ท้ายเครดิต The Amazing Spider-Man 2 มีฉาก X-Men: Days of Future Past และทำไม

xmen dofp image 02The Amazing Spider-Man 2 เข้าฉายแล้วในสหราชกาณาจักรครับ และทำให้ผู้ชมตื่นเต้นปนสับสนกันพอสมควรเมื่อท้ายเครดิตของหนังมีฉากของ X-Men: Days of Future Past ที่เป็นฉากของมิสติก (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์), โท้ด (เอแวน จอนิกคีท) และฮาว็อก (ลูคัส ทิลล์) ร่วมมือกันเล่นงานวิลเลียม สไตรเกอร์ (จอช เฮลแมน)

บ้างเดาว่าฉากดังกล่าวเป็นความผิดพลาดของโรงฉาย บ้างบอกว่าโซนี่ พิคเจอร์ส กับฟ็อกซ์ อาจจะมีหนังร่วมกันรึเปล่า แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ทั้งคู่ครับ ตามที่วาไรตี้สืบทราบมา

เบื้องหลังของการใส่ฉากดังกล่าวมาจากข้อตกลงข้ามค่ายที่เกี่ยวข้องกับสัญญาการทำงานของผู้กำกับมาร์ค เว็บบ์ ครับ

ในรายงานบอกว่าเว็บบ์จำเป็นต้องกำกับหนังให้ฟ็อกซ์ เสิร์ชไลท์ อีกเรื่อง ต่อจาก 500 (Days) of Summer แต่การที่เว็บบ์ต้องมากำกับ The Amazing Spider-Man 2 ให้แก่โซนี่ พิคเจอร์ส ทำให้การทำข้อตกลงดังกล่าวต้องล่าช้าไปด้วย

เมื่อเป็นดังนั้นแล้ว ฟ็อกซ์จึงขอให้โซนี่ช่วยประชาสัมพันธ์หนังให้ฟรีๆ โดยการใส่ฉาก X-Men: Days of Future Past ที่ท้ายเครดิตของ The Amazing Spider-Man 2 เพื่อแลกกับการยินยอมให้เว็บบ์มากำกับหนัง โซนี่เห็นว่าจะเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะการใส่ฉากท้ายเครดิตเข้ามาก็จะช่วยสร้างกระแสให้ด้วยแบบเดียวกับที่แฟนๆ รอดูฉากท้ายเครดิตของหนังในเครือมาร์เวล

แต่แม้ว่าจะมีการใส่ฉากเข้ามาแบบนี้ ในรายงานบอกว่า ทั้งสองค่ายไม่มีแผนที่จะร่วมกันสร้างหนังให้ X-Men มาพบกับ Spider-Man ครับ

Read more of this post

About these ads

เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประกาศรายชื่อหนังที่ได้รับเลือกให้เข้าประกวดและฉายประจำปี 2014

cannes 2014 bannerเมื่อบ่ายวันนี้ (17 เมษายน) ตามเวลาในบ้านเรา เธียรี่ เฟรโมซ์ ประธานฝ่ายคัดเลือกภาพยนตร์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ได้ประกาศรายชื่อหนังที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดและฉายแสดงประจำการจัดงานครั้งที่ 63 หรือประจำปี 2014 ครับ ซี่งเฟรโมซ์เปิดเผยว่ามีหนังมาให้คัดเลือกันถึง 1,800 เรื่อง จาก 28 ประเทศ และมีหนังผ่านเข้ามาทั้งหมด 49 เรื่อง โดยในจำนวนนั้นเป็นหนังที่กำกับโดยผู้กำกับหญิง 15 คน

ในบรรดาหนังที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา ปีนี้ไม่ค่อยมีผู้กำกับจากอเมริกันครับ แต่จะเป็นหนังที่มีนักแสดงที่เป็นที่รู้จักระดับอินเตอร์อยู่เยอะมาก ซึ่งในสายประกวดจะมีทั้งหมด 18 เรื่อง และมี Grace of Monaco ของผู้กำกับโอลิเวียร์ ดาฮาน ที่นำแสดงโดยนิโคล คิดแมน ในบทเจ้าหญิงเกรซ เป็นหนังฉายเปิดเทศกาล ซึ่งเฟรโมซ์บอกว่าจะเป็นหนังในฉบับของผู้กำกับเอง ต่างจากฉบับที่ไวน์สตีนจัดจำหน่ายครับ

