About these ads

ตัวอย่างฉบับเต็มของ “คู่กรรม” เผยโฉม

khu kum full trailerสำหรับคนที่เคยดู”คู่กรรม” มาอย่างน้อย 2 ฉบับ และดูจะเฉยๆ ทุกครั้งที่มีข่าวว่าใครจะเอามาสร้างใหม่ เพราะยังไงก็รู้สึกว่าเหมือนดูอะไรเดิมๆ ที่เพียงเปลี่ยนคนแสดง หรือมีงานสร้างที่ดูละเมียดละไมขึ้น แต่หนัง “คู่กรรม” ฉบับใหม่ของค่ายเอ็ม 39 นี้เป็นงานสร้างใหม่เรื่องแรกที่ทำให้รู้สึกว่าน่าสนใจครับ อย่างน้อยก็ในแง่การตีความใหม่ที่เล่าเรื่องผ่านโกโบริเป็นหลัก และเน้นไปที่เรื่องราวความรักโรแมนติกอย่างเดียวให้เด่นออกมาเหนือประเด็นอื่น ซึ่งตัวอย่างฉบับเต็มความยาว 3 นาทีกว่านี้ก็จัดความน่าสนใจเหล่านี้เอามาใส่ได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นที่สุดจากตัวอย่างหนังน่าจะอยู่ที่การแสดงของณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ถ่ายทอดบทโกโบริได้แทบจะเป็นการสร้างตัวละครนี้ขึ้นมาใหม่ในแบบของเขาเองจนโดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัว และดูน่าเชื่อที่สุดที่ผมเคยเห็นใครรับบทนี้ การถ่ายทอดผ่านสายตาและสีหน้าทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เราทั้งอมยิ้มและสงสารไปพร้อมกันได้เลย และก็ทำการบ้านมาดีมากในการฝึกพูดภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่น หรือในแบบที่คนญี่ปุ่นพูดภาษาไทยจริงๆ ซึ่งลื่นไหลและเหมือนคนญี่ปุ่นที่ผมรู้จักเลย

ส่วนอมราวดี ดีคาบาเลส แม้ไม่ใช่อังศุมาลินในแบบจินตนาการเท่าไหร่ แต่ก็ดูเข้ากันดีกับการตีความเป็นเรื่องราวความรักหนุ่มสาวแบบที่หนังอยากจะนำเสนอครับ เมื่อดูจากภาพยนตร์โดยรวมแล้ว อาจเป็นการแสดงที่เข้ากันได้ดีกับองค์รวมของหนังก็ได้

คู่กรรม” กำกับโดยกิตติกร เลียวศิริกุล จาก เราสองสามคนอหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม และ Goal Club เกมล้มโต๊ะ มีแผนเข้าฉายในบ้านเรา 4 เมษายนนี้ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

About these ads

คริส คูเปอร์ เป็น นอร์แมน ออสบอร์น ใน The Amazing Spider-Man 2

chris cooperหนัง The Amazing Spider-Man 2 ดูเหมือนจะอัดแน่นไปด้วยกองทัพนักแสดงคุณภาพและตัวร้ายครับ เพราะตามรายงานล่าสุดของฮีทวิชั่นบอกว่า คริส คูเปอร์ นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จากหนังเรื่อง Adaptation ได้ตกลงมาเสริมทัพนักแสดงเรื่องนี้ในบทของนอร์แมน ออสบอร์นครับ

ตัวละครนอร์แมน ออสบอร์น เป็นตัวละครสำคัญในเรื่องราวของไอ้แมงมุม เป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ออสบอร์นคอร์ป ที่ช่วงแรกคอยให้การช่วยเหลือปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ แต่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ทำให้เขากลายเป็นกรีนกอบลิน ศัตรูคู่อาฆาตของไอ้แมงมุม ในไตรภาคของแซม ไรมี่ ได้วิลเลม เดโฟ มารับบทครับ

ในรายงานไม่ได้บอกว่าคูเปอร์จะกลายเป็นกรีนกอบลินในภาค 2 นี้เลยหรือไม่ แต่เนื่องจากมีตัวร้ายหลักอย่างอิเลคโตร (เจมี่ ฟ็อกซ์) อยู่แล้ว และยังมีไรโน (พอล จิอาแมตตี) อีก จึงเป็นไปได้ว่าจะยังไม่เป็นตัวร้ายสำคัญในภาคนี้นอกจากเป็นการปูตัวละครเพื่อเข้าสู่เรื่องราวของภาค 3 มากกว่าครับ แต่ที่แน่ๆ ก็คือน่าจะเป็นตัวร้าย ทั้งนี้เพราะออสคอร์ปเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพ่อของปีเตอร์ อยู่ที่ว่าจะกลายเป็นกรีนกอบลินหรือไม่เท่านั้น

ผลงานเด่นๆ ของคูเปอร์ที่นักดูหนังบ้านเราคุ้นเคยกันดี ก็เช่นบทพ่อทหารที่เข้มงวดใน American Beauty และบทผู้ดูแลโครงการเทรดสโตน ใน The Bourne Identity ครับ

The Amazing Spider-Man กำลังถ่ายทำอยู่ตอนนี้ครับ และมีแผนออกฉายกลางปี 2014

หลอนและสะดุ้งกับตัวอย่างหนังสยองขวัญ The Conjuring จากผู้กำกับ Saw และ Insidious

the conjuring headerหลังจากดูตัวอย่างแรกของ The Conjuring หนังสยองขวัญผลงานล่าสุดของผู้กำกับเจมส์ วาน จาก Saw และ Insidious แล้ว อาจทำให้ความรู้สึกต่อเสียงตบมือของคุณเปลี่ยนไปเลยครับ

หนังบอกว่าสร้างจากเรื่องจริง แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องจริงจากคดีของสองสามีภรรยา เอ็ด และลอเรน วอเรน (แพทริค วิลสัน และเวรา ฟลามิงกา) นักสืบสวนเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ที่มักถูกเชิญไปปราบผี หรือเวลาที่ไหนเกิดเหตุการณ์ของผีหลอกวิญญาณหลอน ซึ่งใน The Conjuring ทั้งคู่ถูกเชิญไปโดยครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้วเผชิญกับอำนาจลึกลับดำมืด ตัวอย่างหนังยังไม่บอกเนื้อเรื่องเต็มๆ แต่เล่นเฉพาะฉากที่แม่ของครอบครัวนี้ที่รับบทโดยลิลลี่ เทย์เลอร์ ถูกหลอกหลอนอย่างชวนให้สะดุ้งโหยง หนังยังมีรอน ลิฟวิงสตัน, โจอี้ คิงก์ และแม็คเคนซี ฟอย ร่วมแสดงด้วย

The Conjuring ของวานเป็นหนังสยองขวัญทุนต่ำแบบ Saw และ Insidious ซึ่งวอร์เนอร์ บราเธอร์สที่จัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ส่งหนังออกฉายชนกับหนังซัมเมอร์ฟอร์มใหญ่ในเดือนกรากฎาคมนี้เลย วานเอาตัวอย่างและหนังไปฉายในงานนิวยอร์กคอมมิคคอนมาแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว และรับได้เสียงตอบรับจากผู้ชมดีมาก อาจเพราะเหตุนี้ที่ทำให้วอร์เนอร์ฯ กล้าเอาหนังออกฉายกลางปีครับ

นอกจากตัวอย่างหนังแล้ว หนังยังได้เผยภาพนิ่งและใบปิดแรกของหนังออกมาเช่นกัน ซึ่งคุณสามารถชมทั้งหมดได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

โทนี่ สตาร์ก กับกองทัพชุดเกราะเหล็ก บนใบปิดสุดท้ายของ Iron Man 3

iron man 3 final poster header

หลังจากปล่อยใบปิดตัวละครต่างๆ ออกมาอวดฉมกันแล้ว มาร์เวลและดิสนี่ย์ก็ปล่อยใบปิดสุดท้ายของหนัง Iron Man 3 ออกมาครับ มีโทนี่ สตาร์ก (โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์) ในสภาพย่ำแย่ และชุดเกราะยับเยิน ด้านหลังมีชุดเกราะในแบบต่างๆ เหาะขึ้นไปตรงตามที่มีข่าวลือกันว่าภาคนี้จะมีชุดเกราะหลายแบบ และชุดเกราะเหล่านี้อาจไม่ต้องพึ่งคนสวมใส่ในการควบคุมครับ

นอกจากใบปิดแล้ว ยังมีข่าวเพิ่มเติมด้วยว่า Iron Man 3 จะปล่อยตัวอย่างสุดท้าย ความยาว 2.25 นาที วันอังคารที่ 5 นี้ครับ ที่ Yahoo Movies ซึ่งเราคงต้องมารอดูกันว่าจะมีฉากตื่นเต้นอะไรเพิ่มเติมเข้ามาอีกครับ

