The Amazing Spider-Man: ความเห็นหลังชม

The Amazing Spider-Man เปิดตัวแล้วในบ้านเราเมื่อวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ฉายก่อนหน้าในสหรัฐ 1 สัปดาห์ครับ โรงหนังในบ้านเราคงเทโรงให้หนังเรื่องนี้ และคาดว่าน่าจะเปิดตัวด้วยตัวเลขที่สูงเอาการ เพราะหนังฉายในระบบ 3D และ IMAX 3D ด้วย

ในแง่ของคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์ชั้นนำในสหรัฐ ซึ่งก็ได้ดูรอบพิเศษไปพร้อมๆ กับรอบปกติของบ้านเรา ส่วนใหญ่แล้วดูจะชอบหนังเรื่องนี้กันครับ จาก 64 วิจารณ์ที่รวบรวมมาในตอนนี้ของเว็บ Rotten Tomatoes มีนักวิจารณ์ชอบถึง 80% ได้คะแนนเฉลี่ยที่ 7/10 ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนี้อีก เพราะน่าจะเป็นบทวิจารณ์แค่ประมาณครึ่งเดียวที่มีการรวบรวมมา

ในส่วนของความเห็นจากนักวิจารณ์ชั้นนำ โรเจอร์ อีเบิร์ต จาก Chicago Sun-Times ดูจะชอบหนังฉบับนี้มากกว่าฉบับของแซม ไรมี่ ครับ ดังที่เขียนไว้ว่า “นี่เป็นหนังที่ใส่ใจมากกว่า และฉากแอ็คชั่นนั้นง่ายแก่การติดตามมากกว่าในแง่ของกาละและเทศะ ถ้าเราไม่จำเป็นต้องบอกเล่าเรื่องราวจุดกำเนิดใหม่ของสไปดี้อีกครั้ง อย่างน้อยก็สร้างโดยให้รายละเอียดขึ้นและให้เหตุผลมากขึ้นว่าทำไมปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ตัดสินใจกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่

ลิซ่า ชวาร์ซบาม จาก EW ก็ดูจะชอบฉบับใหม่นี้มากกว่าของแซม ไรมี่ ครับ บอกว่า “หนังมีชีวิตชีวา และมีความหลากหลายที่อ่อนกวานกว่าฉบับของแซม ไรมี่ เน้นไปที่ความสัมพันธ์ของมนุษย์มากกว่าเทคนิคพิเศษ การยกเครื่องใหม่ครั้งนี้เป็นการทำให้เรื่องเก่าเก็บนั้นสดใหม่ ผ่านกระแสของการสร้างซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลให้ดูมีความเป็นซูเปอร์ฮีโร่น้อยลง

แต่ก็มีนักวิจารณ์บางคนที่ไม่เห็นด้วย เช่น ลู ลูเมนิค จาก New York Post ที่บอกว่า “The Amazing Spider-Man อาจไม่ถึงกับเป็นหนังแย่ แต่ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำคุณศัพท์ที่ขยายอยู่หน้าชื่อเรื่อง บางช่วงในหนังน่าเบื่อ บางช่วงขาดแรงบันดาลใจ มันเหมือนกันปรับปรุงเรื่องใหม่อย่างไร้จุดหมายเหมือนกับ Superman Returns มากกว่าจะเป็นการยกเครื่องใหม่ที่น่าพึงพอใจแบบ Batman Begins

สำหรับผมแล้วคิดว่า Spider-Man ของแซม ไรมี่ มีความเป็นเมโลดราม่าแบบเข้มข้น เรื่องราวออกไปแนวโรแมนติกชวนฝัน น้ำเน่า เน้นไปที่ความรักระหว่างปีเตอร์กับเอ็มเจ ส่วน The Amazing Spider-Man บอกเล่าเรื่องราวไปในทางความรักแบบสมจริงกว่า ไม่พยายามไปเน้นเนื้อเรื่องส่วนที่ฉบับของไรมี่เคยเน้นไว้ แต่ไปพูดถึงปมลึกลับเกี่ยวกับที่มาของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ และปมทางจิตใจของการเป็นลูกที่ถูกทิ้งแทน ทั้งโทบี้ แม็คไกวร์ กับ แอนดรูว์ กราฟิลด์ เป็นไอ้แมงมุมในฉบับของตัวเองที่ดีพอๆ กัน เล่นได้ลึกพอๆกัน เพียงแต่คนละอารมณ์ แต่เคมีระหว่างการ์ฟิล์กับเอ็มมา สโตน ดูเข้ากันมากกว่า แม็คไกวร์กับเคียร์สเทน ดันสต์ แต่ฉบับของไรมี่ก็ดูน่าสนใจกว่าในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างปาร์คเกอร์กับลุงเบน ดังนั้น เลยคิดว่าทั้งสองฉบับมีความทัดเทียมกันอยู่ ต่างมีจุดเด่นกันคนละแบบ และเป็นจุดเด่นที่อีกฉบับดูขาดไป เปรียบได้กับการเทียบกุหลาบสีแดงกับสีเหลืองซึ่งสวยพอๆ กัน แต่อาจอยู่ที่จริตของผู้ชมว่ามีรสนิยมในการชอบสีไหนกว่ากัน

อย่างไรก็ดี Spider-Man 2 ของไรมี่ ยังคงเป็นหนังไอ้แมงมุมภาคที่ดีที่สุดสำหรับผม มีความเข้มข้นแบบน้ำเน่ามากๆ ทั้งเรื่องราวของการชิงรักหักสวาท และเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ที่ดูสนุกสุดๆ ครับ

เพื่อนๆ ที่ชมแล้วคิดยังไงกับ The Amazing Spider-Man กันบ้างครับ

Read more of this post

About these ads

JEDIYUTH’s Review: Spider-Man (บทวิจารณ์เก่า เขียนไว้ปี 2545)

หมายเหตุ: บทวิจารณ์นี้เขียนไว้เมื่อปีพ.ศ. 2545 ตอนที่หนังเรื่องนี้ออกฉายครับ

เทพนิยายซูเปอร์ฮีโร่
Spider-Man หรือ ไอ้แมงมุม หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่แฟนๆ ของการ์ตูนตัวนี้รอมาแสนนาน และเชื่อว่าใครที่เป็นแฟนไอ้แมงมุมอยู่แล้ว จะต้องไม่ผิดหวัง เพราะหนังจับเสน่ห์ของการ์ตูนมาร์เมล คอมมิก ไว้ได้ครบถ้วน และคนที่ไม่ใช่แฟนตัวจริงก็สนุกกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ผมเคยอ่านบ้างตอนเด็กๆ แต่ก็ไม่ได้ติดตามอะไรมากมาย เพราะชอบเรื่องราวแบบไอ้มดแดง หรือชอบตัวละครแบบวูล์ฟวารีนมากกว่า แต่ก็ดูแล้วสนุกดีครับ

หนังบอกเล่าเรื่องราวที่คล้ายๆ เทพนิยาย เล่าผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอก ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (โทบี้ แม็คไกวร์) เด็กหนุ่มกำพร้าที่อาศัยอยู่กับลุงและป้า ซึ่งก่อนจะได้พลังพิเศษแบบแมงมุมมา เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา บ้าเรียน ขี้อาย ใส่แว่นตา เข้าสังคมไม่เก่ง และอยากเอาชนะใจสาวคนที่แอบรัก แมรี่ เจน (คริสเทน ดันสต์) ที่ทั้งสวย โด่งดัง และเนื้อหอม และเมื่อปีเตอร์ได้พลังพิเศษมา เขาก็ไม่ต่างจากคนธรรมดา ที่อาจคิดเพียงใช้มันไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

