นักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง เรย์ ฟิสเชอร์ เป็นไซบอร์ก ในภาคต่อ Man of Steel

ray fisher cyborg batman vs supermanนอกจากมีซูเปอร์แมน (เฮนรี่ คาวิลล์), มนุษย์ค้างคาว (เบน แอฟเฟล็ค) และสาวน้อยมหัศจรรย์ (เกล กาโดท์) แล้ว หนัง Batman ปะทะ Superman ภาคต่อ Man of Steel ก็เพิ่มซูเปอร์ฮีโร่นามไซบอร์กเพิ่มอีกหนึ่งครับ และได้นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งจากบรอดเวย์ เรย์ ฟิสเชอร์ มารับบท

ในรายงานจากวาไรตี้บอกว่า บทไซบอร์กของฟิสเชอร์ในหนังเรื่องนี้จะเป็นเพียงบทสมทบเล็กๆ “แต่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในหนังเกี่ยวข้องกับจักรวาลของ Justice League ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กับดีซี กำลังพัฒนาอยู่

ข้อมูลจากวิกิบอกว่าไซบอร์กมีชื่อมนุษย์ว่าวิคเตอร์ สโตน ซึ่งกลายเป็นมนุษย์ครึ่งจักรกลหลังจากประสบอุบัติเหตุจนเกือบเสียชีวิตแล้วร่างกายส่วนที่เสียหายก็ถูกแทนที่ด้วยจักรกลเพื่อรักษาชีวิต ทั้งยังมีการติดตั้งอาวุธพิเศษและอุปกรณ์ไฮเทคเข้าไปเพิ่มด้วย ปรากฏตัวครั้งแรกใน DC Comics Present ฉบับที่ 26 ที่ตีพิมพ์ในยุค 80 เข้าร่วมกับ Teen Titans และภายหลังเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งจัสทีกลีก

ในส่วนโบนัสของโฮมวิดีโอ Man of Steel เฮนรี่ คาวิลล์ พูดถึงตัวละครไซบอร์กเอาไว้ว่า “ผมคิดว่าเขาจะสร้างสะพานเชื่อมได้อย่างยอดเยี่ยมระหว่างซูเปอร์ฮีโร่กับมนุษย์

นอกจากนักแสดงที่กล่าวมาแล้ว หนังยังมีเจสซี ไอเซนเบิร์ก ในบทเล็กซ์ ลูธอร์, เจเรมี ไอร์ออน ในบทอัลเฟร็ด, เอมี่ อดัมส์ ในบทโลอิส เลน, ลอว์เรนซ์ ฟิสเชอร์ ในบทเพอรี่ ไวท์, ไดแอน เลน ในบทมาร์ธา เคนท์ และ ฮอลลี่ ฮันเตอร์ ในบทที่ยังไม่ได้เปิดเผยออกมาครับ

บทร่างแรกเป็นของเดวิด เอส โกเยอร์ ซึ่งต่อมามีคริส เทอริโอ จาก Argo มารับช่วงต่อ แซ็ค สไนเดอร์รับหน้าที่กำกับ โดยมีแผนจะออกฉาย 6 พฤษภาคม 2016

สำหรับเรย์ ฟิสเชอร์ เขามีชื่ออยู่ในกลุ่มนักแสดงดาวรุ่งที่ไปทดสอบบท Star Wars: Episode VII ของเจ.เจ. เอบรามส์ ด้วย ไม่แน่ใจว่าการได้รับบทในหนังเรื่องนี้แปลว่าเขาไม่ได้บทใน Star Wars ด้วยหรือไม่

Read more of this post

About these ads

เจสซิกา แชสเทน เป็น มาริลิน มอนโร ในหนังชีวประวัติ Blonde

jessica chastain blondeเจสซิกา แชสเทน จาก The Help และ Zero Dark Thirty จะเปลี่ยนสีผมเป็นสีบลอนด์ในหนังชีวประวัติมาริลิน มอนโร ครับ ตามรายได้งานเดอะแรป

หนังใช้ชื่อว่า Blonde กำกับโดยแอนดรูว์ โดมินิก จาก Killing Them Softly อำนวยการสร้างโดยแพลน บี ของแบรด พิตต์ และเวิร์ลวิลว์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ดัดแปลงจากหนังสือที่เข้าชิงรางวัลพูลิทเซอร์ในชื่อเดียวกันของจอยซ์ แครอล โอเตส ที่เขียนขึ้นในรูปแบบของบันทึกส่วนตัวที่จินตนาการขึ้นมาว่ามอนโรเป็นผู้เขียน

