดด้วย ซึ่งจะเป็นผลงานสร้างของเอมี เบิร์ก ผู้กำกับหญิงที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Deliver Us from Evil ในปี 2006 ซึ่งตีแผ่การล่วงละเมิดทางเพศในศาสนจักรนิยายโรมันคาธอลิก

เธอยังเคยทำหนังสารคดี West of Memphis ในปี 2012 ที่ปีเตอร์ แจ็คสัน อำนวยการสร้าง ที่บอกเล่าเรื่องราวคดีดังของสามวัยรุ่นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมเด็กในปี 1993 ที่ถูกดำเนินคดีโดยขาดหลักฐานด้วย

ซิงเกอร์เพิ่งถูกฟ้องโดยไมเคิล เอฟ. อีแกน ที่สาม ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งอีแกนได้กล่าวอ้างว่าตอนที่เขาเป็นวัยรุ่นในยุค 90 เขาถูกมอมยา ถูกใช้ปืนขู่ และถูกข่มขืนนับครั้งไม่ถ้วนในปาร์ตี้สระน้ำ ที่จัดโดยมาร์ค คอลลินส์-เร็คเตอร์ ผู้ต้องหาที่ถูกขึ้นทะเบียนประวัติว่าเป็นอาชญากรทางเพศ และสารภาพว่ามีความผิดในปี 2004 ข้อหาล่อลวงผู้เยาว์เพื่อกระทำการทางเพศ โดยอีแกนเป็นหนึ่งในผู้ฟ้องร้องด้วย

อีแกนอ้างว่าคอลลินส์-เร็คเตอร์ ได้แนะนำเขาให้ซิงเกอร์ ตอนที่เขาอายุ 15 และซิงเกอร์ก็บังคับให้เขามีเพศสัมพันธ์ด้วยโดยสัญญาว่าจะให้เล่นหนัง

ผู้ฟ้องร้องบอกด้วยว่าแม่ของเขาเคยติดต่อตำรวจแอลเอ ซึ่งต่อมาส่งคดีให้เอฟบีไอ แต่คดีก็เงียบหาย จนในช่วงปี 2000 ได้มีการยื่นฟ้องคดีโดยอีแกน แต่ไม่มีชื่อของซิงเกอร์อยู่ในรายชื่อของผู้ต้องหา ซึ่งเอฟบีไอให้ความเห็นว่าเป็นรื่องตลกที่มีการพูดทำนองว่าเอฟบีไอละเลยหลักฐานในคดีที่เด็กเป็นเหยื่อกาชญากรรมทางเพศ เอฟบีไอดำเนินการทุกคดีเมื่อมีหลักฐานพร้อม มาร์ติน ซิงเกอร์ ทนายของไบรอัน ซิงเกอร์ กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า “ถ้าซิงเกอร์ทำอะไรผิด เขาคงมีชื่ออยู่ในคดีฟ้องร้องก่อนหน้านี้แล้ว

ในรายงานบอกว่าบริศัทของผู้กำกับเบิร์กได้ติดต่อไปยังอีแกนเพื่อจะนำเสนอในหนัง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะมีการสัมภาษณ์เขาออกกล้องไหม “พวกเขาบอกว่ากำลังทำหนังสารคดี ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยคนในวงการภาพยนตร์ พวกเขากำลังทำหนังเกี่ยวกับเด็กหลายคน ที่ตอนนี้เป็นผู้ใหญ่ และออกมาเปิดเผยตัวในตอนนี้” แหล่งข่าวใกล้ชิดของอีแกนบอก

ยังไม่แน่ชัดในตอนนี้ว่าคดีความจะส่งผลต่อหนัง X-Men: Days of Future Past แค่ไหน แต่ซิงเกอร์ได้ยกเลิกการปรากฏตัวในสองงานใหญ่ที่จะใช้ประชาสัมพันธ์หนังแล้ว หนึ่งในนั้นคืองานวันเดอร์คอนที่ซิงเกอร์จะไปนำเสนอหนัง ฟ็อกซ์ได้ส่งไซมอน คินเบิร์ก ผู้เขียนบทไปแทน ขณะที่ซีรี่ส์ชุด Black Box ที่กำลังจะออกฉายทางสถานีเอบีซี ผลงานกำกับของซิงเกอร์ที่ใช้ทุนสูงเท่ากับหนัง ทางสถานีได้ตัดต่อโฆษณาใหม่ในส่วนที่มีการอ้างชื่อถึงซิงเกอร์

ซิงเกอร์ไม่ได้ถูกฟ้องร้องในลักษณะนี้เป็นครั้งแรก เขาเคยถูกฟ้องในปี 1997 จากนักแสดงผู้เยาว์หลายคนที่อ้างว่าซิงเกอร์ให้พวกเขาเปลือยเพื่อถ่ายฉากในห้องอาบน้ำ ของหนังเรื่อง Apt Pupil ที่ซิงเกอร์กำกับ แต่คดีถูกยกเลิกเพราะหลักฐานอ่อน