Iron Man 3 กำกับโดยเชน แบล็ค ซึ่งนอกจากดาวนี่ย์ จูเนียร์แล้ว หนังยังมีดอน ชีเดิล, กาย เพียร์ซ, กวินเนธ พัลโทรว์, เบน คิงสลี่ย์, รีเบคกา ฮอลล์, เจมส์ แบดจ์ เดล และจอน เฟฟโร ร่วมแสดงครับ หนังจะออกฉายในบ้านเราวันแรงงานนี้

คลิกชมใบปิดได้ที่ด้านใน

Read more of this post

โฉมแรกของ Angry Birds Toon

angry birds toonข่าวดีของแฟนๆ เกม Angry Birds งานสร้างการ์ตูนชุดทางทีวีจากเกมดังของโรวิโอเรื่องนี้ได้ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนจะฉายให้ชมตอนแรกทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ทางการของการ์ตูนในวันที่ 16 มีนาคมนี้ และจะส่งตอนใหม่ออกมาให้ชมต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ตามที่บล็อคของเกมบอกครับ

ดูเหมือนว่ามีเพียงประเทศยูเครนเท่านั้นที่ได้ลิขสิทธิ์การ์ตูนชุดนี้ไปฉายทางทีวีครับ แต่แฟนๆ ที่อยากดูก็คงรอติดตามทางเน็ตได้

นอกจากเผยข่าวนี้แล้ว โรวิโอยังปล่อยตัวอย่างของการ์ตูนออกมาให้ชมด้วย ซึ่งดูเหมือนจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ชมอายุต่ำกว่า 13 ปีเป็นหลัก แต่ผู้ใหญ่ที่ชอบเล่นเกมคลายเครียดก็อาจอยากดูว่าเกมที่ชอบเล่นนั้น ถ้าออกมาเป็นตัวการ์ตูนแล้วจะมีหน้าตายังไง

โรวิโอมีแผนจะสร้าง Angry Birds เป็นหนังด้วย โดยในประกาศก่อนหน้านี้บอกว่าได้ จอห์น โคเอน ผู้อยู่เบื้องหลังหนังอนิเมชั่น Despicable Me และ Alvin and the Chipmunks มารับหน้าที่อำนวยการสร้างให้ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะค่อยๆ สร้างความนิยมให้มากขึ้นผ่านการ์ตูนชุดทางทีวีและอินเตอร์เนตก่อนครับ ที่แน่ๆก็คือจะทำให้เกิดสินค้าตามมาที่เป็นการสร้างฐานแฟนคลับให้มากขึ้นไปอีกนอกเหนือจากนักเล่นเกม

ชมตัวอย่างของเกมด้านใน

Read more of this post

เมแกน ฟ็อกซ์ กลับมาร่วมงานกับไมเคิล เบย์ ในหนังนินจาเต่า Teenage Mutant Ninja Turtles

Megan Foxหลังจากที่โกรธกันจากการร่วมงานในหนังชุด Transformers ที่เมแกน ฟ็อกซ์ ตำหนิวิธีการทำงานของไมเคิล เบย์ และเรียกเบย์ว่าเป็น “ฮิตเลอร์” ซึ่งต่อมาทำให้เบย์ไล่เธอออกจากโครงการหนัง Transformers: Dark of the Moon ไม่มีใครคิดว่าทั้งสองจะคืนดีกันและกลับมาร่วมงานกันได้ครับ แต่ดูเหมือนว่าเวลาจะทำให้ความบาดหมางหายไปแล้ว เบย์ได้ประกาศว่าฟ็อกซ์จะมาร่วมงานในหนัง Teenage Mutant Ninja Turtles ฉบับยกเครื่องใหม่ที่เขาจะเป็นผู้อำนวยการสร้างครับ

เบย์ได้ประกาศข่าวนี้ผ่านบล็อคของตัวเองเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “TMNT: เรานำเมแกน ฟ็อกซ์ กลับมาสู่ครอบครัว!”  และมีรายละเอียดเบื้องหลังการกลับมาร่วมงานกันของทั้งคู่จากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ เพิ่มเติมว่า เบย์กับฟ็อกซ์กลับมาคืนดีกันผ่านการพบปะพูดคุยกันหลายครั้ง และเธอตัดสินใจร่วมงานก็เพราะโจนาธาน ลายเบสแมน (Wrath of the Titans) ที่เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ได้เอาสตอรี่บอร์ดและรายละเอียดของหนังไปนำเสนอแก่เธอ ซึ่งจะเป็นการเอานักแสดงมนุษย์มาแสดงร่วมกับตัวละครนินจาเต่าที่จะใช้เทคนิคโมชั่นแคปเชอร์ยังไงบ้าง

ยังไม่มีใครรู้ว่าเนื้อเรื่องจะเป็นยังไง แต่ฟ็อกซ์น่าจะรับบทเป็นนักข่าวสาว เอพริล โอนีล ที่เป็นเพื่อนกับสี่นินจาเต่า ลีโอนาร์โด, ไมเคิลแอนเจโล, โดนาเทลโล และราฟาเอล ซึ่งผู้สร้างกำลังคัดเลือกนักแสดงที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักให้มารับบทตัวละครเหล่านี้ผ่านเทคนิคการสร้างภาพตัวละครแบบเดียวกับที่สร้างกอลลั่ม

หนังมีแผนจะออกฉายพฤษภาคม 2014 ครับ ซึ่งแปลว่าการเปิดกล้องก็ใกล้จะเริ่มแล้ว

คัวเวนซาเน่ วอลลิส จาก Beasts of the Southern Wild รับบทนำในหนังเพลง Annie แทนวิลโลว์ สมิธ

Quvenzhane Wallisสดๆร้อนๆ หลังจากได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วยวัย 9 ขวบ ที่เป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดที่เคยได้เข้าชิง คัวเวนซาเน่ วอลลิส จาก Beasts of the Southern Wild ก็กำลังจะมีผลงานใหม่ในหนังเพลงที่ถูกนำกลับมาสร้างใหม่เรื่อง Annie อำนวยการสร้างโดยวิล สมิธ และได้เจย์-ซี มารับหน้าที่ดูแลเรื่องเพลงในหนังครับ

โซนี่ พิคเจอร์ส จะรับหน้าที่ออกทุนให้ รวมถึงจัดจำหน่าย ซึ่งฮันนาห์ มิงเกลลา ประธานฝ่ายงานสร้างของโซนี่ได้ให้ความเห็นถึงการเลือกหนูน้อยวอลลิสมารับบทว่า “จากการที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์และการได้คำวิจารณ์ยกย่องอย่างมาก เราเชื่อว่าคัวเวนซาเน่ วอลลิส คือดาราที่แท้จริงที่จะมาสวมบทเป็นหนูน้อยแอนนี่ ที่จะทำให้เธอได้กลายเป็นดาราระดับโลก เธอเป็นนักแสดงผู้มีพรสวรรค์อันพิเศษ ที่มีขีดความสามารถอันน่าทึ่งมาก ไม่เพียงเป็นนักแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นนักร้องและนักเต้นรำด้วย และเราอดใจรอไม่ไหวที่จะให้คนดูได้ค้นพบเธอมากกว่านี้

การได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ก็ได้พิสูจน์แล้วครับว่าน้องคนนี้เก่งด้านการแสดงมาก แต่เราคงต้องรอดูด้านการร้องเพลงและเต้นรำกันต่อไปจากหนัง Annie

เดิมที โครงการหนังเรื่องนี้ วิล สมิธ ได้วางตัวให้วิลโลว์ สมิธ ลูกสาวของเขามารับบทนำ สมิธอยากปั้นให้ลูกสาวเป็นดาราเหมือนที่ทำสำเร็จกับจาเดน สมิธ ใน The Karate Kid แต่สมิธดูเหมือนว่าจะโน้มน้าวลูกได้ไม่สำเร็จทุกคนครับ วิลโลว์ขอถอนตัวออกจากโครงการหนัง ด้วยเหตุผลว่าอยากใช้ชีวิตเป็นเด็กธรรมดาทั่วไปมากกว่า และสมิธจึงต้องยอมตามใจลูกสาววัย 12 ปี

Annie หรือ “หนูน้อยแอนนี่” เคยเป็นละครบรอดเวย์มาก่อนในปี 1977 ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนสั้น Little Orphan Annieและถูกสร้างเป็นหนังครั้งแรกในปี 1982 ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กผมแดงหน้าตาน่าชังชื่อแอนนี่ที่หนีออกจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อตามหาพ่อแม่ และได้พบกับมหาเศรษฐีใจบุญมารับอุปการะ และช่วยแอนนี่ตามหาพ่อแม่ มีเพลงดังอย่าง Tomorrow ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก

Annie ได้เอ็มมา ธอมป์สัน กับ เอลีน บรอช แม็คเนนา มาเขียนบท และกำกับโดยวิล กลัค จาก Easy A ครับ มีแผนออกฉายปีหน้า