แต่ด้วยการอบรมสั่งสอนที่ดีของลุงและป้า ที่อยากให้เขาเป็นคนดี เหมือนที่ลุงเขาบอกว่า “With great power comes great responsibility.” และการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว ซึ่งเขาน่าจะยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นได้ เขาจึงเปลี่ยนนำมันไปใช้ต่อกรกับเหล่าร้าย และปราบอาชญากร

Read more of this post

ดู RZA, รัสเซล โครว์, ลูซี ลิว, และบาติสต้า ในตัวอย่างหนังกังฟูเลือดสาด The Man With The Iron Fists

“They put the F-U in Kung Fu” คือคำโปรยของหนัง The Man with the Iron Fists ที่จะบอกว่าเราว่านี่เป็นหนังกังฟูที่ไม่ธรรมดา และจากตัวอย่างหนังเรต R เลือดสาดที่ออนไลน์ที่ IGN ก็ดูจะบอกเราแบบนั้นครับ

The Man with the Iron Fists เป็นหนังที่นำแสดงและกำกับโดยอาร์ซีเอ นักร้องแร็ปที่เคยทำเพลงประกอบหนัง Kill Bill: Volume One จากบทหนังที่เขาร่วมเขียนกับอีไล ร็อธ โดยได้เควนติน ตารันติโน เอาชื่อของเขามาช่วยโปรโมทหนังด้วย หนังได้แรงบันดาลใจจากหนังจีนกำลังภายในยุค 60-70 แล้วใส่ความเป็นตะวันตกเข้าไปในหนังให้ดูเปรี้ยวมากขึ้น มีฉากกำลังภายในน่าตื่นตา มีตัวละครแสบๆ ที่รับบทโดยนักแสดงชั้นนำมากมาย มีฉากเลือดสาด และใช้เพลงแร็ปประกอบหนังครับ

อาร์ซีเอรับบทเป็นช่างตีเหล็กของหมู่บ้านแห่งนี้ที่กำลังจะถูกกวาดล้าง เขาจึงตีแขนเหล็กขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้อง หนังยังมีรัสเซล โครว์ รับบทเป็นนักฆ่าชื่อแจ็คไนท์ ผู้มีทั้งปืนมีดเป็นอาวุธ, เดฟ บาติสต้า เป็นมนุษย์ทองเหลือง ที่น่าจะได้แรงบันดาลใจจากมนุษย์ทองคำของเส้าหลิน, ริค หยุน เป็นเซนยี นักฆ่านินจา, ลูซี่ ลิว เป็นมาดามบลอสซั่ม ที่มีพัดเหล็กเป็นอาวุธ และ เจมี่ ชุง เป็นเลดี้ซิลค์ ที่มีลิ้นใช้ฉกคู่ต่อสู้ได้

หนังยังไม่มีกำหนดฉายครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับเต็มของ Frankenweenie อนิเมชั่นแนวสต็อปโมชั่นเรื่องใหม่จากทิม เบอร์ตัน

แฟนมากมายพากันผิดหวังกับทิม เบอร์ตัน จากผลงานปีนี้เรื่อง Dark Shadows แต่เบอร์ตันอาจได้ชดเชยตัวอย่างด้วยอนิเมชั่นแนวสต็อปโมชั่นเรื่อง Frankenweenie ครับ ซึ่งตัวอย่างฉบับเต็มของหนังก็ออนไลน์แล้วที่ Apple

หนังดัดแปลงจากหนังสั้นสมัยที่ทิม เบอร์ตัน เริ่มงานกับวอลท์ ดิสนี่ย์ ใหม่ๆ ในปี 1984 และเป็นสาเหตุให้เขาถูกไล่ออกจากดิสนี่ย์เพราะหนังดูน่ากลัวเกินไปจนดิสนี่ย์ไม่นำออกฉาย เวลาผ่านไปเกือบ 30 ปี เบอร์ตันกลับมาร่วมงานกับดิสนี่ย์ใหม่ สร้างหนังทำเงินให้ดิสนี่ย์อย่าง Alice in Wonderland และทำให้เบอร์ตันได้นำหนังสั้นของเขามาสร้างใหม่ในรูปแบบการ์ตูนยาวเรื่องนี้ครับ

Frankenweenie เป็นหนังที่เบอร์ตันสร้างขึ้นมาเพื่อคาราวะแก่หนัง Frankenstein ฉบับปี 1931 บอกเล่าเรื่องราวของวิกเตอร์ที่สูญเสียหมาเพื่อนยากที่ชื่อสปาร์กกี้ไป แล้วการทดลองในวิชาชีววิทยาก็ทำให้วิคเตอร์เกิดแรงบันดาลใจในการคืนชีพให้สปาร์กกี้ เมื่อเจ้าหมาน้อยแสนซนคืนชีพ ความซนของมันก็ไปปั่นป่วนเพื่อนบ้านจนนำภัยมาถึงตัว ไม่เพียงแค่นั้น เพื่อนๆของวิคเตอร์เองก็เกิดแรงบันดาลใจทำตามวิคเตอร์ในการคืนชีพให้สัตว์อีกมากมายจนเมืองเต็มไปด้วยสัตว์ซอมบี้ออกอาละวาดครับ

จากที่เห็นในตัวอย่างหนัง ดูแล้วน่ารักปนสยองตามฉบับหนังอนิเมชั่นของเบอร์ตันอย่าง The Nightmare Before Christmas และ Corpse Bride ซึ่งน่าจะช่วยให้แฟนๆของเบอร์ตันอยากเข้าไปชมหนังเรื่องนี้ครับ

หนังจะเข้าบ้านเรา 18 ตุลาคมครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

The Human Fly ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวล กำลังจะมีหนังของตัวเอง

ตามรายงานของเดดไลน์บอกว่าบริษัทสร้างหนังนอกกระแสได้ซื้อลิขสิทธิ์ The Human Fly ของมาร์เวลมาสร้างเป็นหนังคนแสดงครับ โดยสตีเวน โกลด์มานน์ อยู่ระหว่างพูดคุยเพื่อกำกับหนังเรื่องนี้

โกลด์มานน์กับอลัน บรูเวอร์ เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์ตัวละครนี้มาจากมาร์เวล เพื่อมาสร้างเป็นหนัง ภายใต้บริษัทหนังเล็กๆ ชื่อไอเซ่นเวิร์ก-ฟิสเชอร์ โปรดักชั่น ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของพาราเมาท์ พิคเจอร์ส ที่จะมาดูแลด้านอำนวยการสร้างฝ่ายบริหารให้ เพียงแต่จะใช้ทุนสร้างจากแหล่งทุนส่วนตัวจากภายนอก

The Human Fly มีสโลแกนเฉพาะตัวว่า “The Wildest Superhero Ever – Because He’s Real!” บอกเล่าเรื่องราวของริค โรแจ็คท์ สตั๊นแมท์สุดระห่ำที่หลังจากประสบอุบัติเหตุก็ถูกนำตัวมาผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะภายในใหม่จนกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เมื่อฟื้นคืนกำลัง ริคใช้ร่างกายใหม่ แต่งองค์ด้วยชุดหน้ากากสีแดง แล้วออกตระเวนเปิดการแสดงเสี่ยงตายเพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้และการกุศลต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องต่อสู้กับผู้ร้ายอยู่เสมอเพราะการทำการกุศลของริคมักไปขัดผลประโยชน์ของผู้ร้ายเหล่านั้น มาร์เวลมีหนังสือการ์ตูนชุดของตัวละครนี้ออกวางจำหน่ายในยุค 70 ถึง 19 เล่มด้วยกัน

นอกจากในฉบับพระเอกแล้ว ตัวละครนี้ก็เคยรับบทเป็นผู้ร้ายให้หลายตัวละครของมาร์เวลด้วย เช่น Spider-Man ครับ แต่คงไม่ถูกนำมาเกี่ยวข้องกันในการสร้างหนัง

ดูโจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ ดวลกับ บรูซ วิลลิส ในตัวอย่างฉบับเต็มของหนังบู๊ไซไฟ Looper

โซนี่ พิคเจอร์สปล่อยตัวอย่างใหม่ของหนังบู๊ไซไฟ Looper จากผู้กำกับไรอัน จอห์นสัน ออกมาออนไลน์ที่ Yahoo Movies ครับ

ตัวอย่างใหม่นี้บอกเนื้อเรื่องละเอียดขึ้นจากเดิมนิดหน่อยครับ โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ รับบทเป็น โจ ผู้มีอาชีพที่เรียกว่าลูเปอร์ หรือมือปืนที่คอยเก็บและทำลายหลักฐานเหยื่อที่ถูกส่งมาจากอนาคตปี 2072 ห่างจากปีที่โจอยู่ 30 ปี แต่เหยื่อรายล่าสุดที่ทำให้โจทำงานพลาดก็คือตัวของเขาเองที่ถูกส่งมาจากอนาคต (รับบทโดย บรูซ วิลลิส) โจเด็กจึงต้องหาทางกำจัดโจแก่ผู้ที่คิดว่าโจแก่ควรตายได้แล้ว แต่ก็ยังสับสนตัวเองอยู่บ้านเพราะโจแก่ก็คือตัวของเขาเอง ส่วนโจแก่นั้นเก๋าและรู้ไต๋โจเด็กดีทุกอย่าง  และเหมือนจะมีแผนการบางอย่างเพื่อจะเปลี่ยนอนาคตด้วย หนังยังมีเอมิลี่ บลันท์ ในบทหญิงสาวที่มีสัมพันธ์กับโจเด็ก และดูเหมือนรู้เรือ่งของพวกลูเปอร์ และเจฟฟ์ แดเนียลส์ ในบทของหัวหน้าลูเปอร์ ที่ตามล่าโจเด็กซึ่งทำงานพลาด

โทนในหนังดูดิบแบบหนังคาวบอยดีครับ แม้ว่าจะมีความเป็นโลกอนาคตเข้ามาผสม มีฉากระเบิดให้น่าตื่นเต้น และมีฉากแรงโน้มถ่วงโลกบิดเบี้ยวที่ดูน่าสนใจมากๆ หนังเรื่องนี้จะเข้าฉายในบ้านเราเดือนกันยายน จัดจำหน่ายโดยมงคลเมเจอร์ครับ

Read more of this post

ฉากบู๊มากมาย และสาวสามเต้า ในตัวอย่างใหม่ของ Total Recall

โซนี่ พิคเจอร์สได้ปล่อยตัวอย่างหนังฉบับเต็มของ Total Recall ฅนทะลุโลก ของผู้กำกับเลน ไวส์แมน ออกมาแล้วครับ และดูแล้วน่าจะถูกใจคอหนังบู๊ไซไฟอย่างมาก

ตัวอย่างหนังยังคงบอกเราว่าตัวละครของคอลิน ฟาเรลล์ ไปใช้บริการของ Rekall ที่ทำให้เขาฟื้นความทรงจำขึ้น พบว่าความทรงจำปัจจุบันนั้นเป็นของลวงที่ถูกใส่ขึ้นมา และเมียข้างกายที่รับบทโดยเคต เบกกินเซล นั้น ก็คือเมียปลอมๆ ที่ถูกส่งให้มาประกบคอยดูพฤติกรรม และกำจัดเขาหากความทรงจำคืนมา จากนั้นการสืบหาความจริงว่าตัวเองเป็นใครก็เริ่มขึ้น พร้อมกับนีการไล่ล่าไปด้วย

หนังได้เปลี่ยนจากฉากดาวอังคารมาเป็นโลกในอนาคตแทนที่ทุกอย่างดูไฮเทคแบบหนัง Minority Report แต่ให้ฉากการไล่ล่าและต่อสู้ในอารมณ์แบบ Bourne ไม่แฟนตาซีล้ำแบบหนังฉบับปี 1990 ของพอล เวอร์โฮเวน กับอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ที่เราจะอึ้งและทึ่งไปกับจินตนาการต่างๆ อย่างหนึ่งที่ยังถูกใส่เข้ามาเป็นลูกเล่นเพื่อให้ระลึกถึงภาคแรกก็คือสาวสามเต้าที่มาเตือนคุณให้เสียดายว่าน่าจะมีสามมือ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหนังจะออกมาเป็นยังไง แต่ตัวอย่างฉบับเต็มนี้ทำให้หนังดูน่าสนใจขึ้นมากครับ

Total Recall ยังมีบิล ไนท์อี้, ไบรอัน แครนสตัน และอีธาน ฮอว์ค ร่วมแสดงด้วย ออกฉายสิงหาคมนี้ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

เจเรมี เรนเนอร์ กับ แมต เดมอน อาจร่วมทีมกันใน Bourne ภาค 5

แมต เดมอน กับ เจเรมี เรนเนอร์ จะมีโอกาสแสดงร่วมกันในหนังชุด Jason Bourne หรือไม่ แม้ว่าจะยังเร็วไปที่จะเป็นไปได้ในตอนนี้ แต่ผู้อำนวยการสร้างแฟรงก์ มาร์แชล ของหนังชุดนี้ก็บอกว่าอาจเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะมาเจอกันในภาค 5 ครับ

มาร์แชลบอกใบ้ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสารเอ็มไพร์ว่า “คุณจะเห็นว่ามันมีหลายโครงการในหนังเรื่องนี้ ที่ฝึกทักษะแตกต่างกันไป โอกาสความเป็นไปได้ทุกอย่างยังคงเปิดรับอยู่ ความฝันของผมก็คือในภาคหน้า เราจะได้เห็นแมตกับเจเรมีร่วมทีมกัน

ระหว่างที่คุยกันนั้น เรนเนอร์ยังได้ถูกขอให้อธิบายเกี่ยวกับตัวละครแอรอน ครอส ของเขาด้วยครับ “เขามีภูมิหลังที่แตกต่างจากเจสัน บอร์น โดยสิ้นเชิง เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นใคร และเขาสมัครเข้าโครงการนี้

เรนเนอร์เสริมต่อว่า “เขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผมบอกได้ว่าเขาเคยเป็นทหารมาก่อนจากนั้นก็มาเข้าร่วมโครงการนี้ เขาอยากเป็นคนที่มีส่วนร่วมกับอะไรที่สำคัญ…ได้มีเป้าหมายชีวิต แต่แล้วมันก็ถูกพรากไป

The Bourne Legacy เป็นเรื่องราวของพระเอกคนใหม่ที่รับบทโดยเรนเนอร์ ซึ่งชีวิตกลับตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในสามภาคแรก หนังมีนักแสดงคุณภาพมาร่วมงานคับคั่งครับ ทั้งเอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน, เรเชล ไวสซ์, ออสการ์ ไอแซ็ค, โจน อัลเลน และ อัลเบิร์ต ฟินนี่ หนังจะเข้าฉายในเดือนสิงหาคมนี้

ยูนิเวอร์แซลยังปล่อยตัวอย่างใหม่ของหนังออกมาออนไลน์ในคืนนี้ด้วยครับ ตัดต่อออกมาคล้ายกับตัวอย่างฉบับเต็มก่อนหน้านี้ เพียงแต่มีฉากยาวขึ้นราว 10 วินาที คลิกชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

นอร่า เอฟรอน ผู้กำกับจาก Sleepless in Seattle ผู้เขียนบท When Harry Met Sally เสียชีวิตด้วยวัย 71