ที่มา: วาไรตี้

Read more of this post

แด่ทุกคนที่มีวัยเด็กอันโชกโชน ตัวอย่างฉบับเต็มของ Stand By Me Doraemon เผยโฉม

stand by me doraemon trailerนับตั้งแต่คู่หูนักวาดการ์ตูนเจ้าของนามปากกา ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ (ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ และ โมโตโอะ อะบิโกะ) ร่วมกันให้กำเนิดการ์ตูนขวัญใจเด็กชุด “โดราเอมอน” ในปี 1969 กลายเป็นทั้งหนังการ์ตูนชุดทางทีวี และได้รับความนิยมจนมีการสร้างเป็นหนังออกมาเรื่อยๆ ทุกปี และปีนี้ การ์ตูนชุดนี้ก็กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการอัพเกรดตัวเองเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องยาว 3D เป็นครั้งแรก ออกฉายสิงหาคมปีนี้ในญี่ปุ่นซึ่งเป็นปีครบรอบอายุ 80 ปี ของฮิโรชิ ฟุจิโมโตะด้วยครับ

หนังใช้ชื่อว่า Stand By Me Doraemon ครับ เป็นการร่วมกันกำกับครั้งที่สองของทาคาชิ ยามาซากิ จาก Always: Sunset on Third Street และ Space Battleship Yamato กับริวอิชิ ยากิ จาก Moyashimon 3D ที่ใช้เวลาใช้เวลาสร้างมากกว่า 3 ปี

หนังเริ่มต้นงานสร้างด้วยการให้นักพากย์มาลงเสียงตัวละครก่อน แล้วค่อยสร้างตัวการ์ตูนให้ออกมาสอดคล้องกับเสียงซึ่งเป็นวิธีที่การ์ตูนญี่ปุ่นไม่ค่อยทำกัน แล้วถ่ายทำข้าวของจริงกับฉากจำลองย่อส่วนเป็นฉากแบล็คกราวด์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาทั้งดูสมจริง งดงาม แปลกตา และคงเสน่ห์ดั้งเดิมของตัวละครชุดนี้ไว้ครบถ้วน

เรื่องราวหลักๆ ในหนังจะเป็นการดึงมาจากสามตอนดังของฉบับหนังสือการ์ตูนเป็นหลัก ประกอบด้วย “All the Way from a Future Land” ตอนที่โดราเอมอนเดินทางมาจากอนาคตแล้วพบกับโนบิตะเป็นครั้งแรก, “Farewell, Doraemon” ตอนที่โดราเอมอนอำลา และ “The Night Before Nobita’s Wedding” ตอนที่โนบิตะแต่งงานกับชิซูกะ

ตัวอย่างหนังฉบับเต็มใช้เพลงธีมที่แต่งโดย ฮาตะ โมโตฮิโระ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อออกมาครับ เปิดเรื่องด้วยข้อความว่า “Doraemon จะจบลงในฤดูร้อนนี้แล้วหรือ” และก็มีฉากที่โดราเอมอนบอกโนบิตะว่า “ฉันอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว” แล้วตัวอย่างหนังก็พาเราไปดูฟุตเตจให้น่าประทับใจ มีฉากคอปเตอร์ไม้ไฝ่ที่ผู้กำกับบอกว่าอยากให้ได้ชมเป็นพิเศษในแบบ 3D จนไปถึงฉากตอนโตของโนบิตะกับชิซูกะที่ไปติดพายุหิมะอยู่ด้วยกัน และฉากการจากลาที่น่าจะทำให้แฟนๆ ต้องน้ำตาซึม

ผู้สร้างบอกในตัวอย่างหนังว่า “แด่ทุกคนที่มีวัยเด็กอันโชกโชน” ครับ และทุกคนที่มีวัยเด็กอันโชกโชนร่วมมากับโดราเอมอนกับผองเพื่อนก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ยังไม่มีรายงานว่าค่ายหนังไหนได้ซื้อมาฉายในบ้านเราหรือยัง แต่เรามีหนังโดราเอมอนฉายทุกปีอยู่แล้ว คิดว่าก็น่าจะได้ชมกันเหมือนเคย

ชมตัวอย่างหนังได้ที่ด้านในพร้อมตัวอย่างแรกที่ออกมาก่อนหน้านี้ครับ

Read more of this post

ท้ายเครดิต The Amazing Spider-Man 2 มีฉาก X-Men: Days of Future Past และทำไม

xmen dofp image 02The Amazing Spider-Man 2 เข้าฉายแล้วในสหราชกาณาจักรครับ และทำให้ผู้ชมตื่นเต้นปนสับสนกันพอสมควรเมื่อท้ายเครดิตของหนังมีฉากของ X-Men: Days of Future Past ที่เป็นฉากของมิสติก (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์), โท้ด (เอแวน จอนิกคีท) และฮาว็อก (ลูคัส ทิลล์) ร่วมมือกันเล่นงานวิลเลียม สไตรเกอร์ (จอช เฮลแมน)

บ้างเดาว่าฉากดังกล่าวเป็นความผิดพลาดของโรงฉาย บ้างบอกว่าโซนี่ พิคเจอร์ส กับฟ็อกซ์ อาจจะมีหนังร่วมกันรึเปล่า แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ทั้งคู่ครับ ตามที่วาไรตี้สืบทราบมา

