ตัวอย่างแรกของ “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ออกมาวิ่งแล้ว
มิถุนายน 19, 2012 8 ความเห็น
วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของค่ายหนังจีทีเอชเลยทีเดียว เพราะมีทั้งการเปิดตัวหนัง “รัก 7 ปี ดี 7 หน” หนังฉลองครบรอบ 7 ปีที่ค่ายหนังนี้สร้างหนังรับใช้คนดูมา 7 ปี และพร้อมๆ กันนี้ พวกเขาก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของหนังออกมาด้วยครับ
อย่างที่ทราบกันครับ หนังเรื่องนี้ประกอบด้วยหนังสั้นสามเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีเรื่องราวของตัวเอง มีผู้กำกับที่มีบทบาทสำคัญของค่ายอันได้แก่ ปวีณ ภูริจิตปัญญา, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม และ จิระ มะลิกุล มาแยกกันกำกับคนละตอน และได้นักแสดงชั้นนำที่เป็นทั้งเด็กปั้นของค่ายอย่าง จิรายุ ละอองมณี, สุทัตตา อุดมศิลป์, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, คริส หอวัง และ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ และนักแสดงใหม่ที่โด่งดังจากงานด้านอื่นอย่างสู่ขวัญ บูลกุล และ นิชคุณ หรเวชกุล มารวมพลังกันเรียกผู้ชมครับ
หลังจากชมตัวอย่างหนังแล้วให้ความรู้สึกประทับใจในการนำเสนอมากๆ ดูแล้วยิ่งทำให้อยากดูหนังโดยไว มีการถ่ายภาพที่เก๋ในหลายฉาก และก็มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจเหมาะสำหรับผู้ชมตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงวัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่เลยครับ และการแสดงของนักแสดงก็ดูดีมากๆ แม้กระทั่งหน้าใหม่อย่างคุณสู่ขวัญ และนิชคุณ ก็ส่งบทบาทที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์มากๆ น่าจะเป็นตอนที่คนอยากดูมากที่สุดในบรรดาทั้ง 3 ตอนครับ
ถ้าหนังอย่าง “ATM เออรักเออเร่อ” ที่เอาแต่ขายมุขตลกเป็นหลัก และไม่ได้น่าประทับใจมาก ยังทำเงินถึง 100 กว่าล้าน “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ซึ่งมีฟอร์มน่าสนใจกว่า มีนักแสดงแม่เหล็กที่มีพลังมากกว่า ตัดต่อตัวอย่างหนังออกมาได้น่าดูกว่า ผมเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังไทยที่ทำรายได้มากกว่าอย่างน้อยอีกเท่าตัวครับ
หนังจะเข้าฉายปลายปรกฏาคมนี้ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน
เรื่องย่อ
“14” กำกับโดย ปวีณ ภูริจิตปัญญา (ห้าแพร่ง) ความรักของ ป่วน (จิรายุ ละอองมณี) และ มิลค์ (สุทัตตา อุดมศิลป์) ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ฉับพลันที่ป่วนตัดสินใจเปลี่ยน Status ใน Facebook เป็น ‘In Relationship’ ป่วนโพสต์คลิปเผยแพร่ความรักของตัวเองลงใน Youtube อย่างละเอียดยิบด้วยความภาคภูมิใจและเนิร์ดแฟน หลากหลายคอมเมนต์ ความอยากรู้อยากเห็น และยอด Views ที่พุ่งอย่างไม่หยุดยั้ง ดึงป่วนให้ถลำลึกลงไปในโลกของฟีดแบ็คจากคนที่เขาไม่รู้จัก ส่วนคนที่เขารักนั้น ยิ่งนานวันเธอก็ยิ่งมีค่าน้อยกว่ายอดคลิก Like ในหน้า Wall Facebook ของเขา