หนังเคยถูกประกาศสร้างเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งตอนนั้นมีชื่อของนาโอมิ วัตต์ เป็นผู้รับบทมอนโรครับ แต่โครงการหนังเปลี่ยนมือจนมาสู่ทีมผู้สร้างล่าสุดที่พิตต์เป็นผู้อำนวยการสร้าง และมีรายงานว่าเขาเป็นกลจักรสำคัญในการโน้มน้าวแชสเทนให้มารับบท

หนังจะแตกต่างจาก My Week with Marilyn ที่มิเชล วิลเลียมส์ แสดงนำครับ ตรงที่จะเป็นการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของมอนโรโดยละเอียดกว่า ไม่ใช่แค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิต และจะเล่าผ่านสายตาของเธอเอง ชื่อของผู้ชายในชีวิตเธอไม่ได้เอ่ยถึงตรงๆ ในหนังสือ บอกแต่ว่าประธานาธิบดี, อดีตนักกีฬา และคนเขียนบท เป็นต้น

ผู้กำกับโดมินิกพูดถึงแนวคิดของหนังว่า “ผมตื่นเต้นอย่างมากในการสร้างหนังเรื่องนี้ หนังมีลักษณะคล้ายๆ หนังสยองขวัญ มันจะดำเนินไปทางนั้น

เขาเสริมอีกว่า “มันมีด้านมืดโคตรๆ ผมสนใจมันอย่างมาก มันคล้ายกับเล่าจากมุมมองโศกนาฏกรรมภายในของตัวเธอ เธอมีเรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวกับวิธีมองโลกของเธอ และทุกอย่างที่คุณรู้เกี่ยวกับเธอจะถูกนำมาสร้างใหม่ให้เห็น..ผมว่าหนังจะมีพลังมากๆ

หนังจะเปิดกล้องสิงหาคมนี้ครับ

Read more of this post

ใบปิดฉบับ IMAX และตัวอย่างหนังฉบับญี่ปุ่นของ Godzilla

godzilla imax poster headerมีหนังไม่กี่เรื่องที่ยิ่งประชาสัมพันธ์ก็ยิ่งมีอะไรใหม่ๆ ให้สนใจ และยิ่งทำให้อยากดูหนังมากขึ้น Godzilla เป็นหนึ่งในนั้นสำหรับผมครับ และวันนี้หนังได้ปล่อยใบปิดฉบับ IMAX กับตัวอย่างฉบับญี่ปุ่นออกมาอีกครับ

ใบปิดยังคงออกแนวอาร์ตๆ ที่มีการเอาศิลปะแบบญี่ปุ่นและสีของธงชาติญี่ปุ่นมาเป็นแนวทางเพื่อเป็นการบอกถึงจุดกำเนิดของหนังอสรุรกายตัวนี้ครับ โดยเอาฉากที่ก็อดซิลลาบุกซานฟรานซิสโกมาใช้ แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้ถ่ายทำด้วยระบบไอแม็กซ์ก็ตาม แต่ความใหญ่ของเจ้าอสุรกายทำให้อยากไปชมในระบบนี้มากๆ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างใหม่ฉบับญี่ปุ่นออนไลน์ที่มีฟุตเตจใหม่อีกนิดหน่อย ที่ทำให้อยากดูหนังไวๆ

Godzilla กำกับโดยกาเร็ธ เอ็ดเวิร์ดส์ จาก Monsters ด้วยบทของดรูว์ เพียร์ซ, แม็กซ์ บอเรนสไตน์ และแฟรงก์ ดาราบอนท์ นำแสดงโดยแอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน, ไบรอัน แครนสตัน, อลิซาเบธ โอลเซ่น, เดวิด สแตรแธรน, เคน วาตานาเบ้ และจูเลียต บินอช เข้าฉาย 15 พฤษภาคมนี้ครับ คลิกดูทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

The Hobbit ภาค 3 ได้ชื่อใหม่ว่า The Hobbit: The Battle of the Five Armies

THE HOBBIT: THE DESOLATION OF SMAUGมีข่าวลือมา 2-3 วันว่าหนัง The Hobbit ภาค 3 ซึ่งเดิมใช้ชื่อ The Hobbit: There and Back Again จะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่ครับ และข่าวลือก็เป็นจริงเมื่อปีเตอร์ แจ็คสัน ประกาศผ่านเฟซบุควันนี้ว่า หนังจะใช้ชื่อว่า “The Hobbit: The Battle of the Five Armies” ครับ