เบื้องหลังของการใส่ฉากดังกล่าวมาจากข้อตกลงข้ามค่ายที่เกี่ยวข้องกับสัญญาการทำงานของผู้กำกับมาร์ค เว็บบ์ ครับ

ในรายงานบอกว่าเว็บบ์จำเป็นต้องกำกับหนังให้ฟ็อกซ์ เสิร์ชไลท์ อีกเรื่อง ต่อจาก 500 (Days) of Summer แต่การที่เว็บบ์ต้องมากำกับ The Amazing Spider-Man 2 ให้แก่โซนี่ พิคเจอร์ส ทำให้การทำข้อตกลงดังกล่าวต้องล่าช้าไปด้วย

เมื่อเป็นดังนั้นแล้ว ฟ็อกซ์จึงขอให้โซนี่ช่วยประชาสัมพันธ์หนังให้ฟรีๆ โดยการใส่ฉาก X-Men: Days of Future Past ที่ท้ายเครดิตของ The Amazing Spider-Man 2 เพื่อแลกกับการยินยอมให้เว็บบ์มากำกับหนัง โซนี่เห็นว่าจะเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะการใส่ฉากท้ายเครดิตเข้ามาก็จะช่วยสร้างกระแสให้ด้วยแบบเดียวกับที่แฟนๆ รอดูฉากท้ายเครดิตของหนังในเครือมาร์เวล

แต่แม้ว่าจะมีการใส่ฉากเข้ามาแบบนี้ ในรายงานบอกว่า ทั้งสองค่ายไม่มีแผนที่จะร่วมกันสร้างหนังให้ X-Men มาพบกับ Spider-Man ครับ

Read more of this post

เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประกาศรายชื่อหนังที่ได้รับเลือกให้เข้าประกวดและฉายประจำปี 2014

cannes 2014 bannerเมื่อบ่ายวันนี้ (17 เมษายน) ตามเวลาในบ้านเรา เธียรี่ เฟรโมซ์ ประธานฝ่ายคัดเลือกภาพยนตร์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ได้ประกาศรายชื่อหนังที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดและฉายแสดงประจำการจัดงานครั้งที่ 63 หรือประจำปี 2014 ครับ ซี่งเฟรโมซ์เปิดเผยว่ามีหนังมาให้คัดเลือกันถึง 1,800 เรื่อง จาก 28 ประเทศ และมีหนังผ่านเข้ามาทั้งหมด 49 เรื่อง โดยในจำนวนนั้นเป็นหนังที่กำกับโดยผู้กำกับหญิง 15 คน

ในบรรดาหนังที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา ปีนี้ไม่ค่อยมีผู้กำกับจากอเมริกันครับ แต่จะเป็นหนังที่มีนักแสดงที่เป็นที่รู้จักระดับอินเตอร์อยู่เยอะมาก ซึ่งในสายประกวดจะมีทั้งหมด 18 เรื่อง และมี Grace of Monaco ของผู้กำกับโอลิเวียร์ ดาฮาน ที่นำแสดงโดยนิโคล คิดแมน ในบทเจ้าหญิงเกรซ เป็นหนังฉายเปิดเทศกาล ซึ่งเฟรโมซ์บอกว่าจะเป็นหนังในฉบับของผู้กำกับเอง ต่างจากฉบับที่ไวน์สตีนจัดจำหน่ายครับ

หนังเรื่องอื่นในสายประกวดก็เช่น Foxcatcher ของผู้กำกับเบ็นเน็ต มิลเลอร์ จาก Moneyball ที่นำแสดงโดยสตีฟ แคเรล, มาร์ค รัฟฟาโล และแชนนิ่ง เททั่ม, The Captive ของผู้กำกับอะตอม อีโกยาน นำแสดงโดยไรอัน เรย์โนลด์, สก็อต สปีดแมน และโรซาริโอ ดอว์สัน, The Map to the Stars ของผู้กำกับเดวิด โครเนนเบิร์ก นำแสดงโดยจูลีแอน มัวร์, โรเบิร์ต แพททิสัน, จอห์น คูแซ็ค และมีอา วาสิโกวสกา, The Homesman ของทอมมี ลี โจนส์ ที่โจน์นำแสดงด้วย ประกบฮิลารี สแวงก์, เจมส์ สเปเดอร์ และเมอริล สตรีป ซึ่งจะถือว่าเป็นการกลับสู่คานส์ครั้งแรกของสตรีปนับจาก A Cry in the Dark ในปี 1989, The Search หนังสงครามรีเมกของผู้กำกัมิเชล ฮาซานาวิเชียส จาก The Artist นำแสดงโดยเบเรนีซ เบโจ และแอนเน็ต เบนนิ่ง, Clouds of Sil Maria ของผู้กำกับโอลิเวีย แอสเซแยส นำแสดงโดยจูเลียต บินอช และคริสเทน สต๊วร์ต, Two Days, One Night ของพี่น้องผู้กำกับฌอง-ปิแอร์ และลุค ดาร์แดง จาก A Kind with a Bike นำแสดงโดยมาริยง โกติยาร์, Goodbye to Language หนัง 3D ของผู้กำกับตำนานภาพยนตร์ฝรั่งเศส ฌอง-ลุค โกดาร์ด, และ Mr. Turner ของไมค์ ลีห์ เป็นต้น