หนังเรื่องอื่นในสายประกวดก็เช่น Foxcatcher ของผู้กำกับเบ็นเน็ต มิลเลอร์ จาก Moneyball ที่นำแสดงโดยสตีฟ แคเรล, มาร์ค รัฟฟาโล และแชนนิ่ง เททั่ม, The Captive ของผู้กำกับอะตอม อีโกยาน นำแสดงโดยไรอัน เรย์โนลด์, สก็อต สปีดแมน และโรซาริโอ ดอว์สัน, The Map to the Stars ของผู้กำกับเดวิด โครเนนเบิร์ก นำแสดงโดยจูลีแอน มัวร์, โรเบิร์ต แพททิสัน, จอห์น คูแซ็ค และมีอา วาสิโกวสกา, The Homesman ของทอมมี ลี โจนส์ ที่โจน์นำแสดงด้วย ประกบฮิลารี สแวงก์, เจมส์ สเปเดอร์ และเมอริล สตรีป ซึ่งจะถือว่าเป็นการกลับสู่คานส์ครั้งแรกของสตรีปนับจาก A Cry in the Dark ในปี 1989, The Search หนังสงครามรีเมกของผู้กำกัมิเชล ฮาซานาวิเชียส จาก The Artist นำแสดงโดยเบเรนีซ เบโจ และแอนเน็ต เบนนิ่ง, Clouds of Sil Maria ของผู้กำกับโอลิเวีย แอสเซแยส นำแสดงโดยจูเลียต บินอช และคริสเทน สต๊วร์ต, Two Days, One Night ของพี่น้องผู้กำกับฌอง-ปิแอร์ และลุค ดาร์แดง จาก A Kind with a Bike นำแสดงโดยมาริยง โกติยาร์, Goodbye to Language หนัง 3D ของผู้กำกับตำนานภาพยนตร์ฝรั่งเศส ฌอง-ลุค โกดาร์ด, และ Mr. Turner ของไมค์ ลีห์ เป็นต้น

ในสาย Un Certain Regard ซึ่งเป็นสายประกวดของหนังผู้กำกับรุ่นใหม่และดาวรุ่ง มี Lost River (ชื่อเดิม How to Catch a Monster) ผลงานกำกับเรื่องแรกของไรอัน กอสลิ่ง เข้าร่วมด้วย ส่วนหนังที่ได้รับเลือกให้มาฉายแสดง แต่ไม่ได้ประกวดก็ประกอบด้วย How to Train Your Dragon 2 ของผู้กำกับดีน เดอบลอยส์, The Rover ของผู้กำกับเดวิด มิชอด นำแสดงโดยโรเบิร์ต แพททิสัน และ Coming Home ของจางอวี้โหมว เป็นต้นครับ

เจน แคมเปียน ที่เคยได้รางวัลจากเทศกาลนี้จากหนัง The Piano มารับหน้าที่เป็นประธานกรรมการของหนังสายประกวด และแอบเดลลาทิฟ เคชิช ผู้กำกับจาก Blue is the Wormest Color ที่คว้ารางวัลเมื่อปีที่แล้ว จะมารับหน้าที่ประธานกรรมการของสาย Un Certain Regard ครับ

ปีนี้ หนังใช้รูปของมาร์เซลโล มาสโทรอิอานนี จากหนัง 8 1/2 มาเป็นภาพใบปิด และเทศกาลจะเริ่มระหว่าง 15-25 พฤษภาคมปีนี้ครับ คลิกดูรายชื่อเป็นภาษาอังกฤษของหนังที่ได้เข้าฉายทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างหนังสุดท้ายของ X-Men: Days of Future Past ออกมาประจัญบาน