สำหรับที่มาที่ไป และเหตุผลในการเปลี่ยนชื่อหนัง แจ็คสันอธิบายว่า “การเดินทางของเราในการสร้างไตรภาค The Hobbit คล้ายกับการเดินทางของบิลโบ้เอง ที่เส้นทางซึ่งซ่อนอยู่ได้เปิดเผยความลับแก่เราเมื่อเราดำเนินไป ชื่อ There and Back Again ดูเป็นชื่อที่เหมาะสมสำหรับภาคสองของหนังทวิภาคที่เล่าเรื่องการทวงเอเรบอร์ เมื่อบิลโบ้ไปถึงที่นั่น และลาจาก ทั้งคู่อยู่ในเหตุการณ์ของภาคสอง แต่เมื่อหนังกลายเป็นสามภาค มันก็รู้สึกว่าไม่เข้ากันขึ้นมาทันที เพราะบิลโบ้ได้ไปถึงที่นั่นแล้ว ใน Desolation of Smaug

ตอนที่เราเดินสายฉายรอบปฐมทัศน์เมื่ปลายปีที่แล้ว ผมได้พูดคุยเงียบๆ กับทางสตูดิโอเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการทบทวนชื่อหนังใหม่ เราตัดสินใจที่จะเปิดใจเรื่องนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะตัดต่อหนังเสร็จแล้วค่อยดูกัน เราได้มาถึงจุดนั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และหลังจากได้ชมหนังแล้ว เราต่างเห็นพร้อมว่ามีอยู่หนึ่งชื่อที่รู้สึกเหมาะสมที่สุด และชื่อนั้นก็คือ The Hobbit: The Battle of the Five Armies

แต่ There and Back Again จะยังถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในอนาคตครับ และแจ็คสันอธิบายดังนี้ “ตามที่ศาสตราจารย์โทลคีนตั้งใจไว้ There and Back Again เป็นการรวบรวมการเดินทางของบิลโบ้ทั้งหมด ดังนั้นอย่าแปลกใจที่จะเห็นชื่อนี้ถูกใช้ในบ็อกซ์เซ็ตรวมหนังทั้งสามเรื่องในอนาคต

แจ็คสันทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าหนังภาคสามได้ตัดต่อเสร็จแล้วอย่างเงียบๆ และคงจะเริ่มประชาสัมพันธ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครับ และก็ยังมีดีวีดี The Hobbit: The Desolation of Smaug ฉบับยาวพิเศษ ที่ใกล้เสร็จแล้ว มีฉากใหม่รวม 25 นาที กับดนตรีที่แต่งโดยฮาเวิร์ด ชอว์

The Hobbit: The Battle of the Five Armies จะออกฉาย 16 ธันวาคมนี้

Read more of this post

ดูโคลอี้ เกรซ มอเรทซ์ ต้องเลือกระหว่างอยู่หรือตายในตัวอย่างหนังจากนิยายวัยรุ่น If I Stay

if i stay trailerหลังจากที่ต้องรับบทเป็นเด็กสาวที่ไม่ปกติมาหลายเรื่อง โคลอี้ เกรซ มอเรทซ์ จะรับบทเป็นวัยรุ่นธรรมดากับเขาบ้าง ในหนังจากนิยายวัยรุ่น If I Stay และตัวอย่างหนังก็เพิ่งออกมาเมื่อไม่นานนี้ครับ

แม้ว่าจะต้องรับบทเป็นวัยรุ่นธรรมดา แต่สถานการณ์ชีวิตของเธอกลับเป็นเรื่องที่ไม่ปกติแทนครับ เธอรับบทเป็นมีอา ฮอลล์ นักเชลโลสาวอนาคตไกล ที่มีชีวิตสมบูรณ์ไปทุกอย่าง และมีแฟนหนุ่มที่แสนดีผู้เป็นร็อคเกอร์ประจำโรงเรียนมัธยม (รับบทโดยเจมี่ แบล็คลี่ จาก Snow White and the Huntsman) แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันเมื่อเธอกับครอบครัวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อกับแม่เสียชีวิตทั้งคู่ และเธอต้องอยู่ในสภาพโคม่า

เรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นเมือเธอพบว่าอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย วิญญาณที่ออกจากร่างของเธอมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างขณะที่ร่างของเธอนอนไม่ได้สติอยู่ เธอได้เห็นผู้คนมาเฝ้าดูและโศกเศร้าข้างๆ เธอ รวมถึงแฟนหนุ่มที่มาอ้อนวอนขอให้เธอตื่นขึ้นมา แล้วเธอก็ต้องตัดสินใจว่าจะตื่นมาพบกับคนรักดีหรือไม่ แต่ต้องพบกับความเสียใจใหญ่หลวงและชีวิตอันทรมาน หรือเธอจะเลือกการตายจากไป