ในสาย Un Certain Regard ซึ่งเป็นสายประกวดของหนังผู้กำกับรุ่นใหม่และดาวรุ่ง มี Lost River (ชื่อเดิม How to Catch a Monster) ผลงานกำกับเรื่องแรกของไรอัน กอสลิ่ง เข้าร่วมด้วย ส่วนหนังที่ได้รับเลือกให้มาฉายแสดง แต่ไม่ได้ประกวดก็ประกอบด้วย How to Train Your Dragon 2 ของผู้กำกับดีน เดอบลอยส์, The Rover ของผู้กำกับเดวิด มิชอด นำแสดงโดยโรเบิร์ต แพททิสัน และ Coming Home ของจางอวี้โหมว เป็นต้นครับ

เจน แคมเปียน ที่เคยได้รางวัลจากเทศกาลนี้จากหนัง The Piano มารับหน้าที่เป็นประธานกรรมการของหนังสายประกวด และแอบเดลลาทิฟ เคชิช ผู้กำกับจาก Blue is the Wormest Color ที่คว้ารางวัลเมื่อปีที่แล้ว จะมารับหน้าที่ประธานกรรมการของสาย Un Certain Regard ครับ

ปีนี้ หนังใช้รูปของมาร์เซลโล มาสโทรอิอานนี จากหนัง 8 1/2 มาเป็นภาพใบปิด และเทศกาลจะเริ่มระหว่าง 15-25 พฤษภาคมปีนี้ครับ คลิกดูรายชื่อเป็นภาษาอังกฤษของหนังที่ได้เข้าฉายทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างหนังสุดท้ายของ X-Men: Days of Future Past ออกมาประจัญบาน

xmen dofp final trailerถ้าคิดว่าตัวอย่างก่อนหน้านี้ของ X-Men: Days of Future Past ยอดเยี่ยมและเอพิกแล้ว ตัวอย่างสุดท้ายยอดเยี่ยมและเอพิกยิ่งกว่า เป็นการเก็บของดีที่สุดไว้ทีหลังเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าประทับใจในตัวอย่างหนังที่บอกเราว่าน่าจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สนุก มันส์ เข้มเข้น น่าตื่นตา และมีอารมณ์ขันแล้ว หลายฉากจากตัวอย่างหนังได้แสดงให้เห็นถึงการใช้ภาพเล่าเรื่องและการสร้างฉากที่ไม่ธรรมดาของผู้กำกับด้วย หนัง Avengers: Age of Ultron อาจต้องคิดหนักในแง่การภาพฉากไวปานปรอทของตัวละครนี้เลย เพราะซิงเกอร์แย้มฉากนี้ให้ดูในตัวอย่างได้อย่างงามและน่าตื่นเต้นมาก เป็นหนังที่น่าตั้งตารอคอยจริงๆ ครับ

X-Men: Days of Future Past ดัดแปลงจาก Uncanny X-Men เล่มที่ 141 และ 142 ที่ตีพิมพ์ในปี 1981 สร้างสรรค์โดยคริส แคลร์มองต์ และจอห์น บิร์น เล่าเรื่องราวของอนาคตคู่ขนานที่เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถูกตามล่าและฆ่าโดยหุ่นยักษ์เซ็นทินัล ทำให้ต้องส่งวูล์ฟเวอรีนย้อนเวลามาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตที่นำไปสู่เรื่องราวนั้น

หนังใช้ชื่อไทยทางการว่า “X-เม็น: สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต” กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์ นำแสดงโดยไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, เจมส์ แม็คเอวอย, เอียน แม็คเคลเลน, แพทริค สจ๊วร์ต, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, ฮิวจ์ แจ็คแมน, เอลเลน เพจ, นิโคลาส โฮลท์, เฮลลี เบอรี, แอนนา พาควิน, ชอว์น แอสมอร์, โอมาร์ ไซ, เอแวน ปีเตอร์ส, ปีเตอร์ ดิงค์ลาจ, ฟ่านปิงปิง และลูคัส ทิลล์ ร่วมแสดงครับ ออกฉาย 22 พฤษภาคม 2014 ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

แชนนิ่ง เททั่ม พบผู้อำนวยการสร้าง X-Men เพื่อคุยเรื่องการรับบทแกมบิท

channing tatumดูเหมือนว่าการที่แชนนิ่ง เททั่ม จะรับบทเป็นแกมบิท มนุษย์กลายพันธุ์ผู้ที่สามารถอัดพลังลงในสิ่งของแล้วปาเป็นอาวุธได้ ในหนังชุด X-Men คืบหน้ามาอีกขั้นครับ หลังจากที่ทั้งเททั่มเปรยๆ ว่าเขาอยากรับบทเป็นตัวละครนี้ และผู้อำนวยการสร้างลอเรน ชูเลอร์ ดอนเนอร์ ก็อยากได้เขามารับบทแทนเทย์เลอร์ คิทช์ อย่างมาก ล่าสุด เททั่มได้เปิดเผยแก่เอ็มทีวีครับว่า เขาได้พบปะเพื่อพูดคุยกับดอนเนอร์เกี่ยวกับการรับบทนี้แล้ว