ฉันพยายามเขียนบทสำหรับผู้หญิงให้มีความซับซ้อนและน่าสนใจให้เท่ากับที่ผู้หญิงเป็นกันจริงๆ” นั่นเป็นคำกล่าวของนอร่า เอฟรอน ผู้กำกับและนักเขียนบทหญิงที่ได้ทลายกำแพงแห่งเพศในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่กำหนดนิยามของหนังโรแมนติกคอมมิดี้ และน่าเศร้าอย่างมากที่เธอได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 71 ครับ

ในรายงานจาก NY Times บอกว่าเอฟรอนเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบ อันเป็นผลจากอาการแทรกซ้อนจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอิลอยด์ที่เธอต่อสู้กับมันมาอย่างเงียบๆ ตั้งแต่หมอวินิจฉัยในปี 2006

เอฟรอนเป็นผู้วางมาตรฐานใหม่ให้หนังแนวรักตลก หรือโรแมนติกคอมมิดี้ร่วมสมัย และเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้ผู้หญิงในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ซึ่งยุคหนึ่งไม่ยอมสร้างหนังที่กำกับโดยผู้หญิง หรือสร้างมาเพื่อผู้หญิง เอฟรอนได้ทลายกำแพงนั้นไปจนสิ้น บทหนังที่เธอเขียนยังมีวลีเด็ดอันเป็นที่จดจำอย่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ด้วย

เอฟรอนเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักหนังสือพิมพ์ เขียนงานให้ The Esquire และ The New York Times Magazine แล้วเริ่มต้นงานในสายภาพยนตร์ด้วยการเขียนบทหนัง All the President’s Men ปี 1976 ที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ แต่ก็เบิกทางให้เธอเขียนบทให้หนังทางทีวีเรื่อง The Perfect Gentlemen และ Silkwood ที่นำแสดงโดยเมอริล สตรีป และทำให้ทั้งคู่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

เธอกลับมาร่วมงานกับสตรีปอีกครั้งในปี 1986 ใน Heartburn ซึ่งดัดแปลงจากชีวิตส่วนตัวและการหย่าร้างกับสามีคนที่สองของเธอ คาร์ล เบิร์นสไตน์ นักหนังสือพิมพ์ที่โด่งดังจากคดีวอเตอร์เกต มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างด้วยว่าเอฟรอนเป็นบุคคลในไม่กี่คนที่รู้ตัวจริงของ Deep Throat แหล่งข่าวสำคัญในคดีวอเตอร์เกตที่ภายหลังออกมาเปิดเผยตัวเองในที่สุดว่าคือมาร์ค เฟลท์ เธอแต่งงานหนที่สามในปี 1987 กับนักเขียนบทหนัง นิโคลัส เพเลกกี ซึ่งอยู่กินด้วยกันจนเธอเสียชีวิต

เอฟรอนโด่งดังจากการเขียนบทหนังปี 1989 เรื่อง When Harry Met Sally… ผลงานกำกับของร็อบ ไรเนอร์ ที่ไม่เพียงโด่งดังในแง่การเป็นหนังโรแมนติกคอมมิดี้ แต่ยังเป็นกรณีศึกษาสำคัญว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงผู้ชายจนกลายเป็นมาตรฐานสำคัญให้หนังแนวนี้ เอฟรอนตามรอยความสำเร็จด้วยงานเขียนบทและกำกับใน Sleepless in Seattle ในปี 1993, You Got Mail ในปี 1998 และมีผลงานอีกมากมายตามมาจนในปี 2009 เธอได้กำกับ Julie & Julia ที่เป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของเธอ และเป็นการกลับมาร่วมงานกับเมอริล สตรีป อีกครั้ง

เมอริล สตรีปได้พูดถึงการจากไปของนอร่า เอฟรอน และน่าจะสะท้อนถึงตัวเธอได้เป็นอย่างดี ว่า “นอร่าจะมองดูในทุกๆสถานการณ์ แล้วใช้หัวครุ่นคิดว่า อืม… ฉันจะทำเรื่องนี้ให้ตลกขึ้นได้ยังไง

เราสามารถโทรหาเธอได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องหมอ ร้านอาหาร ตำรับอาหาร สุนทรพจน์ หรือแค่เรื่องตลกขำๆ นิดหน่อย และเราทุกคนก็ทำอยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญในทุกแขนงของการอยู่อย่างเป็นสุข

อาลัย นอร่า เอฟรอน (1941-2012)

JEDIYUTH’s Review: The Hunger Games

เกม(เรียลลิตี้โชว์)ล่าชีวิต

พวกเขาแค่ต้องการรายการทีวีที่สนุก แค่นั้น” เป็นประโยคที่เกล ฮอว์ธอร์น (เลียม เฮมสเวิร์ธ) บอกแก่แคทนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) นางเอกของเรื่อง ก่อนที่จะจากไปแข่งขันเกมล่าชีวิต ในหนัง The Hunger Games และประโยคที่ว่านี้สะท้อนถึงภาพใหญ่ของตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างดี เพราะนี่เป็นเรื่องราวที่ได้รับอิทธิพลจากการโทรทัศน์แนวเรียลลิตี้โชว์ องค์ประกอบหลายอย่างในหนังเรื่องนี้ทั้งเรื่องราวและเทคนิคการถ่ายทำที่ผู้กำกับแกรี่ รอส เลือกใช้ ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ดูรายการแนวเรียลลิตี้โชว์ใช้ได้รายการหนึ่งเลยครับ เพียงแต่ผมยังรู้สึกว่าถ้าครึ่งหลังของหนังน่าจะเข้มข้น หรือกดดันให้มากกว่านี้ The Hunger Games จะเป็นหนังที่ทำให้รู้สึกอิ่มเอมได้เปรมปรีดิ์จริงๆ

The Hunger Games ดัดแปลงจากนิยายแฟนตาซีผสมวิทยาศาสตร์ของซูแซน คอลลินส์ ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นผู้ใหญ่ เป็นภาคแรกของไตรภาคที่ยังมีอีกสองภาคต่อตามมาในชื่อ Catching Fire และ Mockingjay โดยเรื่องราวมีฉากหลังเป็นประเทศในโลกอนาคตที่ชื่อว่าพาเนมที่แบ่งเป็น 13 เขต และเมืองหลวงได้บังคับให้ 12 เขตที่อยู่ในอาณัติส่งวัยรุ่นหญิงชายมาเป็นบรรณาการเพื่อเข้าแข่งขันในเกมล่าชีวิต เพื่อลงทัณฑ์ที่เคยก่อกบฏ และเป็นการข่มขวัญไม่ให้ลุกฮือขึ้นใหม่ เกมที่ว่านี้จัดขึ้นในสนามประลองของเมืองหลวง ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะคล้ายป่า มีอันตรายอยู่รอบด้าน ผู้ชมทั้งประเทศจะได้ชมการแข่งขันสดๆ ผ่านการถ่ายทอดทางทีวีเหมือนรายการเรียลลิตี้โชว์