ที่มา: Deadline

จูเลียต บินอช เตรียมสมทบหนังอสุรกาย Godzilla

juliette binocheดูเหมือนว่าโครงการหนังอสุรกายยกเครื่องใหม่ Godzilla จะเลือกนักแสดงมารับบทกันแบบที่เราไม่คาดคิดตลอด แต่มันก็เป็นการบอกใบ้ว่าทิศทางของหนังจะไปในทางไหน และทำให้น่าสนใจขึ้นด้วย ล่าสุดตามรายงานของวาไรตี้บอกว่า จูเลียต บินอช นักแสดงหญิงรางวัลออสการ์สาขาสมทบหญิงจาก The English Patient กำลังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วยครับ

ในรายงานยังยืนยันอีกครั้งว่าแอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน และอลิซเบธ โอลเซ่น ก็ยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาอยู่เช่นกัน ยังไม่มีรายงานว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร แต่ทุกอย่างตั้งแต่การเลือกกาเร็ธ เอ็ดเวิร์ดส์ มากำกับ และการให้แฟรงก์ ดาราบอนต์ จาก The Mist มาช่วยเขียนบท จนถึงการคัดเลือกนักแสดง ให้ภาพเราอย่างดีว่า Godzilla ฉบับใหม่นี้จะมีโทนที่เคร่งเครียดจริงจัง

หนังเรื่อง Godzilla ฉบับยกเครื่องใหม่ได้กระแสตอบรับด้านบวกอย่างท่วมท้นหลังจากเผยตัวอย่างแรกในงานคอมมิค-คอน เมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งผู้กำกับเอ็ดเวิร์ดกล่าวถึงทิศทางหนังไว้ว่า “เราจะให้มุมมองที่จริงจังแก่มัน ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงๆ ในแง่ความเป็นจริงแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง” แม้แต่ดีน เดฟลิน ซึ่งเขียนบทและอำนวยการสร้างฉบับรีเมกปี 1998 ก็ให้กำลังใจโครงการหนังเรื่องนี้ไว้ในการสัมภาษณ์กับ EW ว่า “ผมรู้ว่าผมทำ Godzilla ของผมพัง ผมจะดีใจมากถ้าพวกเขาทำสำเร็จและสร้างเป็นหนังที่ยอดได้

หนังจะเปิดกล้องมีนาคมปีนี้เพื่อออกฉายพฤษภาคม 2014 ครับ

ไอ้แมงมุมห้อยสลิง และโฉมแรกของเชลีน วู้ดลี่ ในบทเอ็มเจ จากกองถ่าย The Amazing Spider-Man 2

the amazing spider-man 2 set headerหลังจากเผยภาพแรกของชุดใหม่ไอ้แมงมุมที่เราจะได้เห็นกันใน The Amazing Spider-Man 2 การถ่ายทำของหนังก็ออกสู่ทำเลตามท้องถนนข้างนอกของนิวยอร์กเลยครับ ทำให้เราได้เห็นชุดแบบเต็มตัวของไอ้แมงมุมชุดใหม่นี้ที่แอนดรูว์ กราฟิลด์ สวมใส่ เมื่อมีปาปารัซซี่แชะภาพจากกองถ่ายมาได้

ภาพชุดแรกจากฝีมือตากล้องไม่ทางการเหล่านี้เป็นฉากที่ไอ้แมงมุมห้อยโหนใยอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง  ภาพยังเผยด้วยว่าการ์ฟิลด์ได้เล่นฉากนี้เองเพราะมีภาพของเขากำลังโหนสลิงเพื่อฝึกซ้อมด้วย

นอกจากไอ้แมงมุมแล้ว ตากล้องยังได้ภาพของชาร์ลีน วู้ดลี่ ในบทของแมรี่ เจน วัตสัน สาวผมแดงผู้เป็นรักแท้ของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ด้วย แต่เรายังไม่รู้ว่าในหนังฉบับนี้ เอ็มเจจะมีบทบาทแตกต่างจากฉบับคอมมิคและไตรภาคของแซม ไรมี่ ยังไงบ้างครับ เพราะในภาคนี้ ปาร์คเกอร์ยังคงคบอยู่กับเกวน สเตซี ที่รับบทโดยเอ็มมา สโตน หวานใจในชีวิตจริงของการ์ฟิลด์ด้วย

สามารถชมภาพเพิ่มเติมเบื้องหลังการถ่ายทำได้ที่ Zimbo และ Daily Mail ครับ

The Amazing Spider-Man 2 กำกับโดยมาร์ค เว็บบ์ จะออกฉายกลางปี 2014

UPDATE: ภาพเพิ่มเติมของเชลีน วู้ดลี่ ในบทของแมรี่ เจน วัตสัน ออกมาให้ชมเพิ่มเติมที่ Just Jared ( via CMB) ในฉากที่ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วมาเจอปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (แอนดรูว์ กราฟิลด์) ซ่อมรถยนต์อยู่ครับ ซึ่งดูแล้วให้ความรู้สึกว่าเอ็มเจฉบับนี้จะไม่ใช่สาวบอบบางเท่าไหร่ ออกจะลุยๆ เหมือนกันครับ ผมไม่ใช่แฟนของคอมมิค แต่รู้สึกว่าเป็นการตีความใหม่ให้ตัวละครต่างจากฉบับของแซม ไรมี่ ครับ ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์

Read more of this post

ภาพแรกอย่างเป็นทางการของนิโคล คิดแมน ในบท Grace Of Monaco

nicole kidman as grace of monacoการประกาศรางวัลออสการ์เพิ่งจบไปหมาดๆ แต่ดูเหมือนว่าฮาร์วี่ ไวน์สตีน ได้เริ่มวางแผนวางกำหนดฉายหนังเพื่อรางวัลออสการ์ปีหน้าไว้แล้วครับ เพราะตามรายงานจากเดดไลน์บอกว่า ไวน์สตีน คัมพานี ได้ซื้อลิขสิทธิ์หนัง Grace of Monaco สำหรับฉายในสหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตั้งใจจะปล่อยหนังออกฉายในเดือนธันวาคมปีนี้

Grace of Monaco เป็นผลงานกำกับของโอลิวิเยร์ ดาฮาน จาก La Vie En Rose มีนิโคล คิดแมน รับบทเป็นเจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโค ซึ่งเหตุการณ์ในหนังจะนำเสนอชีวิตในช่วงปี 1962 ตอนที่เจ้าชายเรนิเยที่ 3 (ทิม ร็อธ) มีปัญหากับฝรั่งเศสว่าด้วยกฎหมายการหลบเลี่ยงภาษี เจ้าหญิงเกรซได้เดินเกมอยู่หลังฉากเพื่อช่วยเหลือเจ้าชายเรนิเยและประเทสโมนาโกให้พ้นสภาวะคับขัน เป็นการคาดการณ์กันว่าความเข้มข้นของบทจะช่วยส่งให้คิดแมนได้เข้าชิงออสการ์ในปีหน้าแน่ๆ

นอกจากหนังเรื่องนี้แล้ว ไวน์สตีนยังได้ซื้อ Mandela: Long Walk to Freedom หนังชีวประวัติเนลสัน แมนเดลา ของผู้กำกับจัสติน แชดวิค ที่ไอดริส เอลบา กับนาโอมิ แฮริส รับบทนำ และ August: Osage County หนังที่ดัดแปลงจากบทละครเวทีรางวัลพูลิเซอร์ ที่มีเมอริล สตรีป, จูเลีย โรเบิร์ต และยวน แม็คเกรเกอร์ รับบทนำ ไปอยู่ในมือด้วย โดยจะเอาออกฉายในสหรัฐเดือนพฤศจิกายนครับ

พร้อมๆ กับข่าวนี้ หนัง Grace of Monaco ก็ได้ปล่อย 2 ภาพนิ่งอย่างเป็นทางการของหนังออกมา ภาพแรกเป็นนิโคล คิดแมน ในชุดเต็มยศของเจ้าหญิง และอีกภาพก็เป็นภาพในชุดลำลองครับ ภาพชุดนี้มาจากหนังสือพิมพ์เดนมาร์ก Politiken ( via Blooding Cool ) ชมภาพด้านใน

Read more of this post

Shadow of a Doubt ของฮิทช์ค็อค หนังที่น่าดูก่อนดู Stoker ของปาร์คชานวุค

stoker shadow of a doubtผู้กำกับปาร์คชานวุค (Oldboy) ยอมรับว่าผู้กำกับอัลเฟร็ด ฮิทช์ค็อค คือแรงบันดาลใจในการกำกับหนังของเขา ชานวุคเคยบอกด้วยว่า Vertigo หนังปี 1958 คือหนังที่ทำให้เขาตัดสินใจอยากเป็นผู้กำกับ และ Stoker หนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของเขาก็ไม่พ้นการมีอิทธิพลต่องานของเขาเช่นกัน อย่างไรก็ดี ในบทสัมภาษณ์ที่ให้แก่ NY Times ชานวุคก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้องอันนี้

ผมไม่ได้เลือกทำหนังเรื่องนี้เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับฮิทช์ค็อค แต่แม้จะมีความเกี่ยวข้องเหล่านั้น ผมก็พยายามจะไม่นึกถึงว่ามันมีอิทธิพลมาจากงานของฮิทช์ค็อคมากแค่ไหน