ผมได้พบกับลอเรน ชูเลอร์ ดอนเนอร์ แล้ว ผมอยากที่จะ… แกมบิทเป็นตัวละคร X-Men เดียวที่ผมอยากเล่นจริงๆ ผมรักทุกตัวนั่นแหละ พวกเขายอดเยี่ยมกันหมด แต่ไม่รู้สิ อาจเพราะเป็นคนมาจากแดนใต้ พ่อของผมมาจากหลุยเซียนา และผมมาจากมิสซิสซิปปี้ รัฐอลาบามา และฟลอริดา ไม่รู้สิ ผมรู้สึกเกี่ยวข้องกับเขา ผมอยากให้ลงเอยกันได้ เราไม่รู้หรอก อุตสาหกรรมนี้ออกจะประหลาด ถ้าทุกอย่างเป็นใจ ผมคงจะเล่น ผมฝึกสำเนียงอยู่ในตอนนี้

แล้วแกมบิทมีอะไรที่ทำให้เขาชอบตัวละครนี้อย่างมาก “เขามีความอ่อนโยน เขาเป็น X-Men ที่ไม่ใช่ X-Men ที่สุด ที่เคยอยู่กับ X-Men อาจจะนอกเหนือจากวูล์ฟเวอรีน เขาเป็นเหมือนพระเอกขบถ เขาเป็นโจร เขาไม่ใช่ฮีโร่ด้วยซ้ำ เขาเหมือนเดินอยู่บนเส้นสีเทา เขารักสุรา นารี และสูบยา เขาเป็นคนที่เท่ที่บังเอิญมีศูนย์กลางคุณธรรมที่ดี

ถ้าการพูดคุยลุล่วง เราอาจได้เห็นเททั่มรับบทแกมบิทใน X-Men: Apocalypse ที่จะออกฉายปี 2016 เลยก็ได้ครับ เพราะผู้กำกับไบรอัน ซิงเกอร์ เปรยๆ กับนิตยสาร CinePremiere ว่าอยากให้มีแกมบิทกับไนท์ครอว์เลอร์ในหนัง X-Men ภาคหน้า “ผมกำลังพิจารณาที่จะให้มีแกมบิท และมีโอกาสที่จะมีไนท์ครอว์เลอร์วัยรุ่นใน Apocalypse ผมตั้งใจจะให้มีไนท์ครอว์เลอร์ใน Days of Future Past และเขียนบทเอาไว้ให้แล้วด้วย แต่รู้สึกว่าเราอัดมนุษย์กลายพันธุ์ใส่ไว้ในหนังมากเกินไป

คิดเห็นยังไงกันบ้างครับที่เททั่มจะสวมบทแกมบิท

Read more of this post

น้องชายจะเป็นตัวแสดงแทนให้พอล วอล์คเกอร์ ในหนัง Fast and Furious 7

fast 7 new dateหลังจากการคาดเดาและข่าวลือว่าทีมผู้สร้าง Fast and Furious 7 จะทำยังไงสำหรับฉากที่เหลืออยู่ของพอล วอล์คเกอร์ ที่ยังไม่ได้ถ่ายทำก่อนที่วอล์คเกอร์จะเสียชีวิต ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ออกแถลงทางการผ่านเฟซบุคของภาพยนตร์ชุดนี้ครับว่า จะให้โคดี้ และเคเลบ วอล์คเกอร์ น้องชายของพอล วอล์คเกอร์ มาช่วยแสดงแทนในฉากแอ็คชั่นเหล่านั้น

“ถึงแฟนๆ ของ Fast & Furious

หนังชุด Fast & Furious เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ตัวละครผูกพันกันด้วยความสัมพันธ์ของครอบครัว และมันคือสิ่งที่เราทุกคนที่ร่วมงานกันมากว่า 13 ปี รู้สึกต่อกัน และมันนิยามความรู้สึกของเราที่มีต่อแฟนๆ ด้วย

ครอบครัวของเราต้องพบกับเหตุไม่คาดฝันเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราต้องใช้เวลาทำใจให้การจากไปของพอล พี่น้องที่เรารักและสูญเสีย และหาทางว่าเราจะเดินหน้าสร้างภาพยนตร์ต่อไปยังไง

เรามาประชุมกันและรู้สึกว่ามีหนทางเดียวเท่านั้นในการที่จะดำเนินการต่อไป เราเชื่อว่าแฟนๆ ของเราต้องการเช่นนั้น และเราก็เชื่อว่าพอลก็คงต้องการเช่นนั้นด้วย พอลได้ถ่ายทำฉากแสดงอารมณ์ของเขาไปแล้ว และฉากแอ็คชั่นส่วนใหญ่ของหนัง Fast & Furious 7 และถือเป็นงานชิ้นยอดเยี่ยมที่สุดทางอาชีพของเขาชิ้นหนึ่ง