Read more of this post

JEDIYUTH’s Review: How I Spent My Summer Vacation

เมล กิ๊บสัน คงทำกรรมเอาไว้สักอย่าง หนัง Edge of Darkness ที่เป็นการกลับมาคืนจอในบทนักแสดงหลังจาก The Singing Detective ในปี 2003 และได้มาร์ติน แคมป์เบลล์ มากำกับ ที่จัดว่าหน้าหนังดูดี แต่กลับล่มไม่เป็นท่าทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ ครั้นกลับมาแสดงในบทที่เข้มข้นและได้รับคำชื่นชมอย่างมากใน The Beaver ของโจดี้ ฟอสเตอร์ เมื่อปี 2011 หนังก็กลับขาดทุนอีก เรื่องล่าสุดที่ออกฉายในปีนี้อย่าง How I Spent My Summer Vacation ก็กลับไม่ได้ฉายโรงในสหรัฐ ถูกนำออกมาฉายแบบเช่าให้ดูผ่านเน็ตแทน ยังโชคดีที่หนังยังได้ฉายแบบจำกัดโรงบ้างในบางประเทศ รวมถึงในบ้านเราครับ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าดูที่ตัวหนังจริงๆแล้ว แม้ว่าหน้าหนังจะดูจืดๆ งานสร้างจะดูทุนต่ำ เนื้อเรื่องของหนังจะดูเชยๆ แต่กลายเป็นว่าเป็นหนังที่สนุก เมล กิ๊บสันแสดงเป็นพระเอกร้ายๆ ที่แสบๆคันๆ ได้อย่างมีเสน่ห์น่าติดตาม และชวนลุ้นตลอดว่าเขาจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์อีรุงตุงนังที่เขามีส่วนสร้างขึ้นได้ยังไง

How I Spent My Summer Vacation เป็นผลงานกำกับของเอเดรียน กรุนเบิร์ก ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับใน Apocalypto และ Edge of Darkness มาก่อน ซึ่งแปลว่าเขามีความคุ้นเคยกับกิ๊บสันเป็นอย่างดี กิ๊บสันยังช่วยกรันเบิร์กเขียนบทในหนังเรื่องนี้ด้วย และแม้ว่าเราไม่รู้ว่าใครเขียนในส่วนไหนบ้าง แต่หนังมีบทสนทนาที่ดีและมีฉากสถานการณ์ที่สร้างสรรค์กับมุขตลกร้ายๆ ที่ดีทีเดียวครับ ทำให้หนังที่มีเนื้อเรื่องเชยๆ แบบหนังแอ็คชั่นยุค 70-80 ไม่มีความน่าสนใจในรายละเอียดของมัน และกลายเป็นหนังที่ให้ความบันเทิงแบบพักร้อนที่ดีเรื่องหนึ่งเลย

Read more of this post

Transformers 4 จะออกอวกาศ ไมเคิล เบย์ บอก

แม้ว่าโครงการหนังจะยังอยู่ระหว่างเขียนบท และอีกนานกว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการถ่ายทำ ไมเคิล เบย์ก็ออกมาพูดแล้วครับว่าแนวทางของหนังจะออกมาเป็นยังไง และจากคำให้สัมภาษณ์ใน LA Times เบย์บอกครับว่า “หนังจะเคลื่อนสู่ทิศทางที่แตกต่างจากเดิม

อย่างแรกเลยที่เบย์บอกในการสัมภาษณ์ก็คือหนังหุ่นยนต์แปลงร่างภาคใหม่นี้จะไม่ใช่การยกเครื่องใหม่ หรือ reboot ครับ “ผมไม่อยากให้เรียกว่าเป็นการยกเครื่องใหม่ เพราะผู้คนจะคิดว่าเราจะทำแบบหนัง Spider-Man แล้วเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น เราไม่ได้ทำแบบนั้น เราจะนำเรื่องราวที่พวกคุณได้ชมกันแล้ว เรื่องราวที่เราบอกเล่าผ่านมาสามภาคแล้ว เข้าสู่ทิศทางใหม่ แต่เราจะทิ้งสามภาคก่อนหน้านี้เป็นเหมือนประวัติศาสตร์ มันจะยังคงเกี่ยวข้องกันอยู่

แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไงล่ะ เบย์เล่าว่า “ผมได้คุยกับมือเขียนบทก่อนไปกำกับ Pain and Gain และเราได้วางแนวคิดกันไว้ เราจะเคี่ยวมันให้ข้นขึ้นอีกนิด เราจะกลับมาคุยกันอาทิตย์หน้าแล้วดูว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง

หนึ่งในแนวคิดที่เบย์พูดถึงก็คือเหล่าออโต้บอทจะออกไปลุยอวกาศกันครับ “มันรู้สึกเหมือนจะเป็นแบบนั้น ผมอยากให้ฉีกจากเดิมนิดหน่อย แต่ไม่อยากให้เป็นไซไฟเกินไป ยังอยากให้มันติดดินอยู่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้สามภาคก่อนหน้านี้สำเร็จ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้สามภาคก่อนหน้านี้เข้าถึงได้

เบย์บอกด้วยว่าทุนสร้างของ Transformers 4 จะไม่มากเท่าภาคที่แล้ว เขาตั้งใจจะลดลงราว 30 ล้านเหรียญสหรัฐครับ

Transformers 4 มีแผนจะออกฉายมิถุนายน 2014 ครับ

Jurassic Park IV ได้มือเขียนบทจาก Rise Of The Planet Of The Apes มากู้ชีพ

หลังจากโครงการหนัง Jurassic Park IV คว่ำไปหลาย 2-3 รอบ เพราะผู้สร้างยังไม่ได้บทหนังที่พอใจ ดูเหมือนประตูสู่สวนสัตว์ไดโนเสาร์กำลังจะได้เปิดใหม่อีกครั้งแล้วครับ เพราะดูเหมือนว่ายูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้คนที่เหมาะสมจะมาช่วยทำบทใหม่ได้แล้ว

ตามรายงานของเดดไลน์บอกว่า ริค แจฟฟา และ อแมนดา ซิลเวอร์ สองมือเขียนบทที่คืนชีพให้หนังไซไฟ Rises of the Planet of the Apes เป็นผลสำเร็จ และถูกใจคนดู มือผู้ที่ยูนิเวอร์แซลเลือกให้มาเขียนบท Jurassic Park IV ให้ครับ และดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีด้วย

Jurassic Park IV จะยังคงมีสตีเวน สปีลเบิร์ก กับ แคธลีน เคนเนดี้ มารับหน้าที่อำนวยการสร้าง สปีลเบิร์กจะไม่กำกับภาคนี้เช่นเดียวกับภาค 3 แต่จะหาผู้อื่นมากำกับแทน

เมื่อปลายปีที่แล้ว เคนเนดี้ให้สัมภาษณ์ถึงหนังภาค 4 ชุดนี้ว่า บทหนังที่เยี่ยมคือสิ่งที่พวกเขาขาดอยู่ และทำให้ไม่สามารถอนุมัติให้สร้างหนังได้สักทีครับ “เราคล้ายๆ กับว่าเป็นทำให้ตัวเองเจอทางตันเอง เพราะมันไม่ควรเป็นหนังภาคต่อตั้งแต่ทีแรก มันจึงมีข้อถกเถียงที่ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมเราจะต้องสร้างภาค 4 เราจึงต้องหาเหตุผลที่ดีในการสร้างภาค 4 และเรากำลังอยู่ในระหว่างทำเช่นนั้น

หวังว่ามือเขียนบททั้งสองจะสามารถส่งบทหนังที่ดีเยี่ยมตามที่ผู้สร้างต้องการครับ เราก็จะได้ดู Jurassic Park IV กันเสียที ระหว่างนี้ก็รอชมภาคแรกที่จะถูกนำกลับมาฉายใหม่ปีหน้าในระบบ 3D ครับ

วิดีโอแรกจากหนัง Man of Tai Chi ของเคียนู รีฟส์ เผยแนวคิดฉากกังฟูในหนัง

ในการกำกับหนังกังฟูนั้น นอกจากคิวบู๊ที่จะช่วยสร้างความตื่นเต้นแล้ว การเคลื่อนไหวของกล้องในการติดตามฉากต่อสู้เหล่านั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเคียนู รีฟส์ รู้ถึงข้อนี้ดีเพราะเคยเล่นบทต่อสู้ในหนังชุด The Matrix มาก่อน และในการกำกับหนังเรื่องแรกของเขาที่เป็นหนังกังฟูอย่าง Man of Tai Chi รีฟส์ตัดสินใจใช้กล้องหุ่นยนต์ที่จะสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของฉากต่อสู้ได้เกือบทุกมุมได้แบบ long take หรือถ่ายแบบยาวนานได้โดยไม่ต้องตัดต่อครับ

