2 ใบปิดจากหนังหุ่นยนต์นักมวย Real Steel ของฮิวจ์ แจ็คแมน

ดรีมเวิร์คส์เผยโฉมสองใบปิดหนังหุ่นยนต์ชกมวย Real Steel ออกมาครับ ซึ่งใบปิดทางมุมซ้ายนั้นใช้ในสหรัฐ ส่วนทางมุมขวาใช้ในตลาดโลก

มีความแตกต่างกันอย่างมากของทั้งสองใบปิดดูจะเน้นที่เรื่องราวหุ่นยนต์ชกมวยอย่างเดียว และแม้แนวคิดของใบปิดจะดูดี แต่งานกราฟฟิกโดยรวมแล้วดูไม่ค่อยต่างจากใบปิดซีรี่ส์หรือหนังฉายทางทีวีนัก ขณะที่ทางขวามีภาพของตัวละครมนุษย์ใส่เข้ามาด้วยโดยไม่ลืมที่จะขายฮิวจ์ แจ็คแมน และบอกเราว่าหนังเรื่องนี้มีประเด็นความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกด้วยนะ และมีหุ่นยนต์ที่เดินเข้าสังเวียนอยู่ตรงกลางเป็นเหมือนจุดเชื่อมความสัมพันธ์ งานกราฟฟิกออกจะดูดีกว่า และน่าสนใจกว่าครับ

คลิกที่ใบปิดทั้งคู่เพื่อชมภาพใหญ่กว่านี้

 

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

The Hobbit ประกาศชื่อภาคและวันฉายอย่างเป็นทางการ

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ประกาศวันฉายและชื่อของทั้งสองภาคอย่างเป็นทางการให้แก่หนังของผู้กำกับปีเตอร์ แจ็คสัน ที่ดัดแปลงจากนิยาย The Hobbit ของเจ.อาร์.อาร์ โทลคีน อย่างเป็นทางการออกมาแล้วครับ

อย่างที่รู้กันครับว่าหนังจะแบ่งออกเป็นสองภาค ซึ่งภาคแรกของหนังนั้นจะใช้ชื่อว่า The Hobbit: An Unexpected Journey ออกฉาย 14 ธันวาคม 2012 และภาคสองจะใช้ชื่อว่า The Hobbit: There and Back Again ออกฉาย 13 ธันวาคม 2013 ซึ่งทั้งสองภาคจะเป็นเหตุการณ์ก่อนในไตรภาค The Lord of the Rings ราว 60 ปี บอกเล่าเรื่องราวของฮอบบิทนามว่าบิลโบ แบ็กกินส์ (มาร์ติน ฟรีแมน) ที่ร่วมเดินทางไปกับคณะของคนแคระเพื่อแย่งสมบัติแห่งอาณาจักรคนแคระแห่งเอรีบอร์คืนกลับมาจากพญามังกรนามว่าสม็อก

ปีเตอร์ แจ็คสัน จะกำกับทั้งสองภาคด้วยกล้องดิจิตอล 3D รุ่นล่าสุด จากบทหนังที่ร่วมกันเขียนของฟราน วอลช์, ฟิลิปปา บอเยนส์, เกียลเลอโม เดล ทอโร และปีเตอร์ แจ็คสัน

เอียน แม็คเคนเลน จะกลับมารับบทพ่อมดเทาแกนดาล์ฟ และมาร์ติน ฟรีแมน รับบทเป็นบิลโบ แบ็กกินส์ นักแสดงจากไตรภาค The Lord of the Rings ที่กลับมารับบทอีกในทวิภาคนี้ก็ได้แก่เคต แบลนเชต, ออร์ลันโด บลูม, เอียน โฮล์ม, คริสโตเฟอร์ ลี, ฮิวโก วีฟวิ่ง, เอลิจาห์ วู้ด และแอนดี้ เซอร์กีสครับ