เราได้กลับมาถ่ายทำกันต่อ และตอนนี้ได้ต้อนรับน้องชายของพอล เคเลบและโคดี้ วอล์คเกอร์ เข้าสู่ครอบครัว Fast ของเรา เคเลบและโคดี้กำลังช่วยเราถ่ายทำฉากแอ็คชั่นของพี่ชายของพวกเขาให้เสร็จ และเติมเต็มช่องว่างเล็กๆ ที่ยังเหลืออยู่ในขั้นตอนการถ่ายทำ การที่ได้มีพวกเขามาอยู่ร่วมในกองถ่ายทำให้รู้สึกเหมือนมีพอลมาอยู่ร่วมด้วย

เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งปีที่หนัง Fast & Furious 7 จะออกฉาย และหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่เราทำร่วมกัน มันจะช่วยให้ตัวละครไบรอัน โอ คอนเนอร์ ได้อยู่ต่อไป และให้เราได้ยกย่องพอลในบทที่นิยามตัวเขาได้มากที่สุด

เราอยากใช้เวลานี้บอกแก่แฟนๆ โดยตรง และขอบคุณสำหรับความรักและกำลังใจที่ให้เรามาตลอดขณะที่เราได้กลับมาทำงานใหม่

ในแถลงการไม่มีรายละเอียดว่าน้องของพอลจะช่วย”ถ่ายทำฉากแอ็คชั่นของพี่ชายของพวกเขาให้เสร็จ และเติมเต็มช่องว่างเล็กๆ” ยังไงครับ แต่เดอะแรปรายงานว่าทั้งคู่จะเป็นตัวแสดงแทน หรือที่เรียกว่าสแตน-อิน (stand-in) ในฉากแอ็คชั่นเหล่านั้น ที่มีการเจาะจงมาต้องพึ่งพวกเขา แล้วจากนั้นก็จะใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกมาช่วยในการใส่หน้าของวอล์คเกอร์เข้าไป รวมถึงตกแต่งร่างกายให้ออกมาเหมือนกันด้วย

โคดี้เป็นน้องคนเล็กสุดของสามพี่น้องวอล์คเกอร์ อยู่ในวัย 20 กว่าๆ ได้รับการฝึกฝนเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และทำงานในมูลนิธิ Reach Out Worldwide ของพอล เคเลบเป็นคนกลาง อยู่ในวัย 30 กว่าๆ ครับ

Fast & Furious 7  จะออกฉาย 10 เมษายน 2015

Read more of this post

ผู้กำกับ”สารวัตรหมาบ้า”เตรียมสร้างหนังผีซอมบี้ยุคอยุธยา “ผีห่า” เป็นผลงานถัดไป

ayothaya zombie art 01ถ้าใครที่ติดตามทวิตเตอร์ (@adamy) หรือเฟซบุคของ ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล หรือคุณอดัม ผู้กำกับ “สารวัตรหมาบ้า” คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าคุณอดัมได้วางแผนที่จะสร้างหนัง “ผีห่า” ซอมบี้ที่มีฉากเป็นอยุธยาสมัยโบราณครับ โดยนำความคืบหน้าของหนังมาบอกเล่าเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่คิดโครงเรื่อง ออกแบบตัวละคร หาสถานที่ถ่ายทำ วางโครงสร้างของหนัง คัดเลือกนักแสดง ซึ่งล่าสุดก็ได้นำงานไปเสนอเพื่อหาทุนสร้าง และเขียนบทใกล้เสร็จแล้ว กำหนดเปิดกล้องอยู่อีกไม่ถึงเดือนครับ

จากการที่ได้พูดคุยกับคุณอดัมมาบ้างเกี่ยวกับโครงการหนัง โทนหนังจะออกไปทำนองหนังของจอร์จ โรเมโร ในแง่จริงจัง เสียดสีมนุษย์ และอยู่ในพื้นที่จำกัด ผสมกับฉากบู๊แบบ From Dust Till Dawn เพียงแต่ฉากในเรื่องจะเป็นหมู่บ้านในสมัยอยุธยาครับ

คุณอดัมเล่าถึงที่มาของโครงการหนังไว้ในเฟซบุคว่าเริ่มต้นจากการที่เขาและเพื่อนๆ สมัยมหาวิทยาลัยคลั่งหนังแนวผีดิบมาก เพื่อน (ทอมมี่ เวอร์โกลา) มีโอกาสได้ทำ Dead Snow ก่อน ทำให้อยากลองทำบ้าง แต่ยังรู้สึกว่าตลาดหนังในบ้านเราแคบอยู่ จนกระทั่งได้ความคิดจากเพื่อนในวงเหล้าให้ทำหนังผีซอมบี้ยุคอยุธยาครับ ด้านล่างนี้เป็นข้อความเต็มๆ

หลังจากที่คิด (ดังๆ) ผ่านทาง Facebook อยู่พักใหญ่ เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่ในสมัยมหาวิทยาลัยนั้น ผมและเพื่อนๆเป็นโรค คลั่งผีดิบกันมาก (ถึงผมจะขี้กลัวผีดิบมากมายก็ตาม) แต่ก็มีโอกาสได้ทำหนังซอมบี้กับพรรคพวกเป็นจำนวนมากทีเดียว