แต่แม้ว่าชานวุคจะพยายามไม่นึกถึงฮิทช์ค็อค แต่หากคุณได้ดูตัวอย่างหนัง Stoker แล้ว ก็จะเห็นว่าอิทธิพลของฮิทช์ค็อคยังคงอยู่ในวิธีการถ่ายทำภาพยนตร์ ทั้งการวางกล้องและงานกำกับศิลป์ และในความเป็นจริงแล้ว ลักษณะงานแบบฮิทช์ค็อคนั้นถูกฝังเอาไว้ในหนังตั้งแต่เป็นบทภาพยนตร์แล้วโดยที่เขาเลือกไม่ได้ ซึ่งเวนท์เวิร์ธ มิลเลอร์ นักแสดงหนุ่มที่ผันตัวมาเป็นผู้เขียนบทก็ยอมรับว่าการเขียนบท Stoker ของเขา มีการอ้างอิงจาก Shadow of a Doubt หนังปี 1943 ของฮิทช์ค็อค

ใน Shadow of a Doubt มีเธเรซ่า ไรท์ รับบทเป็นชาร์ล็อต นิวตัน หรือ “ชาร์ลี” เธออยู่กับแม่เพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยว และต่อมาก็มีน้าชายชื่อชาร์ลีมาเยี่ยม (รับบทโดย โจเซฟ คอทเทน) ชาร์ลีดีใจที่น้าชาร์ลีได้เข้ามาในชีวิตของเธอ และคิดว่าน้าชาร์ลีจะทำให้ชีวิตของเธอสนุกตื่นเต้นจนกระทั่งเธอพบความจริงว่าน้าชาร์ลีของเธออาจเป็นฆาตกรที่ล่อลวงหญิงแม่ม่ายมาแต่งงานด้วยและฆ่าเพื่อฮุบสมบัติ เป็นหนังที่ฮิทช์ค็อคอยากให้เราเห็นว่าภายนอกของคนที่ดูสุภาพ อ่อนโยน และรูปงามนั้น อาจเป็นหน้ากากที่มารร้ายใส่อำพรางตัวเองก็ได้ และบทหนัง Stoker ของมิลเลอร์ก็มีส่วนที่ทำให้เรานึกถึง Shadow of a Doubt ไม่ได้

Stoker มีนิโคล คิดแมน กับมีอา วาสิโกวสกา รับบทเป็นแม่กับลูกที่ความสัมพันธ์อาจไม่ดีนัก ฉากเปิดเรื่องของหนังเริ่มต้นในงามศพพ่อของครอบครัวนี้ และก็มีการมาถึงของน้าชาร์ลี (แมทธิว กูดดี้) เหมือนกับ Shadow of a Doubtจุดเริ่มต้นของหนังคือ Shadow of a Doubt ของฮิทช์ค็อค เราเริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้น จากนั้นเราก็นำพาหนังไปในทิศทางที่แตกต่างกันมากๆ” มิลเลอร์บอกในสัมภาษณ์ที่ให้แก่ Collider 

มิลเลอร์บอกด้วยว่า Stoker ยังเป็นชื่อที่เขาใช้เพื่ออ้างอิงถึงบราม สโตเกอร์ “ผมเลือกชื่อนี้เพราะมันมีนัยพิเศษที่สะท้อนถึงความเป็นโกธิคอย่างเห็นได้ชัด หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังแวมไพร์ มันไม่เคยตั้งใจให้เป็นหนังแวมไพร์ มันไม่เคยตั้งใจให้เป็นหนังที่เกี่ยวข้องกับแวมไพร์ แต่มันเป็นหนังสยองขวัญ เป็นเรื่องราวของคนควบคุมเตาไฟ (stoker) ที่เติมเชื้อไฟ ซึ่งเข้ากับการเล่าเรื่องของหนังได้เป็นอย่างดี

และเพราะหนัง Stoker มีความเกี่ยวข้องกับ Shadow of a Doubt ผมจึงไปค้นยูทูบแล้วก็พบว่ามีคนนำหนังเรื่องนี้มาอัพโหลดไว้แบบเต็มเรื่องครับ เชิญรับชมหนังได้ที่ด้านใน

Read more of this post

แอน แฮทธาเวย์ จะขับขานบนเพลงอีกครั้งในหนัง Song One

Les Miserables image 05หลังจากร้อง I dream a dream ในหนัง Les Miserables และทำให้เธอได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงปีล่าสุดนี้ แอน แฮทธาเวย์ ยังคงอยากร้องเพลงในหนังอยู่ครับ และแฟนๆ ก็รอติดตามเธอได้ในหนังชื่อ Song One ตามรายงานของ dailymail

ในหนังเรื่องนี้ แฮทธาเวย์จะสวมบทเป็นนักโบราณคดีสาวที่ไปทำงานในยุโรปแล้วต้องเดินทางกลับมาอเมริกาหลังจากทราบข่าวว่าพี่ชายประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บ จากนั้นเธอก็ตกหลุมรักกับนักร้องเพลงร็อค ซึ่งเป็นศิลปินคนโปรดของพี่ชาย

นักร้องเพลงร็อคที่เป็นพระเอกในหนังเรื่องนี้ จะรับบทโดยจอห์นนี่ ฟลินน์ นักร้องชาวอังกฤษที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง ซึ่งฟลินน์เป็นเจ้าของวงดนตรีแนวโฟล์คชื่อว่า Johnny Flynn And The Sussex Wit

เพลงที่ใช้ในหนัง จะเป็นเพลงแต่งใหม่โดยสองคู่รักแห่งวงการเพลง โจนาธาน ไรซ์ และ เจนนี่ ลูอิส และจะมีเพลงหนึ่งในหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะที่แต่งขึ้นมาให้แอน แฮทธาเวย์ ร้อง

เคต บาร์เกอร์-ฟรอยแลนด์ จากวงการหนังสั้น จะเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้ อันเป็นงานหนังยาวเรื่องแรกของเธอ และหนังยังมีอดัม ชูลแมน สามีของแฮทธาเวย์ มารับหน้าที่หนึ่งในผู้อำนวยการสร้างของหนังด้วย

หนังจะเปิดกล้องช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ในสหรัฐ เพราะแฮทธาเวย์มีคิวว่างอยู่พอดี หลังจาก Robopocalypse ของสตีเวน สปีลเบิร์ก เลื่อนการถ่ายทำอันเนื่องจากงบประมาณ

ส่วนผลงานของแฮทธาเวย์ในปีนี้ที่เราจะได้ดูกันก็คือการกลับมาให้เสียงตัวละครนกแก้วใน Rio 2 และการรับบทรับเชิญเล็กๆ ใน Don Jon’s Addiction ของโจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ ครับ

Iron Man 3 ขึ้นปกเอ็มไพร์ และมีใบปิดตัวละครใหม่ใช้เพพเพอร์ พ็อตต์

iron man3 potts headerน่าชื่นชมฝ่ายการตลาดของหนัง Iron Man 3 ในการออกแบบใบปิดตัวละครให้ไม่ได้ซ้ำซากจำเจ เพราะแทนที่จะเอานักแสดงที่สวมบทตัวละครนั้นมายืนเก๊กท่าเหมือนถ่ายแบบอย่างเดียว พวกเขาให้จัดวางท่าที่สร้างอารมณ์ของตัวละครออกมาได้ด้วย เช่นใบปิดตัวละครล่าสุดที่ทำให้เพพเพอร์ พ็อตต์ ของกวินเนธ พัลโทรว์ ยืนก้มหน้าในท่าที่กอดหน้ากากของไอร์ออนแมนที่ยับเยินเอาไว้ และใส่อารมณ์เศร้าเสียใจลงไป ทั้งให้ความรู้สึกถึงบทบาทที่น่าชมและสถานการณ์คับขันที่ไอร์ออนแมนจะต้องเผชิญ

พร้อมๆ กับใบปิด นิตยสารเอ็มไพร์ยังเผยภาพหน้าปกนิตยสารฉบับ Iron Man 3 ที่ใช้ภาพของโทนี่ สตาร์ก (โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์) ในชุดเกราะที่ยับเยินเหมือนผ่านศึกมาหนักมาเป็นภาพที่เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดีครับ

ในนิตยสารยังเผยภาพนิ่งใหม่ของหนังด้วย ซึ่งคุณสามารถชมภาพสแกนได้ที่ CMB ครับ

Iron Man 3 กำกับและเชียนบทโดยเชน แบล็ค ครับ จะออกแายในบ้านเราวันแรงงานนี้ คลิกชมภาพทั้งหมดได้ที่ด้านใน

Read more of this post

แคทนีสกับพีต้าออกเดินสายพบผู้คนบนใบปิดธีมของ The Hunger Games: Catching Fire

catching fire victory tour headerThe Hunger Games: Catching Fire ยังคงปล่อยอะไรออกมาประชาสัมพันธ์เป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้แฟนหนังลืมว่าปีนี้ยังมีหนังเรื่องนี้รอพวกเขาอยู่ครับ และล่าสุดก็ปล่อยใบปิดธีมออกมาย้ำเตือนแฟนๆ