xmen dofp final trailerถ้าคิดว่าตัวอย่างก่อนหน้านี้ของ X-Men: Days of Future Past ยอดเยี่ยมและเอพิกแล้ว ตัวอย่างสุดท้ายยอดเยี่ยมและเอพิกยิ่งกว่า เป็นการเก็บของดีที่สุดไว้ทีหลังเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าประทับใจในตัวอย่างหนังที่บอกเราว่าน่าจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สนุก มันส์ เข้มเข้น น่าตื่นตา และมีอารมณ์ขันแล้ว หลายฉากจากตัวอย่างหนังได้แสดงให้เห็นถึงการใช้ภาพเล่าเรื่องและการสร้างฉากที่ไม่ธรรมดาของผู้กำกับด้วย หนัง Avengers: Age of Ultron อาจต้องคิดหนักในแง่การภาพฉากไวปานปรอทของตัวละครนี้เลย เพราะซิงเกอร์แย้มฉากนี้ให้ดูในตัวอย่างได้อย่างงามและน่าตื่นเต้นมาก เป็นหนังที่น่าตั้งตารอคอยจริงๆ ครับ

X-Men: Days of Future Past ดัดแปลงจาก Uncanny X-Men เล่มที่ 141 และ 142 ที่ตีพิมพ์ในปี 1981 สร้างสรรค์โดยคริส แคลร์มองต์ และจอห์น บิร์น เล่าเรื่องราวของอนาคตคู่ขนานที่เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถูกตามล่าและฆ่าโดยหุ่นยักษ์เซ็นทินัล ทำให้ต้องส่งวูล์ฟเวอรีนย้อนเวลามาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตที่นำไปสู่เรื่องราวนั้น

หนังใช้ชื่อไทยทางการว่า “X-เม็น: สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต” กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์ นำแสดงโดยไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, เจมส์ แม็คเอวอย, เอียน แม็คเคลเลน, แพทริค สจ๊วร์ต, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, ฮิวจ์ แจ็คแมน, เอลเลน เพจ, นิโคลาส โฮลท์, เฮลลี เบอรี, แอนนา พาควิน, ชอว์น แอสมอร์, โอมาร์ ไซ, เอแวน ปีเตอร์ส, ปีเตอร์ ดิงค์ลาจ, ฟ่านปิงปิง และลูคัส ทิลล์ ร่วมแสดงครับ ออกฉาย 22 พฤษภาคม 2014 ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

แชนนิ่ง เททั่ม พบผู้อำนวยการสร้าง X-Men เพื่อคุยเรื่องการรับบทแกมบิท

channing tatumดูเหมือนว่าการที่แชนนิ่ง เททั่ม จะรับบทเป็นแกมบิท มนุษย์กลายพันธุ์ผู้ที่สามารถอัดพลังลงในสิ่งของแล้วปาเป็นอาวุธได้ ในหนังชุด X-Men คืบหน้ามาอีกขั้นครับ หลังจากที่ทั้งเททั่มเปรยๆ ว่าเขาอยากรับบทเป็นตัวละครนี้ และผู้อำนวยการสร้างลอเรน ชูเลอร์ ดอนเนอร์ ก็อยากได้เขามารับบทแทนเทย์เลอร์ คิทช์ อย่างมาก ล่าสุด เททั่มได้เปิดเผยแก่เอ็มทีวีครับว่า เขาได้พบปะเพื่อพูดคุยกับดอนเนอร์เกี่ยวกับการรับบทนี้แล้ว

ผมได้พบกับลอเรน ชูเลอร์ ดอนเนอร์ แล้ว ผมอยากที่จะ… แกมบิทเป็นตัวละคร X-Men เดียวที่ผมอยากเล่นจริงๆ ผมรักทุกตัวนั่นแหละ พวกเขายอดเยี่ยมกันหมด แต่ไม่รู้สิ อาจเพราะเป็นคนมาจากแดนใต้ พ่อของผมมาจากหลุยเซียนา และผมมาจากมิสซิสซิปปี้ รัฐอลาบามา และฟลอริดา ไม่รู้สิ ผมรู้สึกเกี่ยวข้องกับเขา ผมอยากให้ลงเอยกันได้ เราไม่รู้หรอก อุตสาหกรรมนี้ออกจะประหลาด ถ้าทุกอย่างเป็นใจ ผมคงจะเล่น ผมฝึกสำเนียงอยู่ในตอนนี้