งานชิ้นนึงที่ผมมีส่วนร่วมก็เป็นหนังสั้นซอมบี้ตลกที่ได้รับรางวัลในปีนั้น ชื่อว่า Dead Shift … ส่วนพรรคพวกของผมเมื่อจบมหาวิทยาลัยออกมาก็มาทำหนังผีดิบ นาซีซอมบี้ที่โด่งดังมากในยุโรปชื่อว่า Ded Sno (มีขายแผ่นอยู่ในไทยครับ ภาค 2 กำลังจะออกฉายเร็วๆนี้) ส่วนอีกคนก็ไปทำหนังดังปีก่อนอย่าง Hazel & Gretel : The Witch Hunter

แล้วทำไมผมถึงไม่ลองคิดจะทำหนังแบบนี้ที่ตัวเองชอบทำบ้าง

เพราะว่ามันหาดูได้แล้วน่ะครับ …. มีทีมงานหนัง คนทั่วไป และคนรู้จักหลายคนมักจะทักมาว่าทำไมไม่ทำหนังผีดิบบ้าง …. ไอ้เราก็บอกว่า “ก็เพราะทำแล้วตลาดมันแคบครับพี่ …. มันมีหนังแบบนี้ที่ฝรั่งทำไว้เยอะแล้ว” อยู่

ในใจก็คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำหนังซอมบี้ที่คงความเป็นต้นฉบับของหนังซอมบี้เดิม (ความน่ากลัว ความมีเรื่องราวสะท้อนมุมมองสังคมแบบเฉียดๆ ความดิบเลือดอาบพสุธา ตัวละครที่ชัดเจนๆ) แล้วยังคงความแปลกใหม่ที่หนังผีดิบเรื่องอื่นไม่มี

วันนั้นกินเหล้าอยู่ที่ Beat Lounge กับพี่เต้ง Spydamonkee …. พี่เต้งบอกว่า

“ทำไมไม่ลองทำเป็นสมัยอโยธยาดูล่ะ ?”

เท่านั้นเองครับ … ไอเดียก็เริ่มแล่นอีกครั้งหลังจากที่มันบล็อกมาเป็นเวลานาน

เนื่องจากเราเองก็เชี่ยวชาญด้านพีเรียดอยู่ระดับนึงจากงานต่างๆที่ทำช่วง 10 ปีนี้ ทั้งความพร้อมในความรู้ และวิธีการทำงานทุนต่ำที่เราสั่งสมมาจาก FuKDuK TV และจากการลองผิดลองถูกในสารวัตรหมาบ้า

ก็น่าจะทำได้อยู่

ผมก็เลยขึ้นโครงสร้างหนังเรื่องนี้กับทางลุงเจียง …. ซึ่งก็ไม่ได้ติดอะไรนัก เว้นแต่หานักแสดงที่มีชื่อซักคนมาช่วยในการขาย ที่เหลือก็สบายๆครับ

ดังนั้นมันก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นงานภาพยนตร์เรื่องต่อไปของผม

นักแสดงที่จะมาร่วมงานใน “ผีห่า” ประกอบด้วยพงศกร เมตตาริกานนท์ ซึ่งเพิ่งเคยร่วมงานกับคุณอดัมในละคร “พันท้ายนรสิงห์”, ซอนญ่า สิงหะ, คานธี อนันตกาญจน์ นักแสดงจากวงการละครเวที, วีรี ละดาพานิชย์ดี (โซดา จากวงดนตรี Fullclips), นโม ทองเปาด์ ทองกำเนิด, พฤกษ์ รัตนฐิตินันต์ และ ชลัฏ ณ สงขลา เป็นต้น ครับ

อย่างหนึ่งที่น่าสนใจของหนัง นอกจากเนื้อเรื่องแล้วก็คือในแง่การเตรียมงานสร้างที่คุณอดัมเล่าผ่านเฟซบุคครับ และน่าจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักทำหนังรุ่นใหม่ในแง่การเตรียมการนำเสนอแก่ค่ายหนังเพื่อขอทุนสร้าง ผมได้แนบภาพที่คุณอดัมใช้ประกอบการนำเสนอแก่ค่ายหนังมาด้วยด้านในบทความ ที่มีตัวอย่างของฉากที่อยู่ในหนัง หน้าตาของนักแสดงและตัวละคร เรื่องย่อ บรรยากาศของหนัง และอื่นๆ ครับ

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ Gone Girl หนังเขย่าขวัญสืบสวนเรื่องล่าสุดของเดวิด ฟินเชอร์

gone girl teaserผู้กำกับเดวิด ฟินเชอร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่พยายามนำเสนอแบบไม่ธรรมดา ฉีกกรอบเดิมๆ และพยายามสร้างอะไรที่ใหม่เสมอ ตัวอย่างแรกของ Gone Girl ของเขาก็ดูเหมือนจะออกไปในทางนั้นครับ ไม่เพียงพยายามตัดต่อตัวอย่างหนังให้เหมือนหนังแนวเขย่าขวัญสืบสวนทั่วไป ไม่พยายามขายตรง แต่ทำให้ดูน่าสนใจด้วยการใช้เพลงมาประกอบตัวอย่างหนังในแบบที่ไม่ค่อยเห็นใครทำกัน