ไม่ใช่ใบปิดของหนังอย่างเป็นทางการ แต่เป็นใบปิดธีมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในหนัง ที่หลังจากแคทนีส (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และ พีต้า (จอช ฮัทเชอร์สัน) ได้เป็นผู้ชนะการแข่งขัน The Hunger Games ประจำปีครั้งที่ 74 แล้ว พวกเขาก็ต้องออกเดินสายพบประชาชนในเขตต่างๆ ใบปิดนี้เป็นใบปิดเพื่อใช้กับเหตุการณ์นั้นในหนัง ทำหน้าที่คล้ายการตลาดแบบไวรัสครับ

ใบปิดเป็นภาพของแคทนิสกับพีต้าในชุดขาวยืนเคียงคู่กัน แคทนีสถือกุหลาบขาว และด้านหลังเป็นหอคอยในอนาคตสักอย่าง ทำออกมา 2 แบบคือแบบภาพระยะไกลกับภาพโคลสอัพที่สองตัวละครนี้

ใน The Hunger Games: Catching Fire หลังจากได้ชัยชนะมาแล้ว ทั้งแคทนีสกับพีต้าก็ยังไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว ทั้งคู่ต้องเดินสายไปยังเขตต่างๆ และแคทนิสก็สังเกตเห็นว่ามีความคิดเรื่องการปฏิวัติกำลังระอุขึ้นในหมู่ประชาชน แต่ไม่ทันไร เธอกับพีต้าก็ต้องกลับเข้าสู่สนามประลองอีกครั้งเมื่อแคปิตอลประกาศว่าในการแข่งขั้นครั้งที่ 75 จะเป็นการนำผู้ที่เคยได้ชัยชนะของแต่ละเขตกลับมาประลองกันใหม่

หนังจะเข้าฉายพฤศจิกายนนี้ คลิกชมใบปิดด้านในครับ

Read more of this post

“คู่กรรม” ยาว 2 ชั่วโมง 7 นาที จะเน้นเนื้อเรื่องครึ่งหลังของนิยาย และปล่อยตัวอย่างเต็ม 28 กุมภาพันธ์นี้

khu kum teaserนอกจากตัวอย่างหนังของ “คู่กรรม” ที่เผยงานสร้างยิ่งใหญ่และดูดิบ อารมณ์จากตัวอย่างหนังที่ทำให้เรานึกถึงหนังเกาหลี และบอกเล่าผ่านสายตาของโกโบริ พระเอกของเรื่อง ที่แตกต่างจากทุกฉบับที่เคยสร้างมาแล้ว เราแทบไม่ค่อยได้ข้อมูลอย่างอื่นเลยของหนัง จนกระทั่งเมื่อผู้กำกับกิตติกร เลียวศิริกุล ไปให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุ Chill FM ช่วงชิลล์ชวนชม เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาครับ

พิธีกรในรายการวันนั้นคือคุณยุทธนา บุญอ้อม หรือดีเจป๋าเต็ด และคุณนันทขว้าง สิรสุนทร ได้ถามคำถามผู้กำกับกิติกรหลายคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “คู่กรรม” ฉบับ 2556  อย่างแรกเลยก็คือความคืบหน้าของงานสร้างที่ตอนนี้ตัดต่อสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว และผู้กำกับได้เล่าว่าที่มาของหนังมาจากการที่ภรรยาสั่งให้ทำ

ผู้กำกับบอกด้วยว่าเรื่องราวใน “คู่กรรม” ฉบับนี้จะเน้นไปที่ 500 หน้าหลังของฉบับนิยาย “จริงๆ แล้วอยากทำ 500 หน้าหลังอย่างเดียว แต่ก็คงไม่ได้ เดี๋ยวคนที่ไม่เคยอ่านหรือไม่เคยดูจะไม่รู้เรื่องก็เลย…ก็คงต้องทำ 500 หน้าแรกบ้างบางส่วน แต่จริงๆแล้วอยากทำ 500 หน้าหลัง” ซึ่ง 500 หน้าหลังที่ว่านี้ก็คือช่วงหลังแต่งงานครับ

ผู้กำกับกิติกรให้เหตุผลที่เลือกทำ 500 หน้าหลังมากกว่า เพราะพบว่าสนุกกว่า และมีรายละเอียดทางอารมณ์เยอะกว่า ส่วน 500 หน้าแรก มีเหตุผลกับข้อมูลเยอะเกินไป และ 500 หน้าหลังยังมีเรื่องราวของสงครามที่เข้มข้นขึ้น และมีตัวละครที่เข้ามามีผลกับสองตัวละครเอกเยอะขึ้น

ต่อคำถามที่ว่า”คู่กรรม“จะมีด้านมืดนิดๆ และมีการที่ตัวละครขบถเหมือนงานก่อนๆ ของตัวเองไหม คุณกิติกรตอบว่า “ไม่ครับ ผมว่าผมทำเป็นโรแมนติกมาก เรื่องเนี้ย เป็นหนังโรแมนติกดราม่า” และมั่นใจว่าผู้ชมจะร้องไห้ ให้เตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วย

ส่วนในแง่การทำงานกับณเดชน์ คูกิมิยะ ที่มารับบทนำ ผู้กำกับบอกว่า “ช่วงแรกเขาต้องปรับตัวพอสมควร เพราะเขาเล่นละครก่อนมาเล่นหนัง วิธีการแสดงไม่เหมือนกัน และน้องเค้าก็ตั้งใจเต็มที่นะ แต่ตอนแรกๆ เขามีปัญหาหน่อยในการสร้างตัวละครโกโบริขึ้นมา เพราะว่ามันเป็นเรื่องของ…มวลรวมประชาชนมีภาพของโกโบริอยู่ในหัวอีกแบบหนึ่งน่ะ และตัวเขาต้องสร้างภาพโกโบริอีกแบบซึ่งต้องให้คนอื่นยอมรับด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นงานหนักของเขาอันหนึ่ง

คุณกิติกรยังบอกด้วยว่าหนังจะยาว 2 ชั่วโมง 7 นาทีครับ และตัดตัวละครออกเยอะมากเพื่อเน้นไปที่สองตัวเอกของเรื่อง

เอ็ม39 ยังมีแผนจะปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ด้วยครับ และปล่อยตัวอย่างของตัวอย่างออกมาเรียกน้ำย่อยก่อน คลิกชมได้ด้านใน และฟังสัมภาษณ์เต็มๆ ได้จากลิงก์ด้านบนครับ

Read more of this post

Breaking Dawn 2 ได้รับเกลียดจากรางวัลแรซซี่ ด้วย 7 รางวัลสูงสุด

Breaking Dawn razzieก่อนหน้าการประกาศรางวัลออสการ์หนึ่งวัน ก็มีการประกาศรางวัลราซเบอรีทองคำ หรือที่มีชื่อเล่นว่า “แรซซี่” ให้แก่หนังยอดแย่ประจำปีครับ ซึ่ง The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II ได้ถึง 7 รางวัลสูงสุด ทำให้หนังที่เข้าชิงร่วมกันพากันโล่งใจยกใหญ่ครับ

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าภาคสุดท้ายของ Twilight เป็นภาคที่ดีและสนุกที่สุด ไม่น่าจะได้รางวัลยอดแย่มากขนาดนี้ แต่ดูเหมือนผู้จัดงานอาจจะเห็นเป็นภาคสุดท้ายแล้ว เลยจัดชุดใหญ่เป็นการทิ้งทวนเหมือนที่ออสการ์รอให้ถึง The Lord of the Rings ภาคสุดท้ายถึงยอมมอบรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมให้แก่หนังเป็นการยกย่องความสำเร็จ และสองปีที่ผ่านมาก็พลาดรางวัลหนังยอดแย่ให้แก่ Jack and Jill และ The Last Airbender ตามลำดับ

The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II ยังได้รางวัลในสาขานักแสดงสมทบชายยอดแย่ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์), ผู้กำกับยอดแย่ (บิล คอนดอน), ทีมนักแสดงยอดแย่, คู่รักยอดแย่ (แม็คเกคนซี ฟอย และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) และรีเมก ลอกเลียน หรือภาคต่อยอดแย่ด้วยครับ

คริสเทน สต๊วร์ต ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดแย่จากบทบาททั้งใน The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II และ Snow White and the Huntsman ขณะที่นักแสดงนำชายเป็นของอดัม แซนด์เลอร์ จาก That’s My Boy ซึ่งอาจทำให้โรเบิร์ต แพททิสัน ดีใจ

รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดแย่เป็นของริฮันน่า จาก Battleship และบทยอดแย่ก็เป็นของหนัง That’s My Boy ครับ คลิกดูรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