แล้วแกมบิทมีอะไรที่ทำให้เขาชอบตัวละครนี้อย่างมาก “เขามีความอ่อนโยน เขาเป็น X-Men ที่ไม่ใช่ X-Men ที่สุด ที่เคยอยู่กับ X-Men อาจจะนอกเหนือจากวูล์ฟเวอรีน เขาเป็นเหมือนพระเอกขบถ เขาเป็นโจร เขาไม่ใช่ฮีโร่ด้วยซ้ำ เขาเหมือนเดินอยู่บนเส้นสีเทา เขารักสุรา นารี และสูบยา เขาเป็นคนที่เท่ที่บังเอิญมีศูนย์กลางคุณธรรมที่ดี

ถ้าการพูดคุยลุล่วง เราอาจได้เห็นเททั่มรับบทแกมบิทใน X-Men: Apocalypse ที่จะออกฉายปี 2016 เลยก็ได้ครับ เพราะผู้กำกับไบรอัน ซิงเกอร์ เปรยๆ กับนิตยสาร CinePremiere ว่าอยากให้มีแกมบิทกับไนท์ครอว์เลอร์ในหนัง X-Men ภาคหน้า “ผมกำลังพิจารณาที่จะให้มีแกมบิท และมีโอกาสที่จะมีไนท์ครอว์เลอร์วัยรุ่นใน Apocalypse ผมตั้งใจจะให้มีไนท์ครอว์เลอร์ใน Days of Future Past และเขียนบทเอาไว้ให้แล้วด้วย แต่รู้สึกว่าเราอัดมนุษย์กลายพันธุ์ใส่ไว้ในหนังมากเกินไป

คิดเห็นยังไงกันบ้างครับที่เททั่มจะสวมบทแกมบิท

Read more of this post

น้องชายจะเป็นตัวแสดงแทนให้พอล วอล์คเกอร์ ในหนัง Fast and Furious 7

fast 7 new dateหลังจากการคาดเดาและข่าวลือว่าทีมผู้สร้าง Fast and Furious 7 จะทำยังไงสำหรับฉากที่เหลืออยู่ของพอล วอล์คเกอร์ ที่ยังไม่ได้ถ่ายทำก่อนที่วอล์คเกอร์จะเสียชีวิต ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ออกแถลงทางการผ่านเฟซบุคของภาพยนตร์ชุดนี้ครับว่า จะให้โคดี้ และเคเลบ วอล์คเกอร์ น้องชายของพอล วอล์คเกอร์ มาช่วยแสดงแทนในฉากแอ็คชั่นเหล่านั้น

“ถึงแฟนๆ ของ Fast & Furious

หนังชุด Fast & Furious เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ตัวละครผูกพันกันด้วยความสัมพันธ์ของครอบครัว และมันคือสิ่งที่เราทุกคนที่ร่วมงานกันมากว่า 13 ปี รู้สึกต่อกัน และมันนิยามความรู้สึกของเราที่มีต่อแฟนๆ ด้วย

ครอบครัวของเราต้องพบกับเหตุไม่คาดฝันเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราต้องใช้เวลาทำใจให้การจากไปของพอล พี่น้องที่เรารักและสูญเสีย และหาทางว่าเราจะเดินหน้าสร้างภาพยนตร์ต่อไปยังไง

เรามาประชุมกันและรู้สึกว่ามีหนทางเดียวเท่านั้นในการที่จะดำเนินการต่อไป เราเชื่อว่าแฟนๆ ของเราต้องการเช่นนั้น และเราก็เชื่อว่าพอลก็คงต้องการเช่นนั้นด้วย พอลได้ถ่ายทำฉากแสดงอารมณ์ของเขาไปแล้ว และฉากแอ็คชั่นส่วนใหญ่ของหนัง Fast & Furious 7 และถือเป็นงานชิ้นยอดเยี่ยมที่สุดทางอาชีพของเขาชิ้นหนึ่ง