หนังเรื่องนี้จะเป็นงานสร้างร่วมกันระหว่างนิวไลน์ ซินีมา และเอ็มจีเอ็ม โดยนิวไลน์จัดการเรื่องการถ่ายทำ วอร์เนอร์ บราเธอร์สจะดูแลการจัดจำหน่ายในตลาดโลก โดยเอ็มจีเอ็มจะจัดจำหน่ายในบางประเทศและได้ลิขสิทธิ์การฉายทางทีวีทั่วโลกครับ

ที่มา: วาไรตี้

ตัวอย่างแรกของ 1911 หนังเรื่องที่ 100 ของเฉินหลง และครบ 100 ปีสงครามปฏิวัติจีน

เฉินหลงจะมีอายุ 57 ในปีนี้ เขาเล่นหนังเรื่องแรกมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ในปี 1962 ใน Big and Little Wong Tin Bar ค่อยๆ ไต่เต้าเรื่อยมาจากตัวประกอบจนกลายเป็นนักแสดงชื่อดังก้องโลกทุกวันนี้ หนังเรื่อง 1911 ที่เขาร่วมอำนวยการสร้างและนำแสดง จะเป็นเรื่องที่ 100 ของเขาครับ และตัวอย่างหนังก็ออนไลน์แล้วที่ เว็บไซต์ทางการ

ใน 1911 เฉินหลงจะรับบทเป็นหวงซิน นายทหารผู้นำคณะปฏิวัติที่ร่วมมือกับดร.ซุนยัดเซ็นโค่นล้มการปกครองของราชวงศ์ชิง (ซึ่งเราเคยได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งของเรื่องราวนี้มาก่อนจาก The Last Emperor) ที่ปกครองจีนมายาวนานกว่า 200 ปี ดังนั้นนอกจากหนังจะเป็นเรื่องที่ 100 ของเฉินหลงแล้ว ยังเป็นการระลึกครบรอบ 100 ปี สงครามปฏิวัติจีนและการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

ตัวอย่างหนังให้ภาพที่ดูเป็นงานสร้างมหากาพย์มากๆ กำกับโดย Zhang Li ผู้ที่เคยเป็นผู้กำกับภาพของหนัง Red Cliff

ผมเข้าใจว่ารัฐบาลจีนให้การสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยครับ ซึ่งทำให้รู้สึกแปลกที่ตัวอย่างแรกที่ออกมาผ่านเว็บไซต์ทางการของหนังในญี่ปุ่น และตัวอย่างหนังก็เป็นเสียงญี่ปุ่นด้วย

คลิกชมตัวอย่างได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างหนังสยองขวัญ Don’t Be Afraid of the Dark อำนวยการสร้างโดยเดล ทอโร

หนังชื่อ Don’t Be Afraid of the Dark เชิญชวนไม่ให้กลัวความมืด แต่ตัวอย่างหนังฉบับเต็มของหนังเรื่องนี้กลับทำให้ผมกลัวความมืดแทน เพราะทั้งฉาก ดนตรี และกลเม็ดสยองขวัญในตัวอย่างหนังทำให้รู้สึกน่ากลัวและลุ้นมากๆ ครับ

หนังกำกับโดยทรอย นิกซี่ย์ ผู้กำกับคนล่าสุดที่เกียลเลอโม เดล ทอโร มีแผนจะปั้นให้เจริญรอยตามเขา แต่ฉากและงานศิลป์ในเรื่องยังคงดูเป็นงานสยองแบบสวยงามตามฉบับของเดล ทอโร อยู่

หนังบอกเล่าเรื่องราวของเด็กน้อย(เบลี เมดิสัน) ที่ตามพ่อ (กาย เพียร์ซ) และแฟนสาวของพ่อ (เคธี โฮล์มส์) ไปอยู่ยังคฤหาสน์ในฝันหลังใหม่ แต่มันกลายเป็นฝันร้ายเมื่อมีบางสิ่งที่น่ากลัวหลบอยู่ในนั้นด้วย ลูกสาวพยายามบอกพ่อ แต่พ่อก็คิดว่าลูกจินตนาการไปเอง มีเพียงแฟนใหม่ของพ่อที่เชื่อและพยายามช่วยไขเงื่อนงำนี้ หนังจัดจำหน่ายโดยดิสนี่ย์ และมีแผนเข้าฉายในบ้านเราเร็วๆ นี้ครับ