โฉมแรกของชุดใหม่ไอ้แมงมุม ใน The Amazing Spider-Man 2

The Amazing Spider-Man 2 costume headerสัปดาห์ที่แล้ว ผู้กำกับมาร์ค เว็บบ์ ของ The Amazing Spider-Man 2 ยั่วแฟนหนังไอ้แมงมุมด้วยชิ้นส่วนดวงตาของชุดไอ้แมงมุมแบบใหม่ที่จะใช้ในหนังภาคต่อซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้ครับ ล่าสุดวันนี้ Coming Soon ได้โฉมแรกของชุดใหม่แบบเกือบครึ่งตัวมาอวดโฉมแล้ว

เว็บบ์เคยให้สัมภาษณ์ว่าชุดใหม่ของไอ้แมงมุมจะ “มีตาที่ใหญ่ขึ้น” และ “มีเครื่องยิงใยที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม” ชุดใหม่ที่เว็บไซต์นี้ได้มาไม่ได้เผยเครื่องยิงใย แต่ให้เห็นตาที่ใหญ่ขึ้น และเป็นลายสีขาวครับ ส่วนชุดนั้นก็เป็นการออกแบบด้วยเนื้อผ้าและลวดลายที่แตกต่างในรายละเอียดจากชุดของภาคแรก และทำให้ผมนึกถึงชุดในไตรภาคของแซม ไรมี่

ในเว็บไซต์ข่าวบอกด้วยว่าเป็นชุดที่ออกแบบมาใกล้เคียงกับชุดในฉบับคอมมิค Ultimate Spider-Man ของมาร์ค แบ็กลี่ย์ มากที่สุดครับ

ใน The Amazing Spider-Man 2 ชีวิตของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (แอนดรูว์ กราฟิลด์) ต้องยุ่งวุ่นวายอยู่กับการปราบคนชั่วในฐานะไอ้แมงมุม และใช้เวลาอยู่กับคนที่เขารัก เกวน สเตซี (เอ็มมา สโตน) แถมวันจบการศึกษาของมัธยมก็มาช้าไม่ทันใจอีก ปีเตอร์ยังไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้แก่พ่อของเกวน นั่นก็คือต้องอยู่ห่างเธอไว้เพื่อไม่ให้เธอมีอันตราย แต่ก็เป็นสัญญาที่ปีเตอร์ไม่อาจรักษาได้

แต่อะไรก็เปลี่ยนไปเมื่ออิเลคโตร (เจมี่ ฟ็อกซ์) ตัวร้ายใหม่ได้ปรากฏกายออกมา และแฮรี่ (เดน เดอฮาน) เพื่อนเก่าได้กลับมาหา รวมถึงการที่ปีเตอร์ได้ค้นพบเบาะแสใหม่เกี่ยวกับอดีตของเขาด้วย

หนังยังมีมาร์ติน ชีน, ไชลีน วู้ดลี่,  พอล จิอาแมตติ, เฟลิซิตี้ โจนส์ และโคล์ม ฟีออร์ ร่วมแสดงด้วย คลิกชมภาพเต็มๆ ด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่าง Movie: The Movie มีเจสซิกา แชสเทน, แบรดลี่ คูเปอร์, แชนนิ่ง เททั่ม, แมต เดมอน และอีกมาก

Movie The Movie 2Vปีที่แล้ว หลังงานประกาศรางวัลออสการ์ จิมมี่ คิมเมล แห่งรายการทอล์คโชว์ทำตัวอย่างหนังปลอมๆ Movie: The Movie ที่ระดมนักแสดงมาคับคั่ง ออกมาล้อหนังฮอลลีวู้ด และปีนี้ก็เช่นกันครับ ระดมนักแสดงมาคับคั่งมากเพื่อถ่ายทำตัวอย่างหนังปลอมๆ เพื่อล้อฮอลลีวู้ด โดยใช้ชื่อว่า Movie: The Movie 2V ซึ่งนักแสดงที่มาร่วมรับบทก็มีตั้งแต่เรเชล ไวส์ซ, เจสซิกา แชสเทน, แบรดลี่ คูเปอร์, เจอราร์ด บัทเลอร์, จู้ด ลอว์, แชนนิ่ง เททั่ม, แซมมวล แอล. แจ็คสัน, ไบรอัน แครนสตัน, แซลมา ฮาเย็ค, จอห์น กราซินสกี้, อาร์มี่ แฮมเมอร์, เคอรี่ วอชิงตัน, โทเฟอร์ เกรซ, บรูโน่ มาร์ส, เจสัน ชวาร์ทซ์แมน, อแมนดา ไซย์ฟรีด และแม้แต่แมต เดมอน

ตัวอย่างล้อหนังหายนะ หนังแฟนตาซี และหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เรารู้จักกันดีอย่าง The Amazing Spider-Man, The Dark Knight, The Avengers, The Twilight Saga, Taken และหนังซอมบี้ทั้งหลาย และล้อเบื้องหลังวงการมายาของฮอลลีวู้ดไปพร้อมๆ กัน

โดยรวมแล้วฮาดีครับ มีหลายมุขที่กัดเจ็บจนฮาก๊ากเลย แม้ว่าโดยองค์รวมแล้วจะสู้ Movie: The Movie ภาคแรกที่ทำออกมาปีที่แล้วไม่ได้ และนักแสดงที่มาร่วมเล่นปีนี้ยังไม่ทำเอาอึ้งเท่าปีที่แล้วด้วย ผมเอาคลิปของปีที่แล้วมาให้เปรียบเทียบด้วยครับ คลิกชมทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

สรุปผลการประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85: Argo คว้ารางวัลใหญ่สุด, Life of Pi คว้ารางวัลมากสุด

Argo wins Oscarงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 ได้จบสิ้นไปแล้วราว 10 โมงเช้าตามเวลาของบ้านเราครับ ซึ่งมีรางวัลราว 90 เปอร์เซ็นต์ได้ที่ไม่พลิกโผไปจากตัวเต็งอันดับหนึ่งเลย และถ้าเต็งหนึ่งไม่ได้รางวัล เต็งสองก็ได้รางวัลในสาขานั้นแทน ทำให้งานโดยรวมไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ หากไม่ได้การแสดงต่างๆ ที่มาจากอะเดล, เชอร์ลี่ แบสซี่, บาร์บรา สไตร์แซนด์, แคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์, เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน และทีมนักแสดงจาก Les Miserables อาจทำให้งานเข้าขั้นกร่อยเลยทีเดียว ส่วนการทำหน้าที่ของเซ็ธ แม็คฟาร์เลนนั้นในฐานะพิธีกรนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลางสำหรับผมครับ ขณะที่ความเห็นทางทวิตเตอรืของนักข่าวและนักวิจารณ์ต่อการทำหน้าที่พิธีกรก็แตกเป็นสองฝ่ายชัดเจนเลย มีทั้งชอบ และไม่ชอบใกล้เคียงกัน

ในแง่ของรางวัล ปีนี้ไม่มีหนังเรื่องไหนได้รางวัลแบบนำโด่ง รางวัลกระจายกันมาก อาจเพราะมีหนังที่มีงานสร้างอยู่ในเกณฑ์ดีสูสีกันมากในช่วงปีที่ผ่านมาครับ แต่รางวัลใหญ่ของงานอย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตกเป็นของ Argo ซึ่งตอนเริ่มฤดูกาลล่ารางวัลใหม่ๆ ไม่มีใครคาดว่าจะมาไกลถึงขนาดนี้ แต่หลังจากเบน แอฟเฟล็คไม่ได้เข้าชิงสาขาผู้กำกับเท่านั้นเอง แทบทุกสำนักโดยเฉพาะในสายสมาคมวิชาชีพก็เทรางวัลให้ Argo เหมือนกับเป็นการบอกผู้ออกเสียงของออสการ์กลายๆ ว่าให้เลือกหนังเรื่องนี้ และหนังก็ยังได้อีก 2 รางวัลสำคัญด้วย นั่นก็คือสาขาบทดัดแปลง และสาขาตัดต่อครับ รวมเป็นทั้งหมด 3 รางวัล

ส่วนหนังที่ได้รางวัลไปมากที่สุดในงานนี้ก็คือ Life of Pi ในสาขาดนตรีประกอบ, เทคนิคพิเศษด้านภาพ, กำกับภาพ รวมถึงอังลีได้รางวัลในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วย เป็นรางวัลที่ 2 หลังจากที่เคยได้จาก Brokeback Mountain ถือเป็นรางวัลที่พลิกโผเล็กๆ เพราะเต็งหนึ่งของสาขานี้อยู่ที่สตีเวน สปีลเบิร์ก แต่อังลีก็เป็นเต็งสองที่ความเห็นจากหลายสำนักมองว่าเขาจะได้รางวัลไปเช่นกัน

หนังที่ได้รางวัลไปมากอีกเรื่องก็คือ Les Miserables คว้าไป 3 รางวัลเท่ากับ Argo แต่ได้ในสาขานักแสดงสมทบหญิง, ผสมเสียง และแต่งหน้าครับ เป็นรางวัลที่ส่วนใหญ่ก็คาดกันว่าหนังเรื่องนี้จะได้ไป