กล้องหุ่นยนต์ที่ว่านี้ชื่อว่าไอริสเป็นนวัตกรรมของ Bot & Dolly ที่รีฟส์จะเอามาใช้ในการถ่ายทำฉากกังฟูในหนัง และได้เผยคลิปทดลองฉากต่อสู้ให้เราดูกันว่าจะออกมาในลักษณะไหนครับ รีฟส์พูดในวิดีโอว่าปกติแล้วฉากแบบที่เขาต้องการนั้นจำเป็นต้องพึ่งคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมาช่วย แต่มันทำให้ไม่เร้าใจเท่ากับการที่มีคนต่อสู้กันจริงๆ และเจ้ากล้องที่ว่านี้จะช่วยให้ไม่ต้องพึ่ง CGI ครับ

Man of Tai Chi เป็นผลงานกำกับเรื่องแรกของรีฟส์ที่กำลังถ่ายทำอยู่ตอนนี้ในจีน เป็นหนังกังฟูที่มีฉากเป็นยุคปัจจุบัน โดยรีฟส์ร่วมรับบทเป็นตัวร้ายสำคัญในหนัง ส่วนพระเอกของเรื่องคือสตันท์แมนชื่อ ไทเกอร์ เช็ง ครับ มีแผนออกฉายปี 2013 ชมคลิปได้ที่ด้านใน

Read more of this post

เดวิดพูดอะไรกับเอ็นจิเนียร์ ตอนท้ายของหนัง Prometheus

อย่าอ่านถ้าคุณยังไม่ได้ดูหนัง เพราะเป็นการเผยเนื้อเรื่องสำคัญ

ไม่ว่านักดูหนังจะรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ Prometheus มากแค่ไหน พวกเขาก็อดที่จะพูดถึงหนังไม่ได้ครับ เพราะมีหลายอย่างในหนังที่ยังคงเป็นปริศนาคาใจ อาจจะด้วยหนังล้ำลึกให้ตีความมากมาย หรืออาจเพราะว่าบทหนังไม่ชัดเจน ไม่สมเหตุผล ก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่พูดถึงกันมากก็คือฉากตอนจบของหนังที่เดวิด (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) พาคณะไปพบเอ็นจิเนียร์ที่ยังรอดชีวิตอยู่ แล้วหลังจากที่เดวิดพูดภาษาต่างดาวกับเอ็นจิเนียร์ มนุษย์ต่างดาวร่างยักษ์ก็ลงมือฆ่าทุกคนในทันที เดวิดพูดอะไรจึงเกิดเรื่องเช่นนั้นรึเปล่า เป็นสิ่งที่หลายคนยังคาใจ

ตามรายงานของ Bioscopist ซึ่งได้ไปพูดคุยกับดร.แอนิล บิลทู ล่ามและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์อย่างเป็นทางการของหนังเรื่องนี้ และเป็นผู้ออกแบบภาษาต่างดาวที่ใช้ในหนังด้วย บอกว่า ความหมายของภาษาต่างดาวที่เดวิดพูดก็คือ “ชายผู้นี้มาที่นี่ เพราะว่าเขาไม่อยากตาย เขาเชื่อว่าท่านช่วยให้เขามีชีวิตอีกได้

แค่นั้นเองครับ เดวิดไม่ได้พูดอะไรที่มีความหมายในเชิงยั่วยุหรือคิดร้ายเลย จากนั้นจู่ๆ เอ็นจิเนียร์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั้นสูง ฉลาด มีเทคโนโลยีเหนือมนุษย์ก็ทำตัวเป็นอสุรกายในหนังสยองขวัญแนวสัตว์ประหลาดทั่วไป

ดร.บิลทูบอกด้วยว่าความจริงแล้วบทสนทนามียาวกว่านี้ครับ แต่ถูกตัดออกไป และเราคงต้องรอดูในฉบับดีวีดี

ตัวอย่างแรกของ Taken 2 ออกมาไล่ล่าแล้ว

ตัวอย่างแรกของ Taken 2 ออนไลน์แล้วที่ MSN UK ครับ และน่าจะถูกใจแฟนๆ ที่ชอบภาคแรกครับ

ตัวอย่างนี้เป็นฉบับตลาดโลก ซึ่งน่าจะเป็นฉบับเดียวกับที่จะใช้ในบ้านเรา เปิดเรื่องมาด้วยฉากงานศพของเหล่าตัวร้ายภาคแรก ที่เหล่าญาติพี่น้องได้มารวมตัวกันและวางแผนที่จะแก้แค้น ตัวอย่างหนังยังเผยให้เห็นว่าเนื้อเรื่องต่างจากที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าไบรอัน มิลล์ (เลียม นีสัน) คือฝ่ายที่ถูกลักพาตัว แต่ความจริงแล้วเป็นภรรยาของเขาที่รับบทโดยแฟมเก้ แจนส์เซ่น ต่างหาก ซึ่งไบรอันต้องร่วมมือกับลูกสาว (แม็กกี้ เกรซ) ในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ ทำให้เราจะได้เห็นนีสันสวมบทไล่ล่าตัวร้ายกันอีกครั้งครับ เพียงแต่พ่วงลูกสาวออกไปบู๊ด้วย

ตัวอย่างหนังยังเผยให้เห็นด้วยว่าฉากแอ็คชั่นของภาคต่อน่าจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วย

Taken 2 มีโอลิเวอร์ เมกาตัน (Columbiana) มารับหน้าที่ในการกำกับภาคต่อแทนปีแอร์ มอเรลล์ แต่ผู้เขียนบทยังคงเป็นลุค เบซง และ โรเบิร์ต มาร์ค คาเมน หนังจะเข้าฉายบ้านเรา 4 ตุลาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ Dredd ตุลาการทมิฬฉบับรีเมก ออกมาประหารแล้ว

Dredd หนังฉบับใหม่ของ Judge Dredd ที่เคยสร้างเป็นหนังมาครั้งหนึ่ง และมีซิลเวสเตอร์ สตอลโลน นำแสดง ในครั้งนั้น มีแผนจะปล่อยตัวอย่างหนังแรกออกมาในวันนี้ที่ Machinima ครับ

ในฉบับยกเครื่องใหม่นี้ หนังได้คาร์ล เออร์บัน มารับบทเป็นตุลาการทมิฬแห่งโลกอนาคต หรือผู้พิพากษาเดร็ดด์ ที่มีอำนาจเสร็จสรรพตั้งแต่สืบสวน ตามจับ ตัดสิน พิพากษา และประหารคนผิดได้เลย ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนชุด Judge Dredd ภายใต้บทของอเล็กซ์ การ์แลนด์ จาก Sunshine และ 28 Days Later และกำกับโดย พีท ทราวิส จาก Voltage Point และ Endgame

เดร็ดด์ได้ร่วมมือกับผู้พิพากษาฝึกงานที่มีตาทิพย์ (โอลิเวีย เทอร์ลบี) เพื่อจัดการมาม่า (ลีนา เฮดดี้) นางพญาหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด ที่ค้ายาที่ทำให้ผู้เสพมองเห็นภาพเป็นสโลโมชั่น ในเขตที่เรียกว่าโลกถูกสาป ซึ่งจากตัวอย่างหนังจะเห็นว่าเดร็ดด์กับคู่หูต้องบุกขึ้นตึกไฮเทคที่มีลูกน้องของมาม่าประจำอยู่ทุกชั้น และเมื่อเข้าไปแล้วก็ถูกปิดตายทางออก ทางเดียวที่จะรอดก็คือต้องไปให้ถึงตัวของมาม่าครับ ดูแล้วอารมณ์คล้าย The Raid เพียงแต่มีฉากเป็นโลกอนาคต และเน้นยิงกันมากกว่าใช้การต่อสู้แบบประชิดตัว