คลิกชมตัวอย่างหนังแบบ HD ได้ที่ Yahoo Movies หรือคลิกชมด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างหนัง 50/50 ที่โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ รับบทเป็นหนุ่มที่ต่อสู้กับโรคมะเร็ง

สิ่งที่น่าสนใจของหนัง 50/50 ที่นอกจากจะอิงจากเรื่องจริง และมีโจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ นักแสดงที่ผมชอบมารับบทนำแล้ว ก็คือการที่หนังบอกเล่าด้วยโทนติดตลก ไม่พยายามจะให้เป็นหนังรันทดหดหู่สู้ชีวิตให้กำลังใจแบบที่เราเคยเห็นกันมาครับ แต่กลับเล่าเรื่องแบบหนังตลกผสมดราม่า และทำให้ไม่รู้สึกหนักอึ้งเกินไปที่จะเข้าไปชม

50/50 เป็นผลงานกำกับของโจนาธาน เลวีน จาก The Wackness บอกเล่าเรื่องราวของอดัม (แต่ดัดแปลงจากชีวิตจริงของนักเขียนหนุ่มน้อยชื่อวิล ไรเซอร์ ที่คุณจะได้เห็นตัวจริงตอนต้นตัวอย่างหนัง) ซึ่งพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง และมีโอกาสรอดเพียง 50/50

หลังจากนั้นก็ต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงของชีวิตเหมือนที่คนเป็นโรคมะเร็งอาจต้องเปชิญ ต้องเสียผมเพราะคีโมบำบัด อาจไม่มีสาวมาหลง และที่สำคัญก็คือการสูญเสียสภาพจิตใจ แม้ว่าจะได้กำลังใจอย่างดีจากเพื่อนรักอย่างเพื่อนรักที่รับบทโดยเซ็ธ โรเกน แต่ดูเหมือนกำลังใจที่ทำให้พระเอกของเราลุกขึ้นมาสู้โรคมะเร็งต่อได้น่าจะมาจากเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่รับบทโดยแอนนา เคนดริคที่บอกว่า “เราเปลี่ยนสถานการณ์ไม่ได้หรอก เราเปลี่ยนได้แต่การเลือกวิธีรับมือกับสถานการณ์

หนังยังมีบริซ ดัลลัส เฮาเวิร์ด, แอนเจลิกา ฮุสตัน และฟิลลิป เบเกอร์ ฮอลล์ ร่วมแสดง คลิกชมตัวอย่างหนังได้ที่ Apple หรือด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับเต็มของนินจารันทาโร่ Nintama Rantaro ของผู้กำกับทาคาชิ มิอิเกะ

ผมไม่ใช่แฟนของผู้กำกับทาคาชิ มิอิเกะ (13 Assassins) แต่ผมเป็นแฟนของการ์ตูนนินจารันทาโร่ และปลื้มตัวอย่างฉบับเต็มของหนังฉบับคนแสดงเรื่องนี้ที่เพิ่งออนไลน์มากๆ ครับ

จากที่เห็น ผู้สร้างดูจะเคารพต้นฉบับอย่างมาก ทั้งโทนของหนัง ทั้งตัวละคร ฉบับคนแสดง ที่พยายามทำออกมาให้ได้ให้ได้แบบเดียวกับต้นฉบับ และทำให้ผมย้อนไปถึงตอนที่ตื่นมาดูการ์ตูนชุดนี้ตอนเช้าๆ