เราได้กลับมาถ่ายทำกันต่อ และตอนนี้ได้ต้อนรับน้องชายของพอล เคเลบและโคดี้ วอล์คเกอร์ เข้าสู่ครอบครัว Fast ของเรา เคเลบและโคดี้กำลังช่วยเราถ่ายทำฉากแอ็คชั่นของพี่ชายของพวกเขาให้เสร็จ และเติมเต็มช่องว่างเล็กๆ ที่ยังเหลืออยู่ในขั้นตอนการถ่ายทำ การที่ได้มีพวกเขามาอยู่ร่วมในกองถ่ายทำให้รู้สึกเหมือนมีพอลมาอยู่ร่วมด้วย

เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งปีที่หนัง Fast & Furious 7 จะออกฉาย และหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่เราทำร่วมกัน มันจะช่วยให้ตัวละครไบรอัน โอ คอนเนอร์ ได้อยู่ต่อไป และให้เราได้ยกย่องพอลในบทที่นิยามตัวเขาได้มากที่สุด

เราอยากใช้เวลานี้บอกแก่แฟนๆ โดยตรง และขอบคุณสำหรับความรักและกำลังใจที่ให้เรามาตลอดขณะที่เราได้กลับมาทำงานใหม่

ในแถลงการไม่มีรายละเอียดว่าน้องของพอลจะช่วย”ถ่ายทำฉากแอ็คชั่นของพี่ชายของพวกเขาให้เสร็จ และเติมเต็มช่องว่างเล็กๆ” ยังไงครับ แต่เดอะแรปรายงานว่าทั้งคู่จะเป็นตัวแสดงแทน หรือที่เรียกว่าสแตน-อิน (stand-in) ในฉากแอ็คชั่นเหล่านั้น ที่มีการเจาะจงมาต้องพึ่งพวกเขา แล้วจากนั้นก็จะใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกมาช่วยในการใส่หน้าของวอล์คเกอร์เข้าไป รวมถึงตกแต่งร่างกายให้ออกมาเหมือนกันด้วย

โคดี้เป็นน้องคนเล็กสุดของสามพี่น้องวอล์คเกอร์ อยู่ในวัย 20 กว่าๆ ได้รับการฝึกฝนเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ และทำงานในมูลนิธิ Reach Out Worldwide ของพอล เคเลบเป็นคนกลาง อยู่ในวัย 30 กว่าๆ ครับ

Fast & Furious 7  จะออกฉาย 10 เมษายน 2015

Read more of this post

ผู้กำกับ”สารวัตรหมาบ้า”เตรียมสร้างหนังผีซอมบี้ยุคอยุธยา “ผีห่า” เป็นผลงานถัดไป

ayothaya zombie art 01ถ้าใครที่ติดตามทวิตเตอร์ (@adamy) หรือเฟซบุคของ ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล หรือคุณอดัม ผู้กำกับ “สารวัตรหมาบ้า” คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าคุณอดัมได้วางแผนที่จะสร้างหนัง “ผีห่า” ซอมบี้ที่มีฉากเป็นอยุธยาสมัยโบราณครับ โดยนำความคืบหน้าของหนังมาบอกเล่าเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่คิดโครงเรื่อง ออกแบบตัวละคร หาสถานที่ถ่ายทำ วางโครงสร้างของหนัง คัดเลือกนักแสดง ซึ่งล่าสุดก็ได้นำงานไปเสนอเพื่อหาทุนสร้าง และเขียนบทใกล้เสร็จแล้ว กำหนดเปิดกล้องอยู่อีกไม่ถึงเดือนครับ

จากการที่ได้พูดคุยกับคุณอดัมมาบ้างเกี่ยวกับโครงการหนัง โทนหนังจะออกไปทำนองหนังของจอร์จ โรเมโร ในแง่จริงจัง เสียดสีมนุษย์ และอยู่ในพื้นที่จำกัด ผสมกับฉากบู๊แบบ From Dust Till Dawn เพียงแต่ฉากในเรื่องจะเป็นหมู่บ้านในสมัยอยุธยาครับ

คุณอดัมเล่าถึงที่มาของโครงการหนังไว้ในเฟซบุคว่าเริ่มต้นจากการที่เขาและเพื่อนๆ สมัยมหาวิทยาลัยคลั่งหนังแนวผีดิบมาก เพื่อน (ทอมมี่ เวอร์โกลา) มีโอกาสได้ทำ Dead Snow ก่อน ทำให้อยากลองทำบ้าง แต่ยังรู้สึกว่าตลาดหนังในบ้านเราแคบอยู่ จนกระทั่งได้ความคิดจากเพื่อนในวงเหล้าให้ทำหนังผีซอมบี้ยุคอยุธยาครับ ด้านล่างนี้เป็นข้อความเต็มๆ