คลิกชมตัวอย่างได้ที่ด้านใน

Read more of this post

จิม แครี่ ถอนตัวออกจากภาคต่อ Dumb and Dumber

จิม แครี่ ไม่เคยเล่นหนังภาคต่อของตัวเองเรื่องไหนเลย นับจาก Ace Ventura: When Nature Calls และก็น่าจะยังคงเป็นแบบนั้นต่อไป แม้ว่าเขาตกลงรับเล่นภาคต่อ Dumb and Dumber เมื่อไม่นานนี้ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้แครี่ได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากโครงการหนังแล้วครับ

ในรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า สาเหตุที่แครี่ถอนตัวเพราะไม่พอใจที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และ นิวไลน์ ซินีม่า ไม่สนับสนุนโครงการหนังภาคต่อเรื่องนี้อย่างที่เขาต้องการ และเขาหงุดหงิดมากขึ้นจนถอนตัวในที่สุด

ผมคิดว่าโครงการหนัง Dumb & Dumber Two เป็นอะไรที่ไม่ต้องคิดมากเลย ทั้งที่ชื่อหนังก็บอกเป็นนัยอยู่แล้ว” แครี่บอกในแถลงการณ์

ในภาคแรกเมื่อปี 1994 แครี่แสดงนำในหนังเรื่องนี้คู่กับเจฟ แดเนียลส์ สองหนุ่มจิตใจดี แต่สมองไม่ดี ออกเดินทางเพื่อให้ชนะใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่รับบทโดยลอเรน ฮอลลี ซึ่งผู้กำกับพี่น้องฟาเรลลีได้ชักจูงแครี่จนสำเร็จให้กลับมาเล่นภาคต่อเมื่อต้นปีที่ผ่านมาครับ

อย่างไรก็ดี พี่น้องฟาเรลลีได้ชื่อว่าเป็นผู้อดทนในการสร้างหนัง พวกเขาปลุกปั้น The Three Stooges อยู่หลายปีเหมือนกันว่าจะสร้างเป็นหนังขึ้นมาได้ และก็คงหาทางในการสร้างภาคต่อ Dumb and Dumber จนได้ ต่อให้ต้องหาทางเอาโครงการหนังไปให้ค่ายหนังอื่นช่วย หรือใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกสร้างตัวแครี่ขึ้นมาก็ตาม

ดิสนี่ย์จัดประกวดแผนการสื่อสารกิจกรรมทางการตลาดภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “BRAVE”

วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ โมชั่นส์ พิคเจอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ฝากข่าวประชาสัมพันธ์มาครับ เกี่ยวกับการประกวดแผนการตลาดสำหรับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Brave ชิงทุนการศึกษากว่า 3 แสนบาท อ่านรายละเอียดได้ตามเนื้อข่าวด้านล่างที่ดิสนี่ย์ส่งมาเลยครับ

วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ โมชั่นส์ พิคเจอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโอกาสพิเศษสำหรับ นิสิต – นักศึกษา ระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 3–4เข้าร่วมทดสอบความรู้เชิงการสื่อสารทางการตลาด กับบริษัทผู้นำธุรกิจบันเทิงระดับโลก ในโครงการ “BRAVE BIG BANG” การประกวดแผนการสื่อสารกิจกรรมทางการตลาดภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “BRAVE” / DISNEY MARKETING ACADEMY AWARD 2012
ชิงทุนการศึกษากว่า 3 แสนบาท พร้อมโล่ห์ประกาศเกียรติคุณ

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับเต็มของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II มาแล้ว

ดูเหมือนว่าซัมมิท และ ไลอ้อนส์เกต ตัดสินใจส่งตัวอย่างฉบับเต็มของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II ออกมาเร็วกว่ากำหนด 2-3 ชั่วโมงครับ และตัดต่อออกมาได้ดูน่าตื่นเต้นมากๆ

ในภาคสุดท้ายของเรื่องราวแวมไพร์ทไวไลท์นี้ เบลลา (คริสเทน สต๊วร์ต) ได้เป็นแวมไพร์สมใจหลังจากคลอดลูกน้อย เรเนสมี เด็กหญิงผู้มีพลังพิเศษ และกลายเป็นผู้ที่ได้หัวใจของเจค็อบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) ไปครองตั้งแต่ยังแบเบาะ แต่การถือกำเนิดของเรเนสมีทำให้ตระกูลโวลทูรีไม่พอใจ เพราะเข้าใจว่าเด็กน้อยจะเป็นเด็กอมตะ ซึ่งเป็นแวมไพร์ที่ถูกกัดขณะยังเป็นทารก จะมีพลังพิเศษทุกอย่างที่แวมไพร์มี และยากแก่การควบคุม แม้เบลลาจะพยายามอธิบายว่าไม่ใช่ เพราะเรเนสมีคลอดออกมาจากท้องของเธอ ไม่ได้ถูกกัด และเด็กน้อยก็เจริญเติบโตได้ แต่พวกโวลทูรีก็ยังต้องการเด็กคนนี้ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททิสัน) จึงต้องขอความช่วยเหลือจากแวมไพร์ตระกูลต่างๆ มาช่วยเหลือในการรับมือครับ

ตัวอย่างหนังตัดออกมาเน้นอารมณ์ตื่นเต้น และแอ็คชั่นเป็นหลัก บอกใบ้ถึงฉากปะทะกันอันน่าระทึกตอนท้ายครับ หนังจะเข้าฉายพฤศจิกายนนี้ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ดูไมค์กับซัลลี่เรียนวิธีหลอกหลอนในตัวอย่างแรกของ Monsters University ของพิกซาร์

ก่อนที่ไมค์กับซัลลี่ และอสุรกายแห่ง Monsters, Inc. หนังดังของพิกซาร์ปี 2001 พวกมันต้องฝึกวิชากุ๊กกุ๊กกู๋จากมหาวิทยาลัยก่อน และยังเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างไมค์กับซัลลี่ด้วยครับ ซึ่งพิกซาร์ก็ได้ส่งตัวอย่างแรกออกมาแล้วที่ Yahoo Movies และ iTune

ตัวอย่าง Monsters University ที่เป็นภาคต้นของ Monsters, Inc. นี้มีแผนจะฉายแปะหน้าหนัง Brave ที่กำลังจะเข้าฉายในสหรัฐครับ เผยมุขอำกันขำๆของไมค์กับซัลลี่ที่เพิ่งเข้าเรียน และดูจะปาร์ตี้กันสนุกสนานด้วย ความเสียดายอย่างเดียวของภาคต้นเรื่องนี้ก็คือเราคงไม่ได้เห็นหนูน้อยบูผู้น่ารักน่าชังในหนังเรื่องนี้ เพราะเธอคงยังไม่เกิดแน่ๆ ตอนที่ไมค์กับซัลลี่เข้ามหาวิทยาลัย ดูจากตัวอย่างหนังแล้ว แฟนๆของหนังชุดนี้ที่มีอยู่ทุกวัยคงจะชอบแน่ๆ

Monsters University จะออกฉายมิถุนายน 2013 ในสหรัฐครับ บิลลี่ คริสตัล, จอห์น กู๊ดแมน และสตีฟ บุสเซมี กลับมาให้เสียงเป็นไมค์, ซัลลี่ และแรนดอล ตามลำดับ หนังกำกับโดยแดน สแกนลอน คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