ส่วนที่อาจมีการพลิกโผมากสุด ก็คือสาขากำกับศิลป์ที่ Lincoln ได้ไป เพราะตัวเก็งอยู่ที่ Anna Karenina และ Life of Pi และนอกจากสาขานี้แล้ว หนังยังได้ในสาขานักแสดงนำชายไปด้วยครับ

ออสการ์ปีนี้ยังมีรางวัลที่หนัง 2 เรื่อง ได้คู่กันด้วย เพราะคะแนนเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมาก นั่นก็คือ Skyfall กับ Zero Dark Thirty ที่ได้คู่กันในสาขาตัดต่อเสียง ซึ่งครั้งล่าสุดที่มีการได้คู่กันแบบนี้ก็คือในปี 1994 ที่หนังสั้นเรื่อง It’s a Wonderful Life และ Trevor ได้คู่กัน แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คงเป็นในปี 1968 ที่บาร์บรา สไตร์แซนด์ กับแคทเธอรีน เฮปเบิร์น ได้รางวัลสาขานักแสดงนำหญิงร่วมกัน

ดูรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดด้านในครับ

Read more of this post

Iron Man 3 ปล่อยใบปิดตัวละครที่ 3 มีแมนดารินเก๊กท่ายียวน

mandarin iron man 3 posterหลังจากหนัง Iron Man 3 ของมาร์เวลปล่อยใบปิดตัวละครของไอร์ออนแพเทรียท และอัลดริด กิลเลียน ออกมาแล้ว ใบปิดตัวละครที่สามของหนังดูจะเหนือกว่าในแง่ความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกครับ ครั้งนี้นำเสนอตัวละครตัวร้ายหลักของเรื่อง แมนดาริน ที่รับบทโดยเบน คิงสลี่ย์

ถ้าใบปิดนี้ยังคงใช้ภาพในท่ายืนเหมือนสองใบปิดก่อนหน้านี้ คงดูไม่แปลกใหม่มาก แต่คราวนี้จับเอาตัวละครนั่งอยู่ท่ามกลางองค์ประกอบฉากที่ดูจะสะท้อนความเชื่อและความเพี้ยนของตัวละครนี้ได้ดีมากๆ เหมือนกับการวางฮวงจุ้ยเพื่อการใดสักอย่างเลยครับ มีผนังลายมังกรอยู่ด้านหลัง มีตัวกิเลนขนาบซ้ายขวา มีธูปจุดอยู่รายล้อม ด้านขวาของภาพก็มีหมวกทหารคล้ายของกัปตันอเมริกาที่มีรูกระสุนยิงทะลุ และเท้าก็เหยียบหน้ากากของไอร์ออนแมนไว้ (ในใบปิดไม่มี แต่ในงานออกแบบดั้งเดิมจะมีครับ)

ผู้ออกแบบเสื้อผ้าของตัละครก็ทำหน้าที่ได้ดีในการทำให้ตัวละครนี้ไม่ดูเยอะแบบตลกๆ เหมือนในการ์ตูน แต่เป็นเยอะแบบที่ให้ความรู้สึกว่าตัวละครนี้เพี้ยนรึเปล่า ตั้งแต่กางเกงและชุดทหารข้างในที่สะท้อนความเป็นผู้ก่อการร้าย แล้วใส่เสื้อจักรพรรดิ์จีนทับ ตบด้วยแว่นตาดำที่ทำให้แมนดารินดูยียวนมากๆ

เควิน ฟีจ หัวหน้าของมาร์เวลเคยกล่าวไว้ถึงแมนดารินว่า  ภูมิหลังจะไม่ชัดเจน แตกต่างจากฉบับคอมมิคที่มีการอ้างถึงว่ามีเชื้อสายจีน “จะมีการเจาะจงให้เห็นน้อยลงว่าเขาเป็นชนชาติใด แต่จะให้เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของหลากวัฒนธรรมมากกว่า และการเป็นตัวแทนของการหลงผิดของตัวเขา”

คลิกชมใบปิดและงานออกแบบใบปิดได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ไม่มีนักแสดง James Bond แต่จะมีทีมนักแสดง Les Miserables กับ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน บนเวทีออสการ์

Les Miserables image 05ไม่เสียแรงที่งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 ได้ผู้อำนวยการจัดงานมาจากวงการบรอดเวย์ครับ นีล เมรอน กับเครก แซแดน ได้บอกในการสัมภาษณ์แก่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ว่า นอกเหนือจากอะเดล, เชอรี่ แบสซี่, บาร์บรา สไตรแซนด์ และนอร่า โจนส์ และทีมนักแสดงจาก Chicago แล้ว งานครั้งนี้ยังจะมีนักแสดงบรอดเวย์ คริสติน เชโนเวธ, เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน จาก Dramgirls และทีมนักแสดงจาก Les Miserables ไปร้องสดกันบนเวทีด้วย

อย่างที่เคยรายงานครับว่า การประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 จะมีช่วงสดุดีภาพยนตร์เพลงในรอบ 10 ปี ซึ่งจะมีไฮไลท์หลักอยู่ที่หนัง 3 เรื่อง Chicago, Dreamgirls และ Les Miserables ครับ เจนนิเฟอร์ ฮัดสันคงเข้ามาแสดงในส่วนนี้ เช่นเดียวกับแคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์, เรเน่ เซลวีเกอร์, ริชาร์ด เกียร์, และควีน ลาติฟา ส่วนนักแสดงของ Les Miserables ก็มากันหมดทั้งฮิวจ์ แจ็คแมน, แอน แฮทธาเวย์, รัสเซล โครว์, อแมนดา ไซย์ฟรีด, เอ็ดดี้ เรดเมย์น, ซาแมนธา บาร์กส์, ซาชา บารอน โคเอน, เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ และแอรอน ทแวท ตามที่รัสเซล โครว์ ทวีตยืนยัน

ไม่มีรายละเอียดว่าเพลงไหนในหนังเหลงทั้งสามที่จถูกใช้บนเวทีออกสารร์ แต่เดาว่าฮัดสันน่าจะจะร้อง And I Am Telling You I’m Not Going ส่วนนักแสดงจาก Chicago กับ Les Miserables อาจจะมาร้องเมดเลย์ หรือหนังเรื่องหลังนี้อาจร้อง One Day More ก็ได้ครับ

เชอรี่ เบสซี่ คงมาร้อง Goldfinger หนึ่งในเพลงอันโด่งดังของหนังเจมส์ บอนด์ เพื่อฉลอง 50 ปีของหนังชุดนี้ ส่วนอะเดลก็จะร้อง Skyfall ซึ่งเป็นเพลงที่ได้เข้าชิงออสการ์ และจะเป็นครั้งแรกที่เธอจะร้องสดเพลงนี้

นอร่า โจนส์ จะร้องเพลงที่เข้าชิงจาก Ted แต่ยังไม่มีรายงานว่าฮิวจ์ แจ็คแมน จะร้อง Suddenly จาก Les Miserables ด้วยไหม และยังไม่มีการยืนยันว่าสการ์เลต โจแฮนสัน จะมาร้อง Before My Time เพลงที่ได้เข้าชิงจาก Chasing Ice หรือไหม แต่คงแปลกถ้าเพลงที่ได้เข้าชิงจากหนังเรื่องอื่นได้รับการร้องบนเวทีออสการ์ แต่เพลงเหล่านี้ไม่มีคนร้อง หรืออาจให้บราบรา สไตรแซนด์ ทำหน้าที่แทน คงต้องรอดูกันต่อไปครับ

สองผู้อำนวยการสร้างยังปฏิเสธข่าวลือที่ว่าจะมีการเชิญ 6 นักแสดงนำจากหนัง James Bond ไปขึ้นเวทีด้วย “สื่อเอาไปรายงานกันแพร่สะพัดถึงการคาดการณ์และประกาศสิ่งที่พวกเขาแต่งขึ้นเอง การประกาศในสื่อเป็นการแต่งเรื่องขึ้นทั้งนั้น ที่ว่าเราจะรวมตัวหกนักแสดงเจมส์ บอนด์ เราไม่เคยพูด นีลกับผมไม่เคยประชุมกันว่า เอาหกนักแสดงเจมส์ บอนด์ มารวมตัวกันเถอะ แต่การเฉลิมฉลองบอนด์ที่เรากำลังทำเป็นอย่างหนึ่งที่เราอยากทำ

ผู้อำนวยการจัดงานบอกด้วยว่าการปิดงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 จะมีเพลงปิดงานด้วย ขับร้องโดยเซ็ธ แม็คฟาร์เลน กับคริสติน เชโนเวธ ครับ

Birth of the Dragon หนังบรูซ ลี เรื่องใหม่ ได้ผู้เขียนบทจาก Nixon และ Ali

bruce leeบริษัทสร้างใหม่ในฮอลลีวู้ดชื่อ QED International และ Groundswell Productions มีแผนสร้างหนัง โดยได้แรงบันดาลใจจากการต่อสู้ครั้งสำคัญในชีวิตของบรูซ ลี ครับ และได้มอบหมายให้คริสโตเฟอร์ วิลกินสัน และสตีเฟ่น ไรเวล จาก Nixon กับ Ali มารับหน้าที่เขียนบทให้ตามรายงานของเดอะ  ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