หลังจากที่คิด (ดังๆ) ผ่านทาง Facebook อยู่พักใหญ่ เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่ในสมัยมหาวิทยาลัยนั้น ผมและเพื่อนๆเป็นโรค คลั่งผีดิบกันมาก (ถึงผมจะขี้กลัวผีดิบมากมายก็ตาม) แต่ก็มีโอกาสได้ทำหนังซอมบี้กับพรรคพวกเป็นจำนวนมากทีเดียว

งานชิ้นนึงที่ผมมีส่วนร่วมก็เป็นหนังสั้นซอมบี้ตลกที่ได้รับรางวัลในปีนั้น ชื่อว่า Dead Shift … ส่วนพรรคพวกของผมเมื่อจบมหาวิทยาลัยออกมาก็มาทำหนังผีดิบ นาซีซอมบี้ที่โด่งดังมากในยุโรปชื่อว่า Ded Sno (มีขายแผ่นอยู่ในไทยครับ ภาค 2 กำลังจะออกฉายเร็วๆนี้) ส่วนอีกคนก็ไปทำหนังดังปีก่อนอย่าง Hazel & Gretel : The Witch Hunter

แล้วทำไมผมถึงไม่ลองคิดจะทำหนังแบบนี้ที่ตัวเองชอบทำบ้าง

เพราะว่ามันหาดูได้แล้วน่ะครับ …. มีทีมงานหนัง คนทั่วไป และคนรู้จักหลายคนมักจะทักมาว่าทำไมไม่ทำหนังผีดิบบ้าง …. ไอ้เราก็บอกว่า “ก็เพราะทำแล้วตลาดมันแคบครับพี่ …. มันมีหนังแบบนี้ที่ฝรั่งทำไว้เยอะแล้ว” อยู่

ในใจก็คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำหนังซอมบี้ที่คงความเป็นต้นฉบับของหนังซอมบี้เดิม (ความน่ากลัว ความมีเรื่องราวสะท้อนมุมมองสังคมแบบเฉียดๆ ความดิบเลือดอาบพสุธา ตัวละครที่ชัดเจนๆ) แล้วยังคงความแปลกใหม่ที่หนังผีดิบเรื่องอื่นไม่มี

วันนั้นกินเหล้าอยู่ที่ Beat Lounge กับพี่เต้ง Spydamonkee …. พี่เต้งบอกว่า

“ทำไมไม่ลองทำเป็นสมัยอโยธยาดูล่ะ ?”

เท่านั้นเองครับ … ไอเดียก็เริ่มแล่นอีกครั้งหลังจากที่มันบล็อกมาเป็นเวลานาน

เนื่องจากเราเองก็เชี่ยวชาญด้านพีเรียดอยู่ระดับนึงจากงานต่างๆที่ทำช่วง 10 ปีนี้ ทั้งความพร้อมในความรู้ และวิธีการทำงานทุนต่ำที่เราสั่งสมมาจาก FuKDuK TV และจากการลองผิดลองถูกในสารวัตรหมาบ้า

ก็น่าจะทำได้อยู่

ผมก็เลยขึ้นโครงสร้างหนังเรื่องนี้กับทางลุงเจียง …. ซึ่งก็ไม่ได้ติดอะไรนัก เว้นแต่หานักแสดงที่มีชื่อซักคนมาช่วยในการขาย ที่เหลือก็สบายๆครับ

ดังนั้นมันก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นงานภาพยนตร์เรื่องต่อไปของผม

นักแสดงที่จะมาร่วมงานใน “ผีห่า” ประกอบด้วยพงศกร เมตตาริกานนท์ ซึ่งเพิ่งเคยร่วมงานกับคุณอดัมในละคร “พันท้ายนรสิงห์”, ซอนญ่า สิงหะ, คานธี อนันตกาญจน์ นักแสดงจากวงการละครเวที, วีรี ละดาพานิชย์ดี (โซดา จากวงดนตรี Fullclips), นโม ทองเปาด์ ทองกำเนิด, พฤกษ์ รัตนฐิตินันต์ และ ชลัฏ ณ สงขลา เป็นต้น ครับ