ตัวอย่างหนังเปิดมาด้วยฉากที่นิค ตัวละครของเบน แอฟเฟล็ค ออกประกาศให้ช่วยตามหาภรรยาของเขาที่หายตัวไป และกลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนกับผู้คนมากมาย จากนั้นตัวอย่างหนังก็ตัดให้เราดูทั้งฉากความสัมพันธ์ของนิคกับเอมี่ (โรซามันด์ ไพค์) ก่อนที่เธอจะหายตัวไป ฉากการสืบสวนของตำรวจ และฉากการถูกสื่อไล่ล่า ก่อนที่จะปิดด้วยประโยคว่า “ผมไม่ได้ฆ่าเมียของผม ผมไม่ใช่ฆาตกร”

หนังใช้เพลง “She” จาก Nothing Hill มาคลอเล่าเรื่องทั้งตัวอย่างหนัง ซึ่งจากเดิมที่เคยฟังเพลงนี้โรแมนติก มันกลายเป็นเพลงที่หลอนแบบแปลกๆ ขึ้นมาเมื่ออยู่ในตัวอย่างหนังเรื่องนี้เลย และเนื้อเพลงก็ตีความได้อีกอย่างขึ้นมาทันทีเลย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นหนังโรแมนติกฉบับด้านมืดมากๆ

ทวนเนื้อเรื่องอีกครั้งครับ Gone Girl เป็นเรื่องราวการหายตัวไปของหญิงสาวในคืนฉลองครบรอบการแต่งงานปีที่ 5 ขณะที่สามีของเธอดิ้นรนจะค้นหาความจริง ทุกเบาะแสก็ชี้มาที่ตัวเขาว่าอาจเป็นผู้ที่ฆาตกรรมเธอ

หนังดัดแปลงจากนิยายขายดีของจิลเลียน ฟลินน์ ซึ่งผู้แต่งนิยายมารับหน้าที่ดัดแปลงบทหนังเองด้วย โดยได้เปลี่ยนตอนจบของหนังเสียใหม่ เทรนท์ เรซนอร์ ที่ร่วมงานกับฟินเชอร์ใน The Social Network และ The Girl with the Dragon Tattoo ก็กลับมาทำดนตรีให้เรื่องนี้ด้วย หนังจะเข้าฉาย 3 ตุลาคมครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน หรือที่ Apple

Read more of this post

เดวิด ฟินเชอร์ ถอนตัวจากหนังประวัติสตีฟ จ็อบส์ เนื่องจากเจรจาไม่ลงตัว

937950-Girl With The Dragon Tattoo, Theการได้เห็นผู้กำกับ ผู้เขียนบท และผู้อำนวยการสร้าง The Social Network กลับมาร่วมงานกันอีกเร็วๆ อาจต้องไม่สมหวังเสียแล้วครับ รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า เดวิด ฟินเชอร์ กับโซนี่ พิคเจอร์ส เจรจากันไม่ลงตัว ทำให้ฟินเชอร์ถอนตัวจากโครงการหนัง และค่ายหนังก็กำลังพิจารณาผู้กำกับคนอื่นให้มากำกับแทน

ในรายงานบอกว่าการเจรจาล้มเหลวมาจากการที่ฟินเชอร์มีข้อเรียกร้องที่โซนี่ พิคเจอร์ส ไม่อาจให้ได้ อย่างแรกเลยก็คือค่าจ้างที่ฟินเชอร์ต้องการให้จ่ายมาเลย เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่าเป็นการเรียกค่าจ้างที่ “ตลกสิ้นดี” เพราะ “คุณไม่ได้ทำหนัง Transformers อยู่นะ คุณไม่ได้ทำหนัง Captain America อยู่นะ นี่เป็นหนังคุณภาพ ไม่ใช่หนังพานิชย์ คุณควรได้รับรางวัลจากความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ล่วงหน้า

อีกเหตุผลก็คือ ฟินเชอร์ต้องการที่จะควบคุมความคิดสร้างสรรค์ด้านการตลาดทั้งหมดของหนัง แบบเดียวกับที่เขาได้ตอนทำ The Girl with the Dargon Tattoo ซึ่งคำโปรย “The feel bad movie of Christmas” มาจากฟินเชอร์เอง และโซนี่เสียเงินเปล่าร่วมหนึ่งแสนเหรียญไปกับการทำใบปิดหนังจากโลหะที่ทำเป็นรูปใบมีดโกน แต่ไม่ได้ใช้ประชาสัมพันธ์ในโรงภาพยนตร์เพราะโรงหนังเห็นว่าไม่เหมาะสม

ฟินเชอร์ยังกลับเข้าสู่การเจรจาได้อยู่ หากยอมลดตัวเลขค่าจ้างที่ต้องจ่ายล่วงหน้า แปลว่าอาจยังมีโอกาสอยู่บ้างที่จะได้เห็นฟินเชอร์กำกับหนังจากบทของแอรอน ซอร์กิน และอำนวยการสร้างโดยสก็อต รูดิน ครับ

ก่อนหน้านี้ มีรายงานด้วยว่าฟินเชอร์ต้องการให้คริสเตียน เบล มารับบทเป็นสตีฟ จ็อบส์ เท่านั้น เขาถึงจะยอมกำกับ

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 482 other followers