หนังจะเอาเรื่องราวการต่อสู้อันเป็นตำนานของบรูซ ลี กับปรามาจารย์กังฟูชาวจีนชื่อหว่อง แจ็ค แมน ในโรงยิมที่โอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ปี 1965 มาเป็นจุดกำเนิดของหนังเรื่องนี้ที่ชื่อว่า Birth of the Dragon ครับ

น้อยคนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในการต่อสู้ครั้งนั้น เพราะมีคนได้เห็นไม่กี่คน แต่ผลพวงของการต่อสู้ทำให้บรูซ ลี ได้ช่วยให้ลีพัฒนาศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่า “จีทคุนโด” ขึ้นมา ซึ่งนอกจากหนังจะพยายามถ่ายทอดให้เห็นการต่อสู้ครั้งนั้นแล้ว ยังจะมีเรื่องราวของการที่บรูซ ลี ร่วมมือกับหว่อง แจ็ค แมน ในการต่อสู้กับนักเลงมาเฟียของไชน่าทาวน์ด้วย แปลว่าหนังน่าจะมีเรื่องจริงเพียงบางส่วน

ไมเคิล ลอนดอน ผู้บริหารของผู้บริษัทสร้างหนังบอกใน Yahoo Sport ว่า “เราไม่ได้จะนำเรื่องราวประวัติของบรูซ ลี กลับมาเล่าใหม่ ผมคิดว่าไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจกันแบบนั้น แนวคิดของหนังก็คือเอาการต่อสู้ครั้งนั้น ซึ่งทั้งลึกลับและมีพลัง และน่าสนใจในหลายๆ ทาง มาเป็นจุดเปิดของเรื่องราว

ลอนดอนบอกด้วยว่าฉากบู๊ในหนัง จะนำไปให้ผู้ที่ร่วมชมการต่อสู้ครั้งนั้นได้ดูด้วย หนึ่งในนั้นก็คือลินดา ภรรยาของบรูซ ลี และจะติดต่อแจ็ค แมน หลังจากบทหนังเสร็จแล้วครับ

นอกจากหนังเรื่องนี้แล้ว คริสโตเฟอร์ วิลกินสัน และสตีเฟ่น ไรเวล ยังเขียนบทหนังให้ Mercury หนังประวัติเฟร็ดดี้ เมอร์คิวรี นักร้องนำวงควีน ที่ซาชา บารอน โคเอน จะรับบทนำด้วยครับ

Dawn of the Planet of the Apes มีเรื่องราว 15 ปีหลังภาคแรก ได้เจสัน คลาร์ก รับบทนำ

jason clarkeตั้งแต่ผู้กำกับแมต รีฟส์ ถูกเลือกให้มากำกับภาคต่อ Dawn of the Planet of the Apes แทนรูเพิร์ต ไวแอ็ตต์ ข่าวของโครงการหนังดูจะเงียบหายไปตั้งแต่นั้น ล่าสุดจากรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังได้นักแสดงนำคนใหม่ของเรื่องแล้ว และเขาก็คือเจสัน คลาร์ก ครับ

คลาร์กกลายเป็นนักแสดงที่ได้รับการจับตามองขึ้นมาจากการรับบทเป็นซีไอเอ ในหนัง Zero Dark Thirty และยังร่วมรับบทสมทบใน Lawless ด้วย เขาจะมาสวมบทนำแทนเจมส์ ฟรังโก้ ที่เคยเล่นไว้ในภาคแรก Rise of the Planet of the Apes แต่ยังไม่มีรายละเอียดบทที่คลาร์กจะแสดงครับ เดาได้แค่ว่าเป็นตัวลครคนละตัวกับที่ฟรังโก้เคยรับบท

ก่อนหน้านี้ ฟรังโก้ให้สัมภาษณ์แก่ MTV ว่า บทในภาคต่อของเขาจะมีแค่นิดเดียว ตัวละครมนุษย์หลายตัวของภาคแรกตายไปก่อนแล้วในภาคต่อฉบับที่รูเพิร์ต ไวแอ็ตต์ จะกำกับ แต่เพราทิม ร็อธ หัวหน้าของฟ็อกซ์ไม่ได้อยู่กับฟ็อกซ์แล้ว และไวแอ็ตต์ก็ถอนตัวออกจากโครงการหนัง “ไม่รู้สิ ผมเดาว่าผมคงไม่ได้เล่นแล้วแหละ ไม่มีใครคุยกับผมเลยตั้งแต่รูเพิร์ตถอนตัว

ในรายงานยังบอกด้วยว่าเหตุการณ์ในหนังจะเกิดขึ้น 15 ปี หลังจากภาคแรก โครงเรื่องจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามเอาตัวรอดอย่างลำพังในซานฟรานซิสโก ขณะที่ซีซาร์ (แอนดี้ เซอร์กีส) ก็มีปัญหาของตัวเองในการพยายามควบคุมเหล่าวานรทั้งหลายให้เชื่อฟัง

รีฟส์น่าจะเปิดกล้องหนังก่อนฤดูร้อนนี้ เพื่อให้สร้างหนังทันออกฉายพฤษภาคม 2014 ส่วนผลงานเรื่องถัดไปของคลาร์กก็คือ The Great Gatsby, White House Down และ The Green Blade Rises ที่เขาจะสวมบทเป็นอับราฮัม ลินคอล์น วัยหนุ่ม

ตัวอย่างแรกของ “พี่มาก..พระโขนง” ออกมาชวนหัวโกร๋น

mak teaserตำนานรักแห่งทุ่งพระโขนงกำลังจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง” เป็นคำโปรยในตัวอย่างหนังแรกของ “พี่มาก..พระโขนง” ที่เพิ่งออนไลน์ออกมาครับ

ตัวอย่างหนังเปิดตัวด้วยฉากที่เราคุ้นเคยตามคาดของหนังตำนานแม่นาคพระโขนงเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่มากพบรักกับนาค มากไปรบ แม่นาคท้อง จนถึงฉากกลับมาของพ่อมากที่ไม่รู้ความจริงว่าเมียตายไปแล้ว มีฉากอาละวาดนิดๆของแม่นาคให้ดู ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการตบมุขแบบที่ทำให้เราเงิบ และคาดไม่ถึง

มุขท้ายเรื่องและการเลือกมาริโอ้ เมาเร่อ มารับบท น่าจะเป็นอะไรที่บอกเราว่าตำนานสยองขวัญที่ถูกนำกลับมาเล่าใหม่ครั้งนี้ อาจจะมีการยำใหญ่ในส่วนของรายละเอียด เพื่อเอาฮาให้สมเป็นหนังสยองขวัญปนตลกครับ

“พี่มาก..พระโขนง” นำแสดงโดยมาริโอ้ เมาเร่อ และใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ร่วมด้วย ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, เผือก-พงศธร จงวิลาส, เชน-อัฒรุต คงราศรี และ บอมบ์-กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข กำกับการแสดงโดย โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ฉาย 28 มีนาคมนี้ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างหนังสั้น “หลงรักเลย” กำกับและนำแสดง โดยฌเดชน์ คูกิมิยะ

nadeth short filmบ้านเราอาจจะมีนักแสดงหนุ่มที่กลายเป็นผู้กำกับหนังดังอีกคนครับ และเขาคนนั้นก็คือ ณเดชน์ คูกิมิยะ ผู้ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นงานกำกับหนังสั้น “หลงรักเลย” ของเขา และยังได้ร่วมนำแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย

ณเดชน์ ซึ่งเรียนอยู่ปี 4 ของเอกวิชาภาพยนตร์ คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทุนจากทางมหาวิทยาลัยให้กำกับหนังสั้นเรื่องนี้ ร่วมกับเพื่อนๆ ของเขาครับ เป็นหนังรักที่ใช้ทำเลริมฝั่งโขงเป็นสถานที่ถ่ายทำ บอกเล่าเรื่องราวความรักซึ้งๆของหนุ่มสาว ไปพร้อมๆกับใช้ความงามของเชียงคานมาช่วยสร้างความโรแมนติกครับ ณเดชน์รับบทเป็นนักเขียนหนุ่มที่ไปหลงรักสาวท้องถิ่นที่แสดงโดยสายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข แต่ดูเหมือนจะเป็นรักแบบข้างเดียวครับ หนังยังมีธันวา สุรยจักร ร่วมแสดงด้วย

จากที่เห็นในตัวอย่างหนัง เป็นหนังที่มีการถ่ายทำเทียบเท่ากับมาตรฐานหนังไทยของบ้านเรา และนักแสดงนำทั้งสองของเรื่องก็ชวนเราอินไปกับเรื่องราวได้ดีมาก

หนังจะออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงคาน ระหว่างวันที่ 1-10 มีนาคมนี้ครับ ใครที่อยากชมลองไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.chiangkhanfilmfestival.com/

คลิกชมตัวอย่างหนังได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 544 other followers