โฉมแรกของแอนเจลีนา โจลี่ ในบทนางร้าย Maleficent

วอลท์ ดิสนี่ย์ได้เปิดกล้องหนังแฟนตาซีจากเทพนิยาย Maleficent วันนี้ และได้ปล่อยภาพแรกของแอนเจลีนา โจลี่ ในบทตัวร้ายตัวนำของเรื่องออกมาให้ตื่นเต้นแล้วครับ

ภาพที่ปล่อยออกมาคือภาพส่วนศีรษะที่ผ่านการเมคอัพเทคนิคโดยริค เบเกอร์ มือแต่งหน้ารางวัลออสการ์ เผยโฉมโจลี่ที่ใส่เขาและแต่งหน้าคล้ายกับต้นฉบับหนังการ์ตูน Sleeping Beauty หนังการ์ตูนปี 1959 ของดิสนี่ย์ แต่แม้จะมีโฉมที่คล้ายกัน โจลี่บอกใน EW ว่าตัวร้ายตัวนี้ไม่ได้ร้ายตามแบบฉบับทั่วไป “ฉันหวังว่าท้ายที่สุด คุณจะพบผู้หญิงที่สามารถทำได้หลายสิ่ง และเพียงเพราะว่าเธอปกป้องตัวเองและก้าวร้าว ไม่ได้แปลว่าเธอจะไม่ด้านที่อบอุ่น คุณต้องแก้ปริศนาเอาเองว่าเธอเป็นอะไร

Maleficent กำกับโดยโรเบิร์ต สตรอมเบิร์ก จากบทของลินดา วูลเวอร์ตัน นอกจากโจลี่แล้วยังมีแอล แฟนนิ่ง รับบทเป็นออโรร่า เจ้าหญิงนิทรา สมทบด้วยชาร์ลโต คอปลี่ย์, เลสลี่ แมนวิลล์, แซม ไรลี่, อิเมลดา สตอนตัน, จูโน แทมเปิล และมิแรนดา ริชาร์ดสัน มีแผนออกฉายมีนาคม 2014 ครับ

Read more of this post

ตัวอย่างใหม่ของ The Dark Knight Rises อัดแน่นด้วยฉากแอ็คชั่น

หลังจากปล่อยตัวอย่างหนังและตัวอย่างยั่วน้ำลายฉบับฉายในโรงมาถึง 3 แบบแล้ว ตัวอย่างหนังฉบับที่ 4 ของ The Dark Knight Rises ก็ออนไลน์แบบไม่ทันตั้งตัวครับ

ตัวอย่างฉบับเต็มตัวแรกดูจะเน้นไปที่เบน และตัวต่อมาก็เน้นไปที่แคทวูแมน ตัวล่าสุดนี้ถึงคราวเน้นไปที่มนุษย์ค้างคาวครับ นอกจากนี้ยังไม่เน้นเล่าเนื้อเรื่องเหมือนตัวอย่างก่อนหน้านี้ แต่จะเน้นไปที่ฉากแอ็คชั่นแทนเพื่อยันยันกับแฟนๆ ครับว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้คงไม่เอาแต่พูด แต่จะมีฉากแอ็คชั่นเจ๋งๆ และน่าตื่นเต้นอยู่ในนั้นด้วย จึงได้มีการตัดเอาฉากแอ็คชั่นมาเรียงร้อยต่อกันและมีฉากดราม่าและฉากตลกขั้นพอเป็นพิธี มนุษย์ค้างคาวก็ดูจะได้พูดประโยคเด็ดที่น่าสนใจอย่าง “ผมไม่ได้กลัว ผมโกรธต่างหาก” ด้วย

ตัวอย่างฉบับนี้ ออนไลน์ที่ช่องของโนเกียในยูทูบ ซึ่งโนเกียได้ร่วมกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ในการประชาสัมพันธ์หนังเรื่องนี้ และยังออกโทรศัพท์รุ่น Lumina 900 ที่ออกแบบมาโดยได้แรงบันดาลใจจากหนังให้แฟนๆ ได้สะสมด้วยครับ

The Dark Knight Rises กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ออกฉายกลางเดือนหน้านี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างของตัวอย่าง The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II

ซัมมิท และ ไลอ้อนส์เกต จะส่งตัวอย่างหนังฉบับเต็มของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II ออกมาออนไลน์พรุ่งนี้ครับ ตรงตามเวลาบ้านเราก็ราว 4 ทุ่มครึ่ง ซึ่งสาเหตุที่พวกเขาเลือกวันและเวลาดังกล่าวก็เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 111 ปี ของเอ็ดเวิร์ด ตัวละครแวมไพร์พระเอกของเรื่องที่รับบทโดยโรเบิร์ต แพททิสัน และเพื่อให้คนรู้ล่วงหน้า จะได้เข้าไปชมกันเยอะๆ ให้ยอดคลิกชมทำสถิติสูงๆ พวกเขาจึงปล่อยตัวอย่างของตัวอยางหนังออกมาปั่นกระแสก่อน

ตัวอย่างหนังของตัวอย่างหนังที่ว่านี้ยาว 10 วินาทีครับ และก็มีฉากน่าสนใจที่น่าจะเรียกความตื่นเต้นจากแฟนๆ ได้

The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 2 จะออกฉายพฤศจิกายนนี้ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ออกมาวิ่งแล้ว

วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของค่ายหนังจีทีเอชเลยทีเดียว เพราะมีทั้งการเปิดตัวหนัง “รัก 7 ปี ดี 7 หน” หนังฉลองครบรอบ 7 ปีที่ค่ายหนังนี้สร้างหนังรับใช้คนดูมา 7 ปี และพร้อมๆ กันนี้ พวกเขาก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของหนังออกมาด้วยครับ

อย่างที่ทราบกันครับ หนังเรื่องนี้ประกอบด้วยหนังสั้นสามเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีเรื่องราวของตัวเอง มีผู้กำกับที่มีบทบาทสำคัญของค่ายอันได้แก่ ปวีณ ภูริจิตปัญญา, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม และ จิระ มะลิกุล มาแยกกันกำกับคนละตอน และได้นักแสดงชั้นนำที่เป็นทั้งเด็กปั้นของค่ายอย่าง จิรายุ ละอองมณี, สุทัตตา อุดมศิลป์, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, คริส หอวัง และ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ และนักแสดงใหม่ที่โด่งดังจากงานด้านอื่นอย่างสู่ขวัญ บูลกุล และ นิชคุณ หรเวชกุล มารวมพลังกันเรียกผู้ชมครับ

หลังจากชมตัวอย่างหนังแล้วให้ความรู้สึกประทับใจในการนำเสนอมากๆ ดูแล้วยิ่งทำให้อยากดูหนังโดยไว มีการถ่ายภาพที่เก๋ในหลายฉาก และก็มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจเหมาะสำหรับผู้ชมตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงวัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่เลยครับ และการแสดงของนักแสดงก็ดูดีมากๆ แม้กระทั่งหน้าใหม่อย่างคุณสู่ขวัญ และนิชคุณ ก็ส่งบทบาทที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์มากๆ น่าจะเป็นตอนที่คนอยากดูมากที่สุดในบรรดาทั้ง 3 ตอนครับ

ถ้าหนังอย่าง “ATM เออรักเออเร่อ” ที่เอาแต่ขายมุขตลกเป็นหลัก และไม่ได้น่าประทับใจมาก ยังทำเงินถึง 100 กว่าล้าน “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ซึ่งมีฟอร์มน่าสนใจกว่า มีนักแสดงแม่เหล็กที่มีพลังมากกว่า ตัดต่อตัวอย่างหนังออกมาได้น่าดูกว่า ผมเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังไทยที่ทำรายได้มากกว่าอย่างน้อยอีกเท่าตัวครับ

หนังจะเข้าฉายปลายปรกฏาคมนี้ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 541 other followers