อย่างหนึ่งที่น่าสนใจของหนัง นอกจากเนื้อเรื่องแล้วก็คือในแง่การเตรียมงานสร้างที่คุณอดัมเล่าผ่านเฟซบุคครับ และน่าจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักทำหนังรุ่นใหม่ในแง่การเตรียมการนำเสนอแก่ค่ายหนังเพื่อขอทุนสร้าง ผมได้แนบภาพที่คุณอดัมใช้ประกอบการนำเสนอแก่ค่ายหนังมาด้วยด้านในบทความ ที่มีตัวอย่างของฉากที่อยู่ในหนัง หน้าตาของนักแสดงและตัวละคร เรื่องย่อ บรรยากาศของหนัง และอื่นๆ ครับ

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ Gone Girl หนังเขย่าขวัญสืบสวนเรื่องล่าสุดของเดวิด ฟินเชอร์

gone girl teaserผู้กำกับเดวิด ฟินเชอร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่พยายามนำเสนอแบบไม่ธรรมดา ฉีกกรอบเดิมๆ และพยายามสร้างอะไรที่ใหม่เสมอ ตัวอย่างแรกของ Gone Girl ของเขาก็ดูเหมือนจะออกไปในทางนั้นครับ ไม่เพียงพยายามตัดต่อตัวอย่างหนังให้เหมือนหนังแนวเขย่าขวัญสืบสวนทั่วไป ไม่พยายามขายตรง แต่ทำให้ดูน่าสนใจด้วยการใช้เพลงมาประกอบตัวอย่างหนังในแบบที่ไม่ค่อยเห็นใครทำกัน

ตัวอย่างหนังเปิดมาด้วยฉากที่นิค ตัวละครของเบน แอฟเฟล็ค ออกประกาศให้ช่วยตามหาภรรยาของเขาที่หายตัวไป และกลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนกับผู้คนมากมาย จากนั้นตัวอย่างหนังก็ตัดให้เราดูทั้งฉากความสัมพันธ์ของนิคกับเอมี่ (โรซามันด์ ไพค์) ก่อนที่เธอจะหายตัวไป ฉากการสืบสวนของตำรวจ และฉากการถูกสื่อไล่ล่า ก่อนที่จะปิดด้วยประโยคว่า “ผมไม่ได้ฆ่าเมียของผม ผมไม่ใช่ฆาตกร”

หนังใช้เพลง “She” จาก Nothing Hill มาคลอเล่าเรื่องทั้งตัวอย่างหนัง ซึ่งจากเดิมที่เคยฟังเพลงนี้โรแมนติก มันกลายเป็นเพลงที่หลอนแบบแปลกๆ ขึ้นมาเมื่ออยู่ในตัวอย่างหนังเรื่องนี้เลย และเนื้อเพลงก็ตีความได้อีกอย่างขึ้นมาทันทีเลย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นหนังโรแมนติกฉบับด้านมืดมากๆ

ทวนเนื้อเรื่องอีกครั้งครับ Gone Girl เป็นเรื่องราวการหายตัวไปของหญิงสาวในคืนฉลองครบรอบการแต่งงานปีที่ 5 ขณะที่สามีของเธอดิ้นรนจะค้นหาความจริง ทุกเบาะแสก็ชี้มาที่ตัวเขาว่าอาจเป็นผู้ที่ฆาตกรรมเธอ

หนังดัดแปลงจากนิยายขายดีของจิลเลียน ฟลินน์ ซึ่งผู้แต่งนิยายมารับหน้าที่ดัดแปลงบทหนังเองด้วย โดยได้เปลี่ยนตอนจบของหนังเสียใหม่ เทรนท์ เรซนอร์ ที่ร่วมงานกับฟินเชอร์ใน The Social Network และ The Girl with the Dragon Tattoo ก็กลับมาทำดนตรีให้เรื่องนี้ด้วย หนังจะเข้าฉาย 3 ตุลาคมครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน หรือที่ Apple

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 475 other followers