“21/28” กำกับโดย อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (รถไฟฟ้ามหานะเธอ) เรื่องราวรักนอกจอของอดีตสองซุปเปอร์สตาร์ที่เคยมีหนังร้อยล้านร่วมกันเมื่อ 7 ปีก่อน ปัจจุบันฝ่ายหญิง แหม่ม (คริส หอวัง) ในวัย 28 ยังกระเสือกกระสนหาทางกลับไปยืนแป้นนางเอกอีกครั้ง โอกาสมาถึงเมื่อสตูดิโอเจ้าของหนังประกาศสร้างภาคสอง แต่นั่นหมายถึงต้องได้พระนางคู่เก่าคืนจอ ปัญหาอยู่ที่ จอน (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) นั้นสาปส่งวงการหนีไปเป็นผู้ดูแลสัตว์น้ำใน Siam Ocean World ไปแล้ว แหม่มจึงต้องบากหน้าไปตื๊อแฟนเก่าทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่าย ‘ดังแล้วทิ้ง’ เพียงเพื่อจะพบว่าอดีตพระเอกเจ้าของกล้ามซิคแพ็คได้แปรสภาพเป็นไอ้อ้วนหนัก 80 ที่เกลียดเธออย่างกับขี้ไปซะแล้ว
“42.195” กำกับโดยจิระ มะลิกุล (15 ค่ำเดือน 11, มหา’ลัยเหมืองแร่) ซึ่งจับเอาเรื่องราวของชีวิตและการวิ่งมาราธอนมาเปรียบล้อกัน เรื่องราวของ หล่อน (สู่ขวัญ บูลกุล) ผู้ประกาศข่าวสาววัย 40 ที่กำลังหลงแผนที่ชีวิต หล่อนประสบกับความสูญเสียใหญ่หลวงและไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร จนกระทั่งหล่อนได้พบกับ เขา (นิชคุณ หรเวชกุล) นักวิ่งหนุ่มที่ชวนให้หล่อนเข้าแข่งขันมาราธอน ลมหายใจของหล่อนก็เหมือนจะกลับมามีความหมายอีกครั้ง

















ตัวอย่างหนังทำให้รู้สึกหนังน่าดู น่าสนใจมาก
แต่ส่วนตัวผมอยากดูเรื่องที่ 2 มากกว่า อันที่จริงน่าจะเอามาสร้างเป็นหนังยาวได้นะครับ เอาแบบดราม่ามากหน่อยนึง ดึงอารมณ์คนดูให้เศร้าๆซึ้งๆ ได้ไม่ยาก
น้ำตาจะไหล…งานภาพแบบนี้มันใช่หนังไทยจริงหรอ สวยงามสุดๆ
แค่ตัวอย่างก็กินขาดซะขนาดนี้…นึกถึงแฟนฉัน จริงๆ หรือ GTH จะกลับมาคืนฟอร์มแล้ว …100 ล่ะ ไม่ต้อลุ้น… เดือนหน้า…มีหนังที่ต้องดูเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องแล้ว…กระเป๋าจะฉีกไหมนี่…
รู้สึกประทับใจแล้วก็รู้สึกมัน…”ยิ่งใหญ่”..อะ…ไม่ต้องมีงานสร้างที่อลังการหรือทุ่มทุนสร้างอะไรมากมายนะ…แต่ที่มัน “ยิ่งใหญ่” เพราะสิ่งที่ตัวละครทำอะ…(มีใครรู้สึกเหมือนผมบ้าง)
100ล ชัวร์ยังน้อยไป ผมว่า มีสิทธิ์เป็นหนังทำเงินสูงสุดของค่ายนี้เลยทีเดียว
บทมันน่าสนใจไปทุกเรื่องเลย แต่น่าจับจ้องมากสุดก็ตอน นิชคุณ นี่แหละ (แม้ดูๆคุณยังไม่ค่อยเนียนกับบทพูดเท่าไหร่ แต่ฟีลการแสดงมันได้)
ตอนเก้า-ปันปัน ดึงวัยรุ่นได้แน่ๆ อิงโซเชี่ยวเน็ตเวิร์คขนาดนี้ น่าจะโดนวัยนี้กัน
ตอนคริส-ซันนี่ ผมอยากดูตอนนี้มากที่สุด แค่เห็น ตย.ตอนนี้ มันก็โดนใจแล้วอ่า
ตอนคุณ-สู่ขวัญ ดึงคนทำงานถึงกลางคน มาดูได้ด้วย แถมน่าจะเป็นตอนที่มีบทพูดคมๆ+ข้อคิดตรึมแน่ๆ
สรุป 3 ตอน ตอนละ 50m รวม 150m up ครับ
ว้าว แต่ละตอนดูมีสไตล์โดดเด่นแตกต่างกันไป
น่าดูทั้ง 3 ตอนเลยแฮะ
น่าดูค่ะ คิดว่าถ้าทำแยกอาจทำให้หนังไม่ทำเงินเท่ากับรวมสามตอน รวมดารา ขนาดนนี้ เพราะบางพล็อตมันแนวเกิ๊นน
รู้สึกเหมือนเรื่องสุดท้ายมีแววพระเอกของเราไม่เป็นผีก็มีตาย …
อิอิ