หนังดัดแปลงจากนิยายขายดีของเกย์ล ฟอร์แมน ซึ่งมีแปลเป็นฉบับไทยแล้วในชื่อ “ถ้าฉันอยู่” ครับ

อาร์.เจ. คัทเลอร์ ซึ่งมีผลงานส่วนใหญ่เป็นงานอำนวยการสร้างซีรี่ส์ทางทีวี มาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ มิเรล อีนอส จาก World War Z และ Sabotage ร่วมแสดงด้วย จะเข้าฉายในสหรัฐเดือนสิงหาคม คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับญี่ปุ่นของ X-Men: Days of Future Past ที่มาพร้อมฟุตเตจใหม่

x-men dofp japanese trailerถ้ายังไม่จุใจกับตัวอย่างฉบับเต็มของ X-Men: Days of Future Past ก่อนหน้านี้ ทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับฉายในญี่ปุ่นออกมาออนไลน์เพิ่มครับ ซึ่งแม้จะตัดต่อสู้ตัวอย่างสุดท้ายไม่ได้ แต่ก็มีฟุตเตจใหม่ให้คุณตื่นเต้น

X-Men: Days of Future Past ดัดแปลงจาก Uncanny X-Men เล่มที่ 141 และ 142 ที่ตีพิมพ์ในปี 1981 สร้างสรรค์โดยคริส แคลร์มองต์ และจอห์น บิร์น เล่าเรื่องราวของอนาคตคู่ขนานที่เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถูกตามล่าและฆ่าโดยหุ่นยักษ์เซ็นทินัล ทำให้ต้องส่งวูล์ฟเวอรีนย้อนเวลามาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตที่นำไปสู่เรื่องราวนั้น

หนังใช้ชื่อไทยทางการว่า “X-เม็น: สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต” กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์ นำแสดงโดยไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, เจมส์ แม็คเอวอย, เอียน แม็คเคลเลน, แพทริค สจ๊วร์ต, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, ฮิวจ์ แจ็คแมน, เอลเลน เพจ, นิโคลาส โฮลท์, เฮลลี เบอรี, แอนนา พาควิน, ชอว์น แอสมอร์, โอมาร์ ไซ, เอแวน ปีเตอร์ส, ปีเตอร์ ดิงค์ลาจ, ฟ่านปิงปิง และลูคัส ทิลล์ ร่วมแสดงครับ ออกฉาย 22 พฤษภาคม 2014 ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างที่สองของ Sin City: A Dame to Kill For

sin city 2 image 01Sin City: A Dame to Kill For ของโรเบิร์ต โรดริเกซ และแฟรงก์ มิลเลอร์ ปล่อยออกมาอีกตัวแล้วครับ ซึ่งคราวนี้มีฉากใหม่ และตัดต่อได้เฉี่ยวกว่าเดิมด้วย

เหมือนภาคแรกที่เป็นหนังหลายตอนที่ขายลูกเล่นงานสร้างภาพให้ออกมาในสไตล์ที่คล้ายคอมมิค โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ เป็นหน้าใหม่และตัวละครใหม่ของภาคนี้ในตอนชื่อว่า The Long Bad Night รับบทเป็นหนุ่มนักพนันชื่อจอห์นนี่ ที่เสียมากกว่าที่คาดไว้เมื่อเขาชนะพนันคู่ปรับที่ทรงอิทธิพล สำหรับตอนที่เป็นชื่อหนัง  Dame to Kill For ก็จะมีเอวาน กรีน มารับบทนำ เป็นเอวา ลอร์ด สาวเสน่ห์อันตราย ซึ่งเป็นตอนก่อน The Hard Goodbye ของภาคแรก ที่ความร้ายของเธอทำให้มาร์ฟ (มิคกี้ โร้ก) กับดไวท์ (จอช โบรลิน) ต้องร่วมมือกันสู้

โร้กยังนำแสดงในตอน Just Another Saturday Night ที่ต่อเนื่องจาก The Yellow Bastard ด้วย ที่หลังจากอุบัติเหตุบนถนน เขาตื่นขึ้นมาพบศพมากมาย โดยจำไม่ได้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นั่นได้ยังไง และยังมีตอน The Big Fat Loss ที่นำแสดงโดยเจสซิกา อัลบา, บรูซ วิลลิส และพาวเวอร์ บูธ

โรซาริโอ ดอว์สัน, เรย์ ลิออตตา และเจเรมี ไพเวน ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย ซึ่งจะออกฉายสิงหาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 482 other followers