นินจารันทาโร่เป็นเรื่องราวของนินจาเด็กในโรงเรียนฝึกนินจา ที่นอกจากเรียนรุ้การเป็นนินจาที่ดีแล้ว ก็เรียนรู้บทเรียนชีวิตไปพร้อมๆ กัน ด้วยเรื่องราวที่ป่วน ฮา อลหม่าน และตลกใสๆ แบบเด็กๆ

ตัวละครแต่ละตัวก็มีความโดดเด่นกันไปคนละแบบ เช่นสามเกลอเพื่อนรัก รันทาโร่พระเอกของเรื่องก็เป็นเด็กยากจนที่มาเรียนวิชาเพื่อไปช่วยเหลือครอบครัว มีนิสัยทำอะไรเปิ่นๆ แต่ก็รักเพื่อนพ้อง, คิริมารุ นินจาเด็กกำพร้าที่มีนิสัยขี้งก และความขี้งกมักทำให้เกิดเรื่องยุ่งๆ ในบางครั้ง และชิมเบ้ นินจาเด็กตุ้ยนุ้ยที่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่จิตใจดี

หนังจะออกฉายในญี่ปุ่นกรกฎาคมนี้ครับ ส่วนในบ้านเรายังไม่มีข่าวว่ามีใครซื้อมาฉายรึยังครับ

Read more of this post

ประเด็นจิตวิทยาและสังคม จาก X-Men: The Last Stand

สมัยที่ X-Men: The Last Stand ออกฉายในปี 2006 มีบทความวิเคราะห์ของหนังเรื่องนี้ตีพิมพ์ใน NYTimes ที่ผมได้เรียบเรียงมา และดูเหมือนว่ามีหลายคนจะชอบบทความนั้นครับ เลยนำกลับมาให้อ่านอีกครั้งเพื่อเรียกน้ำย่อยเมื่อ X-Men: First Class จะออกฉายในสัปดาห์หน้า ขอบอกว่านี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมชอบการ์ตูนและหนังชุด X-Men เป็นพิเศษกว่าซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่น เพราะแม้ภายนอกจะดูเหมือนเรื่องพลังพิเศษ แต่โดยแก่นของมันแล้วมีเรื่องราวความเป็นมนุษย์แฝงอยู่มาก ทั้งรัก โลภ กรธ หลง ผิดพลาด เสียใจ ความรัก และอีกมากมาย และซูเปอรืฮีโร่ในเรื่องราวนี้ก็ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปที่พวกเขาก็มีปมกันทุกคนครับ

เมื่อก่อนซูเปอร์ฮีโร่ไม่ค่อยมีปัญหาว้าวุ่นใจเหมือนมนุษย์ทั่วไป จะมีก็แต่เรื่องไปปราบเหล่าร้ายเท่านั้น แม้แต่ผู้ร้ายของเรื่องก็มีแต่ร้ายอย่างเดียว ไม่มีด้านอื่นให้เราเห็น แต่ต้องขอบคุณทิม เบอร์ตัน ที่ทำให้หนังซูเปอร์ฮีโร่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ทำให้ทั้งพระเอกและผู้ร้ายมีความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา หนังซูเปอร์ฮีโร่หลายเรื่องที่ทำตามๆ กันออกมาก็แสดงให้เห็นว่าถึงจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่มีพลังพิเศษ แต่ในชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้พิเศษต่างไปจากมนุษย์ พวกเขามีปัญหาชีวิต มีปัญหาทางจิต ไม่ได้พิเศษแตกต่างไปจากมนุษย์ เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ใน X-Men: the Last Stand ก็เช่นกัน แล้วพวกเขามีปัญหาอะไรบ้าง เราจะมาสรุปให้ดูกันว่าผู้กำกับแบรท เรทเนอร์ และ มือเขียนบทอย่างไซมอน คินเบิร์ก กับ แซ็ก เพนน์ ใส่อะไรไว้บ้างในหนังเรื่องนี้

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 595 other followers